Alle Kapitel von ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต: Kapitel 1 – Kapitel 10

30 Kapitel

บทที่ 1

“ขอร้อง...โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”ท่ามกลางความมืด เสียงร่ำไห้อันแผ่วเบาและเปราะบางของนางกลับแลกมาด้วยการช่วงชิงอันบ้าคลั่งที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยปราศจากความปรานีแม้แต่น้อยเสียงหอบหายใจต่ำพร่า เย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง ทว่าเมื่อดังเข้าหูอวี๋ซือเหมียน กลับนำมาซึ่งความสิ้นหวังและความหวาดกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด!นางผลักเขาออกครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะเกียกตะกายหนีออกไป ทว่ากลับถูกลากกลับมาอย่างไร้ความปรานีครั้งแล้วครั้งเล่า...ความมืดประหนึ่งตาข่ายของมารร้าย แผ่เข้าปกคลุมและกัดกินทุกสิ่งทุกอย่างของนาง อวี๋ซือเหมียนหลับตาลงด้วยความสิ้นหวังหลังถูกจับพลิกเปลี่ยนท่าไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดูกทุกชิ้นทั่วร่างราวกับถูกถอดแยกออกจากกัน ในที่สุดอวี๋ซือเหมียนก็ได้เห็นโฉมหน้าของบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจนท่ามกลางแสงอรุณอันริบหรี่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับสลักเสลาด้วยคมมีด ดวงตาหงส์เย็นเยียบไร้ปรานี ใต้ดวงตามีไฝน้ำตาสีแดงชาดแต้มอยู่ ยิ่งขับให้ดูเย้ายวน ริมฝีปากบางยกโค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าสำราญเจือแววเย้ยหยันอวี๋ซือเหมียนสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหวาดผวา นางจำบุรุษเบื้องหน้าได้แล้วเฟิงเส
Mehr lesen

บทที่ 2

น้ำเสียงไร้เยื่อใยของเฟิงเสวียนนี่ราวกับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อูฐล้มลง เส้นสายที่ขึงตึงอยู่ในใจของอวี๋ซือเหมียน ในที่สุดก็ขาดผึงลงด้วยความสิ้นหวังเดิมทีนางหวาดกลัวจนตัวสั่นราวกับกระต่ายน้อย ร่างที่โงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่ จู่ ๆ ก็แข็งทื่อขึ้นมานั่นสินะ นางลืมไปได้อย่างไรว่าเขาคือพญายมมีชีวิตแห่งเมืองหลวง ผู้ฆ่าคนเป็นผักปลาและไม่เห็นแก่แม้แต่ญาติพี่น้องนางกลับหวังว่าเขาจะเห็นแก่ก้อนเนื้อในท้องจนรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำกับนาง ช่างเพ้อฝันเสียจริงยามนี้อวี๋ซือเหมียนได้สติอย่างแท้จริงแล้ว ใบหน้าเล็กซูบผอมซีดขาวเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา นางมองเฟิงเสวียนนี่นิ่ง ๆ ครู่หนึ่ง ดวงตาที่สงบนิ่งไร้ระลอกฉายแววเย็นกร้าวจากนั้นโดยไม่มีเค้าลางใด ๆ นางก็หันหลังวิ่งกลับไปทันทีเฟิงเสวียนนี่มองร่างเล็กบอบบางของนาง ก่อนแค่นหัวเราะเซียวชีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตะลึงจนพูดไม่ออกไปตั้งนานแล้ว สวรรค์! เสวียนอ๋องของเขามีทายาทแล้ว นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?“ดูเพลินมากสินะ ให้ข้าหาม้านั่งตัวเล็กมาให้เจ้าด้วยดีหรือไม่ จะได้นั่งกินเมล็ดแตงไปด้วย!”เซียวชีถูกถีบก้นอย่างแรงหนึ่งที “เจ้าทึ่ม ยังไม่รีบไปตามอีก!”“ขอ
Mehr lesen

