مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: กำลังดี
ในจังหวะนั้นเอง

สายโทรศัพท์ของพ่อก็โทรเข้ามาพอดี

“ทำไมยังไม่กลับมาอีก อันอันรอดื่มน้ำอยู่นะ”

แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายมือออกจากลูกบิด

“ไว้สอบเสร็จค่อยว่ากันเถอะ” เธอหันหลังเดินจากไป

หลังบานประตู ร่างไร้วิญญาณของฉันพิงอยู่กับบานประตู มือยังคงค้างอยู่ในท่วงท่าทุบประตู

ฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า

เฝ้ามองแผ่นหลังของเธอด้วยความสิ้นหวัง

แม่คะ ทั้งที่ห่างกันแค่ระยะหมุนตัวกลับแท้ๆ

แม่ก็จะได้พบร่างไร้วิญญาณของฉันแล้ว

ในคืนวันนั้น

พี่สาวรู้ว่าฉันยังถูกขังอยู่ ก็รีบใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความหาฉันทันที

[ซุ่ยซุ่ย แม่บอกว่าลูกกุญแจซ่อนอยู่ใต้พรมเช็ดเท้าหน้าประตู เธอรีบเปิดประตูออกมาหาอะไรกินเร็ว!]

[พี่เก็บอาหารให้เธอไว้ในห้องครัวนะ เธอกระเพาะไม่ค่อยดี อย่าลืมอุ่นให้ร้อนก่อนแล้วค่อยกินล่ะ!]

พี่สาวจำได้เสมอมา

ฉันเป็นโรคกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง

หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ฉันถูกขังไว้ในห้องแช่แข็ง

ล้วนเป็นเธอที่คิดหาทางส่งของกินมาให้ฉัน

ด้วยเหตุนี้ เธอถึงได้วางตุ๊กตาหมีไว้ในห้องแช่แข็งตัวหนึ่งเป็นพิเศษ

ในท้องกลมป่องของเจ้าหมีน้อย แอบซ่อนของกินบางส่วนไว้ให้ฉัน

ฉันที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า พลางทอดสายตามองไปยังเจ้าหมีน้อยตัวนั้น

ภายในท้องของตุ๊กตาหมีปูดนูนออกมา

เป็นพี่สาวที่นำของกินมาใส่ไว้ให้ฉันล่วงหน้าอีกแล้ว

แต่ว่าน่าเสียดายมากเลยนะ พี่สาว

ฉันไม่อาจได้กินมันอีกแล้ว

เช้าวันถัดมา

พี่สาวตื่นขึ้นมาก็รีบเช็กโทรศัพท์มือถือทันที

พบว่าฉันยังไม่ตอบข้อความ

เธอจึงรีบร้อนไปหาแม่ทันที

“หนูส่งข้อความหาซุ่ยซุ่ย บอกตำแหน่งลูกกุญแจกับเธอ แต่เธอไม่ตอบกลับมาเลย จะเป็นเพราะไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวไปรึเปล่าคะ?”

“แม่คะ แม่มีกล้องวงจรปิดของห้องแช่แข็งไม่ใช่เหรอคะ? ขอร้องแม่ล่ะค่ะ ให้หนูได้เห็นหน้าซุ่ยซุ่ยสักแวบเดียวได้ไหมคะ?”

แม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เด็กนั่นเจ้าเล่ห์จะตายไป จะต้องจงใจทำแน่ๆ ก็แค่อยากทำให้แกร้อนใจเท่านั้นแหละ!”

แต่เธอก็ยังคงล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา

แอปกล้องวงจรปิดถูกเปิดขึ้น

ภาพเรียลไทม์ภายในห้องแช่แข็งปรากฏขึ้น

ในภาพ

ฉันหันหลังให้กล้อง

พี่สาวรีบขยับเข้ามาใกล้

“ซุ่ยซุ่ย! กุญแจซ่อนอยู่ใต้พรมหน้าประตูนะ ในห้องครัวมีอาหารอยู่ เธออุ่นกินเองสักนิดนะ อย่าปล่อยให้ท้องหิวเด็ดขาด!”

