All Chapters of ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

เดิมทีเสี่ยวชุ่ยไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่ต้องมาเป็นสาวใช้คนสนิทของพระชายาที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ทว่าเมื่อเห็นว่าเมื่อคืนอ๋องเสวียนถึงกับร่วมหลับนอนกับอวี๋ซือเหมียน นางก็ดีใจขึ้นมาทันทีในฐานะสาวใช้ใหญ่เพียงคนเดียวข้างกายพระชายา หากพระชายากับอ๋องเสวียนมีความสัมพันธ์อันดี ฐานะของนางย่อมพลอยสูงขึ้นตามไปด้วย วันหน้าอาจได้เป็นนางกำนัลอาวุโสผู้ดูแลกิจการในจวน ซึ่งนับว่ามีอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียวเสี่ยวชุ่ยวาดฝันถึงอนาคตอย่างสุขใจ อวี๋ซือเหมียนมองท่าทางฮึกเหิมของนางผ่านกระจกแล้วอมยิ้มเกรงว่าเสี่ยวชุ่ยคงต้องผิดหวังเสียแล้ว นางไม่ได้รับความโปรดปรานจากเฟิงเสวียนนี่ เมื่อคืนเขาเพียงดื่มมากเกินไปจนเข้าห้องผิดเท่านั้นแต่อวี๋ซือเหมียนก็ไม่ได้ปฏิเสธ ในเมื่อเข้าใจผิดกันแล้ว ก็ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดต่อไปเถิด อย่างไรเสียนางต้องตั้งหลักให้ได้ในจวนแห่งนี้ ย่อมต้องมีสิ่งให้พึ่งพิงบ้าง“ไม่ต้องเข้าวังหรือ?” อวี๋ซือเหมียนถามอย่างสงสัยตามธรรมเนียมแล้ว นางซึ่งเพิ่งแต่งงาน มิควรเข้าวังแต่เช้าเพื่อคารวะฮ่องเต้และยกน้ำชาหรอกหรือ?พอแม่นมจ้าวได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็กระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที นางยิ้มเจื่อนพลางกล
Read more

บทที่ 12

ย้อนเวลากลับไปหนึ่งชั่วยามก่อนเสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อนดังมาจากด้านนอก หมอเมิ่งที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่นขึ้น “ผู้ใด?”“เหล่าเมิ่ง ข้าเอง!”เสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยทำให้หมอเมิ่งพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง รีบสวมอาภรณ์อย่างลวก ๆ ก่อนเร่งฝีเท้าออกไป“คุณหนู!” หมอเมิ่งร้องเรียกอย่างตื่นเต้น“ชู่ว!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เขาอย่าส่งเสียงเหล่าเมิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบเชิญอวี๋ซือเหมียนเข้าไปด้านใน “คุณหนู รีบเข้ามาก่อน!”“ได้!” หลังจากอวี๋ซือเหมียนเข้ามาในห้องแล้ว จึงถอดผ้าคลุมหน้าออก ก่อนมองเหล่าเมิ่งที่มีท่าทางซื่อ ๆ“คุณหนู เหตุใดท่านจึงมาดึกดื่นเช่นนี้!” เหล่าเมิ่งถามอย่างดีใจปกติอวี๋ซือเหมียนจะมาที่นี่เดือนละสามครั้ง แต่คราวนี้นางไม่ได้มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว เขายังกังวลอยู่เลยว่านางประสบเรื่องยุ่งยากอะไรหรือไม่อวี๋ซือเหมียนรู้สึกจุกอยู่ในลำคอ ใบหน้าฉายแววกระดากอาย “หมอเมิ่ง ต้องขออภัยด้วย วันนี้ข้าบากหน้ามาที่นี่เพื่อขอร้านยาคืน!”เดิมทีหมอเมิ่งเป็นหมอประจำหออิ๋นซิ่ง ครั้งหนึ่งเขาวินิจฉัยโรคผิดจนเกือบคร่าชีวิตคนผู้หนึ่ง โชคดีที่อวี๋ซือเหมียนผ่านมาและยื่
Read more

