All Chapters of ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก: Chapter 11 - Chapter 17

17 Chapters

บทที่ 11

เสิ่นหมิงเวยดึงสติกลับมา พยักหน้าให้เว่ยเจิง "ไม่เป็นไร เมื่อครู่ขอบใจมาก"เว่ยเจิงเห็นพวกนางปลอดภัยดี จึงรีบนำกำลังคนเข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ทั้งหมด เขาเดินจ้ำอ้าวมาหยุดตรงหน้าเสิ่นหมิงเวย สายตาจับจ้องใบหน้านาง "ไม่ได้เจอกันนานเลย"สายตาหยุดอยู่ที่เนี่ยนเนี่ยนในอ้อมอกนาง แววตาแสนคนึงหา "นางหน้าตาเหมือนเจ้าตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิด"เสิ่นหมิงเวยมองบุรุษตรงหน้า รู้สึกทั้งคุ้นเคยทั้งห่างเหินเพราะไม่ได้ติดต่อกันมานานชั่วขณะนั้นทำให้นางหวนคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเว่ยเจิงเป็นเด็กกำพร้าที่บิดาของนางเก็บมาจากสนามรบ บิดาเห็นเขามีจิตใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญมาตั้งแต่เด็ก จึงรับไว้เป็นบุตรบุญธรรมนับแต่นั้นมาเว่ยเจิงจึงกลายเป็นเพื่อนเล่นของนาง คอยอยู่เป็นเพื่อนเรียนหนังสือและฝึกวรยุทธ์ร่วมกันเขาเป็นคนพูดน้อย ทว่าทุกครั้งที่นางตกอยู่ในอันตราย เขาจะปรากฏตัวขึ้นเสมอยามนางก่อเรื่อง เว่ยเจิงจะเสนอตัวรับผิดแทนเสมอ ยามนางถูกรังแก เขาก็เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาปกป้อง…เมื่อเจ็ดปีก่อน ยามที่นางกำลังจะแต่งงานออกไปเมืองหลวง เว่ยเจิงประจำการอยู่ในค่ายทหารพอดีพวกเขาจึงไม่ได้กล่าวร่ำลาเป็นค
Read more

บทที่ 12

ลมตะวันออกคลายความหนาวเหน็บ ฤดูใบไม้ผลิหวนคืนสู่ชายแดนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วนมาถึงวันงานบวงสรวงวสันต์เสิ่นหมิงเวยนำกลุ่มขุนนางเดินทางไปยังแท่นบูชาทางทิศตะวันออกของเมืองเพื่อเซ่นไหว้เทพแห่งพื้นดินและเทพแห่งธัญญาหาร อธิษฐานให้การเกษตรและการเลี้ยงสัตว์บริเวณชายแดนเจริญรุ่งเรืองและสงบสุขไร้ภัยตลอดปีชาวบ้านทั้งใกล้ทั้งไกลต่างพากันเดินทางมาเซ่นไหว้ขอพรท่ามกลางฝูงชนอันคึกคัก มีผู้คุ้มกันในชุดลำลองแฝงตัวอยู่ไม่น้อย คอยอารักขาขบวนเดินทางอย่างแน่นหนาเว่ยเจิงสวมชุดรัดกุม เหน็บกระบี่ไว้ที่เอว คอยเคียงข้างเสิ่นหมิงเวยไม่ห่างกายทว่าขบวนเดินทางออกนอกเมืองไปได้เพียงไม่กี่หลี่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทันที!ม้าที่เสิ่นหมิงเวยควบอยู่พลันคลั่งเตลิด หลุดจากการควบคุมแล้วสลัดสายเชือก วิ่งตะบึงไปยังป่ารกร้างนอกเมืองอย่างบ้าคลั่งก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทันทีทว่าเสิ่นหมิงเวยกลับไร้ความตื่นตระหนก เพียงเอียงหน้าเหลือบตาขึ้นประสานมองกับเว่ยเจิงในดวงตาทั้งสองสื่อถึงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดนับแต่วันที่เสิ่นหมิงเวยให้เว่ยเจิงไปช่วยครอบครัวของแม่นมอู๋ออกมา นางก็เปิดอกคุยกับแม่นมอู๋ตรง ๆ แ
Read more

