All Chapters of ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

เฟิงเซียวโมโหจนกระทืบเท้า แทบอยากพุ่งเข้าไปสู้กับเฟิงเสวียนนี่ให้รู้แล้วรู้รอดทุกคนรีบคว้าตัวเขาไว้ “องค์ชายสี่ ระงับโทสะก่อน! ก็แค่สตรีคนหนึ่ง ยกให้อีกฝ่ายไปแล้วจะเป็นไร!”“มีแต่คนโง่ให้เขาฟันราคาเท่านั้นที่ยอมจ่ายห้าพันตำลึงเพื่อซื้อคืนแรก!”“ใช่ ๆ คืนแรกกับคืนที่สองต่างกันอย่างไร พวกเราไม่สู้ราคากับเขาแล้ว!”เฟิงเซียวเองก็รู้สึกว่านางคณิกาเอกเพียงคนเดียวไม่คุ้มกับเงินมากมายถึงเพียงนั้นจริง ๆ แม้จะยังโมโหอยู่ แต่ก็ถือโอกาสถอย “องค์ชายอย่างข้าใจกว้าง ไม่คิดถือสาหาความกับเขา!”“เจ้าขี้ขลาด ไม่กล้าสู้ราคาต่อแล้วหรือ?” เฟิงเสวียนนี่เยาะเสียงเย็น“ก็แค่สตรีคนหนึ่ง ยกให้เจ้าแล้วจะเป็นไร!” คราวนี้เฟิงเซียวกลับวางมาดใจกว้างขึ้นมาเสียแล้วอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเซียวอย่างผิดหวัง ขี้ขลาดจริง ๆ ด้วย นางรู้อยู่แล้ว!หากรู้แต่แรกว่าเฟิงเซียวไม่ได้เรื่องถึงเพียงนี้ นางคงไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องวุ่นวายนี้ อีกเดี๋ยวพอกลับถึงห้อง นางจะปลุกนางคณิกาเอกผู้นั้นให้ตื่นเสีย จะได้ไม่ทำให้เฟิงเสวียนนี่เสียเรื่องเฟิงเสวียนนี่มองท่าทางผิดหวังของอวี๋ซือเหมียน ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา แล้วหัวเราะเบา ๆ “
Read more

บทที่ 22

อวี๋ซือเหมียนจุดกำยานพิษไว้ในห้องล่วงหน้าแล้ว ขอเพียงเฟิงเซียวก้าวเข้ามาในห้อง ร่างกายก็จะไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้นางจัดการได้ตามใจ!ประตูค่อย ๆ ถูกผลักเปิด อวี๋ซือเหมียนมองผ่านม่านโปร่งสีแดง จับจ้องร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามาหานางไม่วางตา พลางนึกสงสัยว่าเหตุใดคนผู้นี้จึงยังเดินตัวตรงได้เช่นนี้ ตามหลักแล้วเขาควรล้มลงไปนานแล้วทว่าจนกระทั่งเฟิงเซียวเดินมาถึงตรงหน้านาง ก็ยังไม่มีอาการผิดปกติแม้แต่น้อย หรือฤทธิ์ยายังไม่ออก?อวี๋ซือเหมียนมองมือเรียวยาวขาวซีดที่ค่อย ๆ แหวกม่านแดงออกด้วยความตึงเครียด ดวงตาของนางเย็นเยียบขึ้นทันที ก่อนยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช้กริชพาดลำคอของเฟิงเซียว “อย่าขยับ ขยับอีกทีข้าฆ่าเจ้าแน่!”“เฟิงเซียว” ชะงักไป จู่ ๆ มุมริมฝีปากแดงเข้มก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ ก่อนสบตากับอวี๋ซือเหมียนผ่านม่านแดงที่แท้ไม่ได้คิดจะเผยโฉม แต่คิดจะลอบสังหารนี่เอง ถือว่าสตรีผู้นี้ยังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง“อย่างไร เจ้ายังคิดจะสังหารสามีของตนอีกหรือ?”เสียงที่คุ้นเคยทำให้หัวใจอวี๋ซือเหมียนสั่นวูบ กริชในมือหล่นกระทบพื้นดังเคร้งเฟิงเสวียนนี่ค่อย ๆ เลิกม่านโปร่งขึ้น เผยใบหน้าหล่อเหลางดงาม
Read more