บทที่ 13

“คุณหนูต้องการให้ข้าช่วยทำสิ่งใด บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจข้า” จู่ ๆ เหล่าเมิ่งก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวแรงไปทั้งตัว ขอเพียงได้ทำงานให้นาง ต่อให้ต้องตายเขาก็ยินดี“ข้าต้องการสมุนไพรบางอย่าง รบกวนเจ้าช่วยเตรียมให้ข้าด้วย แล้วก็เตรียมเข็มเงินให้อีกหนึ่งชุด” อวี๋ซือเหมียนยื่นกระดาษรายการแผ่นหนึ่งให้เขาเหล่าเมิ่งรับรายการมา เมื่อเห็นยาพิษหลายชนิดที่เขียนอยู่บนนั้น เขาก็ไม่ถามสักคำ เพียงพาอวี๋ซือเหมียนไปจัดยาอวี๋ซือเหมียนรับยามา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนหยิบตำรับยาอีกใบส่งให้เหล่าเมิ่ง “นี่คือยาเม็ดผิวหิมะที่เพิ่งคิดค้นขึ้นใหม่ ช่วงสองสามวันนี้เจ้าเร่งมือปรุงยาตามตำรับนี้ให้เสร็จ!”“ได้เลย!” เหล่าเมิ่งรับตำรับยามา ดวงตาเป็นประกาย ช่างเป็นตำรับยาที่ดีจริง ๆ “ขอถามคุณหนู ยาเม็ดผิวหิมะนี่จะขายเม็ดละเท่าใด?”“ห้าร้อยตำลึง!” อวี๋ซือเหมียนตอบ“เท่าใดนะ?” เหล่าเมิ่งแทบกัดลิ้นตัวเอง คุณหนูของเขาทั้งงดงามและจิตใจดีมาโดยตลอด ราคายาที่ตั้งไว้ก็ต่ำกว่าท้องตลาดมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนางใจดำถึงเพียงนี้หรือเพราะจวนกั๋วกงประสบเคราะห์ร้าย เด็กคนนี้จึงเปลี่ยนเป็นคนใจดำไปเสียแล้ว?“ไม่ได้ขาย
Read more

บทที่ 14

“อ๊ะ เหตุใดสีหน้าเจ้าจึงดูไม่ค่อยดีเลย!” เฟิงเสวียนนี่ลูบใบหน้าขาวซีดของนางอย่างอ่อนโยน “กลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”“ท่านอ๋อง อย่าขู่ข้าสิเจ้าคะ!” อวี๋ซือเหมียนถือโอกาสซบเข้าไปในอ้อมอกของเขาต่างจากโครงร่างแข็งแกร่งของบุรุษ คนในอ้อมแขนกลับนุ่มนิ่มไปเสียทุกส่วนราวกับปุยฝ้าย โดยเฉพาะยามจงใจทำตัวอ่อนระทวยแนบชิดกับเขา ทั้งยังเบียดกายไปมา บุรุษปกติคนใดจะทานทนไหวลมหายใจของเฟิงเสวียนนี่สะดุด เมื่อมองหญิงงามบอบบางน่าทะนุถนอมในอ้อมแขน แม้รู้ดีว่านางเต็มไปด้วยคำโกหก แต่ก็ยังอดเกิดความรู้สึกอยากปกป้องขึ้นมาไม่ได้จู่ ๆ เฟิงเสวียนนี่ก็ช้อนตัวนางขึ้น พาไปนั่งริมเตียง “จะกลัวอันใด สามีเจ้าอยู่นี่ ผีร้ายชุดขาวตนใดก็ไม่กล้ามาหรอก หากมันกล้ามา ข้าก็จะ...”เฟิงเสวียนนี่กำลำคอเรียวงามของนางไว้แน่น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบชวนขนลุก “บีบคอมันให้ตาย!”อวี๋ซือเหมียนตกใจ สัญชาตญาณทำให้นางผลักเขาออกทันที ก่อนนั่งหลังตรงเสียจนลืมไปว่าตอนนี้ท่อนบนมีเพียงเอี๊ยมสีแดงปกปิดอยู่ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาเฟิงเสวียนนี่มีเพียงสายสองเส้น เส้นหนึ่งคล้องคอ อีกเส้นผูกอยู่กลางแผ่นหลังผิวขาวเนียนละเอียดที่มีกลิ่นหอมอ่อ
Read more

