All Chapters of เขาไม่เคยรู้ว่าฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเขา: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

“พรุ่งนี้เลยเหรอ” คุณหมอประจำครอบครัวเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติของฉันด้วยความประหลาดใจ“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ แน่ใจนะว่าไม่อยากรออีกสักสองสามวัน”เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า “คุณแบล็กวูดจะบินกลับมาพรุ่งนี้ เขาคงอยากมาอยู่ข้าง ๆ คุณนะ”ฉันค่อย ๆ ปิดแฟ้มลง“นี่เป็นการตัดสินใจของฉันเอง ก็แค่ผ่าตัดเข่า ฉันจัดการคนเดียวได้”คุณหมอมองฉันอย่างไม่อยากเชื่อทุกคนในองค์กรของตระกูลแบล็กวูดรู้ดีว่าเมื่อก่อนฉันเป็นคนแบบไหนแค่เป็นหวัด ฉันก็อยากให้เดเมียนอยู่ข้าง ๆ ครั้งหนึ่งฉันถึงกับร้องไห้เพราะถูกกระดาษบาดตอนเปิดแฟ้มเอกสารของเขา ฉันพึ่งพาเขามาโดยตลอดเพราะฉะนั้น การได้ยินฉันพูดว่าจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองจึงแทบเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อทันทีที่ก้าวออกจากห้องตรวจ ฉันก็ชะงักอยู่กับที่เดเมียน แบล็กวูดเพิ่งเดินเข้ามาทางประตูโรงพยาบาล มือข้างหนึ่งจับกระเป๋าเดินทางไว้ส่วนอีกข้างยื่นกลับไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ เพื่อช่วยคลาร่าก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนเธอสวมเสื้อโค้ทแคชเมียร์สีดำอยู่บนตัวมันคือของขวัญที่ฉันให้เดเมียน เสื้อโค้ทที่ฉันใช้เวลาหลายเดือนตามหาก่อนวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเราสายตาของเขาหยุดลงที
Read more

บทที่ 2

“ยาไม่ได้แก้ได้ทุกอย่างหรอกนะ”ฉันมองเดเมียน “เธอต้องการใครสักคนที่ใส่ใจ ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ และใครสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย”แก้มของคลาร่าแดงขึ้นทันที “เอเลน่า ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ”สีหน้าของเดเมียนเคร่งขรึมลง “เธอโกรธมาตลอดตั้งแต่ฉันไปซิซิลี นั่นเป็นเรื่องงาน เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันต้องรายงานทุกความเคลื่อนไหวให้เธอรู้”เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เป็นวันครบรอบแต่งงานของเราฉันใช้เวลาหลายวันเตรียมมื้อค่ำด้วยตัวเอง ทั้งไวน์ที่เขาชอบ และของหวานจานโปรดของเขาแม้แต่นาฬิกาวินเทจที่ฉันสั่งทำไว้เมื่อหลายเดือนก่อนก็เพิ่งมาถึงพอดีฉันรอจนเลยเที่ยงคืน แต่เขาก็ไม่กลับบ้านกลับเป็นอินสตาแกรมของคลาร่าที่มีโพสต์ใหม่ขึ้นมาในภาพ เธอยืนอยู่ข้างเดเมียนที่คฤหาสน์ของตระกูลแบล็กวูดในซิซิลีพร้อมข้อความใต้ภาพว่าปลอดภัย เพราะมีคุณอยู่ตรงนี้ตอนที่ฉันโทรหาเขา น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง“มันเป็นเรื่องของตระกูล ไม่มีเวลาอธิบาย วันครบรอบของเรามีทุกปี แต่การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีทุกปี ฉันคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจความแตกต่าง”จากนั้นเขาก็เสริมว่า “อย่าเอาตารางชีวิตของฉันมาเป็นศูนย์กลางชีวิตเธอ เธอควรมีชีวิตเป็นข
Read more

