All Chapters of หลังหย่าร้าง อดีตสามีร่ำไห้ขอคืนดี: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ค่ำคืนวันถัดมางานเลี้ยงการกุศลจัดขึ้นที่โรงแรมเยว่เฟิง โดยมีนิตยสาร BQ ชื่อดังแห่งเมืองจิ้นเป็นเจ้าภาพ ตอนที่โจวเป่ยเซินเดินทางมาถึง หน้าประตูโรงแรมก็ถูกบรรดานักข่าวและปาปารัซซี่ห้อมล้อมจนแน่นขนัด ทันทีที่เขาก้าวลงจากรถ เลนส์กล้องนับไม่ถ้วนก็หันมาทางเขาพร้อมกัน "นิตยสาร BQ นี่หน้าใหญ่จริงๆ ถึงขั้นเชิญโจวเป่ยเซินมาได้ด้วย!" มีคนร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ เพราะอย่างไรเสียทุกคนต่างก็รู้ดีว่าโจวเป่ยเซินไม่ชอบมาร่วมงานเลี้ยงพวกนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว“นั่นสิ น่าเสียดายที่เราเข้าไปดูข้างในไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้งานเลี้ยงการกุศลคงต้องสนุกมากแน่ ๆ” ใครบางคนพูดด้วยสีหน้าเสียดาย “ผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาคือใครน่ะ? คงไม่ใช่แฟนของโจวเป่ยเซินหรอกนะ" มีคนสังเกตเห็นว่าโจวเป่ยเซินไม่ได้มาคนเดียว แต่กลับควงคู่พาคู่ออกงานมาด้วย ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ได้ยินดังนั้น สายตาของทุกคนจึงค่อยหันไปมองเจิ้งเยว่เยว่ที่ยืนอยู่ข้างโจวเป่ยเซิน ไม่ใช่ว่าพวกเขาตั้งใจจะมองข้าม แต่เป็นเพราะเจิ้งเยว่เยว่ดูธรรมดาเกินไป จนไม่มีเสน่ห์สะดุดตาให้คนมองเห็นได้ในแวบแรกน่าเสียดายที่ตัวเจิ้งเยว่เยว่เองไม่รู้เรื่อ
Read more

บทที่ 22

เห็นเพียงหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีขาวมุกยืนอยู่ข้างกายอวี๋เซียว ผมยาวสีดำสนิท ริมฝีปากแดงฟันขาว ดวงตาและคิ้วดูอ่อนโยนนอกจากกำไลข้อมือชั้นเลิศที่สวมอยู่เพียงชิ้นเดียวแล้ว เธอก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นเพิ่มเติมอีก แต่ถึงอย่างนั้น เพียงยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ผู้คนละสายตาไปไม่ได้แล้ว โจวเป่ยเซินเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัว เธอมักทำให้เขารู้สึกประทับใจจนตะลึงอยู่เสมอ ทั้งที่เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่สืบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธออีก แต่เวลานี้กลับอดไม่ได้ที่จะอยากรู้เรื่องของเธอขึ้นมาอีกครั้ง “ประธานอวี๋” บรรณาธิการหลี่เป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้มันวันดีอะไรนะ ทำไมคนใหญ่คนโตที่ปกติแทบเชิญมาไม่ได้ถึงมารวมตัวกันหมดเลย อวี๋เซียวพยักหน้ารับ “บรรณาธิการหลี่ มาครั้งนี้โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คงไม่รบกวนใช่ไหมครับ?” “แน่นอนว่าไม่ครับ” บรรณาธิการหลี่ส่ายหน้า ก่อนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเจียงหว่านที่ยืนอยู่ข้างอวี๋เซียว แม่หนูคนนี้สวยเหลือเกิน ไม่รู้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับอวี๋เซียว ไม่รู้ว่าจะชวนมาเซ็นสัญญากับนิตยสาร BQ เป็นนางแบบได้หรือเปล่า?
Read more

