Short
ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก

ประกายแสงหลังเหมันต์ หวนคืนแดนตะวันตก

By:  ซีโจวCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
17Chapters
1views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เสิ่นหมิงเวยปลอมตัวเป็นบุรุษมายังหอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ยามมองดูฉากอันครึกครื้นและเสียงดนตรีอันอึกทึก นางรู้สึกว่าตนเองคงจะเสียสติไปแล้ว เพียงเพราะในงานเลี้ยงวันเกิดของบุตรสาว นางได้ยินถ้อยคำที่ไม่ได้ตั้งใจเอ่ยประโยคหนึ่ง "ใต้เท้าเซี่ยกลับถึงเมืองหลวงตั้งแต่วันวาน ทั้งยังช่วยสตรีผู้หนึ่งออกมาจากหอจุ้ยฮวา เหตุใดวันนี้จึงไม่มาร่วมงานวันเกิดของบุตรสาวตนเองเล่า" ยามนั้นที่ได้ยินถ้อยคำนี้ นางเพียงรู้สึกว่าเหลวไหล ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใดกลับพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ถึงขั้นไม่สนใจขนบธรรมเนียม เดินทางมายังหอนางโลมแห่งนี้เพื่อสืบหาความจริง แต่เซี่ยฉืออยู่ระหว่างตรวจราชการที่เจียงหนานไม่ใช่หรือ เหตุใดเมื่อวานถึงปรากฏตัวที่เมืองหลวงได้ มิหนำซ้ำตัวเขาที่แต่ไหนแต่ไรเป็นคนเย็นชา รังเกียจพวกที่เข้าออกสถานเริงรมย์เป็นที่สุด แล้วจะมาทำเรื่องที่ช่วยเหลือนารีตกอับเช่นนี้ได้อย่างไร เสิ่นหมิงเวยยิ้มเยาะตนเอง หันตัวเตรียมจะเดินจากไป ทันใดนั้น ที่ประตูใหญ่ก็มีเสียงเอะอะวุ่นวายดังขึ้น นางเร่งฝีเท้าก้าวขึ้นไป เห็นเพียงเซี่ยฉือ ผู้ที่ควรจะตรวจราชการอยู่ที่เจียงหนานยืนเด่นหราอยู่ท่ามกลางฝูงชน ข้างเท้าเขามีบุรุษเนื้อตัวสกปรกมอมแมมกำลังคุกเข่าอยู่ เสิ่นหมิงเวยนึกไม่ถึงว่าเซี่ยฉือจะมาปรากฏตัวที่หอนางโลมแห่งนี้จริง ๆ ทำเอานางยืนตะลึงค้างไปชั่วขณะ

View More

Chapter 1

บทที่ 1

"ใต้เท้า ไว้ชีวิตเถิดขอรับ!" บุรุษผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะอ้อนวอนขอชีวิตไม่หยุด

"ผู้น้อยสาบานว่าจะไม่เล่นพนันอีกแล้ว! ต่อไปจะเทิดทูนฮูหยินของตนเองประดุจบรรพบุรุษ ใต้เท้าโปรดเมตตาเว้นโทษผู้น้อยสักครั้งด้วยเถิด!"

เซี่ยฉือชำเลืองบุรุษผู้นั้นด้วยความรังเกียจปราดหนึ่ง แววตาเย็นชาประหนึ่งกำลังจ้องมองคนตาย

"ขายภรรยาใช้หนี้หรือ ข้าไม่กล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้วด้วยซ้ำ แล้วอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมากกขี่ข่มเหงนาง

ต่อจากนี้หอจุ้ยฮวาแห่งนี้ก็คือที่ซุกหัวนอนของเจ้า ลากมันออกไป!"

แม่เล้าไม่รอให้เซี่ยฉือออกคำสั่ง ชี้นิ้วสั่งการให้ลูกน้องลากตัวบุรุษผู้นั้นออกไปอย่างมีไหวพริบทันที

"ใครใช้ให้เจ้าไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเล่า! ต่อไปหากกล้ามาก่อเรื่องในหอจุ้ยฮวาของข้าอีก ระวังหนังหัวเจ้าไว้แล้วกัน!"