บทที่ 3

ห้องรับแขกที่ฉันเตรียมไว้แทบไม่เหลือเค้าเดิมชุดเครื่องนอนใหม่ถูกถอดออกแล้วโยนกองไว้บนพื้นกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม เครื่องสำอาง รองเท้า เครื่องประดับ ข้าวของของคลาร่ากินพื้นที่ไปเกือบครึ่งห้องตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ตั้งเด่นอยู่บนเตียง ราวกับธงที่ปักประกาศยึดครองอาณาเขตประตูหน้าเปิดออกอีกครั้ง เสียงหัวเราะของคลาร่าลอยเข้ามา“ขอบคุณนะเดเมียนที่พาฉันไปร้านนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ จนเกือบลืมไปเลยว่าวันนี้แย่แค่ไหน”เดเมียนคลายเนกไทขณะเดินเข้ามา “คลาร่ามีปัญหากับคนที่คฤหาสน์อีกแล้ว บรรยากาศที่นั่นไม่ค่อยดี ฉันเลยบอกให้เธอมาพักที่นี่สักสองสามวัน”ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ “เดเมียน ฉันบอกคุณไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่าเอวาจะย้ายมาอยู่ห้องนี้”เป็นครั้งแรกในเย็นวันนั้นที่เขาชะงักไปความลังเลชั่วครู่นั้นบอกฉันทุกอย่าง เขาลืมไปแล้วตอนที่ฉันถามเรื่องนี้ เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า“เพื่อนของเธอ เธอก็ตัดสินใจเองสิ ไม่จำเป็นต้องถามความเห็นฉันทุกเรื่องหรอก”ตอนนี้เขากลับเม้มริมฝีปากแน่น“ฉันขอโทษ” จากนั้นเขาก็ยกกล่องขนมในมือขึ้นน้ำเสียงของเขาอ่อนลง ราวกับกำลังเอาใจเด็กคนหนึ่ง“ฉันเจอร
Read more

บทที่ 4

ฉันดึงข้อมือออกจากมือเขา“คุณไม่มีเรื่องของตัวเองต้องจัดการหรือไง ทำไมจู่ ๆ ถึงสนใจนักว่าฉันจะไปไหน”เดเมียนเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ฉันเห็นแววตาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ฉายผ่านใบหน้าของเขาหลายเดือนก่อน เขาเคยพูดคำเดียวกันนี้กับฉันไม่มีผิดหลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น“ฉันควรบอกเธอก่อนจะไปซิซิลี นั่นเป็นความผิดของฉันเอง ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เขาลังเลเล็กน้อย “พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องต้องจัดการ คลาร่ามีปัญหากับพวกผู้หญิงที่คฤหาสน์อีกแล้ว คราวนี้เรื่องค่อนข้างร้ายแรง สภาตระกูลต้องการสอบถามทุกคนที่เกี่ยวข้อง ฉันจะช่วยเธอจัดการเรื่องนี้”เขามองมาที่ฉัน“เลื่อนการผ่าตัดไปเป็นวันมะรืน ฉันจะไปอยู่กับเธอ”แม้กระทั่งตอนนี้ เมื่อต้องเลือกระหว่างฉันกับคลาร่า ฉันก็ยังเป็นตัวเลือกที่สองอยู่ดี“ไม่เป็นไร ฉันไม่จำเป็นต้องให้คุณไปด้วยหรอก”คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ราวกับฉันไม่เข้าใจอะไรเลย “ฉันให้ศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดเตรียมพร้อมไว้ได้ ฉันจะดูให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น แล้วฉันจะอยู่กับเธอ”ก่อนที่ฉันจะทันตอบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เดเมียนรับสายทันทีเสียงหวาดกลัวของคลาร่าดังออกมาจากลำโพง“เด
Read more

