All Chapters of ปลายทางไม่อาจหวนคืน: Chapter 1 - Chapter 9

9 Chapters

บทที่ 1

วินาทีที่ข้อความยืนยันการจองตั๋วเที่ยวบินแจ้งเตือนเข้ามา ซูหว่านหยินก็วิดีโอคอลมาในจังหวะนั้นพอดีบนหน้าจอปรากฏภาพของเธอที่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องพักโรงแรมเธอยิ้มพลางเอ่ยเรียกผม “ที่รัก ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะคะ?”ถ้าหากว่าผมไม่ได้เพิ่งเห็นโพสต์กว่าหกร้อยโพสต์นั่น ป่านนี้ผมน่าจะใจอ่อนกับคำเรียกแสนหวานของเธอไปแล้วผมไม่ได้ตอบออกไปในทันทีซูหว่านหยินเอาอกเอาใจผมอย่างทุกครั้ง “คิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ?โปรเจกต์ทางนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว อย่างมากก็อีกประมาณสามวันเดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ เดี๋ยวซื้อของฝากไปให้นะคะ”ผมถามเธอกลับ “เธออยู่โรงแรมคนเดียวเหรอ?”สีหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย กลับกันยังคลี่ยิ้มกว้างตอบกลับมาเสียอีก “ก็ต้องคนเดียวสิ ฉันเคยรับปากนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเวลาออกมาทำงานนอกสถานที่จะไม่เพ่นพ่านไปไหนมาไหนมั่ว ๆ น่ะ?”ทันทีที่สิ้นเสียงของเธอเสียงหัวเราะของผู้ชายก็ดังมาจากปลายสายรอยยิ้มบนใบหน้าของซูหว่านหยินนิ่งค้างไปวูบหนึ่งวินาทีถัดมา เธอก็เบนกล้องไปทางอื่น แสร้งเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า “เพื่อนร่วมงานประชุมอยู่ห้องข้าง ๆ น่ะ เสียงดังชะมัดเลยไว้อีกสักพักฉันค่อยโทรไปหานายใหม่น
Read more

บทที่ 2

ผมเรียกรถไปยังโรงแรมริมทะเลแห่งนั้น ตามพิกัดตำแหน่งที่เธอปักไว้หน้าโพสต์หลังขึ้นรถ ผมก็ได้รับแจ้งเตือนว่ามีรายการหักเงินจากบัญชีกองกลางที่เราใช้ร่วมกันซูหว่านหยินรูดเงินในบัตรไปหกหลักชื่อร้านค้าที่ระบุในรายการนั้นคือร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่งและในเวลาเดียวกันนั้น เธอก็ลงโพสต์อีกครั้งภาพของผู้ชายคนนั้นที่ยื่นข้อมือออกมา เผยให้เห็นนาฬิกาประดับเพชรที่สวมอยู่บนข้อมือ คำบรรยายใต้ภาพคือ “ถึงเป็นผู้ชาย ก็มีคนตามใจจนกลายเป็นเจ้าชายได้เหมือนกัน”ผมก้มหน้าลงมองข้อมือของตัวเองบนข้อมือมีรอยแผลเป็นจาง ๆ อยู่หนึ่งรอยฤดูหนาวเมื่อปีที่แล้ว เพราะซูหว่านหยินปวดกระเพาะหนักผมเลยลุกขึ้นมาต้มโจ๊กให้เธอกินตอนกลางดึก แต่เพราะไม่ทันระวังเลยเผลอถูกขอบหม้อลวกเข้าเธอในตอนนั้นเป็นห่วงผมมาก ประคองมือผมไว้แล้วเป่าให้อยู่พักใหญ่ ๆ เธอบอกว่า “ที่รัก หลังจากนี้ฉันจะเป็นคนทำเรื่องพวกนี้ให้เองนะ”ต่อมาเธอก็เรียนรู้วิธีต้มโจ๊กจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่เพื่อผมในโพสต์ของเธอมีภาพที่ผู้ชายคนนั้นล้มป่วย และเธอก็นั่งป้อนโจ๊กให้เขาอยู่ข้างเตียงผมเข้าใจมาตลอดว่าความอ่อนโยนที่เธอเคยมีมันหายตายไปจากโลกนี้แล้ว
Read more