สายตาของเซี่ยฉือหยุดอยู่บนตัวแม่เล้าซึ่งกำลังประจบประแจงอยู่ข้าง ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็น "ข้าพาคนไปหนึ่งคน ย่อมต้องคืนให้เจ้าหนึ่งคน คนผู้นี้ให้อยู่ที่นี่เสีย ดูแลเขาให้ดี ๆ ด้วยเล่า"

เมื่อฟังออกถึงการเตือนขู่ในน้ำเสียงของเซี่ยฉือ แม่เล้าก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง พยักหน้ารับคำซ้ำ ๆ "เจ้าค่ะ ๆ !"

"โชคดีที่นางไม่เป็นไร ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้หอจุ้ยฮวาของเจ้าหายไปจากเมืองหลวงเสีย" เซี่ยฉือหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงฟังดูอันตราย

แม่เล้าหน้าซีดเผือดลงในพริบตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง หยาดเหงื่อเม็ดโตเท่าถั่วผุดขึ้นที่หน้าผากแล้วไหลหยดลงมาหยดแล้วหยดเล่า

จนกระทั่งเซี่ยฉือเดินจากไป แม่เล้าถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างแรงเฮือกหนึ่ง "เกือบตายแล้วไหมเล่า ใครจะไปคิดว่าแม่นางน้อยผู้นั้นจะเป็นสตรีที่ใต้เท้าเซี่ยเคยรักปานแก้วตาดวงใจ ได้ยินว่านางออกจากเมืองหลวงไปแล้วไม่ใช่หรอกหรือ ใครจะคิดว่านางดันแต่งกับผีพนันเช่นนั้น น่าสงสารยิ่งนัก"

เสิ่นหมิงเวยหูดี ยามได้ยินเสียงพึมพำเบา ๆ ของแม่เล้า นางก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อย

เมื่อเจ็ดปีก่อนนางติดตามบิดาจากซีเป่ยกลับมาสู่เมืองหลวง ปีถัดมาก็แต่งงานกับเซี่ยฉือ หลายปีมานี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเซี่ยฉือพัวพันกับสตรีอื่น

ขณะมองแผ่นหลังของเซี่ยฉือที่เดินลับไป เสิ่นหมิงเวยก็ก้าวเท้าเดินตามไป

หลังจากเดินผ่านตรอกเล็ก ๆ สองสามแห่ง เซี่ยฉือก็เดินเข้าไปในโรงทำเต้าหู้ซอมซ่อแห่งหนึ่ง

เสิ่นหมิงเวยมองผ่านรอยแง้มของประตู ก็เห็นสภาพการณ์ภายในเรือนได้อย่างชัดเจน

สตรีแต่งกายเรียบง่าย ใบหน้ายังมีรอยเขียวช้ำที่ยังไม่จางหาย กำลังก้มเอวโม่หินอันหนักอึ้งอย่างคล่องแคล่ว

เซี่ยฉือสีดึงตัวสตรีผู้นั้นออกมาด้วยสีหน้ามืดมน ถลึงตาจ้องนางเขม็ง "เจ้ายอมทนทุกข์ทรมาน แทนที่จะยอมอยู่กับข้าอย่างนั้นหรือ"

สตรีผู้นั้นชักมือกลับตามสัญชาตญาณ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งราวกับตกใจ

"ใต้เท้าเซี่ย โปรดสำรวมด้วย ยามนี้ท่านและข้าต่างก็มีครอบครัวกันแล้ว"

เซี่ยฉือคล้ายถูกยั่วโมโหจากสตรีผู้นั้น กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อัดอั้นไปด้วยความโกรธ "ครอบครัว? ครอบครัวที่เจ้าว่าก็คือสามีที่ขายเจ้าเข้าหอนางโลมเพื่อใช้หนี้น่ะหรือ"

สตรีผู้นั้นหน้าซีดเผือด "ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยเหลือ ต่อไปข้าจะพาลูกไปใช้ชีวิตให้ดี ท่านเองก็ควรจะดูแลภรรยาและบุตรของตนเองให้ดีเช่นกัน..."