บทที่ 3

ส่วนอวบอิ่มของหญิงสาวเบียดถูร่างเขาอย่างไม่รู้จักกลัวตาย ใบหน้าเล็กงดงามเย้ายวนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เสียงร่ำไห้อ่อนหวานบอบบางราวลูกแมวชวนให้ใจสั่นไหว ทำให้ลำคอของเฟิงเสวียนนี่ตีบแน่น ชั่วขณะหนึ่งถึงกับตั้งตัวไม่ทัน“ตั้งครรภ์แล้วหรือ?”ดวงตาของสวีไทเฮาผู้เฒ่าที่อยู่ข้าง ๆ เป็นประกายขึ้นมา จู่ ๆ นางก็หมุนตัวคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ“โอ๊ย! พระโพธิสัตว์สำแดงปาฏิหาริย์แล้ว!”เฟิงเสวียนนี่โมโหจนหลุดหัวเราะ เขากระชากคอเสื้อของอวี๋ซือเหมียนขึ้นอย่างหยาบคาย กัดกรามกรอดก่อนเอ่ยว่า “เจ้าตัวเล็ก ลูกไม้เยอะเสียจริงนะ!”เขาประเมินนางต่ำไปเสียแล้ว คราวนี้ยุ่งแน่อวี๋ซือเหมียนมองดวงตาเย็นเยียบคู่นั้นของเขา ข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ พลางหลบสายตา“ระวังเหลนของข้าด้วย รีบปล่อยนางเดี๋ยวนี้!”สวีไทเฮาลุกขึ้นโดยมีสาวใช้ประคอง ก่อนฟาดฝ่ามือเข้าที่ท้ายทอยของเฟิงเสวียนนี่หนึ่งที แล้วดึงอวี๋ซือเหมียนมาไว้ข้างกายเมื่อเห็นใบหน้างดงามของนางชัดเจน สวีไทเฮาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนร้องขึ้นด้วยความยินดี “แม่หนูตระกูลอวี๋!”“โอ๊ย ดีเหลือเกิน!”หลานชายของนางอายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่ในจวนกลับไม่มีแม้แต่ยุงตัวเมีย นางไ
Mehr lesen

บทที่ 4

“อย่านะ!” อวี๋ซือเหมียนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว “ท่านอ๋อง นี่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ”ปลายกริชของเฟิงเสวียนนี่หยุดอยู่เหนือท้องน้อยของนาง จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเสียงต่ำ “แม้แต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะตายวันไหน เจ้าคิดว่าข้าจะเอาเด็กนี่ไว้หรือ?”ร่างของอวี๋ซือเหมียนแข็งทื่อ แม้แต่ลมหายใจก็แทบหยุดชะงัก“ผู้ใดส่งเจ้ามา?” ปลายกริชแตะลงเบา ๆ หยดเลือดสีแดงพลันซึมออกมาในหัวของอวี๋ซือเหมียนดังอื้อราวกับระเบิด นางคว้าคมกริชของเขาไว้ เลือดสีแดงสดหยดลงบนผิวขาวผ่อง ดูสะดุดตาเป็นอย่างยิ่งเฟิงเสวียนนี่ชะงักไป เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่านางจะกล้าทำเช่นนี้“อย่าทำร้ายเขาเลย ข้าขอร้อง!” เสียงของอวี๋ซือเหมียนน่าสงสารราวกับลูกแมวเปียกฝน “เขาเป็นญาติคนสุดท้ายของข้าแล้ว ขอร้องท่าน ปล่อยเขาไปเถิด!”มือที่กำคมกริชของอวี๋ซือเหมียนยิ่งบีบแน่น ราวกับไม่รู้จักเจ็บ นางกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตางดงามเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง“ไม่มี ไม่มีผู้ใดส่งข้ามา ข้าเพียงทนให้ลูกต้องมาลำบากไปกับข้าไม่ได้! ขอท่านอ๋องเมตตา อย่าทำร้ายเขาเลย”นางน้ำตาคลอเบ้า ราวกับพร้อมจะร่ำไห้ได้ทุกเมื่อ ท่าทางเศร้าสร้อยน่าเวทนา เห
Mehr lesen