บทที่ 3

ในขณะที่บรรดาเพื่อนสาวของซูหว่านหยินพากันรุมต่อว่าผมคนละประโยคสองประโยค ซูหว่านหยินก็กำลังปลอบโยนผู้ชายคนนั้นด้วยเสียงแผ่วเบาร่างกายของผมเย็นเยียบ ความอับอายครั้งใหญ่ที่ได้รับแทบจะกลืนกินผมจนหมดสิ้น ในวินาทีที่ผมใกล้จะทนต่อไปไม่ไหว ในที่สุดซูหว่านหยินก็ปล่อยมือจากเขา แล้วเดินมาหาผมเธอกดเสียงต่ำ “ที่รัก รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”ผมช้อนสายตาขึ้นมองเธอ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย“หมายความว่าเธอไม่คิดจะถามว่าฉันมาที่นี่ทำไม แค่อยากรู้ว่ามาได้ยังไงแค่นั้นสินะ?”คิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อย ก่อนยื่นมือมาดึงผม“อย่ามาก่อเรื่องที่นี่ ไปคุยกันข้างนอก”ผมสะบัดมือของเธอออกอย่างไม่ไยดี“ฉันก่อเรื่องอะไร?”“ซูหว่านหยิน เธอปิดบังเรื่องของฉันมาถึงเจ็ดปี แล้วก็ปิดบังเรื่องของเขามาสามปี วันนี้ฉันแค่อยากได้ยินเธออธิบายต่อหน้าทุกคนสักครั้ง”“ฉันเป็นอะไรในชีวิตเธอกันแน่?”สีหน้าของซูหว่านหยินค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาเมื่อก่อนสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการเห็นผมร้องไห้เวลาที่โรคกระเพาะผมกำเริบ เธอยอมขับรถตระเวนไปเกือบครึ่งเมืองกลางดึกเพื่อซื้อยาให้ผมเวลาที่ผมปวดท้อง เธอจะกอดถุงน้ำร้อนไว้ในอ้อ
Read more

บทที่ 4

ผมยืนอยู่บนถนนใหญ่ และในตอนนั้นเองโทรศัพท์ก็สั่นครืดไม่หยุดเป็นข้อความจากพ่อพ่อทักมาว่า “ลูกพ่อ หว่านหยินจะกลับมาตอนไหน วันนี้แม่เขาเริ่มบ่นเรื่องงานแต่งงานของพวกลูกอีกแล้ว”ผมจ้องมองข้อความนั้น ขอบตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาผมโกหกคนในครอบครัวตัวเองเพื่อซูหว่านหยินมานานมากพอแล้วโกหกโดยการบอกว่าเธอยุ่ง บอกว่าเธอรักผม บอกว่าเธอแค่ไม่ชอบเปิดเผยเรื่องส่วนตัวโกหกไปโกหกมา จนท้ายที่สุดก็เกือบหลอกตัวเองให้เชื่อแบบนั้นจริง ๆ ผมโทรออกหาผู้เป็นแม่น้ำเสียงอ่อนโยนของแม่ดังลอดปลายสายมา “เป็นยังไงบ้างลูกแม่ ได้ฤกษ์แต่งงานของลูกกับหว่านหยินหรือยัง จะพาเธอเข้ามาที่บ้านเมื่อไหร่”“แม่ พวกเราเลิกกันแล้วครับ”คนปลายสายเงียบไปพักใหญ่มันนานจนผมคิดว่าแม่คงจะตำหนิที่ผมตัดสินใจหุนหันพลันแล่นเกินไป แล้วก็เกลี้ยกล่อมให้ผมลองให้โอกาสซูหว่านหยินอีกสักครั้งแต่แม่กลับเพียงถอนหายใจเบา ๆ“โดนทำร้ายมาสินะ?”เพียงประโยคสั้น ๆ ก็แทบจะทำให้ความเข้มแข็งที่ผมพยายามฝืนประคองมาตลอดพังทลายลงเสียงของแม่เองก็เริ่มสั่นเครือ“งั้นก็กลับบ้านเรานะลูก”“แม่รอลูกอยู่ที่บ้านนะ”น้ำตาที่ฝืนกลั้นเอาไว้แทบตายไหลพรั่งพ
Read more