"ใช้ชีวิตให้ดีหรือ" เซี่ยฉือเอ่ยขัดนาง เดินเข้าไปประชิดตัว เค้นถามพร้อมขอบตาแดงก่ำ "ใช้ชีวิตให้ดีแล้วเหตุใดบิดามารดาเจ้าถึงยอมรับสินสอดก้อนใหญ่แล้วส่งเจ้าแต่งงานกับผีพนันนั่น ใช้ชีวิตดีแล้วเหตุใดเจ้าถึงถูกผีพนันนั่นขายเข้าหอนางโลมเล่า"

เมื่อต้องเผชิญกับการเค้นถามของเขา สตรีผู้นั้นกัดริมฝีปากแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงมาหยดแล้วหยดเล่า

ทันใดนั้น เด็กชายอายุราว ๆ ห้าขวบคนหนึ่งก็พุ่งตัวออกมา พลักเซี่ยฉือออกไปสุดแรง "ห้ามรังแกท่านแม่นะ!"

เด็กชายมองเซี่ยฉือด้วยสีหน้าหวาดระแวง ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่กำลังแยกเขี้ยวโบกกรงเล็บปกป้องผู้เป็นมารดา

เซี่ยฉือกดข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในอก ย่อตัวลงพลางฝืนยิ้มออกมา แล้วอธิบายอย่างใจเย็น "โจวโจว ท่านลุงไม่ใช่คนเลวหรอกนะ คนเลวที่รังแกท่านแม่ถูกท่านลุงลงโทษไปแล้ว ต่อไปให้ท่านลุงดูแลแม่กับเจ้า ดีหรือไม่"

เด็กชายคล้ายรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีของเซี่ยฉือ ใบหน้าที่ตึงเครียดจึงผ่อนคลายลง เด็กน้อยหันกลับไปดึงขาขากางเกงของนาง พลางมองเซี่ยฉือด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เซี่ยฉือยืนขึ้นมองสตรีที่กำลังร้องไห้ ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

"เมื่อก่อนเจ้าได้ยินว่าข้ามีสัญญาหมั้นหมาย จึงไม่เปิดโอกาสให้ข้าอธิบาย ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งว่าไปเจียงหนาน หลายปีมานี้ข้าอาศัยโอกาสตรวจราชการออกตามหาเจ้าทั่วทุกแห่งหนในเจียงหนานแต่กลับไร้ร่องรอย ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงมาโดยตลอด ทั้งยังแต่งงานมีบุตร... หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ตกอยู่ในอันตราย เจ้าก็คงจะไม่ติดต่อข้าไปอีกตลอดกาลเลยใช่หรือไม่"

เซี่ยฉือลูบไล้แก้มของสตรีผู้นั้น ช่วยซับน้ำตาให้นาง น้ำเสียงอ่อนโยนลง

"เยวี่ยโหรว คนที่ข้ารักมีเพียงเจ้าเสมอมา ในใจข้าเจ้าต่างหากคือภรรยาของข้า บุตรของสตรีตระกูลเสิ่นคนนั้นก็ไม่ใช่ความตั้งใจของข้า หากคืนนั้นข้าไม่เมามายจนมองนางเป็นเจ้า...ก็คงไม่เกิดความผิดพลาดเช่นนั้น"

เสิ่นหมิงเวยชาทื่อไปทั้งร่าง ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดถังใหญ่