ฉันไม่ได้ส่งเสียงตอบรับเธอแต่อย่างใด

แม่ขมวดคิ้วนิดหนึ่ง

“ถ้าแกคิดได้แล้ว ก็ออกมาหาอะไรกินเองซะ อย่าทำให้พี่สาวแกต้องเป็นห่วงเลย”

แต่ฉันยังคงหันหลังให้กล้อง นิ่งสนิทไม่ไหวติง

พี่สาวเริ่มตื่นตระหนกแล้ว

เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอ

“ซุ่ยซุ่ย เธอไม่สบายหรือเปล่า? หันกลับมาให้พี่ดูหน่อยได้ไหม?”

แม่หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยเช่นกัน

เธอรีบขยายภาพจากกล้องวงจรปิดให้ใหญ่ขึ้นทันที

ภายใต้แสงไฟสลัว

ฉันนอนขดตัวอยู่ที่มุมห้อง

ท่าทางเหมือนกุ้งที่ถูกแช่แข็งตัวหนึ่ง

แม่จ้องมองอยู่สองวินาที

จากนั้น…

ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แถมยังแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันออกมาคำหนึ่ง “แกล้งทำอีกแล้วงั้นรึ?”

ตอนเด็กๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเธอ ฉันจึงทำเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง

เธอคิดว่าฉันกำลังใช้ลูกไม้เดิมอีกครั้ง

“สวี่ซุ่ย กุญแจซ่อนอยู่ตรงไหนก็บอกแกไปหมดแล้ว ถ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็รีบออกมาเสียที! อย่ามารบกวนการสอบของพี่แก!”

พอพูดจบแม่ก็ล็อคหน้าจอ แล้วโยนโทรศัพท์ไว้ข้างตัว

ฉันยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 10

    คืนวันนั้นพี่สาวฟุบลงบนเบาะรองนั่งแล้วหลับไปฉันก้าวเข้าไปในความฝันของเธอนั่นเป็นครั้งแรกหลังจากฉันตายไป ที่เธอได้เห็นฉันฉันสวมชุดนักเรียนสะอาดสะอ้านหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างไสว เสมือนยามยังมีชีวิตอยู่พี่สาวนิ่งงันไปจากนั้นเธอก็โผเข้ามา พลางสวมกอดฉันไว้แน่น“ซุ่ยซุ่ย…”เธอลูบใบหน้าฉัน คล้ายต้องการยืนยันว่าฉันมีตัวตนจริง“ซุ่ยซุ่ย เป็นเพราะพี่ปกป้องเธอได้ไม่ดีเอง ทั้งที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง พี่สามารถบอกให้พ่อแม่เปิดประตูออกได้แท้ๆ”“ซุ่ยซุ่ย เธอหนาวหรือเปล่า?”ฉันยิ้มพลางส่ายหน้าให้เธอ“พี่คะ ฉันหายหนาวตั้งนานแล้ว พี่อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”เธอสวมกอดฉันและร้องไห้จนพูดไม่ออก“เป็นพี่ที่ไม่ดีเอง พี่รู้สึกผิดสังเกตตั้งนานแล้ว พี่ไม่ควรอ่อนแอแบบนั้นเลย ควรจะกล้าหาญกว่านี้อีกนิด แล้วยืนหยัดที่จะพังประตูออกให้ได้”ฉันกุมมือเธอไว้“พี่คะ พี่ทำได้ดีมากพอแล้วจริงๆ”“ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่วันเดียวที่ได้เกิดเป็นน้องสาวของพี่”“หากมีชาติหน้า พี่กลับมาเป็นพี่สาวของฉันอีกได้ไหม?”เธอกอดฉันไว้แน่นเหลือเกินในความ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 9