บทที่ 5

ตอนที่เครื่องบินลงจอด เม็ดฝนเล็ก ๆ กำลังโปรยปรายลงมาเบา ๆ ทันทีที่กดเปิดโทรศัพท์ แจ้งเตือนข้อความต่างก็พรั่งพรูเข้ามาจนโทรศัพท์แทบค้างซูหว่านหยินโทรเข้ามาสามสิบกว่าสาย ในตอนแรกเธอส่งข้อความมาเกลี้ยกล่อมให้ยอมโอนอ่อน และนานเข้าก็เปลี่ยนเป็นคาดคั้นอย่างร้อนรน“ที่รัก นายไปไหนน่ะ?”“หยุดก่อเรื่องได้แล้ว ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะแต่งงานกับนายน่ะ”“ที่นายลบโพสต์ออกทั้งหมดมันหมายความว่าไง?”และข้อความล่าสุดถูกส่งมาเมื่อประมาณตีสี่“ที่รัก ฉันผิดไปแล้ว รับโทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ?”ผมจ้องมองคำว่า “ผิดไปแล้ว” จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามันเสียดสีดีเหมือนกันเธอไม่ได้รู้ตัวว่าผิดในวันที่ผมถูกเพื่อนของเธอเหยียดหยามไม่ได้รู้ตัวว่าผิดตอนที่บอกว่าจะแต่งงานกับผม แต่กลับเลือกจัดงานแต่งกับหลินอี้โจวแล้วก็ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดที่ผมจับได้ว่าเธอหักหลังกันมาสามปีเต็มเธอก็แค่เห็นว่าผมเดินออกจากชีวิตเธอจริง ๆ ถึงได้กระวนกระวายพ่อกับแม่มารอรับผมอยู่ที่ทางออกผู้โดยสารขาเข้า วินาทีที่แม่เห็นผม ขอบตาของท่านก็พลันแดงก่ำ ท่านดึงผมเข้าไปกอดโดยไม่ได้ถามอะไรสักคำเมื่อได้กลิ่นน้ำยาซักผ้าที่คุ้นเคยจากตัวแม่ น
Read more

บทที่ 6

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวายที่ชั้นล่างแม่ผมกำลังพูดกับใครบางคนอยู่ที่นอกประตู น้ำเสียงของท่านแผ่วต่ำแต่กลับแข็งกระด้างอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก “เขาไม่อยากเจอเธอ เธอกลับไปเถอะ”หัวใจผมพลันกระตุกวูบ คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปที่หน้าต่างซูหว่านหยินยืนอยู่ชั้นล่าง เธอยังคงสวมชุดกระโปรงตัวเดิมที่ตอนนี้ยับยู่ยี่จนแทบดูไม่ได้เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม ดวงตาก็เป็นประกายราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้“ที่รัก ลงมาหาฉันหน่อยสิคะ”ผมไม่ได้ขยับไปไหนเธอเงยหน้าขึ้นมองผม เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ฉันรีบนั่งเครื่องเที่ยวแรกกลับมาเลย ขนาดกระเป๋าก็ยังไม่ได้เอาติดมาด้วย เฉิงเยี่ยน ฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆ อย่าทิ้งกันไปเลยนะ”เมื่อก่อนผมทนเห็นเธอเป็นแบบนี้ไม่ได้แค่เธอเรียกผมว่าที่รักพร้อมกับดวงตาแดงก่ำคู่นั้น ผมก็ใจอ่อนทุกครั้ง คิดว่ากว่าจะคบกันมาได้ถึงเจ็ดปีมันไม่ง่ายและลืมความเจ็บปวดที่ตัวเองเคยได้รับไปจนหมดแต่ตอนนี้เวลาที่มองเธอ ผมกลับรู้สึกเหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า เพื่อนบ้านคนอื่น ๆ เริ่มทยอยออกมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ไม่อยากให้ผมต้องอับอายต่อหน้าคนอื่นจึงหมุนต
Read more

บทที่ 7

ซูหว่านหยินไม่ได้กลับไปในทันทีเธอยืนอยู่ที่ชั้นล่างจนถึงตอนเที่ยง แล้วหลังจากนั้นก็ส่งข้อความมากมายมาหาจากที่หน้าบ้าน เธอบอกว่าเธอลบช่องทางการติดต่อของหลินอี้โจวออกหมดแล้วเธอบอกว่าจะเปิดตัวว่าคบกับผม ชดใช้ในสิ่งที่เธอติดค้างมาตลอดหลายปีให้เธอบอกว่าขอแค่ผมยอมให้อภัย เธอจะยอมคุกเข่าขอร้องเพื่อนและญาติของผมทุกคนผมไม่ได้ตอบกลับแม้แต่ข้อความเดียวช่วงบ่าย หลินเจาโทรเข้ามาหาผมอีกครั้งครั้งนี้ น้ำเสียงของเพื่อนสนิทไม่ได้มั่นอกมั่นใจเหมือนอย่างเมื่อวาน กลับกันยังฟังดูเหนื่อยล้าอยู่ในที“อาเยี่ยน นายจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”ผมนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ในมือกุมแก้วน้ำอุ่นที่แม่ยื่นให้พลางถามเขาอย่างสงบนิ่ง “ฉันทำอะไร?”“หว่านหยินบินกลับประเทศข้ามวันข้ามคืนเพราะนาย ตอนนี้อี้โจวก็ร้องไห้จนแทบจะเป็นบ้าไปแล้ว หมอนั่นเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน เขาไม่รู้ว่านายกับหว่านหยินคบกันอยู่”“แล้วไง?”ปลายสายเงียบไปชั่วขณะผมพูดต่อ “เพราะงั้นฉันควรจะปลอบเขา อวยพรเขา แล้วยอมยกซูหว่านหยินให้เขาง่าย ๆ แบบนั้นสินะ?”เสียงของหลินเจาแผ่วลง “ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ฉันแค่รู้สึกว่าเรื่องมันม
Read more

