LOGINตอนฉันกับพี่สาวเกิด พ่อแม่ได้เชิญซินแสมาตรวจดวงชะตาโดยเฉพาะ ซินแสบอกว่า พี่สาวจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงเพราะความเก่งกาจของฉัน หลังจากประกาศผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอจะกระโดดลงมาจากดาดฟ้าโรงเรียนเพื่อจบชีวิต เพื่อช่วยพี่สาว พวกเขาจึงใช้วิธีการสั่งสอนด้วยการกดขี่ข่มเหงฉันมานานถึงสิบแปดปี แม้กระทั่งในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังยึดบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบของฉันไป ฉันคุกเข่าอ้อนวอนพวกเขา หน้าผากโขกลงกับพื้นกระเบื้องอย่างแรง พ่อถีบฉันเข้าห้องแช่แข็งด้วยเท้าเดียว แล้วลงกลอนประตูจากข้างนอกแน่นหนา “ทั้งที่รู้เต็มอกว่าพี่สาวแกจะถูกแกทำร้ายจนตาย แกยังจะไปสอบอีก ตั้งใจจะบีบให้เธอตายให้ได้ใช่ไหม?” อุณหภูมิในห้องแช่แข็งอยู่ที่ติดลบสามสิบองศาเซลเซียส บนตัวฉันสวมเพียงชุดนักเรียนแขนสั้นตัวเดียวเท่านั้น ฉันทุบประตูอย่างสุดชีวิต “แม่คะ ข้างในหนาวเหลือเกิน! ขอร้องพวกท่านปล่อยหนูออกไปที…” “เสแสร้งอะไรกัน?” เสียงของแม่ทั้งแหลมสูงและบาดหู “ข้างในไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นเลยสักนิด! พี่สาวแกเหลือแค่อีกก้าวเดียวก็จะหลุดพ้นจากคำทำนายนั้นได้แล้ว แกยังจะเอาแต่คิดถึงตัวเองอีก?” เสียงฝีเท้าไกลห่างออกไป เลือดสดทะลักออกจากหน้าผากไม่ขาดสาย หยดลงบนเสื้อนักเรียน และเย็นชืดลงอย่างรวดเร็ว ฉันขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง ร่างกายค่อยๆ แข็งทื่อลงไป...
View Moreคืนวันนั้นพี่สาวฟุบลงบนเบาะรองนั่งแล้วหลับไปฉันก้าวเข้าไปในความฝันของเธอนั่นเป็นครั้งแรกหลังจากฉันตายไป ที่เธอได้เห็นฉันฉันสวมชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไสว เสมือนยามยังมีชีวิตอยู่พี่สาวนิ่งงันไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามา พลางสวมกอดฉันไว้แน่น“ซุ่ยซุ่ย…”เธอลูบใบหน้าฉัน คล้ายต้องการยืนยันว่าฉันมีตัวตนจริง“ซุ่ยซุ่ย เป็นเพราะพี่ปกป้องเธอได้ไม่ดีเอง ทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง พี่สามารถบอกให้พ่อแม่เปิดประตูออกได้แท้ๆ”“ซุ่ยซุ่ย เธอหนาวหรือเปล่า?”ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าให้เธอ“พี่คะ ฉันหายหนาวตั้งนานแล้ว พี่อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”เธอสวมกอดฉันและร้องไห้จนพูดไม่ออก“เป็นพี่ที่ไม่ดีเอง พี่รู้สึกผิดสังเกตตั้งนานแล้ว พี่ไม่ควรอ่อนแอแบบนั้นเลย ควรจะกล้าหาญกว่านี้อีกนิด แล้วยืนหยัดที่จะพังประตูออกให้ได้”ฉันกุมมือเธอไว้“พี่คะ พี่ทำได้ดีมากพอแล้วจริงๆ”“ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่วันเดียวที่ได้เกิดเป็นน้องสาวของพี่”“หากมีชาติหน้า พี่กลับมาเป็นพี่สาวของฉันอีกได้ไหม?”เธอกอดฉันไว้แน่นเหลือเกินในความ
เสิ่นเจาเป็นบ้าไปตั้งแต่วันนั้นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาประกาศออกมาแล้วหกร้อยเจ็ดสิบเก้าคะแนนเพียงพอจะเข้าเรียนสถาบันใดก็ได้ที่เขาปรารถนาแต่เขากลับฉีกใบแจ้งผลคะแนนทิ้งเดินทางมาหน้าประตูบ้านฉันทุกวัน เผชิญหน้ากับประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทบานนั้น แล้วเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ซุ่ยซุ่ย เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน”“เธออย่าก่อเรื่องอีกเลย ออกมาได้ไหม? พวกเรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน?”