    เสิ่นเจาเป็นบ้าไปตั้งแต่วันนั้นคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาประกาศออกมาแล้วหกร้อยเจ็ดสิบเก้าคะแนนเพียงพอจะเข้าเรียนสถาบันใดก็ได้ที่เขาปรารถนาแต่เขากลับฉีกใบแจ้งผลคะแนนทิ้งเดินทางมาหน้าประตูบ้านฉันทุกวัน เผชิญหน้ากับประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทบานนั้น แล้วเคาะประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ซุ่ยซุ่ย เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน”“เธออย่าก่อเรื่องอีกเลย ออกมาได้ไหม? พวกเรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน?”แม่ของเขาร้องไห้บอกเขาว่า ฉันสิ้นใจแล้วเสิ่นเจาคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดวันรุ่งขึ้นก็มาอีกคราวนี้เขาทรุดตัวลงหน้าประตู ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมา“ซุ่ยซุ่ย เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณน้ากับคุณอา เพื่อให้พวกเขาปล่อยเธอออกมานะ”“เธออย่ากลัวเลย”“ฉันจะโทรหาแล้ว ฉันจะโทรเดี๋ยวนี้เลย”เขาแนบโทรศัพท์มือถือไว้ที่หู รออยู่เป็นเวลานานไม่มีใครรับสายเขากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น นั่งอยู่หน้าประตูตลอดช่วงบ่ายภายหลังพ่อแม่ของเขาก็มารับตัวเขากลับไปเขาไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพักการเรียนไปเต็มๆ หนึ่งปีได้ยินว่าเขาเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน คอยเปิ

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 8

    อ่านไล่ลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ฉันกลับดีใจไม่ออกเลยสักนิด พี่สาวสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันกลัวการกลับบ้าน ไม่รู้ว่าพอแม่ถามขึ้นมาควรจะพูดยังไง ฉันกลัวเหลือเกินว่าท่านจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีก]ข้อความที่สอง[ฉันถูกขังเข้ามาข้างในตามคาด แม่ตบหน้าฉันไปหลายที เค้นถามฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องทำร้ายพี่สาว เสียใจจัง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิวมากเลย โชคดีที่พี่สาวซ่อนช็อกโกแลตไว้ในตุ๊กตาหมี กินของหวานสักหน่อย ในใจก็คงจะไม่ขมขื่นขนาดนั้นแล้วใช่ไหม?]ข้อความที่สาม[วันแรกของการเปิดเรียน อาจารย์ให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า คราวที่แล้วที่เป็นตัวแทนวิชา พอแม่รู้เรื่องเข้า ก็ไม่พูดกับฉันสักคำตั้งสามวัน ฉันเก่งกาจกว่าพี่สาวไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันว่าง่ายขนาดนั้นแล้ว ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่รักฉันเลยสักนิด เหมือนอย่างที่รักพี่สาวได้บ้าง?]ข้อความที่สี่[พี่สาวสอบได้อันดับสามของสายชั้น ฉันสอบได้อันดับหนึ่งของสายชั้น อาจารย์ต่างก็ชมพวกเรา แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน นั่งอยู่หน้าประตูโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้าน พ่อสั่งให้ฉั

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 7

    เรื่องของฉันทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นในเวลาอันสั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รุดมาถึงพร้อมขึงสายกั้นเขตขึ้นภายในบ้านร่างของฉันถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชชันสูตรศพของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วนยามที่รายงานการชันสูตรฉบับนั้นถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาจ้องมองตัวอักษรบนนั้น อ่านวนไปวนมาหลายต่อหลายรอบ[ผู้เสียชีวิตสวี่ซุ่ย เสียชีวิตเนื่องจากภาวะถูกความเย็นจัดทำลายร่างกาย เวลาเสียชีวิตโดยประมาณคือห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน...คือวันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”น้ำเสียงของพ่อแผ่วเบาอย่างยิ่งเขามองตัวหนังสือแถวนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย ในสมองปรากฏภาพเหตุการณ์ของวันนั้นขึ้นมาจากนั้น ไหล่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้น เธอคุกเข่าลงอ้อนวอนฉัน หน้าผากโขกพื้นจนเลือดซึม อ้อนวอนให้ฉันคืนบัตรเข้าสอบให้เธอ”“ฉันเอง เป็นฉันที่ใช้เท้าถีบเธอเข้าไป ให้เธอทบทวนตัวเองอยู่ในนั้นให้ดี”เวลานี้ แม่ซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญอันโศกเศร้าและสิ้นหวังออกมา“เธอทุบประตูแล้ว! ร้องบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเธอเสแสร้ง! ทั้งที่ได้ยินชัดๆ แต่กลับคิดว่าแกล้งทำ!”ทันใดนั้นเธอก็กระชา