บทที่ 5

สัปดาห์แรกของฉันในลอนดอนไม่ได้เป็นอย่างที่จินตนาการไว้เลยเอกสารสำหรับเริ่มงานของฉันหายไปอย่างไร้ร่องรอย บัตรพนักงานก็ยังมาไม่ถึง ส่วนสิทธิ์เข้าใช้งานระบบก็ล่าช้าไปหลายวันกว่าทุกอย่างจะจัดการเรียบร้อย ฉันก็ถูกมอบหมายให้ดูแลบัญชีลูกค้าที่ไม่มีใครในแผนกอยากรับไปเสียแล้ว ทั้งกำหนดส่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ และเป้าหมายที่แทบไม่มีทางทำสำเร็จไม่นานฉันก็รู้ว่าทำไม ตามตำแหน่งแล้ว ทีมนี้อยู่ภายใต้การดูแลของลูกชายผู้ก่อตั้ง ทั้งหนุ่ม ทั้งเก่งกาจ และแทบไม่เคยเข้าออฟฟิศดังนั้น การตัดสินใจเรื่องงานในแต่ละวันจึงตกเป็นของผู้อำนวยการประจำภูมิภาคแทนสองคนนั้นมีความเห็นไม่ตรงกันแทบทุกเรื่องโดยไม่ทันรู้ตัว ฉันก็กลายเป็นผู้รับเคราะห์จากความขัดแย้งของพวกเขาไปเสียแล้วคำขออนุมัติของฉันติดค้างอยู่กับอีกแผนกหนึ่งอีกครั้งไม่มีทั้งคำตอบและคำอธิบาย ฉันเปิดแชตที่ปักหมุดไว้ด้านบนสุดด้วยความหงุดหงิดก่อนจะทันห้ามตัวเอง ฉันก็ส่งอีโมจิแมวร้องไห้ออกไปฉันตั้งใจจะบ่นให้เอวาฟัง แต่กลับได้รับข้อความตอบแทบจะทันทีฉันอยู่นี่เกิดอะไรขึ้นฉันขมวดคิ้ว ปกติเอวาไม่ได้ตอบแบบนี้นี่นาจากนั้นฉันก็มองชื่อบนหน้าจอ หัวใจแทบหล่นวูบฉ
Read more

บทที่ 6

ฉันตอบกลับอย่างสงบนิ่ง“ต่อให้ฉันบอกคุณไป มันจะเปลี่ยนอะไรได้งั้นเหรอ”ปลายสายเงียบสนิท เดเมียนรู้ดีว่าฉันเอาคำพูดนั้นมาจากไหน เพราะเขาเคยใช้มันกับฉันมานับครั้งไม่ถ้วนน้ำเสียงของเขาอ่อนลง ราวกับกำลังเอ่ยคำขอโทษ“วันมะรืนเพื่อน ๆ ของฉันจะนัดเจอกัน ทุกคนจะพาคนรักไปด้วย ฉันจำได้ว่าเธออยากเจอพวกเขามาตลอด”“ไม่แล้ว” ฉันตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อหลายเดือนก่อน ฉันเคยอยากเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเขาเหลือเกินแต่เดเมียนมักบอกเสมอว่าเขาให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และต้องการพื้นที่ของตัวเองพอฉันจากมาแล้ว จู่ ๆ เขากลับเปิดประตูให้ฉันเข้าไปในโลกของเขาเขาเงียบไปครู่หนึ่ง “เธอเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับเอวา ฉันเป็นแฟนของเธอนะ ถ้าเธออยากไปช้อปปิ้ง ดูหนัง หรือไปเที่ยวสุดสัปดาห์ ฉันจะไปกับเธอ”ฉันแทบหลุดหัวเราะ หลายปีที่ผ่านมา ฉันเคยขอให้เขาทำเรื่องพวกนี้กับฉันครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เขาก็จะมีประชุมอีกนัด มีธุระต้องเดินทางอีกครั้ง และมีข้ออ้างใหม่เสมอท้ายที่สุด ร้านอาหารเหล่านั้นก็ปิด การแสดงที่อยากดูก็จบลง ส่วนสถานที่ที่เคยอยากไปก็ค่อย ๆ หายไปจากรายการของฉันฉันเลิกเอ่ยปากขอ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเปิดบา
Read more