บทที่ 23

“ไม่กล้าแล้วหรือ?” เฟิงเสวียนนี่หัวเราะเย็นชา “ข้าว่าเจ้าใจกล้าไม่น้อย หอนางโลมก็ยังกล้ามา นางคณิกาเอกก็ยังกล้าปลอมเป็น แล้วมีอะไรที่เจ้าไม่กล้าทำอีก?”สตรีผู้นี้ดูอ่อนโยนไร้พิษภัย ทว่าแท้จริงกลับเป็นจิ้งจอกน้อยจอมก่อเรื่องชัด ๆ มีหรือเขาจะเชื่อนาง!“ท่านอ๋อง ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ข้าไม่กล้าจริง ๆ คราวนี้ข้าวู่วามไปเอง จะไม่มีครั้งหน้าแล้ว!”น้ำตาของอวี๋ซือเหมียนไหลลงมาทันที “ป้ายหยกสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงเอวของเขา เป็นของที่ท่านแม่มอบให้ท่านพ่อ ข้าเพียงอยากขโมยมาเก็บไว้เป็นของต่างหน้าเท่านั้น!”นางดูน้อยอกน้อยใจราวกับลูกแมวจรจัด เสียงสะอื้นขาด ๆ หาย ๆ ทำเอาจิตใจของเฟิงเสวียนนี่ว้าวุ่นไปหมด“ถ้าเอาป้ายหยกนั่นกลับมาได้ เจ้าจะยอมอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสียทีใช่หรือไม่?” เฟิงเสวียนนี่กัดฟันถามเสียงสะอื้นของอวี๋ซือเหมียนชะงักลง นางเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร“รอข้าอยู่ตรงนี้!” เฟิงเสวียนนี่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ไม่นานก็กลับมาอีกครั้ง ก่อนแบกอวี๋ซือเหมียนขึ้นบ่าแล้วกระโดดลงทางหน้าต่างเมื่อกลับถึงจวน เขาก็โยนนางพร้อมกับป้ายหยกที่นางเฝ้าคิดถึงและปรารถนาจะได้คืน
Read more

บทที่ 24

กลิ่นหอมเข้มข้นแปลกใหม่อบอวลไปทั่วลาน เพิ่งย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วง อากาศยังไม่หนาวนัก ยามเที่ยงด้านนอกยังมีแสงแดดอบอุ่นผู้คนกลุ่มหนึ่งตั้งโต๊ะหลายตัวไว้ในลาน บนเตาถ่านรูปร่างประหลาดมีหม้อเหล็กใบเล็ก ๆ วางอยู่หลายใบ ไม่รู้ว่าในหม้อต้มสิ่งใดไว้ ของเหลวสีแดงข้นกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงปุด ๆ ไม่หยุด“พระชายาบอกว่าสิ่งนี้เรียกว่าหม้อไฟหรือ? พวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”“เพิ่งรู้ว่าผักกาดขาวเอาไปต้มแล้วจะหอมถึงเพียงนี้!”“ของเหนียว ๆ นี่พอลงหม้อแล้ว เหตุใดถึงกลายเป็นลูกกลม ๆ ได้เล่า!”“แถมแต่ละอย่างยังมีรสชาติแตกต่างกันด้วย อร่อยจริง ๆ!”อวี๋ซือเหมียนสวมผ้ากันเปื้อน พับแขนเสื้อขึ้นครึ่งหนึ่ง ใช้ช้อนเล็กตักส่วนผสมสีขาวหนึ่งช้อนหย่อนลงในหม้อ ทันใดนั้นก็จับตัวเป็นลูกกลม ๆ นางตั้งใจต้มลูกชิ้นเสียจนไม่ทันสังเกตว่า รอบด้านเงียบกริบไร้เสียงไปตั้งแต่เมื่อใด“นี่เรียกว่าลูกชิ้นปลา สีเข้มคือลูกชิ้นเนื้อวัว ส่วนสีชมพูคือลูกชิ้นกุ้ง!”“ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นเนื้อวัวหรือ?” ไม่รู้ว่าเฟิงเสวียนนี่มายืนอยู่ด้านหลังนางตั้งแต่เมื่อใด เขาแค่นหัวเราะ “ลูกชิ้นของเจ้าช่างมีสารพัดอย่างเสียจริง!”น้ำเ
Read more

บทที่ 25

“ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน
Read more

บทที่ 26

เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี
Read more

บทที่ 27

“ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง
Read more

บทที่ 28

เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ
Read more

บทที่ 29

เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ
Read more

บทที่ 30

เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status