Share

กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป
กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป
Penulis: กำลังดี

บทที่ 1

Penulis: กำลังดี
แขนขาราวกับถูกกรอกด้วยตะกั่ว

ฉันได้ยินเสียงพี่สาวแว่วมาจากนอกประตู…

“พ่อคะ แม่คะ พวกท่านปล่อยซุ่ยซุ่ยออกมาเถอะ! ผลการเรียนเธอดีขนาดนั้น จะปล่อยให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่าช้าไม่ได้นะ...”

“แกหุบปากไปเลย!”

เสียงของแม่ทั้งโกรธทั้งร้อนใจ

“นี่มันเวลาไหนแล้วแกยังจะพูดแทนเธออีก? แกลืมไปแล้วเหรอว่าปีนั้นเธอสอบได้ที่หนึ่ง แล้วโอ้อวดต่อหน้าแกยังไง?”

ฉันรู้ว่าแม่กำลังพูดถึงครั้งไหน

ปีนั้นฉันอายุสิบขวบ

สอบวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าพี่สาวถึงยี่สิบคะแนน

ฉันชูกระดาษข้อสอบวิ่งกลับบ้าน ตื่นเต้นเสียจนหน้าแดงไปหมด

ฉันพูดว่า “หนูเก่งกว่าพี่อีก!”

เมื่อพี่สาวได้ยินเข้า ขอบตาก็พลันแดงขึ้นมา

ตอนนั้นแม่ก็ร้อนใจเสียจนร้องไห้ออกมาทันที

พ่อพุ่งเข้ามา ตบฉันไปฉาดหนึ่งจนล้มลงกับพื้น

เลือดกำเดาไหลออกมา หยดลงบนกระดาษข้อสอบคะแนนเต็มนั้น

คืนนั้น ฉันถูกขังไว้ในห้องแช่แข็งเพื่อทบทวนความผิด

ตอนที่ถูกปล่อยออกมาในเช้าวันถัดมา มือและเท้าก็ไร้ความรู้สึกไปแล้ว

“เธอเจ้าคิดเจ้าแค้นมาตั้งแต่เด็ก รู้อยู่เต็มอกเรื่องคำทำนายดวงชะตานั่น ยังจะวิ่งมาโอ้อวดอีก ฉันว่าเธอตั้งใจชัดๆ!”

น้ำเสียงของแม่เย็นเยือกดุจน้ำแข็ง

ฉันพิงบานประตู ไม่มีเรี่ยวแรงจะส่ายหน้าแล้ว

ไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะ แม่

ปีนั้นฉันเพิ่งจะอายุสิบขวบ

เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ปรารถนาคำชมเชยจากพวกท่านเท่านั้น

ฉันเข้าใจดีว่าพวกท่านหวาดกลัวว่าจะสูญเสียพี่สาวไป

แต่ทำไม พวกท่านจึงต้องปฏิบัติต่อฉันราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตด้วย?

ฉันก็เป็นลูกสาวของพวกท่านเหมือนกัน...

มือของฉันตบลงบนบานประตูครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันอยากจะเตือนพวกเขาว่า ลืมปิดระบบทำความเย็น

“แม่คะ แต่ตอนนี้หนูโตแล้ว ย่อมไม่อ่อนแอขนาดนั้นมานานแล้ว จะเสียการควบคุมเพียงเพราะซุ่ยซุ่ยเก่งกาจกว่าหนูได้ยังไงกัน?”

น้ำเสียงของพี่สาวแฝงไว้ด้วยความร้อนใจอย่างแท้จริง

“หากว่าซินแสคนนั้นพูดเหลวไหลล่ะ? พวกท่านจะกักขังซุ่ยซุ่ยไว้เพียงเพราะเรื่องนี้ไม่ได้นะ…”

พ่อเอ่ยแทรกขึ้นมาในทันใด

“พอได้แล้ว อันอัน! พวกเรายอมให้แกเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้หรอก!”

พูดจบ เขาก็หันไปทางห้องแช่แข็ง

น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นพูดด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง

“ซุ่ยซุ่ย ที่พวกเราทำไปก็เพราะเห็นแก่ครอบครัวนี้ แกเองก็คงไม่ใจดำพอที่จะเห็นพี่สาวตัวเองกระโดดตึกเพราะแกหรอกใช่ไหม?”

“แกอยู่ในนั้นดีๆ รอให้พี่แกสอบเสร็จ ทุกอย่างก็จบแล้ว โอเคไหม?”

ฉันพูดไม่ออก

ไอเย็นไหลทะลักเข้าไปจนเต็มหลอดลมแล้ว

หน้าอกเจ็บปวดราวกับจะแช่แข็งจนปริแตก

ฉันใช้แรงทั้งหมดที่มี ทุบประตูอย่างแรงอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย

แม่พุ่งเข้ามา แล้วใช้เท้าถีบลงบนประตู

“สวี่ซุ่ย! แกมาอาละวาดใส่อารมณ์อะไร? ต้องให้ฉันสั่งสอนแกให้เข็ดใช่ไหม?”