บทที่ 23

เจิ้งเยว่เยว่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของโจวเป่ยเซิน ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงพลันก่อตัวขึ้นในใจ เจียงหว่านไม่สนใจโจวเป่ยเซินกับเจิ้งเยว่เยว่ที่อยู่ด้านข้าง ก่อนกระซิบกับอวี๋เซียวว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าของที่ฉันบริจาคจะได้ประมูลตอนไหน” เธอเองก็ค่อนข้างอยากรู้เหมือนกันว่าจะประมูลได้ราคาสูงแค่ไหน "ยังอีกนานเลย อาจารย์ซูไม่มีผลงานใหม่ออกสู่ตลาดมาหลายปีแล้ว ภาพวาดของเรารับรองว่าต้องเป็นไฮไลท์ปิดท้ายแน่นอน" อวี๋เซียวตอบจากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างใจอ่อน แล้วพูดว่า "เราเอาภาพวาดของอาจารย์ซูมาบริจาคแบบนี้ แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาอะไร"“เขาเป็นอาจารย์ของฉัน จะถึงขั้นลงไม้ลงมือกับฉันเลยเหรอ?” เจียงหว่านเบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนพูดต่อว่า “อีกอย่างเขายกภาพนั้นให้ฉันแล้ว ฉันก็ย่อมมีสิทธิ์จัดการกับมันอยู่แล้ว” "นั่นสิ เธอเป็นถึงศิษย์คนสุดท้ายนี่นา คิดว่าเขาคงไม่ตำหนิเธอหรอก” “แน่นอนอยู่แล้ว อาจารย์รักและเอ็นดูฉันจะตาย” เสียงพูดคุยของคนทั้งสองไม่ได้ดังนัก โจวเป่ยเซินที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน ทำได้เพียงมองเห็นทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนิทสนม ภาพตรงหน้าทำใ
Read more

บทที่ 24

"แต่ว่า...""ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ใหญ่ ฉันไม่ได้ชอบขนาดนั้นเสียหน่อย" เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม สำหรับเธอแล้วของชิ้นนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้อวี๋เซียวไม่ได้เสนอราคาอีก ต่างหูจึงตกเป็นของโจวเป่ยเซิน ทุกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ คนรวยนี่ช่างใช้เงินตามใจจริงๆ! เจิ้งเยว่เยว่เองก็มีสีหน้าตื่นเต้น เธอไม่คิดเลยว่าโจวเป่ยเซินจะประมูลของล้ำค่าราคาแพงขนาดนี้ให้เธอ ทั้งรู้สึกประหม่าและแอบดีใจอยู่ในใจ แต่ต่างหูกลับไม่ได้ถูกส่งมาให้เธอ เธอมองดูโจวเป่ยเซินจ่ายเงินโดยตาไม่กะพริบ จากนั้นก็กระซิบกระซาบข้างหูบริกรสองสามคำ ก่อนจะเห็นพนักงาน คนนั้นเดินตรงมาหาเจียงหว่าน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังและไม่เบาว่า "สวัสดีครับคุณผู้หญิง ประธานโจวบอกว่าขอมอบต่างหูคู่นี้ให้คุณเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณครับ"มอบให้งั้นเหรอ?บรรดาผู้คนที่ได้ยินดังนั้นต่างพากันแสดงสีหน้าตกตะลึง ของมูลค่าสามร้อยล้าน คิดจะมอบให้ก็มอบให้เลยอย่างนั้นเหรอ? โจวเป่ยเซินกับผู้หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกัน? เดี๋ยวก่อนนะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่น้องสาวของอวี๋เซียวหรอกเหรอ? ทำไมถึงไปเกี่ยวพันกับโจวเป่ยเซินได้ล่ะ? โจวเป่ยเซินไม่มอบให้น้องสาวตัวเอง
Read more

บทที่ 25

"ภาพวาดของอาจารย์ซูเหรอ?""เป็นไปไม่ได้!"มีคนตะโกนเสียงดัง "ใครๆ ก็รู้ว่าอาจารย์ซูเลิกนำภาพวาดของตัวเองออกมาประมูลตั้งนานแล้ว นี่ไม่มีทางเป็นภาพวาดของอาจารย์ซูไปได้หรอก""นั่นสิ กล้าดีอยู่นะที่เอาภาพปลอมออกมาประมูล คิดว่าพวกเราเป็นคนโง่กันหรือไง?"ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานประมูลในวันนี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามในเมืองจิ้น หากพวกเขาโกรธขึ้นมา นิตยสาร BQ ย่อมรับมือไม่ไหว บรรณาธิการหลี่เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก แล้วรีบพูดว่า "ภาพวาดของอาจารย์ซูชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนมาจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามท่านหนึ่ง ซึ่งทางนั้นได้รับประกันแล้วครับว่าเป็นของแท้""เขาบอกว่าเป็นของแท้ก็คือของแท้งั้นเหรอ? ใครจะไปเชื่อกันล่ะ? " มีคนสวนกลับทันควัน ก่อนจะพูดต่อ "ผู้ไม่ประสงค์ออกนามคนนี้คือใคร? เก่งจริงก็ก้าวออกมาสิ เอาหลักฐานออกมาพิสูจน์ให้ได้ว่านี่คือภาพจริง"ของประมูลในคืนนี้ล้วนมาจากคนที่มาร่วมงานเลี้ยงเป็นผู้บริจาคสนับสนุนทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ว่า ย่อมต้องอยู่ในงานนี้แน่นอนกล้าเอาชื่อของอาจารย์ซูมาแอบอ้างเพื่อประมูลภาพปลอม พวกเขาก็อยากเห็นเหมือนกันว่าใครกันที่หน้าด้านถึงขนาดนี
Read more