บทที่ 5

หัวใจของอวี๋ซือเหมียนกระตุกวูบ“เจ้าลูกไม่เอาไหน!”ในที่สุดฮ่องเต้จิ่งหยางก็อดรนทนไม่ไหว ขว้างแท่นฝนหมึกใส่เขา เฟิงเสวียนนี่กลับเอียงศีรษะหลบอย่างระรื่น จึงหลบพ้นไปได้“เจ้าหลับนอนกับเขาแล้ว ยังคิดจะไม่รับผิดชอบอีกหรือ!”“ข้าหลับนอนกับใครแล้วต้องรับผิดชอบด้วยหรือ เช่นนั้นเสด็จพ่อก็พระราชทานคณิกาอันดับหนึ่งแห่งหอว่านฮวาให้แต่งกับข้าเสียเลยสิ!” เฟิงเสวียนนี่กล่าวยิ้ม ๆขนตาที่หลุบต่ำของอวี๋ซือเหมียนสั่นไหวเล็กน้อย การเอานางไปเปรียบกับหญิงคณิกาก็เป็นการดูหมิ่นนางอยู่แล้ว ทว่าหากวันนี้นางแต่งกับเฟิงเสวียนนี่ไม่ได้ เกรงว่าภายภาคหน้าคงมีชีวิตไม่สู้หญิงคณิกาเสียด้วยซ้ำ“หญิงคณิกาแห่งหอว่านฮวาจะเอามาเทียบกับแม่หนูอวี๋ได้อย่างไร!” ฮ่องเต้จิ่งหยางรู้สึกว่าตนคงถูกเจ้าลูกอกตัญญูผู้นี้ทำให้โมโหตายเข้าสักวัน“แต่ข้าก็หลับนอนกับนางที่หอว่านฮวานั่นแหละ!” เฟิงเสวียนนี่เงยหน้ามองอวี๋ซือเหมียนด้วยรอยยิ้ม “ไม่เช่นนั้นเจ้าลองบอกมาสิ อุตส่าห์วางแผนทุกวิถีทางเพื่อขึ้นเตียงข้า เจ้าต้องการอะไรกันแน่ คงไม่ใช่เพราะแผนที่ขุมทรัพย์ในตำนานของตระกูลเจ้าไม่มีผู้สืบทอด เลยเห็นว่าข้าเหมาะสมหรอกนะ!”อวี๋ซือเหมีย
Mehr lesen

บทที่ 6

“นี่เมาหนักแล้วหรือ?” ไจ๋อวี้ทำหน้างุนงงเป็นหนุ่มโสดเรื้อรังมาตั้งนาน จะไปมีภรรยาจากที่ใดกันจู่ ๆ คุณชายจวนเสนาบดีกรมคลังก็ร้อง “เอ๊ะ” ขึ้นมา ราวกับนึกอะไรได้ “คือว่า เมื่อครู่ตอนข้าผ่านจวนอ๋องเสวียน เหมือนจะเห็นหน้าประตูแขวนโคมแดงกับผ้าแพรที่ใช้ในงานแต่งงานนะ”ทุกคนเบิกตากว้างพร้อมกันครู่เดียวคนกลุ่มใหญ่ก็แยกย้ายไปกว่าครึ่ง ต่างพากันวิ่งไปมุงดูเรื่องครึกครื้น……“พระชายา คืนนี้ท่านอ๋องคงไม่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”แม่นมจ้าวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจ มองร่างซูบผอมของอวี๋ซือเหมียนด้วยความเห็นใจอยู่บ้างทั่วทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างไม่รู้ว่าอ๋องเสวียนเป็นหัวโจกของเหล่าคุณชายเสเพล ทั้งโหดเหี้ยมอำมหิต เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา พระชายาของพวกนางดูบอบบางถึงเพียงนี้ ต่อไปคงต้องลำบากไม่น้อย“รู้แล้ว!” ในที่สุดอวี๋ซือเหมียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกเมื่อมองผ้าคลุมหน้าในมือที่ปักลายยวนยางเคียงคอกัน ในใจก็อดรู้สึกเศร้าสร้อยไม่ได้ ตามธรรมเนียมแล้ว ผ้าผืนนี้ควรเป็นเจ้าบ่าวเปิดออก แต่น่าเสียดายที่เฟิงเสวียนนี่ไม่แม้แต่จะอยากมองนาง แล้วจะยอมเข้าห้องหอได้อย่างไรอวี๋ซือเหมียนเ
Mehr lesen