เลือดเนื้อเชื้อไขที่นางอุ้มท้องมาสิบเดือน เขากลับพูดว่าเป็นเพียง 'ความผิดพลาด' อย่างนั้นหรือ ดูแลจัดการงานในเรือนแทนเขา กตัญญูต่อพ่อแม่สามี จัดการจวนเซี่ยจนเป็นระเบียบเรียบร้อย สุดท้ายแล้ว ในใจเขา นางกลับไม่คู่ควรจะเป็นภรรยาของเขาอย่างนั้นหรือ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
17 Chapters
บทที่ 1
"ใต้เท้า ไว้ชีวิตเถิดขอรับ!" บุรุษผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะอ้อนวอนขอชีวิตไม่หยุด "ผู้น้อยสาบานว่าจะไม่เล่นพนันอีกแล้ว! ต่อไปจะเทิดทูนฮูหยินของตนเองประดุจบรรพบุรุษ ใต้เท้าโปรดเมตตาเว้นโทษผู้น้อยสักครั้งด้วยเถิด!"เซี่ยฉือชำเลืองบุรุษผู้นั้นด้วยความรังเกียจปราดหนึ่ง แววตาเย็นชาประหนึ่งกำลังจ้องมองคนตาย"ขายภรรยาใช้หนี้หรือ ข้าไม่กล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้วด้วยซ้ำ แล้วอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมากกขี่ข่มเหงนาง ต่อจากนี้หอจุ้ยฮวาแห่งนี้ก็คือที่ซุกหัวนอนของเจ้า ลากมันออกไป!"แม่เล้าไม่รอให้เซี่ยฉือออกคำสั่ง ชี้นิ้วสั่งการให้ลูกน้องลากตัวบุรุษผู้นั้นออกไปอย่างมีไหวพริบทันที "ใครใช้ให้เจ้าไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเล่า! ต่อไปหากกล้ามาก่อเรื่องในหอจุ้ยฮวาของข้าอีก ระวังหนังหัวเจ้าไว้แล้วกัน!"สายตาของเซี่ยฉือหยุดอยู่บนตัวแม่เล้าซึ่งกำลังประจบประแจงอยู่ข้าง ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็น "ข้าพาคนไปหนึ่งคน ย่อมต้องคืนให้เจ้าหนึ่งคน คนผู้นี้ให้อยู่ที่นี่เสีย ดูแลเขาให้ดี ๆ ด้วยเล่า"เมื่อฟังออกถึงการเตือนขู่ในน้ำเสียงของเซี่ยฉือ แม่เล้าก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง พยักหน้ารับคำซ้ำ ๆ "เจ้าค่ะ ๆ !"
Read more
บทที่ 2
มิน่าเล่าตั้งแต่บุตรสาวลืมตาดูโลกจนถึงยามนี้ เซี่ยฉือจึงไม่เคยอุ้มลูกเลยสักครั้ง พอนึกถึงบุตรสาวที่ถูกเซี่ยฉือปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่พบหน้า ลูกก็ยังคงยื่นมือออกไปและอ้อนวอนขออ้อมกอดจากเขาด้วยแววตาเป็นประกายเสิ่นหมิงเวยรู้สึกอัดอั้นจนปวดร้าวในอกนางเพียงคิดว่าเซี่ยฉือเป็นคนนิสัยเคร่งขรึม ไม่ชอบหยอกล้อกับเด็กน้อย ดังนั้นนางจึงพยายามสั่งสอนบุตรสาวตัวน้อยไม่ให้ไปรบกวนผู้เป็นบิดาที่แท้เขาก็ยิ้มให้เด็กเป็น ทั้งยังปะเหลาะเด็กด้วยความใจเย็น เพียงแต่บุตรสาวของนางไม่ได้เกิดจากสตรีที่เขารัก จึงไม่ได้รับความรักความเมตตาจากเขาเลยแม้แต่น้อยเสิ่นหมิงเวยรู้สึกเพียงว่าภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ พร่ามัว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ใบหน้าคลอไปด้วยหยาดน้ำตานางหลับตาลงอย่างสั่นเทา เช็ดน้ำตาจนแห้ง ยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาก็กลับมากระจ่างใส นางมองดูสตรีในเรือนที่สุดท้ายก็โอบกอดเซี่ยฉือไว้อย่างอดไม่ได้ ร้องไห้โฮจนไม่เป็นตัวเอง ส่วนเซี่ยฉือกอดนางไว้แนบแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความทะนุถนอมประหนึ่งได้ของรักกลับคืนมาเสิ่นหมิงเวยหันหลังเดินจากไป ก้าวไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยเมื่อกลับถึงจวนเซี่ย นางไ