บทที่ 15

เมื่อมองเด็กสาวว่าง่ายในอ้อมแขน จู่ ๆ เฟิงเสวียนนี่ก็นึกขึ้นได้ว่า นางเพิ่งอายุสิบหกปีเท่านั้น เพิ่งผ่านวัยปักปิ่นมาไม่นาน จะมีความคิดร้ายกาจได้สักเพียงใดกันคุณหนูผู้ถูกครอบครัวตามใจมาตั้งแต่เล็ก หรือว่าเขาจะคิดมากเกินไปเอง“ต่อไปอย่าไปอีก!” เฟิงเสวียนนี่ผลักนางออก ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งยืนย้อนแสง ดูเย็นขรึมไปอีกแบบเด็กสาวตัวคนเดียว ยืนเดียวดายอยู่ในเรือนที่มีผู้คนตายไปมากมาย ภาพนั้นจะเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างเพียงใดกันเขาอดจินตนาการถึงภาพนั้นขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเช่นนี้ช่างเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเขาเหลือเกิน“อืม! ไม่ไปแล้ว!” อวี๋ซือเหมียนตอบเสียงเบา“เจ้ารู้วิชาตัวเบาด้วยหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถาม“พอเป็นอยู่บ้าง!” อวี๋ซือเหมียนตอบตามตรง ไม่กล้าปิดบัง“ถ่อมตัวเสียจริง ไปมาได้อย่างอิสระ เข้าออกเรือนของข้าราวกับไม่มีผู้ใดคอยขวาง เก่งไม่น้อยนี่!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนเงยหน้ามองเขาอย่างกระอักกระอ่วน “ข้าร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเคยถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไป ท่านพ่อกลัวว่าข้าจะเสียเปรียบ จึงหาอาจารย์มาสอนวิช
Read more

บทที่ 16

วันนี้หอร้อยบุปผาคึกคักเป็นพิเศษ โถงบุปผาแน่นขนัดไปด้วยผู้คน บุรุษทุกคนต่างชะเง้อมองไปยังห้องของนางคณิกาเอกบนชั้นสองอย่างใจจดใจจ่อ รอคอยเสียจนแทบตาถลนได้ยินว่าหอร้อยบุปผาเพิ่งมีนางรำผู้เลอโฉมมาใหม่ นามว่าหร่วนเจียวเจียว รูปโฉมงดงามประหนึ่งเทพธิดา ทั้งขับร้องและร่ายรำเป็นเลิศ ตัวนางอ่อนหวานเย้ายวน เอวอ่อนช้อย เพียงมาถึงหอร้อยบุปผาก็ทำให้บุรุษทั้งหลายหลงใหลจนจิตใจเคลิบเคลิ้ม คืนนี้จะมีการประมูลค่ำคืนแรกของหร่วนเจียวเจียว เหล่าบุรุษมากตัณหาต่างถูไม้ถูมือ กระเหี้ยนกระหือรือเต็มทีห้องส่วนตัวบนชั้นสองเปิดหน้าต่างไว้กว้าง ตรงกับที่ตั้งของหอนางคณิกาเอกพอดี ภายในมีเหล่าคุณชายเสเพลหลายคนกำลังผลัดกันยกจอกดื่มสุรา บรรยากาศครึกครื้นยิ่งนักเฟิงเสวียนนี่นั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน แต่ความคิดกลับล่องลอย เมื่อนึกถึงนางมารน้อยที่อยู่ในจวนกับเรือนกายอ่อนนุ่มอย่างเหลือเชื่อนั่น เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ไหนเลยจะยังมีอารมณ์ไปชมนางคณิกาเอกอีกโถงด้านหน้าคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ทว่าภายในห้องเก็บของแห่งหนึ่งในเรือนด้านหลังกลับวังเวงน่ากลัว บุรุษวัยสามสิบกว่า ๆ คนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน มือบีบลำคอตน
Read more