บทที่ 8

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมจัดการลงโพสต์หนึ่งบนบัญชีของตัวเองตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมระบุชื่อเต็ม ๆ ของซูหว่านหยินผมไม่ได้ตัดพ้อ ไม่ได้ด่าทอ แค่เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดลงไปตั้งแต่สารภาพรักที่มหาวิทยาลัย คบหากันเจ็ดปี ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เปิดบัญชีกองกลางด้วยกัน พาไปเจอพ่อแม่ผม และคำสัญญาว่าจะแต่งงานกันรวมถึงความสัมพันธ์ที่เธอเริ่มคบหากับหลินอี้โจวตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน เปิดตัวเขาบนโลกออนไลน์ พาเขาไปเจอเพื่อนและแม่ของเธอ แต่กลับอ้างมาตลอดว่าต้องไปทำงานต่างเมือง ยุ่งอยู่หรือแม้แต่รอโอกาสเหมาะ ๆ ก่อนสุดท้าย ผมแนบคลิปคืนวันนั้นที่โรงแรมลงไปด้วยในคลิปนั่น ซูหว่านหยินเป็นคนพูดออกมาเองว่า “ฉันจะแต่งงานกับนาย แต่จะจัดงานแต่งให้เขาด้วย”หลังลงโพสต์เสร็จ ผมก็ปิดเครื่องโทรศัพท์แล้วออกไปจ่ายตลาดกับแม่แม่จับมือผมไว้ตลอดทาง เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่กลัวว่าผมจะเดินหลงหายไปแม่ไม่ได้ถามอะไรเลย ท่านแค่ซื้อเกาลัดคั่วถุงเล็ก ๆ และยัดมันใส่มือผมในตอนที่เราเดินผ่านร้านเกาลัดคั่ว“ตอนเด็ก ๆ เวลาลูกอารมณ์ไม่ดี กินอันนี้แล้วจะดีขึ้น”ผมแกะเกาลัดคั่วหนึ่งเม็ด ไอร้อนจากมันทำเอาปลายนิ้วรู้ส
Read more

บทที่ 9

หนึ่งเดือนต่อมา เงินในบัญชีกองกลางที่ค้างกันอยู่ก็ถูกสะสางจนเรียบร้อยซูหว่านหยินคืนเงินครึ่งหนึ่งในส่วนของผมมา ส่วนที่เกินจากนั้นเธอบอกว่าเป็นค่าชดเชยผมโอนเงินส่วนนั้นคืนไปผมไม่ต้องการให้เธอชดเชยอะไรให้การชดเชยหมายความว่าสามารถใช้ตัวเลขประเมินค่าได้ แต่เวลาเจ็ดปีที่ผมเสียไปไม่อาจใช้ตัวเลขมาประเมินค่าได้หลังจากนั้น หลินเจาก็เคยมาหาผมอีกครั้งเขายืนอยู่ที่ชั้นล่างบ้านผม ในมือถือเค้กที่ผมเคยชอบที่สุด พร้อมกับดวงตาบวมช้ำเขาบอกว่า “อาเยี่ยน ฉันผิดไปแล้ว”วันนั้นลมแรงมาก แต่เมื่อผมได้เห็นเขาจู่ ๆ ก็พลันนึกย้อนไปถึงฤดูร้อนช่วงมัธยมปลายตอนนั้นเราสองคนยืนเบียดกินไอศกรีมแท่งเดียวกันอยู่หน้าร้านขายของ หัวเราะและให้สัญญากันว่าถ้าใครแต่งงาน อีกคนจะต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ความจริงใจในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกแต่การหักหลังในครั้งนี้ก็เป็นความจริงผมไม่ได้รับเค้กมาจากเขา“หลินเจา ฉันไม่ได้เกลียดนาย”ในแววตาเขาเพิ่งจะมีประกายความหวังถูกจุดขึ้น ผมก็พูดต่อว่า “แต่ฉันก็จะไม่ให้อภัยนาย”น้ำตาของเขาร่วงลงมาในทันทีผมหันหลังเดินกลับชั้นบนโดยไม่หันกลับไปมองอีกหลังจากนั้นผมก็ได้ยินว่า
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status