แม่ของเขาร้องไห้บอกเขาว่า ฉันสิ้นใจแล้วเสิ่นเจาคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดวันรุ่งขึ้นก็มาอีกคราวนี้เขาทรุดตัวลงหน้าประตู ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมา“ซุ่ยซุ่ย เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณน้ากับคุณอา เพื่อให้พวกเขาปล่อยเธอออกมานะ”“เธออย่ากลัวเลย”“ฉันจะโทรหาแล้ว ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้เลย”เขาแนบโทรศัพท์มือถือไว้ที่หู รออยู่เป็นเวลานานไม่มีใครรับสายเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นั่งอยู่หน้าประตูตลอดช่วงบ่ายภายหลังพ่อแม่ของเขาก็มารับตัวเขากลับไปเขาไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพักการเรียนไปเต็มๆ หนึ่งปีได้ยินว่าเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน คอยเปิ
อ่านไล่ลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ฉันกลับดีใจไม่ออกเลยสักนิด พี่สาวสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันกลัวการกลับบ้าน ไม่รู้ว่าพอแม่ถามขึ้นมาควรจะพูดยังไง ฉันกลัวเหลือเกินว่าท่านจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีก]ข้อความที่สอง[ฉันถูกขังเข้ามาข้างในตามคาด แม่ตบหน้าฉันไปหลายที เค้นถามฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องทำร้ายพี่สาว เสียใจจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิวมากเลย โชคดีที่พี่สาวซ่อนช็อกโกแลตไว้ในตุ๊กตาหมี กินของหวานสักหน่อย ในใจก็คงจะไม่ขมขื่นขนาดนั้นแล้วใช่ไหม?]ข้อความที่สาม[วันแรกของการเปิดเรียน อาจารย์ให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า คราวที่แล้วที่เป็นตัวแทนวิชา พอแม่รู้เรื่องเข้า ก็ไม่พูดกับฉันสักคำตั้งสามวัน ฉันเก่งกาจกว่าพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันว่าง่ายขนาดนั้นแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่รักฉันเลยสักนิด เหมือนอย่างที่รักพี่สาวได้บ้าง?]ข้อความที่สี่[พี่สาวสอบได้อันดับสามของสายชั้น ฉันสอบได้อันดับหนึ่งของสายชั้น อาจารย์ต่างก็ชมพวกเรา แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้าน พ่อสั่งให้ฉั
เรื่องของฉันทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นในเวลาอันสั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รุดมาถึงพร้อมขึงสายกั้นเขตขึ้นภายในบ้านร่างของฉันถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชชันสูตรศพของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วนยามที่รายงานการชันสูตรฉบับนั้นถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาจ้องมองตัวอักษรบนนั้น อ่านวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ[ผู้เสียชีวิตสวี่ซุ่ย เสียชีวิตเนื่องจากภาวะถูกความเย็นจัดทำลายร่างกาย เวลาเสียชีวิตโดยประมาณคือห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน...คือวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”น้ำเสียงของพ่อแผ่วเบาอย่างยิ่งเขามองตัวหนังสือแถวนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ในสมองปรากฏภาพเหตุการณ์ของวันนั้นขึ้นมาจากนั้น ไหล่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้น เธอคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึม อ้อนวอนให้ฉันคืนบัตรเข้าสอบให้เธอ”“ฉันเอง เป็นฉันที่ใช้เท้าถีบเธอเข้าไป ให้เธอทบทวนตัวเองอยู่ในนั้นให้ดี”เวลานี้ แม่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญอันโศกเศร้าและสิ้นหวังออกมา“เธอทุบประตูแล้ว! ร้องบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเธอเสแสร้ง! ทั้งที่ได้ยินชัดๆ แต่กลับคิดว่าแกล้งทำ!”ทันใดนั้นเธอก็กระชา