บทที่ 7

“อะไรนะ?” เฟิงเสวียนนี่ถึงกับหลุดหัวเราะเพราะคำพูดของนาง “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเรื่องเหลวไหลของเจ้าหรือ?”อวี๋ซือเหมียนเองก็อยากกัดลิ้นตนเองทิ้งเสีย นางได้แต่ฝืนใจเอ่ยว่า “นานวันย่อมรู้ใจคน!”บอกว่านางบริสุทธิ์และถูกใส่ร้าย เขาก็ไม่เชื่อ บอกว่านางมีใจให้เขา เขายิ่งไม่เชื่อ ช่างทำให้นางลำบากใจเหลือเกิน“นานวันย่อมรู้ใจคนหรือ?” เฟิงเสวียนนี่เลียริมฝีปาก จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กผู้นี้ช่างน่าสนใจไม่น้อย“มิสู้พูดมาตรง ๆ เสียเลยว่าเจ้าคิดจะถ่วงเวลา”อวี๋ซือเหมียน “...”ถูกเขามองออกในปราดเดียว ทว่านางก็คิดจะถ่วงเวลาเช่นนั้นจริง ๆ“อย่าคิดเล่นเล่ห์ ไม่ว่าเจ้าจะมีจุดประสงค์อันใด ที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าควรมา!”เฟิงเสวียนนี่ผลักนางออกอย่างไร้ปรานี อวี๋ซือเหมียนที่ตกลงไปในน้ำกลัวว่าเขาจะไม่ยอมให้นางอยู่ต่อ จึงรีบคว้ามือเขาแน่น บาดแผลที่ปริออกอีกครั้งทำให้แขนเสื้อของเขาเปื้อนเลือดแดงฉานในพริบตาเฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่ามิได้ผลักนางออก“ท่านอ๋อง ขอร้องท่านเห็นแก่เด็กในท้อง ให้ข้าอยู่ที่นี่เถิด ข้าไม่อยากให้เขาต้องระหกระเหินไปกับข้า!”อวี๋ซือเหมียนราวกับตัดสินใจแน่วแน่ นา
Mehr lesen

บทที่ 8

เซียวชีเห็นนายท่านของตนเดินโซเซเข้าไปในห้องนอนของอวี๋ซือเหมียน ก็ทำท่าอยากพูดแต่สุดท้ายกลับเงียบไปช่างเถิด อย่างไรก็เป็นคืนเข้าหอ หากเจ้าบ่าวไม่ไป พระชายาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน เรื่องกลับกลายเป็นเช่นนี้โดยไม่คาดคิดก็แล้วกันอวี๋ซือเหมียนกว่าจะได้มีเตียงอุ่น ๆ ให้นอนหลับสบาย มิคาดว่าเพิ่งหลับไปก็ถูกเสียงถีบประตูปลุกจนสะดุ้งตื่น “ผู้ใด?”อวี๋ซือเหมียนมองเงาดำที่เดินโซเซอยู่หน้าประตูด้วยความหวาดผวา มือกำผ้าห่มแน่น ก่อนลอบดึงปิ่นปักผมออกมากำไว้ในฝ่ามือหลายวันที่ถูกไล่ล่าสังหารทำให้อวี๋ซือเหมียนหวาดระแวงไปหมด เพียงมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย นางก็จะตื่นตระหนกอย่างยิ่ง“ผู้ใด?” ร่างสูงใหญ่หันมองมาทางนางอย่างงุนงงเมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของเฟิงเสวียนนี่ อวี๋ซือเหมียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นจุดเทียนขณะกำลังจะหันกลับ นางก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง มือใหญ่ราวคีมคู่หนึ่งบีบไหล่ทั้งสองของนางไว้แน่น“เจ้าเป็นผู้ใด เหตุใดจึงมาอยู่ในห้องนอนของข้า?”อวี๋ซือเหมียน “...”เห็นอวี๋ซือเหมียนไม่เอ่ยวาจา เฟิงเสวียนนี่ก็ขมวดคิ้วงาม ก่อนโน้มเข้าใกล้นาง คงเพราะดื่มมากเกินไปจึงมองเห็นไม่ชัด เขาเลยอย
Mehr lesen