บทที่ 17

“ใช่ ข้าพาเจ้าไปไว้ในห้องหนึ่ง พอหันหลังไป เจ้าก็หายตัวไปแล้ว”อวี๋ซือเหมียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าเช่นนั้น ผู้ใดกันที่ลักพาตัวนางไปอีกครั้ง แล้วพาไปส่งยังห้องของเฟิงเสวียนนี่“ซูหว่านหว่านทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่?”หากไม่มีคนหนุนหลัง ซูหว่านหว่านไม่มีทางกล้าทำเช่นนี้แน่พอโจวเอ้อร์เหมาได้ยินอวี๋ซือเหมียนถามเช่นนั้น เขาก็เงียบกริบ ไม่กล้าเอ่ยปากอวี๋ซือเหมียนแค่นหัวเราะ “ไม่ยอมพูดใช่หรือไม่ เช่นนั้นยาถอนพิษเดือนหน้า...”“ข้าพูด! ข้าพูด!” โจวเอ้อร์เหมารีบร้อง “องค์ชายสี่หมายตาท่าน จึงอยากให้คุณหนูซูช่วยจัดการให้เรื่องระหว่างพวกท่านสำเร็จ”สีหน้าของอวี๋ซือเหมียนเคร่งเย็นขึ้นทันที เฟิงเซียว เป็นเขาจริง ๆคนที่เข้าตรวจยึดจวนของนางก็เป็นเขา ดูท่าเขาคงวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วนางรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฟิงเซียวมีใจให้นาง เขาเคยเอ่ยกับบิดาของตนหลายครั้งว่าอยากมาสู่ขอ แต่ล้วนถูกบิดาของนางปฏิเสธ ดูท่าเขาคงยังไม่ยอมตัดใจ จึงคิดใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้เมื่อนึกถึงภาพคนทั้งครอบครัวตายอย่างอนาถ หัวใจของอวี๋ซือเหมียนก็บีบรัด หรือการที่ตระกูลของนางถูกสังหารยกตระกูลจะเป็นฝีมือของเขาเช่นกัน?ตระกูลของนาง
Read more

บทที่ 18

“หึ!” ภรรยาของเขาถึงกับมาเป็นนางคณิกาเอกเสียแล้ว!ช่างร้ายกาจเสียจริง!เขาถูกสวมเขาจนหัวเขียวยิ่งกว่าหญ้าเสียแล้ว!“ข้ามิใช่สั่งให้เจ้าหาคนคอยจับตาสตรีผู้นั้นไว้หรือ?” เฟิงเสวียนนี่จ้องเซียวชีด้วยสายตาเย็นเยียบเซียวชีถูกสายตาเย็นเยียบหม่นทะมึนของเขาจ้องเสียจนตัวสั่นวูบ “จับตาดูอยู่ขอรับ!”เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายท่านจึงถามเช่นนี้เฟิงเสวียนนี่โมโหเซียวชีจนแทบอกแตก “จับตาดูได้ดีเสียจริง พระชายาของเจ้ายังถึงกับมาเที่ยวหอนางโลมแล้ว!”เซียวชีเบิกตากว้างทันที กวาดตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวังราวกับเผชิญศัตรูตัวฉกาจ “ไม่จริงกระมัง!”เซียวชีคิดไม่ถึงแม้แต่ในฝันว่า สตรีที่กำลังทั้งขับร้องและร่ายรำอยู่บนเวทีในยามนี้ ผู้ทำให้บุรุษมากมายหลงใหล จะเป็นพระชายาผู้สง่างามและอ่อนโยนของพวกเขาเอง!“บนเวทีนั่นไง คนที่กำลังส่งสายตาหวานเชื่อมให้บุรุษอื่นอยู่นั่น!” เฟิงเสวียนนี่กระดกสุราในชามจนหมดในคราเดียว ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปยังสตรีผู้เย้ายวนงามล่มเมืองผู้นั้นอย่างไม่วางตาดูสิว่าภรรยาของเขาช่างมีเสน่ห์เสียจริง บุรุษทุกคนในที่นี้แทบอยากเอาลูกตาไปแปะติดไว้บนร่างนางเสียให้ได้เซียวชีกลั้นหายใจท
Read more