Read more
บทที่ 3
งานเลี้ยงวันเกิดเมื่อหลายวันก่อน บิดาของนางที่อยู่ไกลถึงชายแดนซีเป่ย ได้ส่งของขวัญวันเกิดของเนี่ยนเนี่ยนมาให้ล่วงหน้านั่นคือลูกม้าเหงื่อโลหิตพันธุ์แท้ตัวหนึ่งเมื่อมาถึงคอกม้าที่เรือนหลัง เสิ่นหมิงเวยก็สั่งให้บ่าวไพร่ไปนำลูกม้าออกมาทว่าพ่อบ้านดูแลคอกม้ากลับคุกเข่าลงขอโทษด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "ฮูหยินโปรดอภัยด้วยขอรับ ลูก...ลูกม้าของคุณหนู...ถูกคุณชายน้อยนำตัวไปแล้วขอรับ"คุณชายน้อยหรือเสิ่นหมิงเวยงงไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็คิดได้ว่า 'คุณชายน้อย' ที่เขาพูดถึงก็คือบุตรชายของเฉิงเยวี่ยโหรว ลู่เฉิงโจว แววตาของนางเย็นเยียบลงในชั่วพริบตานางไม่ติดใจหากเซี่ยฉือจะมอบข้าวของในจวนเซี่ยให้สองแม่ลูกเฉิงเยวี่ยโหรว แต่พวกเขาไม่ควรจะมาทะเยอทะยานอยากได้ของของเนี่ยนเนี่ยนเด็ดขาดตอนที่เสิ่นหมิงเวยเดินไปตามหาลู่เฉิงโจวด้วยสีหน้าอึมครึม ประจวบเหมาะกับที่เห็นเขากำลังถือแส้ม้าโบยลูกม้าตัวนั้นอย่างโหดร้ายพอดีลูกม้าถูกผูกไว้กับหลักไม้อย่างแน่นหนา มันร้องครวญครางอย่างหวาดกลัว ขยับหลบไปมาอย่างระส่ำระสายทว่าลู่เฉิงโจวกลับยิ่งตื่นเต้น ราวกับได้เจอของเล่นถูกใจ ตะโกนลั่นว่า "ย่าห์! ย่าห์!"เมื่อเห็นภา
Read more
บทที่ 4
ขณะมองดูซากลูกม้าในคอก บุตรสาวก็ร้องไห้จนสลบไสลไป สายตาหยุดตรงหญ้าในรางม้าที่ปะปนไปด้วยยี่โถ ใบหน้าของเสิ่นหมิงเวยยิ่งเคร่งขรึมลงนางมองดูพ่อบ้านและบ่าวชายหลายคนที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น น้ำเสียงเย็นชาจนน่ากลัว "ไม่มีใครยอมรับใช่หรือไม่ การปองร้ายทรัพย์สินของนายเป็นโทษหนัก ในเมื่อไม่มีใครยอมรับ เช่นนั้นก็ส่งตัวไปที่ว่าการให้หมด!"บ่าวชายอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีคนหนึ่งคุกเข่าเขยิบมาข้างหน้า เอ่ยปปากอย่างสั่นเทา "ฮูหยินขอรับ...เมื่อคืนบ่าวตื่นมาทำธุระ เห็นบ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายน้อยเคยปรากฏตัวอยู่แถว ๆ คอกม้าขอรับ"เมื่อได้ยินข่าวนี้ เสิ่นหมิงเวยกลับไม่ได้ประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเมื่อวานพวกนางเพิ่งมีปากเสียงกันเพราะม้าตัวนี้ วันนี้ม้ากลับถูกวางยาพิษจนตาย ช่างประจวบเหมาะเกินไปแล้วเสิ่นหมิงเวยอุ้มบุตรสาวกลับเรือนหน้าดำคร่ำเครียด หลังจากเชิญหมอมาตรวจว่าไม่เป็นอะไรแล้ว จึงสั่งให้แม่นมดูแลให้ดีจากนั้นนางก็พาบ่าวไพร่ตรงไปยังเรือนทิงจู๋เสิ่นหมิงเวยเขวี้ยงหญ้าที่ปนยี่โถลงต่อหน้าเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วให้บ่าวชายเล่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืนซ้ำอีกรอบนางก้าวไปข้างหน้า ออกแรงบีบขากรรไกรของเฉิงเยวี