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 6

    ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกจนสุดแล้วร่างของฉันยืนแข็งทื่ออยู่ ณ ที่เดิม ในสภาพโน้มตัวลงครึ่งหนึ่งใบหน้าซีกหนึ่งเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ขณะที่อีกซีกหน้าปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งละเอียดหนาแน่นมีเพียงมือขวาที่ยังคงค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่หมดแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นในทันทีเธอพยายามอยู่หลายครั้งก็ลุกขึ้นยืนไม่ได้ ในที่สุดจึงคลานเข้ามาพลางคุกเข่าอยู่บนน้ำเย็นจัดที่ซึมออกมา คลานเข้าหาร่างไร้วิญญาณของฉันทีละนิดเธอยื่นมือออกไปหมายจะกุมมือฉันทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัส กลับเป็นผิวเนื้อที่เย็นจัดจนแข็งทื่อ“ซุ่ยซุ่ย...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้...”แม่พึมพำออกมา น้ำเสียงสั่นเทาจนแทบฟังไม่เป็นคำ“แม่ไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นเลยแท้ๆ...ซุ่ยซุ่ย ซุ่ยซุ่ยของแม่...”ในตอนนั้นเองสายตาของเธอค่อยๆ เคลื่อนไปมองแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังลบสามสิบองศาเซลเซียสตัวเลขนั้นแดงฉานราวกับเลือดลำคอของเธอจุกแน่นราวกับมีสำลีอัดอยู่ ไม่อาจส่งเสียงใดๆ ออกมาได้อีกเลยได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น พลางสั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับตะแกรงร่อนแกลบพ่อพุ่งเข้ามาหาฉันราวกับคนคลุ้มคลั่งเขาอยากจะอุ้มฉัน

  • กว่าจะรักฉัน ก็สายเกินไป   บทที่ 5

    “กุญแจซ่อนอยู่ตรงไหนก็บอกเธอไปตั้งนานแล้ว! เธอไม่ยอมออกมา ก็คือตั้งใจจะดื้อแพ่งกับพวกเราให้ถึงที่สุด”เธอฉุดพี่สาวให้ออกห่างจากหน้ามือจับประตูพี่สาวร้องไห้จนเสียงหลง“แม่คะ ซุ่ยซุ่ยยังอยู่ข้างในนะคะ! พวกเราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอคะว่า จะกลับมารับเธอไปไหว้พระขอพร…”แต่แม่กลับไม่สนใจการขัดขืนของพี่สาว พร้อมลากพี่สาวเดินออกไปข้างนอกทันที“ในเมื่อเธอชอบหมกตัวอยู่ข้างใน ก็ปล่อยให้เธอหมกตัวให้สมใจ ดูซิว่าแกจะพยศไปได้ถึงเมื่อไหร่! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่นแกร๊กทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงัดฉันล่องลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งนานแล้วแม่คะทั้งที่แม่เข้าใกล้ความจริงแล้วแท้ๆเพียงแค่มีประตูบานหนึ่งกั้นไว้ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะได้เห็นฉันแล้ว…พ่อกับแม่พาพี่สาวออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปวัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่สาวผ่านพ้นอายุสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปบูชาอธิษฐานให้พี่สาวสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่งพี่สาวเองก็กราบไหว้ด้วยความศรัทธาเช่นกันแต่เธอทำเพื่อขอยันต์คุ้มภัยให้ฉันฉั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status