บทที่ 26

บนชั้นสอง โจวเป่ยเซินและมู่หรงเฟยมองเห็นเหตุการณ์วุ่นวายด้านล่างทั้งหมดอยู่ในสายตา “ผู้หญิงที่ทำให้นายเสียการควบคุม ดูเหมือนจะเจอปัญหาเข้าแล้วนะ นายไม่ไปช่วยหน่อยเหรอ?” มู่หรงเฟยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วหันไปมองชายหนุ่มข้างกาย "ช่วยเหรอ?" โจวเป่ยเซินหัวเราะอย่างเย็นชา พร้อมทำสีหน้าราวกับกำลังนั่งดูเรื่องสนุก "ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย? ฉันไม่ได้สนิทอะไรกับเธอเสียหน่อย""ไม่สนิทแต่นายประมูลต่างหูหกสิบล้านมอบให้เนี่ยนะ?" มู่หรงเฟยหัวเราะเบาๆ สีหน้าของโจวเป่ยเซินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ฉันก็บอกไปแล้วไง ว่าตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตเยว่เยว่ไว้"มู่หรงเฟยไม่ได้โต้เถียงกับเขา ต่อให้เป็นเพราะเหตุผลใด มีเพียงตัวโจวเป่ยเซินเองเท่านั้นที่รู้ดีแก่ใจผู้เชี่ยวชาญที่บรรณาธิการหลี่ติดต่อไว้เดินทางมาถึงงานอย่างรวดเร็ว ระหว่างรอการตรวจสอบ หลายคนต่างกระซิบกระซาบพูดคุยกัน ส่วนเจิ้งเยว่เยว่เองก็มีสีหน้าราวกับกำลังรอดูเรื่องสนุกเช่นกัน ในสายตาของพวกเขา นี่ก็คือภาพปลอมชัดๆ ส่วนเจียงหว่านก็แค่ดื้อดึงไม่ยอมรับเท่านั้น ใช้เวลาไม่นาน ผลการตรวจสอบพิสูจน์ก็ออกมาเรียบร้อย“คราวนี้มาดูกันว่าเธอจะย
Read more

บทที่ 27

“เข้าใจผิดครับ ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด” บรรณาธิการหลี่ได้แต่รู้สึกกลัดกลุ้มใจ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะเป็นศิษย์ของอาจารย์ซู “ช่างเถอะค่ะศิษย์พี่ ทุกคนจะสงสัยก็เป็นเรื่องปกติ อย่างไรเสียอาจารย์ก็ไม่ได้มีผลงานใหม่ออกมาหลายปีแล้ว” เธอเข้าใจดีว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงสงสัยว่าภาพเป็นของจริงหรือของปลอม จึงไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เมื่อเห็นเธอยังคงมีท่าทีสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หวังอวี้ก็อยากจะตำหนิเธอแต่กลับพูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจแล้วพูดว่า “ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่จำเป็นต้องคิดว่าทุกเรื่องต้องจัดการด้วยตัวเอง ฉันกับอาจารย์ยังอยู่ตรงนี้ คอยเป็นที่พึ่งให้เธอได้” "ฉันรู้แล้วค่ะพี่ใหญ่" เจียงหว่านยิ้มและพยักหน้า "ถ้ามีปัญหาที่จัดการไม่ได้จริงๆ ฉันจะติดต่อไปหานะคะ"ที่ไม่ติดต่อไป ก็เพราะเธอรู้ว่าภาพวาดเป็นของจริงหรือของปลอม ขอแค่ทำการตรวจพิสูจน์ก็รู้ผลแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องรบกวนให้ศิษย์พี่ต้องเสียเวลาเดินทางมาเลยสักนิด"สรุปว่า เธอคือศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์ซูคนนั้นงั้นเหรอ?" มีคนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจียงหว่านยิ้มและพยักหน้า แล้วพูดกับทุก
Read more