บทที่ 9

ผ้าโปร่งสีแดงยุ่งเหยิง เผยไหปลาร้างามและหัวไหล่กลมมน ส่วนอวบอิ่มเสียดสีกับแผงอกของเขา นุ่มนิ่มดุจปุยเมฆ ความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนวนเวียนอยู่ในท้องน้อย รบกวนจนลมหายใจของเขาหนักลึก ทั้งร่างมึนงงไปหมด“ลูกแกะน้อย เจ้าคิดจะหนีไปที่ใดหรือ?”ความร้อนแผดเผาร่างของอวี๋ซือเหมียนผ่านอาภรณ์บาง จนนางรู้สึกราวกับถูกไฟเผา ทั้งร่างสั่นเทาไม่หยุด“ท่านอ๋อง ข้า...อื้อ...”จุมพิตดุดันร้อนแรงโถมลงมา เขาง้างริมฝีปากของนางออก ช่วงชิงลมหายใจในปากอย่างบ้าคลั่ง ดูดเม้มปลายลิ้นไม่ยอมปล่อย ครั้นรู้สึกถึงมือใหญ่ที่วางอยู่ตรงเอวค่อย ๆ เลื่อนขึ้นสัมผัสส่วนอ่อนนุ่ม อวี๋ซือเหมียนก็แทบทำอะไรไม่ถูกนางยกมือสั่นเทาผลักเขา ทว่าผลักไม่ขยับแม้แต่น้อย แผงอกแข็งแกร่งและไอร้อนที่สัมผัสได้แทบทำให้นางเสียสติจุมพิตของเฟิงเสวียนนี่ร้อนแรงและดุดันไม่ต่างจากตัวเขา ไม่เปิดโอกาสให้นางได้หายใจ ครั้นอวี๋ซือเหมียนรู้สึกว่าตนกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาก็ผละออก ก่อนเปลี่ยนไปบุกพื้นที่อื่นแทน...อวี๋ซือเหมียนมองศีรษะที่ซุกอยู่ตรงอกนางขยับขึ้นลงด้วยดวงตาพร่าเลือน ก่อนสอดมือเข้าไปในเรือนผมยาวของเขาแล้วกำแน่นด้วยความขุ่นเคือง“อื
Mehr lesen

บทที่ 10

รุ่งเช้าวันถัดมา เฟิงเสวียนนี่ซึ่งเมาค้างจากเมื่อคืนรู้สึกศีรษะมึนงง เขาขยับตัวอย่างสะลึมสะลือ ก่อนรู้สึกว่ามีบางสิ่งนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมแขน จึงเผลอบีบเบา ๆ ตามสัญชาตญาณ กลับได้ยินเสียงครางหวานแผ่วเบาเฟิงเสวียนนี่สะดุ้งในใจ รีบลืมตาขึ้นทันที ครั้นเห็นหญิงงามบอบบางในอ้อมแขนที่อาภรณ์ยุ่งเหยิง เขาก็ตะลึงงันไปทั้งร่าง“บังอาจ!” เสียงตวาดกร้าวดังขึ้น ปลุกหญิงงามในอ้อมแขนให้ตื่นทันทีอวี๋ซือเหมียนเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงัวเงีย“ผู้ใดให้เจ้าขึ้นมาบนเตียงของข้า!”อวี๋ซือเหมียน “...”หืม???ตกลงผู้ใดกันแน่ที่ขึ้นเตียงของผู้ใด?“เมื่อคืนยังบอกว่าจะไม่เล่นเล่ห์อันใด นี่หรือที่เรียกว่ารักษาคำพูด?”เฟิงเสวียนนี่ถลึงตามองนางอย่างเย็นชา ก่อนเปิดผ้าห่มออก ครั้นเห็นตนเองเปลือยเปล่า ใบหูก็แดงก่ำด้วยความอับอาย เขาเงยหน้ามองอวี๋ซือเหมียนอย่างไม่อยากเชื่อ “รู้อยู่แล้วว่าสตรีอย่างเจ้ามิใช่คนสงบเสงี่ยม”อวี๋ซือเหมียนมองสายตากล่าวหาของเขา ก่อนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาเฟิงเสวียนนี่สวมอาภรณ์อย่างลวก ๆ ก่อนหันกลับมาถลึงตามองอวี๋ซือเหมียนที่อาภรณ์ไม่เรียบร้อยและกำลังใช้แขนยันเตียงด้วยสีหน้าเหม่อ ๆ
Mehr lesen
ZURÜCK
123
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status