บทที่ 13

เสิ่นหมิงเวยเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเว่ยเจิง จนไม่มีเวลาคิดว่าเซี่ยฉือมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไรนางมองเซี่ยฉือด้วยสายตาเย็นชา ตะคอกด้วยเสียงร้อนรน "หลีกไป!"เมื่อเห็นเซี่ยฉือชะงักไป เสิ่นหมิงเวยก็ไม่สนใจเขาอีก พาเว่ยเจิงอ้อมเขาเข้าไปข้างในทันทีพอเข้าสู่เขตเรือน นางก็ร้องสั่งเสียงดัง "แม่นมอู๋ รีบไปเชิญหมอประจำจวนมาเดี๋ยวนี้!"เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับของแม่นมอู๋ นางจึงเพิ่งรู้สึกตัว ว่าแม่นมอู๋ได้ออกจากจวนแม่ทัพไปแล้วเพราะกลัวความผิดสีหน้าของเสิ่นหมิงเวยชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้สาวใช้ไปเชิญหมอประจำจวนยามมองดูเว่ยเจิงขมวดคิ้วแน่นอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส เม็ดเหงื่อไหลผุดซึมขมับไม่หยุด เสิ่นหมิงเวยก็ไม่อาจปิดบังความปวดใจในดวงตาไว้ได้เลยนางเห็นเว่ยเจิงขยับริมฝีปาก จึงรีบก้มตัวยื่นหูเข้าไปใกล้ได้ยินเพียงเสียงพึมพำแผ่วเบาของเว่ยเจิง "เวยเวย…"เสิ่นหมิงเวยชะงักงัน นางกุมมือของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ เอ่ยตอบเสียงเบา "ข้าอยู่นี่"หยดเหงื่ออุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนมือนาง คล้ายกับลวกเข้ามาในใจนางนางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เตรียมจะเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้เ
Read more

บทที่ 14

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่" เสิ่นหมิงเวยเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยเว่ยเจิงยื่นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เสิ่นหมิงเวย "ข้าได้รับจดหมายจากเหยี่ยวข้างกายท่านพ่อบุญธรรมในเรือน ตอนท่านพ่อบุญธรรมกับคนอื่น ๆ เดินทางกลับเมือง ถูกซุ่มโจมตีที่ด่านหุบเขา เขาโดนพิษประหลาดจากซีอวี้ ตอนนี้ชีวิตตกอยู่ในอันตราย"นางรับม้วนกระดาษมา ตัวอักษรสั่นไหวทว่ายังคงมองออกว่าเป็นลายมือของบิดา คาดว่าคงเป็นข้อความที่เขาเขียนไว้ก่อนจะหมดสติไปนางพยายามข่มความสับสนวุ่นวายในใจ แล้วเอ่ยกับเว่ยเจิง "ในจวนยังมียาถอนพิษพระราชทานที่แก้ได้สารพัดพิษอยู่เม็ดหนึ่ง ข้าจะนำคนเอายาไปส่งเดี๋ยวนี้ เจ้าจงเฝ้ารักษาเมืองไว้ให้ดี ข้ากลัวพวกมันอาจจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ""เจ้าอยู่นี่ ข้าไปเอง" เว่ยเจิงขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย "ไม่ได้! บนตัวเจ้ายังมีบาดแผลอยู่" เสิ่นหมิงเวยปฏิเสธเสียงแข็ง นางมองเว่ยเจิง "เว่ยเจิง เชื่อใจข้า...อีกอย่าง ช่วยดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ข้าด้วย"เว่ยเจิงมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง สุดท้ายจึงสั่งให้คนไปนำเกราะเบาไหมทองที่เตรียมไว้ให้เสิ่นหมิงเวยออกมา และเฝ้ามองนางสวมใส่มันจนเสร็จถึงได้ยินยอมไม่นานเสิ่นหมิงเวยก็นำยาถอนพิษ พร้อมด้วยทั
Read more

บทที่ 15

เช้าตรู่ ยามแสงแรกของวันเริ่มสว่างรำไรเหยี่ยวที่บิดาฝึกเลี้ยงไว้โฉบลงมาจากท้องฟ้าสูง และเกาะลงบนไหล่ของเสิ่นหมิงเวยบนปีกของมันเปรอะเปื้อนรอยเลือด และในซอกกรงเล็บยังหนีบจดหมายลับม้วนเล็กจิ๋วไว้ฉบับหนึ่งนางเปิดออกดู เป็นข้อความส่งมาจากเว่ยเจิง "กองทัพเสริมมาถึงแล้ว"ตัวอักษรสี่ตัวอันคุ้นเคย ทำเอาเสิ่นหมิงเวยที่เหนื่อยล้าจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืนกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีนางนำข่าวอันน่ายินดีนี้ไปบอกแก่ทุกคนเสียงโห่ร้องยินดีพลันดังขึ้นรอบทิศพวกเขารู้ดีว่าความมืดมิดได้สิ้นสุดลงแล้ว รุ่งอรุณกำลังจะมาถึงไม่นาน เสิ่นหมิงเวยก็นำทหารที่เหลืออยู่ ร่วมมือกับกองทัพเสริมที่เว่ยเจิงนำมา ตีขนาบทั้งหน้าหลังจนกวาดล้างกองทัพศัตรูลงได้ในคราวเดียวกระทั่งฟันแม่ทัพของฝ่ายศัตรูตกจากหลังม้า เสิ่นหมิงเวยจึงไม่อาจฝืนร่างกายไว้ได้และหมดสติไปในที่สุดก่อนที่จะหมดสติไป นางรู้สึกว่ามีคนโอบรับร่างของนางไว้อย่างมั่นคงข้างหูดังขึ้นด้วยเสียงอันคุ้นเคย "วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน"เป็นเว่ยเจิงมุมปากของเสิ่นหมิงเวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ตัวเองดิ่งจมลงสู่ความมืดมิดอย่างแท้จริงยามที่นางตื่
Read more

