ANMELDENเดเมียนเริ่มสังเกตว่าฉันไม่เล่าทุกอย่างให้เขาฟังเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เวลาซื้อเครื่องประดับใหม่ ฉันก็ไม่ถามความเห็นของเขาอีกต่อไป พอถึงงานกาล่าประจำปีของตระกูลแบล็กวูด ฉันก็ไปร่วมงานเพียงลำพัง ตอนที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลแบล็กวูด ฉันก็จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่โทรหา ไม่ส่งข้อความ ไม่แม้แต่จะฝากโน้ตไว้ให้เขา เมื่อเดเมียนรู้เรื่องเข้าในที่สุด เขาก็ขมวดคิ้ว “ทำไมไม่บอกฉัน เอาแฟ้มประวัติมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะให้คนจัดการให้” ฉันตอบออกไปแทบจะทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “ไม่เป็นไร ฉันจัดการเองได้ ไม่อยากรบกวนคุณ ขอบคุณนะ” คำพูดนั้นทิ้งความเงียบค้างอยู่ระหว่างเรา ชั่วขณะหนึ่ง เราทั้งคู่ต่างไม่มีใครพูดอะไร เพราะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนี่เอง ฉันยังเลือกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะใส่สร้อยเส้นไหนไปงานของตระกูล หากไม่ได้ถามเดเมียนก่อน ฉันเคยส่งข้อความหาเขาระหว่างมื้อกลางวัน โทรหาเขาเพียงเพื่อถามว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับบ้าน ทุกการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตของฉันล้วนหมุนรอบเดเมียน แบล็กวูด แต่ตอนนี้ ต่อให้เขามัวแต่รับฟังคลาร่าเสียจนมองข้ามไปว่าฉันกำลังป่วยและต้องการให้เขาอยู่ข้างกาย ฉันก็จะไม่บอกความรู้สึกของตัวเองกับเขาอีกแล้ว ฉันจะไม่บอกเขาว่าฉันท้อง และอีกไม่นาน ฉันก็จะไม่บอกเขาเหมือนกันว่าฉันกำลังจะจากไป
Mehr anzeigenหลายปีก่อน หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ เดเมียนก็มักจะหายเงียบไปเฉย ๆหลายชั่วโมงต่อมา ฉันถึงจะเป็นฝ่ายถามไปว่าทุกอย่างโอเคไหมคำตอบของเขาเหมือนเดิมทุกครั้งอืมเขาไม่เคยคิดจะบอกฉันเลยสักครั้งว่ากินเสร็จแล้ว หรือถามด้วยซ้ำว่าค่ำคืนของฉันเป็นอย่างไรบ้างถ้าฉันถามว่าทำไม เขาก็จะถอนหายใจแล้วพูดว่า “เธอไม่มีอะไรทำอย่างอื่นนอกจากรอข้อความจากฉันหรือไง”ฉันเลิกใส่ใจไปนานแล้วว่าใครจะตอบข้อความกลับมาภายในไม่กี่นาทีหรือไม่แต่พอได้อ่านข้อความอธิบายของเลียม ความอบอุ่นบางอย่างกลับค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นในอกอย่างเงียบงันฉันพิมพ์ตอบกลับไปไม่เป็นไรค่ะทำธุระของคุณให้เสร็จก่อนเถอะค่ะแทบจะทันที ข้อความด้านบนของหน้าจอก็เปลี่ยนเป็น “กำลังพิมพ์...”ข้อความยาวเหยียดปรากฏขึ้นไม่มีใครยุ่งจนไม่มีเวลาบอกคนที่ตัวเองใส่ใจหรอกว่าตัวเองกำลังคิดถึงพวกเขาอยู่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อบอกว่า “ผมจะยุ่งอยู่สักพักนะ”หรือ “เดี๋ยวผมโทรหาคุณทีหลัง”คนสำคัญสมควรได้รับความใส่ใจขนาดนั้นเลยล่ะผมหวังว่าสักวัน คุณจะยอมให้ผมเป็นคนคนนั้นสำหรับคุณนะฉันจ้องหน้าจอ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปช่วงบ่าย ฉันเลิกงานเร็วกว่าปกติส่วนใหญ่เป็นเพ