บทที่ 28

หลังงานประมูลจบลง ก็เข้าสู่ช่วงพบปะสังสรรค์อันน่าเบื่อ มีคนไม่น้อยที่ต่างอยากเข้าหาเจียงหว่าน เพราะนอกจากเธอจะเป็นน้องสาวของอวี๋เซียวแล้ว ยังเป็นศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์ซูอีกด้วย หากได้ครองคู่กับเธอ ตัวเองคงเติบโตเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างก้าวกระโดดได้ในเวลาอันรวดเร็วไม่ใช่เหรอ? เจียงหว่านไม่รู้เลยว่าคนเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกหงุดหงิด เพราะตั้งแต่รู้ว่าภาพวาดถูกโจวเป่ยเซินประมูลไป เธอก็ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แม้จะบอกว่าเป็นการทำบุญกุศล ขายให้ใครก็เหมือนกันทั้งนั้น แต่พอคิดว่าเป็นโจวเป่ยเซิน เธอก็ยังรู้สึกขัดใจอยู่ดี ผู้ชายคนนั้นน่ะ เข้าใจเรื่องภาพวาดหรือไง? คงไม่ใช่ประมูลไปเพื่อเอาไปมอบให้เจิ้งเยว่เยว่อีกหรอกนะ? ชั่วขณะหนึ่ง เธอรู้สึกเสียใจที่คืนนี้เลือกบริจาคภาพนี้ หากรู้แต่แรกก็น่าจะเปลี่ยนเป็นภาพอื่นก็ดี เธอถือแก้วเหล้าเดินหลบไปอยู่ตรงมุมหนึ่ง ก่อนมองอวี๋เซียวที่อยู่ไกลออกไปและกำลังรับมือกับผู้คนมากมายได้อย่างสบายๆ มุมปากของเธอค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม พี่ใหญ่ชักจะดูเหมือนคนประสบความสำเร็จมากขึ้นทุกทีแล้วสิ ขณะที่เธอกำลังคิดเพลินๆ ก็มีคนเดินเข
Read more

บทที่ 29

“แล้วถ้าฉันจะเป็นศัตรูกับตระกูลจ้าวแล้วจะทำไม? คิดว่าฉันจะกลัวตระกูลจ้าวของแกหรือไง?” บรรยากาศรอบตัวของจ้านเย่เปลี่ยนไปในทันที เพียงชั่วพริบตา เขาราวกับกลายเป็นอสูรจากขุมนรกจนผู้ที่มองอยู่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เจียงหว่านเอียงคอมองเขา ผู้ชายคนนี้... น่าสนใจดีทีเดียวภายนอกดูเป็นคนเสเพลไม่แยแสโลก แต่พอเอาจริงขึ้นมากลับดูราวกับเป็นคนละคนในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงและตึงเครียดอยู่นั้น โจวเป่ยเซินและมู่หรงเฟยก็ลงมาจากชั้นสองพอดี เมื่อเห็นจ้านเย่ปรากฏตัว ทั้งคู่ต่างประหลาดใจ "โอ๊ะ มาช้าไปก้าวเดียว อัศวินขี่ม้าขาวช่วยสาวงามของนายถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปซะแล้ว" มู่หรงเฟยพูดอย่างสะใจ เขาตั้งใจหยอกเย้าโจวเป่ยเซิน สีหน้าของโจวเป่ยเซินหมองและเข้มขึ้น สายตามองไปอย่างไม่เป็นมิตร "ไอ้คนตระกูลจ้านนั่นจะมีจิตใจงดงามขนาดนั้นเชียวเหรอ?""ก็จริงอย่างที่นายว่า ไม่แน่ว่าอาจกำลังแอบวางแผนเลวทรามอะไรอยู่ก็ได้" มู่หรงเฟยพยักหน้ารับ แล้วพูดต่อ “น่าเสียดายที่ดร.เจียงคนนั้นไม่รู้เรื่องนี้ ไม่แน่ว่าอาจถูกหลอกใช้ก็ได้” โจวเป่ยเซินไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้เดินเข้าไปหา ทำเพียงเฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ"พี่เซ
Read more

บทที่ 30

เจียงหว่านพูดคุยกับจ้านเย่ได้ค่อนข้างดี เธอพบว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจทีเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ได้ชวนให้รู้สึกต่อต้านเมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง เจียงหว่านก็เดินทางกลับพร้อมกับอวี๋เซียว ก่อนจะจากไป จ้านเย่ยังทำสีหน้าอาลัยอาวอนแล้วพูดกับเธอว่า "ดร.เจียง แล้วเจอกันใหม่นะครับ""ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ" เจียงหว่านโบกมือให้เขา จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปจนกระทั่งเงารถหายลับไปในความมืด จ้านเย่จึงหุบยิ้ม แล้วยกมือขึ้นนวดแก้มของตัวเอง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าจากการยิ้มกลับมาเป็นปกติ แต่เมื่อหันหลังกลับไป เขากลับพบโจวเป่ยเซินมายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้"โจวเป่ยเซิน ดึกดื่นขนาดนี้ นายคิดจะขู่ฉันให้ตกใจตายหรือไง?" เขาพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจและก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างไรเสีย เขาก็สู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ โจวเป่ยเซินจ้องมองเขาด้วยสีหน้ามืดมนและเย็นชา "เรื่องระหว่างพวกเรา อย่าดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเกี่ยว"จ้านเย่หัวเราะออกมา ใช้มือถูหูแล้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "นายพูดว่าอะไรนะ? ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม? คนอย่างนายเนี่ยนะจะมาใส่ใจผู้หญิงคนหนึ่ง"“จ้านเย่ ที่ผ่
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status