บทที่ 7

ฉันจ้องหน้าจอ พลางเรียบเรียงคำอธิบายอย่างระมัดระวังอยู่ในใจก่อนที่ฉันจะทันพิมพ์ ข้อความอีกข้อความก็ปรากฏขึ้นคุณกำลังพยายามจะบอกอะไรผมหรือเปล่าวินาทีต่อมา โทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้นอีกครั้งเป็นการแจ้งเตือนจากธนาคาร มีเงินโอนเข้ามาดวงตาของฉันเบิกกว้าง เงินจำนวนห้าหลัก ฉันชะงักไปทันทีจากนั้นข้อความอีกข้อความก็ตามมาไม่ได้โอนผิดวันเสาร์นี้ไปงานแต่งงานกับผมที่นิวยอร์กหน่อยญาติห่าง ๆ คนหนึ่งของผมกำลังจะแต่งงานครอบครัวผมคงใช้เวลาทั้งวันถามว่าทำไมผมถึงยังโสดผมยอมมีคู่เดตปลอม ๆ ดีกว่าต้องนั่งตอบคำถามพวกนั้นคุณโสดอยู่ใช่ไหม ถือว่าเงินนี่เป็นค่าตอบแทนความเสี่ยงก็แล้วกันฉันอดหัวเราะไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่งานแต่งงานของเอวาจัดขึ้นในวันเดียวกันพอดีเป็นครั้งแรกตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันที่เงินก้อนโตต้องมาแข่งกับความภักดีของฉันที่มีต่อเอวาฉันจ้องจำนวนเงินบนหน้าจอ มันมากพอจะจ่ายค่าเช่าได้หลายเดือน หรืออาจนานกว่านั้นด้วยซ้ำฉันถอนหายใจ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปขอบคุณค่ะคุณคาร์เตอร์แต่เพื่อนสนิทของฉันกำลังจะแต่งงานวันเสาร์นี้ที่บ้านเกิดไม่มีที่ไหนที่ฉันอยากอยู่มากไปกว่าที่นั่นแล้วค่ะทันทีที่กดส่ง
Read more

บทที่ 8

เจ้าบ่าวยิ้มให้เอวา “แล้วก็อีกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณต้องคอยคิดว่าตัวเองกำลังรบกวนผมหรือเปล่า ถ้ามีอะไรทำให้คุณหัวเราะ ผมก็อยากฟัง ถ้ามีอะไรทำให้คุณกลัว ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน ผมอยากเป็นคนแรกที่คุณนึกถึง”เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องท่ามกลางฝูงชน ฉันมองเห็นเดเมียนอยู่ฝั่งตรงข้ามเขายืนเงียบ ๆ อยู่เกือบด้านหลังห้องจัดเลี้ยง สายตาจับจ้องไปยังคู่บ่าวสาวจากนั้น ราวกับสัมผัสได้ว่าฉันกำลังมอง เขาก็หันมาสายตาของเราสบกันครั้งหนึ่ง เพียงแค่สบตากันแบบนี้ก็เพียงพอจะทำให้หัวใจฉันเต้นแรงแต่ตอนนี้ ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยหลังพิธีจบ ฉันเปลี่ยนออกจากชุดเพื่อนเจ้าสาว ก่อนจะไปร่วมรับประทานมื้อค่ำกับทุกคนมีการเปลี่ยนผังที่นั่งในนาทีสุดท้าย ทำให้ป้ายชื่อที่นั่งของฉันหายไปเด็กโปรยดอกไม้ตัวน้อยเข้ามาจับมือฉัน “หนูคิดว่าคุณนั่งทางนี้ค่ะ”เธอพาฉันไปยังโต๊ะที่อยู่หลบมุมด้านหนึ่งที่โต๊ะนั้นมีเด็ก ๆ นั่งอยู่เป็นส่วนใหญ่ กับผู้ใหญ่อีกหนึ่งคนที่ดูงุนงงเขาเงยหน้าขึ้น ผมสีบลอนด์เงิน ชุดสูทสั่งตัดราคาแพง และแว่นกรอบโลหะเส้นบางเขาดูเหมือนเพิ่งก้าวออกมาจากแคมเปญแฟชั่น มากกว่าจะ
Read more