บทที่ 16

ยามนึกถึงเรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ เขาก็เอ่ยโทษตัวเอง "เรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ ข้าสืบรู้หมดแล้ว นางจงใจส่งคนไปปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้า ทั้งยังติดสินบนยายแก่ในหอนางโลมให้มาสั่งสอนเจ้า... เจ้าวางใจได้ ข้าส่งคนพวกนั้นเข้าคุกไปหมดแล้ว"เสิ่นหมิงเวยรู้สึกเพียงว่ามันน่าขันสิ้นดีขณะที่นางมองดูเซี่ยฉือที่กำลังเจ็บปวดและโทษตัวเองอยู่ตรงหน้า ในใจไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป"แล้วอย่างไรเล่า"เสิ่นหมิงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พอเจ้าเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าข้าคือคนที่หวังดีและรักเจ้าจากใจจริง พอเจ้าหวนกลับมาขอโทษ ข้าก็ต้องยกโทษให้เจ้าอย่างนั้นหรือ เมื่อก่อนเจ้าทิ้งข้าไปในคืนเข้าห้องหอเพราะเฉิงเยวี่ยโหรว อาสาขอลงใต้ไปตรวจราชการที่เจียงหนานทุกปี แต่แท้จริงแล้วไปตามหาเฉิงเยวี่ยโหรว ซ้ำยังเชื่อคำใส่ร้ายของนางจนส่งข้าไปขังไว้ในหอนางโลม เรื่องพวกนี้ข้าไม่ติดใจถือสาเจ้าก็ได้"แต่เจ้าไม่ควรละทิ้งเนี่ยนเนี่ยนเพื่อกู้เฉิงโจว ลูกคือเส้นตายของข้า"เซี่ยฉืออ้าปากตั้งใจจะอธิบายบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจแก้ตัวสิ่งใดได้เลยตอนนั้นเป็นเพราะเขาดูคนไม่ออก แล
Read more

บทที่ 17

ช่วงเวลาต่อจากนั้น เซี่ยฉือก็คล้ายจะหายหน้าไปจากสายตาของพวกเขา แต่เสิ่นหมิงเวยรู้ดีว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นางสัมผัสได้ว่ามีคนคอยซุ่มลอบมองพวกเขาอยู่ในที่ลับเว่ยเจิงเองก็สัมผัสได้เช่นกัน หลังจากเขาพบว่าเป็นเซี่ยฉือ จึงเอ่ยถามเสิ่นหมิงเวย "ต้องให้ข้าไปไล่เขาหรือไม่""ไม่ต้องหรอก ขอเพียงดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ปลอดภัย เขาอยากจะมองก็ปล่อยให้มองไปเถิด" เสิ่นหมิงเวยสั่นศีรษะ นางรู้ดีถึงความยึดติดมัวเมาของเซี่ยฉือในเมื่อยามนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาลงไปเจียงหนานทุกปีเพื่อตามหาเฉิงเยวี่ยโหรวได้ ยามนี้ก็คงขัดขวางการตามติดของเขาไม่ได้เช่นกันทว่านางก็ยังประเมินเซี่ยฉือต่ำเกินไปนางคิดไม่ถึงเลยว่าคราวนี้เซี่ยฉือจะกล้าลงมือกับนางโดยตรงครั้งหนึ่งตอนที่เสิ่นหมิงเวยพาบุตรสาวออกไปรับลมชมทิวทัศน์ นางถูกเซี่ยฉือที่เตรียมการไว้ล่วงหน้ามอมยาจนสลบแล้วพาตัวไปพอตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในห้องที่แปลกตาแห่งหนึ่งมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้แน่นหนาในไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากหน้าประตู ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกเซี่ยฉือเดินเข้ามาด้านในยามเสิ่นหมิงเวยเห็นเขาปรากฏตัว สายตากลับไร
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status