Read more
บทที่ 5
ชายหน้าตาบวมปูดคนหนึ่งถูกเหวี่ยงลงต่อหน้านางอย่างแรง"ข้าก็แค่ริบอำนาจดูแลเรือนของเจ้าชั่วคราว กักบริเวณเจ้าไว้หนึ่งเดือน เจ้าก็แค้นเคืองเยวี่ยโหรว ถึงขั้นสั่งให้คนไปประกาศเรื่องที่นางถูกขายเข้าหอนางโลมในงานพิธีรับอนุ เจ้ากลายเป็นคนชั่วร้ายเหลี่ยมจัดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร"สีหน้าที่เคยเย็นชาเป็นประจำของเซี่ยฉือ ในยามนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะเสิ่นหมิงเวยมองดูบุตรสาวในอ้อมอกที่หน้าตาซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยตกใจกลัว นางจึงเก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดทันที แล้วสั่งให้แม่นมพาบุตรสาวเข้าไปในห้องเมื่อได้ยินเซี่ยฉือซักไซ้ชัดเจนแล้ว นางก็หันกลับไปมองชายแปลกหน้าบนพื้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่หนักแน่น "ข้าไม่รู้จักคนผู้นี้ และไม่คิดจะทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ด้วย"ทว่าเมื่อสิ้นเสียงนาง ชายผู้นั้นก็คุกเข่าคลานมาตรงหน้านาง อ้อนวอนว่า "ฮูหยิน ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ เป็นท่านเองที่ให้เงินข้าสองร้อยตำลึงเพื่อสั่งให้ข้าปล่อยข่าวลือในงานเลี้ยง ทั้งยังบอกว่าจะรับประกันความปลอดภัยของข้า ท่านจะกลับคำไม่ได้นะ..."เซี่ยฉือมองนางด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงแฝงโทสะที่ข่มกลั้นไว้ไม่ไหว "เพราะแผนการของเจ้า เย
Read more
บทที่ 6
เสิ่นหมิงเวยฝืนมองไปที่ประตู แสงสว่างที่พุ่งเข้ามาฉับพลันแยงตาจนนางแทบลืมตาไม่ขึ้นยังไม่ทันรอให้นางปรับตัว ก็ได้ยินเสียงของพ่อบ้าน "ฮูหยินขอรับ คุณหนูและคุณชายถูกคนร้ายลักพาตัวไปเมื่อคืน ยามนี้ใต้เท้ากำลังนำคนไปช่วยชีวิต จึงสั่งให้บ่าวรีบมารับท่านกลับจวนขอรับ"เสิ่นหมิงเวยหัวใจกระตุกวูบนางไม่สนใจความเจ็บปวดรวดร้าวบนร่างกาย โถมเข้าไปกระชากคอเสื้อของพ่อบ้านไว้แน่น แล้วเค้นถาม "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดเนี่ยนเนี่ยนถึงถูกลักพาตัวไป"พ่อบ้านก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด "เป็นเสี่ยวหลิว คนเฝ้าประตูขอรับ...เขาคือบุตรชายคนเล็กของตระกูลหลิวที่ถูกสั่งให้ริบทรัพย์และลงอาญาในคดีลักลอบค้าของหนีภาษีที่เจียงหนานเมื่อสองปีก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะปิดบังชื่อแซ่ปะปนเข้ามาอยู่ในจวนเซี่ยได้นานถึงสองปี!"เสิ่นหมิงเวยหน้าซีดเผือดลงในพริบตา นางไม่กล้าคิดเลยว่าเนี่ยนเนี่ยนจะต้องพบเจอกับการทรมานเช่นไรนางกดข่มความขวัญเสียในอก ตาแดงก่ำจ้องมองพ่อบ้าน "พวกเขาอยู่ที่ใด พาข้าไปเดี๋ยวนี้!"พอเสิ่นหมิงเวยเร่งตามไปถึง ก็เห็นเนี่ยนเนี่ยนและลู่เฉิงโจวถูกเชือกม้วนแขวนไว้ริมหน้าผาตั้งแต่ไกล ๆ โจรลักพาตัวถือมีดสั้นค