บทที่ 9

ไม่รู้ว่าคลาร่ายืนอยู่หน้าห้องมานานแค่ไหนแล้วเธอก้าวเข้ามาข้างในพร้อมรอยยิ้มอย่างลังเล“ไม่ได้” คลาร่าดูตกตะลึง“แต่ที่ผ่านมาคุณช่วยฉันเรื่องพวกนี้มาตลอดเลยนี่”สีหน้าของเดเมียนยังคงเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาที่เธอต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว”คลาร่ากะพริบตา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไปเธอเหลือบมองมาที่ฉัน“เอเลน่า อย่าโกรธเดเมียนเพราะฉันเลยนะ”ฉันยิ้มอย่างสุภาพ “เธอไม่ต้องกังวลหรอก เราเลิกกันแล้ว”ชั่วพริบตาหนึ่ง บางอย่างฉายผ่านสีหน้าของคลาร่าความโล่งใจ ก่อนจะเลือนหายไปแทบจะในทันที“ฉันไม่เคยอยากให้พวกคุณสองคนทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ”ในที่สุดเดเมียนก็เงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า“ถ้ามีอะไรสงสัยเรื่องการจัดที่นั่ง ก็ไปถามเลขานุการประจำตระกูล”คลาร่าจ้องเขา เห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้“ฉันปล่อยให้เธอพึ่งพาฉันในเรื่องที่เธอควรเรียนรู้จะจัดการด้วยตัวเองมานานเกินไปแล้ว”น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียใจ“ฉันบอกตัวเองว่านี่คือความรับผิดชอบ บอกตัวเองว่าที่ดูแลเธอก็เพราะครอบครัวของเรา แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มแยกไม่ออกว่าความรับผิดชอบควรส
Read more

บทที่ 10

หลายปีก่อน หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ เดเมียนก็มักจะหายเงียบไปเฉย ๆหลายชั่วโมงต่อมา ฉันถึงจะเป็นฝ่ายถามไปว่าทุกอย่างโอเคไหมคำตอบของเขาเหมือนเดิมทุกครั้งอืมเขาไม่เคยคิดจะบอกฉันเลยสักครั้งว่ากินเสร็จแล้ว หรือถามด้วยซ้ำว่าค่ำคืนของฉันเป็นอย่างไรบ้างถ้าฉันถามว่าทำไม เขาก็จะถอนหายใจแล้วพูดว่า “เธอไม่มีอะไรทำอย่างอื่นนอกจากรอข้อความจากฉันหรือไง”ฉันเลิกใส่ใจไปนานแล้วว่าใครจะตอบข้อความกลับมาภายในไม่กี่นาทีหรือไม่แต่พอได้อ่านข้อความอธิบายของเลียม ความอบอุ่นบางอย่างกลับค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นในอกอย่างเงียบงันฉันพิมพ์ตอบกลับไปไม่เป็นไรค่ะทำธุระของคุณให้เสร็จก่อนเถอะค่ะแทบจะทันที ข้อความด้านบนของหน้าจอก็เปลี่ยนเป็น “กำลังพิมพ์...”ข้อความยาวเหยียดปรากฏขึ้นไม่มีใครยุ่งจนไม่มีเวลาบอกคนที่ตัวเองใส่ใจหรอกว่าตัวเองกำลังคิดถึงพวกเขาอยู่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อบอกว่า “ผมจะยุ่งอยู่สักพักนะ”หรือ “เดี๋ยวผมโทรหาคุณทีหลัง”คนสำคัญสมควรได้รับความใส่ใจขนาดนั้นเลยล่ะผมหวังว่าสักวัน คุณจะยอมให้ผมเป็นคนคนนั้นสำหรับคุณนะฉันจ้องหน้าจอ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปช่วงบ่าย ฉันเลิกงานเร็วกว่าปกติส่วนใหญ่เป็นเพ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status