ไม่รู้ว่าคลาร่ายืนอยู่หน้าห้องมานานแค่ไหนแล้วเธอก้าวเข้ามาข้างในพร้อมรอยยิ้มอย่างลังเล“ไม่ได้” คลาร่าดูตกตะลึง“แต่ที่ผ่านมาคุณช่วยฉันเรื่องพวกนี้มาตลอดเลยนี่”สีหน้าของเดเมียนยังคงเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาที่เธอต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว”คลาร่ากะพริบตา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไปเธอเหลือบมองมาที่ฉัน“เอเลน่า อย่าโกรธเดเมียนเพราะฉันเลยนะ”ฉันยิ้มอย่างสุภาพ “เธอไม่ต้องกังวลหรอก เราเลิกกันแล้ว”ชั่วพริบตาหนึ่ง บางอย่างฉายผ่านสีหน้าของคลาร่าความโล่งใจ ก่อนจะเลือนหายไปแทบจะในทันที“ฉันไม่เคยอยากให้พวกคุณสองคนทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ”ในที่สุดเดเมียนก็เงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า“ถ้ามีอะไรสงสัยเรื่องการจัดที่นั่ง ก็ไปถามเลขานุการประจำตระกูล”คลาร่าจ้องเขา เห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้“ฉันปล่อยให้เธอพึ่งพาฉันในเรื่องที่เธอควรเรียนรู้จะจัดการด้วยตัวเองมานานเกินไปแล้ว”น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเสียใจ“ฉันบอกตัวเองว่านี่คือความรับผิดชอบ บอกตัวเองว่าที่ดูแลเธอก็เพราะครอบครัวของเรา แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มแยกไม่ออกว่าความรับผิดชอบควรส
เจ้าบ่าวยิ้มให้เอวา “แล้วก็อีกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณต้องคอยคิดว่าตัวเองกำลังรบกวนผมหรือเปล่า ถ้ามีอะไรทำให้คุณหัวเราะ ผมก็อยากฟัง ถ้ามีอะไรทำให้คุณกลัว ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหน ผมอยากเป็นคนแรกที่คุณนึกถึง”เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องท่ามกลางฝูงชน ฉันมองเห็นเดเมียนอยู่ฝั่งตรงข้ามเขายืนเงียบ ๆ อยู่เกือบด้านหลังห้องจัดเลี้ยง สายตาจับจ้องไปยังคู่บ่าวสาวจากนั้น ราวกับสัมผัสได้ว่าฉันกำลังมอง เขาก็หันมาสายตาของเราสบกันครั้งหนึ่ง เพียงแค่สบตากันแบบนี้ก็เพียงพอจะทำให้หัวใจฉันเต้นแรงแต่ตอนนี้ ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยหลังพิธีจบ ฉันเปลี่ยนออกจากชุดเพื่อนเจ้าสาว ก่อนจะไปร่วมรับประทานมื้อค่ำกับทุกคนมีการเปลี่ยนผังที่นั่งในนาทีสุดท้าย ทำให้ป้ายชื่อที่นั่งของฉันหายไปเด็กโปรยดอกไม้ตัวน้อยเข้ามาจับมือฉัน “หนูคิดว่าคุณนั่งทางนี้ค่ะ”เธอพาฉันไปยังโต๊ะที่อยู่หลบมุมด้านหนึ่งที่โต๊ะนั้นมีเด็ก ๆ นั่งอยู่เป็นส่วนใหญ่ กับผู้ใหญ่อีกหนึ่งคนที่ดูงุนงงเขาเงยหน้าขึ้น ผมสีบลอนด์เงิน ชุดสูทสั่งตัดราคาแพง และแว่นกรอบโลหะเส้นบางเขาดูเหมือนเพิ่งก้าวออกมาจากแคมเปญแฟชั่น มากกว่าจะ
ฉันจ้องหน้าจอ พลางเรียบเรียงคำอธิบายอย่างระมัดระวังอยู่ในใจก่อนที่ฉันจะทันพิมพ์ ข้อความอีกข้อความก็ปรากฏขึ้นคุณกำลังพยายามจะบอกอะไรผมหรือเปล่าวินาทีต่อมา โทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้นอีกครั้งเป็นการแจ้งเตือนจากธนาคาร มีเงินโอนเข้ามาดวงตาของฉันเบิกกว้าง เงินจำนวนห้าหลัก ฉันชะงักไปทันทีจากนั้นข้อความอีกข้อความก็ตามมาไม่ได้โอนผิดวันเสาร์นี้ไปงานแต่งงานกับผมที่นิวยอร์กหน่อยญาติห่าง ๆ คนหนึ่งของผมกำลังจะแต่งงานครอบครัวผมคงใช้เวลาทั้งวันถามว่าทำไมผมถึงยังโสดผมยอมมีคู่เดตปลอม ๆ ดีกว่าต้องนั่งตอบคำถามพวกนั้นคุณโสดอยู่ใช่ไหม ถือว่าเงินนี่เป็นค่าตอบแทนความเสี่ยงก็แล้วกันฉันอดหัวเราะไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่งานแต่งงานของเอวาจัดขึ้นในวันเดียวกันพอดีเป็นครั้งแรกตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันที่เงินก้อนโตต้องมาแข่งกับความภักดีของฉันที่มีต่อเอวาฉันจ้องจำนวนเงินบนหน้าจอ มันมากพอจะจ่ายค่าเช่าได้หลายเดือน หรืออาจนานกว่านั้นด้วยซ้ำฉันถอนหายใจ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปขอบคุณค่ะคุณคาร์เตอร์แต่เพื่อนสนิทของฉันกำลังจะแต่งงานวันเสาร์นี้ที่บ้านเกิดไม่มีที่ไหนที่ฉันอยากอยู่มากไปกว่าที่นั่นแล้วค่ะทันทีที่กดส่ง