Read more
บทที่ 7
เสิ่นหมิงเวยและบุตรสาวหายตัวไปหนึ่งเดือนแล้ว เซี่ยฉือนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เขายืดหลังตรง ทว่ากลับปิดซ่อนความเหนื่อยล้าทั่วร่างไว้ไม่มิดผู้คุ้มกันก้มกายก้าวขึ้นมา "เรียนใต้เท้า ผู้น้อยนำคนค้นหาตามหมู่บ้านรอบหน้าผาจนทั่วแล้ว แต่ยังไม่พบร่องรอยของฮูหยินกับคุณหนูเลยขอรับ"พอสิ้นเสียง แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงของเซี่ยฉือก็ทรุดงอลงอย่างที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเนื้อตอนที่เกิดเรื่องขึ้น เขาคิดว่าตนเองได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและรัดกุมที่สุดแล้วเขารู้ว่าเสิ่นหมิงเวยเป็นวรยุทธ์ และรู้ว่านางจะช่วยบุตรสาวเป็นอย่างแรก ดังนั้นเขาจึงเลือกคว้าตัวลู่เฉิงโจวไว้เขาคิดว่านางจะสามารถช่วยบุตรสาวไว้ได้...แต่เขาคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นนึกไม่ถึงว่าหมิงเวยจะคว้าตัวบุตรสาวไว้ไม่ทัน และนึกไม่ถึงว่านางจะกระโดดตามลงไปโดยไม่คิดชีวิตเซี่ยฉือหลับตาลง ภาพที่ผุดขึ้นตรงหน้ามีเพียงใบหน้าสิ้นหวังของเสิ่นหมิงเวยยามกระโดดลงหน้าผา แล้วก็เสียงกรีดร้องไห้แทบขาดใจของบุตรสาวเพียงชั่วข้ามคืน เขาก็ดูแก่ลงไปถึงสิบปีทันทีที่เกิดเรื่องขึ้น เขาก็นำพาผู้คุ้มกันทั้งหมดในจวน รุดไปค้นหาและช่วยชีวิตที่ก้นหน้าผา ทว
Read more
บทที่ 8
พอเซี่ยฉือมาถึงจวนแม่ทัพ ก็ตรงเข้าไปเคาะประตูทันทีในจวนเงียบสนิท ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับใด ๆไฟโทสะพร้อมคำเค้นถามที่สุมอกเซี่ยฉือ บัดนี้ราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่ มอดดับลงในบัดดลเขากดข่มอารมณ์หลากหลายในใจเอาไว้ เอ่ยกับด้านในประตู "หมิงเวย ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้า ข้าจะรออยู่ตรงนี้ รอจนกว่าเจ้าจะยอมพบข้า"การรอคอยนี้ เป็นการเฝ้ารอไปเต็ม ๆ หนึ่งคืนจนกระทั่งวันที่สอง ประตูบานใหญ่จึงค่อย ๆ เปิดออกพ่อบ้านของจวนแม่ทัพเดินออกมา เอ่ยกับเซี่ยฉือด้วยน้ำเสียงห่างเหิน "ใต้เท้าเซี่ย ท่านได้หย่าขาดกับคุณหนูของบ้านข้าแล้ว รบกวนท่านเชิญกลับไปเถิด"เซี่ยฉือรีบก้าวไปข้างหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงดึงดัน "ข้าต้องการพบหมิงเวย ข้ามีเรื่องอยากจะถามนางด้วยตัวเอง""ท่านแม่ทัพพาคุณหนูกลับซีเป่ยไปแล้ว" พ่อบ้านกล่าวเพียงคำเดียว แล้วปิดประตูบานใหญ่ลงเซี่ยฉือตกตะลึง สมองว่างเปล่าขาวโพลนไม่ว่าจะเป็นพระราชโองการหย่าขาด หรือการที่เสิ่นหมิงเวยกลับซีเป่ย ทั้งหมดล้วนเกินความคาดหมายของเขาทั้งสิ้นนางไม่มีแม้กระทั่งคำลา ก็ละทิ้งทุกสิ่ง เดินทางไกลไปยังซีเป่ยแล้วจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดเซี่ยฉือนิ้วมือสั่นระริก เข