พูดจบ ก็เปิดประตูห้องแช่แข็งออก

ในที่สุดประตูก็ปรากฏเป็นร่องแคบๆ สายหนึ่ง

แสงสว่างสายหนึ่งลอดผ่านเข้ามา

หัวใจของฉันกระตุกวูบขึ้นมาทันที…

รอดชีวิตแล้วเหรอ?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 10

    คืนวันนั้นพี่สาวฟุบลงบนเบาะรองนั่งแล้วหลับไปฉันก้าวเข้าไปในความฝันของเธอนั่นเป็นครั้งแรกหลังจากฉันตายไป ที่เธอได้เห็นฉันฉันสวมชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไสว เสมือนยามยังมีชีวิตอยู่พี่สาวนิ่งงันไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามา พลางสวมกอดฉันไว้แน่น“ซุ่ยซุ่ย…”เธอลูบใบหน้าฉัน คล้ายต้องการยืนยันว่าฉันมีตัวตนจริง“ซุ่ยซุ่ย เป็นเพราะพี่ปกป้องเธอได้ไม่ดีเอง ทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง พี่สามารถบอกให้พ่อแม่เปิดประตูออกได้แท้ๆ”“ซุ่ยซุ่ย เธอหนาวหรือเปล่า?”ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าให้เธอ“พี่คะ ฉันหายหนาวตั้งนานแล้ว พี่อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”เธอสวมกอดฉันและร้องไห้จนพูดไม่ออก“เป็นพี่ที่ไม่ดีเอง พี่รู้สึกผิดสังเกตตั้งนานแล้ว พี่ไม่ควรอ่อนแอแบบนั้นเลย ควรจะกล้าหาญกว่านี้อีกนิด แล้วยืนหยัดที่จะพังประตูออกให้ได้”ฉันกุมมือเธอไว้“พี่คะ พี่ทำได้ดีมากพอแล้วจริงๆ”“ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่วันเดียวที่ได้เกิดเป็นน้องสาวของพี่”“หากมีชาติหน้า พี่กลับมาเป็นพี่สาวของฉันอีกได้ไหม?”เธอกอดฉันไว้แน่นเหลือเกินในความ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 9

    เสิ่นเจาเป็นบ้าไปตั้งแต่วันนั้นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาประกาศออกมาแล้วหกร้อยเจ็ดสิบเก้าคะแนนเพียงพอจะเข้าเรียนสถาบันใดก็ได้ที่เขาปรารถนาแต่เขากลับฉีกใบแจ้งผลคะแนนทิ้งเดินทางมาหน้าประตูบ้านฉันทุกวัน เผชิญหน้ากับประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทบานนั้น แล้วเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ซุ่ยซุ่ย เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน”“เธออย่าก่อเรื่องอีกเลย ออกมาได้ไหม? พวกเรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน?”แม่ของเขาร้องไห้บอกเขาว่า ฉันสิ้นใจแล้วเสิ่นเจาคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดวันรุ่งขึ้นก็มาอีกคราวนี้เขาทรุดตัวลงหน้าประตู ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมา“ซุ่ยซุ่ย เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณน้ากับคุณอา เพื่อให้พวกเขาปล่อยเธอออกมานะ”“เธออย่ากลัวเลย”“ฉันจะโทรหาแล้ว ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้เลย”เขาแนบโทรศัพท์มือถือไว้ที่หู รออยู่เป็นเวลานานไม่มีใครรับสายเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นั่งอยู่หน้าประตูตลอดช่วงบ่ายภายหลังพ่อแม่ของเขาก็มารับตัวเขากลับไปเขาไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพักการเรียนไปเต็มๆ หนึ่งปีได้ยินว่าเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน คอยเปิ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 8

    อ่านไล่ลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ฉันกลับดีใจไม่ออกเลยสักนิด พี่สาวสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันกลัวการกลับบ้าน ไม่รู้ว่าพอแม่ถามขึ้นมาควรจะพูดยังไง ฉันกลัวเหลือเกินว่าท่านจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีก]ข้อความที่สอง[ฉันถูกขังเข้ามาข้างในตามคาด แม่ตบหน้าฉันไปหลายที เค้นถามฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องทำร้ายพี่สาว เสียใจจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิวมากเลย โชคดีที่พี่สาวซ่อนช็อกโกแลตไว้ในตุ๊กตาหมี กินของหวานสักหน่อย ในใจก็คงจะไม่ขมขื่นขนาดนั้นแล้วใช่ไหม?]ข้อความที่สาม[วันแรกของการเปิดเรียน อาจารย์ให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า คราวที่แล้วที่เป็นตัวแทนวิชา พอแม่รู้เรื่องเข้า ก็ไม่พูดกับฉันสักคำตั้งสามวัน ฉันเก่งกาจกว่าพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันว่าง่ายขนาดนั้นแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่รักฉันเลยสักนิด เหมือนอย่างที่รักพี่สาวได้บ้าง?]ข้อความที่สี่[พี่สาวสอบได้อันดับสามของสายชั้น ฉันสอบได้อันดับหนึ่งของสายชั้น อาจารย์ต่างก็ชมพวกเรา แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้าน พ่อสั่งให้ฉั