บทที่ 19

“อาเสวียน หญิงงามถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่หวั่นไหวอีกหรือ?” ไจ๋อวี้ถามยิ้ม ๆหากแม้แต่สตรีเช่นนี้ยังทำให้คุณชายผู้นี้หวั่นไหวไม่ได้ มิสู้โกนหัวออกบวชเสียเลย“หวั่นไหวหรือ?” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ สายตาเย็นเยียบจับจ้องอวี๋ซือเหมียนที่เอาแต่ส่งสายตาหวานให้เฟิงเซียว ก่อนกัดฟันกรอด “ข้านี่ไม่มีหัวใจให้หวั่นไหวหรอก!”เซียวชีเห็นมือซ้ายของเขาลูบกริชสีเงินตรงเอวไม่หยุด ก็ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว เกรงว่าเลือดจะกระเซ็นมาเปื้อนตัวเมื่อบทเพลงจบลง เสียงโห่ร้องอย่างคึกคักจากด้านล่างทำให้แม่เล้าดีใจจนตัวลอย นางคณิกาเอกของหอนางร้องเพลงเป็นด้วยหรือ? เหตุใดนางถึงไม่เคยรู้มาก่อนเป็นดังคาด ทันทีที่เริ่มประมูล ราคาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆห้องรับรองหมายเลข “ตี้” เป็นห้องที่เสนอราคาคึกคักที่สุด ทุกคนต่างดูออกว่าคืนนี้องค์ชายสี่หมายมั่นจะคว้านางไปให้ได้ห้องรับรองหมายเลข “เทียน” ที่เฟิงเสวียนนี่อยู่ก็เสนอราคากันอย่างคึกคักเช่นกัน แต่เฟิงเซียวกลับทุ่มเงินราวกับสุนัขบ้า ไม่นานพวกคุณชายกลุ่มนี้ก็เริ่มสู้ราคาไม่ไหว หญิงงามก็ดีอยู่หรอก แต่หากต้องเสียเงินมากเกินไปก็ไม่คุ้ม อย่างไรเสียก็เป็นเพียงหญิงคณิกา
Read more

บทที่ 20

ตอนนี้นางได้แต่ภาวนาให้เฟิงเซียวทำตัวให้สมชายชาตรีสักหน่อย อย่าปอด เพิ่มราคาอีกสิ!อวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเซียวด้วยสายตาน่าสงสาร หมายจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเขาเดิมทีเฟิงเซียวยังลังเล แต่พอเห็นหญิงงามมีท่าทางบอบบางน่าสงสาร ความลุ่มหลงในหญิงงามก็ทำให้เขาใจกล้าขึ้นมาทันที ก่อนตะโกนว่า “สองพันตำลึง!”แม่เล้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ดีใจจนเกือบเป็นลม!สองพันตำลึง คืนแรกของนางคณิกาเอกมีผู้เสนอราคาถึงสองพันตำลึง เจียวเจียวช่างเป็นดาวนำโชคของนางจริง ๆ!เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ ก่อนพึมพำว่า “ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย ก็กล้ายั่วยวนบุรุษอื่นต่อหน้าต่อตาข้าแล้ว!”รัฐทายาทอวี้ดวงตาเป็นประกาย เกรงว่าเฟิงเสวียนนี่จะถอดใจ จึงตะโกนเสียงดังว่า “อาเสวียน เจ้าพึมพำอะไรอยู่ สู้ราคากับเขาไปเลย คืนนี้ต้องเอานางคณิกาเอกผู้นี้มาให้ได้!”“จะให้สู้บ้าอะไรเล่า ข้าไม่มีเงิน หรือเจ้าจะออกให้ข้าล่ะ!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองเขาอย่างเย็นชา“ข้าจ่าย...” ไจ๋อวี้พูดตะกุกตะกักไปครู่หนึ่ง ก่อนกัดฟันตัดสินใจ “พวกเราช่วยกันลงขัน ข้าสมทบให้เจ้าห้าร้อยตำลึง!”เกรงว่าเฟิงเสวียนนี่ที่กว่าจะมีใจให้สตรีสักครั้งจะเปลี่ยนใจ ไจ๋อวี้จ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status