Read more
บทที่ 9
เซี่ยฉือชะงักงันยังไม่ทันที่เขาจะระบายโทสะ ผู้คุ้มกันลับก็ปรากฏกายขึ้นกะทันหัน"ใต้เท้า ความจริงทั้งหมดที่ท่านสั่งให้สืบสวนอย่างละเอียดอยู่ที่นี่แล้วขอรับ พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกคุมตัวไว้ทั้งหมดแล้ว"เซี่ยฉือรับคำให้การที่ผู้คุ้มกันลับยื่นส่งมาระหว่างที่กระดาษถูกพลิกไปหน้าแล้วหน้าเล่า สีหน้าของเขาก็ขาวซีดจนแทบจะกลืนไปกับกระดาษสีขาวในมือที่แท้ไม่ใช่แค่ใส่ร้ายเสิ่นหมิงเวยในงานพิธีรับอนุเท่านั้นเฉิงเยวี่ยโหรวทนสามีเก่าไม่ได้มานานแล้ว จึงร่วมมือกับบ่อนพนันวางแผนให้สามีเก่าเป็นหนี้เงินกู้ก้อนโต จากนั้นจึงเกิดฉากที่นางถูกสามีเก่าขายตัวขัดดอก แล้วเขาได้รับข่าวจึงรีบไปช่วยชีวิตไว้แม้กระทั่งยามที่หมิงเวยถูกจับขังไว้ในหอนางโลม เฉิงเยวี่ยโหรวก็ยังติดสินบนยายเฒ่าข้างในให้จงใจทรมานนางเรื่องโจรลักพาตัวนั่นก็ด้วย เป็นเฉิงเยวี่ยโหรวที่จงใจสร้างโอกาส นางอยากให้โจรจับตัวเนี่ยนเนี่ยนไป แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะจับตัวลู่เฉิงโจวไปพร้อมกันด้วยสุดท้าย แม้แต่เรื่องที่นางตั้งครรภ์ก็ยังเป็นเรื่องเท็จเพลิงโทสะจากการถูกหลอกลวงจนเป็นตัวตลกกำลังลุกโชนอยู่ลึก ๆ ในใจเขา "ไปเอาตัวเฉิงเยวี่ยโหรวกับ
Read more
บทที่ 10
หลังจากตรากตรำเดินทางไกลนานกว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดเสิ่นหมิงเวยก็ก้าวเข้าสู่เขตแดนซีเป่ยยามนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งหญ้าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ฝูงวัว แพะ และลูกม้าวิ่งเล่นอย่างสำราญใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวานางเลิกม่านรถขึ้น มองภาพเหตุการณ์ภายนอกที่คุ้นเคยในความทรงจำรู้สึกเพียงว่าจิตใจปลอดโปร่ง ความทุกข์ระทมราวกับสลายหายไปกับสายลม"ท่านแม่ ที่นี่คือซีเป่ยหรือเจ้าคะ" เนี่ยนเนี่ยนยื่นหน้าออกมาจากรถม้าด้วยเช่นกัน มองดูโลกภายนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็นเสิ่นหมิงเวยอดยิ้มมุมปากไม่ได้ "ใช่แล้ว ที่นี่คือสถานที่ที่แม่เติบโตมาตั้งแต่เด็ก ต่อไปเนี่ยนเนี่ยนก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยนะ"เมื่อได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูก บิดาของเสิ่นหมิงเวยที่อยู่ด้านนอกก็หัวเราะเสียงดังกังวาน "เนี่ยนเนี่ยน ชอบที่นี่หรือไม่ วันข้างหน้าตาจะสอนเจ้าขี่ม้า ยิงธนูดีหรือไม่""ชอบเจ้าค่ะ!" เนี่ยนเนี่ยนฟังอย่างตั้งใจ ผงกศีรษะน้อย ๆ รับอย่างตั้งใจ "ข้ายังจะฝึกวรยุทธ์กับท่านตาด้วย เติบโตขึ้นจะได้ปกป้องท่านแม่ได้!""ดี ดี!" ชายชราได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นออกมา ยามมองดูภาพอันอบอุ่นนี้ ได้ยินคำพูดเด็ก ๆ อันใสซื่อบร
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status