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 7

    เรื่องของฉันทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นในเวลาอันสั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รุดมาถึงพร้อมขึงสายกั้นเขตขึ้นภายในบ้านร่างของฉันถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชชันสูตรศพของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วนยามที่รายงานการชันสูตรฉบับนั้นถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาจ้องมองตัวอักษรบนนั้น อ่านวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ[ผู้เสียชีวิตสวี่ซุ่ย เสียชีวิตเนื่องจากภาวะถูกความเย็นจัดทำลายร่างกาย เวลาเสียชีวิตโดยประมาณคือห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน...คือวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”น้ำเสียงของพ่อแผ่วเบาอย่างยิ่งเขามองตัวหนังสือแถวนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ในสมองปรากฏภาพเหตุการณ์ของวันนั้นขึ้นมาจากนั้น ไหล่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้น เธอคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึม อ้อนวอนให้ฉันคืนบัตรเข้าสอบให้เธอ”“ฉันเอง เป็นฉันที่ใช้เท้าถีบเธอเข้าไป ให้เธอทบทวนตัวเองอยู่ในนั้นให้ดี”เวลานี้ แม่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญอันโศกเศร้าและสิ้นหวังออกมา“เธอทุบประตูแล้ว! ร้องบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเธอเสแสร้ง! ทั้งที่ได้ยินชัดๆ แต่กลับคิดว่าแกล้งทำ!”ทันใดนั้นเธอก็กระชา

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 6

    ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกจนสุดแล้วร่างของฉันยืนแข็งทื่ออยู่ ณ ที่เดิม ในสภาพโน้มตัวลงครึ่งหนึ่งใบหน้าซีกหนึ่งเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ขณะที่อีกซีกหน้าปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งละเอียดหนาแน่นมีเพียงมือขวาที่ยังคงค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่หมดแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นในทันทีเธอพยายามอยู่หลายครั้งก็ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ในที่สุดจึงคลานเข้ามาพลางคุกเข่าอยู่บนน้ำเย็นจัดที่ซึมออกมา คลานเข้าหาร่างไร้วิญญาณของฉันทีละนิดเธอยื่นมือออกไปหมายจะกุมมือฉันทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัส กลับเป็นผิวเนื้อที่เย็นจัดจนแข็งทื่อ“ซุ่ยซุ่ย...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้...”แม่พึมพำออกมา น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบฟังไม่เป็นคำ“แม่ไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นเลยแท้ๆ...ซุ่ยซุ่ย ซุ่ยซุ่ยของแม่...”ในตอนนั้นเองสายตาของเธอค่อยๆ เคลื่อนไปมองแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังลบสามสิบองศาเซลเซียสตัวเลขนั้นแดงฉานราวกับเลือดลำคอของเธอจุกแน่นราวกับมีสำลีอัดอยู่ ไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีกเลยได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น พลางสั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับตะแกรงร่อนแกลบพ่อพุ่งเข้ามาหาฉันราวกับคนคลุ้มคลั่งเขาอยากจะอุ้มฉัน

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 5

    “กุญแจซ่อนอยู่ตรงไหนก็บอกเธอไปตั้งนานแล้ว! เธอไม่ยอมออกมา ก็คือตั้งใจจะดื้อแพ่งกับพวกเราให้ถึงที่สุด”เธอฉุดพี่สาวให้ออกห่างจากหน้ามือจับประตูพี่สาวร้องไห้จนเสียงหลง“แม่คะ ซุ่ยซุ่ยยังอยู่ข้างในนะคะ! พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะว่า จะกลับมารับเธอไปไหว้พระขอพร…”แต่แม่กลับไม่สนใจการขัดขืนของพี่สาว พร้อมลากพี่สาวเดินออกไปข้างนอกทันที“ในเมื่อเธอชอบหมกตัวอยู่ข้างใน ก็ปล่อยให้เธอหมกตัวให้สมใจ ดูซิว่าแกจะพยศไปได้ถึงเมื่อไหร่! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่นแกร๊กทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัดฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งนานแล้วแม่คะทั้งที่แม่เข้าใกล้ความจริงแล้วแท้ๆเพียงแค่มีประตูบานหนึ่งกั้นไว้ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะได้เห็นฉันแล้ว…พ่อกับแม่พาพี่สาวออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปวัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่สาวผ่านพ้นอายุสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปบูชาอธิษฐานให้พี่สาวสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่งพี่สาวเองก็กราบไหว้ด้วยความศรัทธาเช่นกันแต่เธอทำเพื่อขอยันต์คุ้มภัยให้ฉันฉั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status