LOGINเสิ่นหมิงเวยปลอมตัวเป็นบุรุษมายังหอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ยามมองดูฉากอันครึกครื้นและเสียงดนตรีอันอึกทึก นางรู้สึกว่าตนเองคงจะเสียสติไปแล้ว เพียงเพราะในงานเลี้ยงวันเกิดของบุตรสาว นางได้ยินถ้อยคำที่ไม่ได้ตั้งใจเอ่ยประโยคหนึ่ง "ใต้เท้าเซี่ยกลับถึงเมืองหลวงตั้งแต่วันวาน ทั้งยังช่วยสตรีผู้หนึ่งออกมาจากหอจุ้ยฮวา เหตุใดวันนี้จึงไม่มาร่วมงานวันเกิดของบุตรสาวตนเองเล่า" ยามนั้นที่ได้ยินถ้อยคำนี้ นางเพียงรู้สึกว่าเหลวไหล ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใดกลับพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ถึงขั้นไม่สนใจขนบธรรมเนียม เดินทางมายังหอนางโลมแห่งนี้เพื่อสืบหาความจริง แต่เซี่ยฉืออยู่ระหว่างตรวจราชการที่เจียงหนานไม่ใช่หรือ เหตุใดเมื่อวานถึงปรากฏตัวที่เมืองหลวงได้ มิหนำซ้ำตัวเขาที่แต่ไหนแต่ไรเป็นคนเย็นชา รังเกียจพวกที่เข้าออกสถานเริงรมย์เป็นที่สุด แล้วจะมาทำเรื่องที่ช่วยเหลือนารีตกอับเช่นนี้ได้อย่างไร เสิ่นหมิงเวยยิ้มเยาะตนเอง หันตัวเตรียมจะเดินจากไป ทันใดนั้น ที่ประตูใหญ่ก็มีเสียงเอะอะวุ่นวายดังขึ้น นางเร่งฝีเท้าก้าวขึ้นไป เห็นเพียงเซี่ยฉือ ผู้ที่ควรจะตรวจราชการอยู่ที่เจียงหนานยืนเด่นหราอยู่ท่ามกลางฝูงชน ข้างเท้าเขามีบุรุษเนื้อตัวสกปรกมอมแมมกำลังคุกเข่าอยู่ เสิ่นหมิงเวยนึกไม่ถึงว่าเซี่ยฉือจะมาปรากฏตัวที่หอนางโลมแห่งนี้จริง ๆ ทำเอานางยืนตะลึงค้างไปชั่วขณะ
View Moreช่วงเวลาต่อจากนั้น เซี่ยฉือก็คล้ายจะหายหน้าไปจากสายตาของพวกเขา แต่เสิ่นหมิงเวยรู้ดีว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นางสัมผัสได้ว่ามีคนคอยซุ่มลอบมองพวกเขาอยู่ในที่ลับเว่ยเจิงเองก็สัมผัสได้เช่นกัน หลังจากเขาพบว่าเป็นเซี่ยฉือ จึงเอ่ยถามเสิ่นหมิงเวย "ต้องให้ข้าไปไล่เขาหรือไม่""ไม่ต้องหรอก ขอเพียงดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ปลอดภัย เขาอยากจะมองก็ปล่อยให้มองไปเถิด" เสิ่นหมิงเวยสั่นศีรษะ นางรู้ดีถึงความยึดติดมัวเมาของเซี่ยฉือในเมื่อยามนั้นเขาตั้งหน้าตั้งตาลงไปเจียงหนานทุกปีเพื่อตามหาเฉิงเยวี่ยโหรวได้ ยามนี้ก็คงขัดขวางการตามติดของเขาไม่ได้เช่นกันทว่านางก็ยังประเมินเซี่ยฉือต่ำเกินไปนางคิดไม่ถึงเลยว่าคราวนี้เซี่ยฉือจะกล้าลงมือกับนางโดยตรงครั้งหนึ่งตอนที่เสิ่นหมิงเวยพาบุตรสาวออกไปรับลมชมทิวทัศน์ นางถูกเซี่ยฉือที่เตรียมการไว้ล่วงหน้ามอมยาจนสลบแล้วพาตัวไปพอตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองถูกกักขังอยู่ในห้องที่แปลกตาแห่งหนึ่งมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดไว้แน่นหนาในไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากหน้าประตู ก่อนประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกเซี่ยฉือเดินเข้ามาด้านในยามเสิ่นหมิงเวยเห็นเขาปรากฏตัว สายตากลับไร
ยามนึกถึงเรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ เขาก็เอ่ยโทษตัวเอง "เรื่องที่เฉิงเยวี่ยโหรวทำ ข้าสืบรู้หมดแล้ว นางจงใจส่งคนไปปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเจ้า ทั้งยังติดสินบนยายแก่ในหอนางโลมให้มาสั่งสอนเจ้า... เจ้าวางใจได้ ข้าส่งคนพวกนั้นเข้าคุกไปหมดแล้ว"เสิ่นหมิงเวยรู้สึกเพียงว่ามันน่าขันสิ้นดีขณะที่นางมองดูเซี่ยฉือที่กำลังเจ็บปวดและโทษตัวเองอยู่ตรงหน้า ในใจไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป"แล้วอย่างไรเล่า"เสิ่นหมิงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พอเจ้าเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฉิงเยวี่ยโหรว แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าข้าคือคนที่หวังดีและรักเจ้าจากใจจริง พอเจ้าหวนกลับมาขอโทษ ข้าก็ต้องยกโทษให้เจ้าอย่างนั้นหรือ เมื่อก่อนเจ้าทิ้งข้าไปในคืนเข้าห้องหอเพราะเฉิงเยวี่ยโหรว อาสาขอลงใต้ไปตรวจราชการที่เจียงหนานทุกปี แต่แท้จริงแล้วไปตามหาเฉิงเยวี่ยโหรว ซ้ำยังเชื่อคำใส่ร้ายของนางจนส่งข้าไปขังไว้ในหอนางโลม เรื่องพวกนี้ข้าไม่ติดใจถือสาเจ้าก็ได้"แต่เจ้าไม่ควรละทิ้งเนี่ยนเนี่ยนเพื่อกู้เฉิงโจว ลูกคือเส้นตายของข้า"เซี่ยฉืออ้าปากตั้งใจจะอธิบายบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจแก้ตัวสิ่งใดได้เลยตอนนั้นเป็นเพราะเขาดูคนไม่ออก แล
เช้าตรู่ ยามแสงแรกของวันเริ่มสว่างรำไรเหยี่ยวที่บิดาฝึกเลี้ยงไว้โฉบลงมาจากท้องฟ้าสูง และเกาะลงบนไหล่ของเสิ่นหมิงเวยบนปีกของมันเปรอะเปื้อนรอยเลือด และในซอกกรงเล็บยังหนีบจดหมายลับม้วนเล็กจิ๋วไว้ฉบับหนึ่งนางเปิดออกดู เป็นข้อความส่งมาจากเว่ยเจิง "กองทัพเสริมมาถึงแล้ว"ตัวอักษรสี่ตัวอันคุ้นเคย ทำเอาเสิ่นหมิงเวยที่เหนื่อยล้าจากการอดนอนมาตลอดทั้งคืนกลับมากระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีนางนำข่าวอันน่ายินดีนี้ไปบอกแก่ทุกคนเสียงโห่ร้องยินดีพลันดังขึ้นรอบทิศพวกเขารู้ดีว่าความมืดมิดได้สิ้นสุดลงแล้ว รุ่งอรุณกำลังจะมาถึงไม่นาน เสิ่นหมิงเวยก็นำทหารที่เหลืออยู่ ร่วมมือกับกองทัพเสริมที่เว่ยเจิงนำมา ตีขนาบทั้งหน้าหลังจนกวาดล้างกองทัพศัตรูลงได้ในคราวเดียวกระทั่งฟันแม่ทัพของฝ่ายศัตรูตกจากหลังม้า เสิ่นหมิงเวยจึงไม่อาจฝืนร่างกายไว้ได้และหมดสติไปในที่สุดก่อนที่จะหมดสติไป นางรู้สึกว่ามีคนโอบรับร่างของนางไว้อย่างมั่นคงข้างหูดังขึ้นด้วยเสียงอันคุ้นเคย "วางใจเถิด มีข้าอยู่ทั้งคน"เป็นเว่ยเจิงมุมปากของเสิ่นหมิงเวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วปล่อยให้ตัวเองดิ่งจมลงสู่ความมืดมิดอย่างแท้จริงยามที่นางตื่
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่" เสิ่นหมิงเวยเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยเว่ยเจิงยื่นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เสิ่นหมิงเวย "ข้าได้รับจดหมายจากเหยี่ยวข้างกายท่านพ่อบุญธรรมในเรือน ตอนท่านพ่อบุญธรรมกับคนอื่น ๆ เดินทางกลับเมือง ถูกซุ่มโจมตีที่ด่านหุบเขา เขาโดนพิษประหลาดจากซีอวี้ ตอนนี้ชีวิตตกอยู่ในอันตราย"นางรับม้วนกระดาษมา ตัวอักษรสั่นไหวทว่ายังคงมองออกว่าเป็นลายมือของบิดา คาดว่าคงเป็นข้อความที่เขาเขียนไว้ก่อนจะหมดสติไปนางพยายามข่มความสับสนวุ่นวายในใจ แล้วเอ่ยกับเว่ยเจิง "ในจวนยังมียาถอนพิษพระราชทานที่แก้ได้สารพัดพิษอยู่เม็ดหนึ่ง ข้าจะนำคนเอายาไปส่งเดี๋ยวนี้ เจ้าจงเฝ้ารักษาเมืองไว้ให้ดี ข้ากลัวพวกมันอาจจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ""เจ้าอยู่นี่ ข้าไปเอง" เว่ยเจิงขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย "ไม่ได้! บนตัวเจ้ายังมีบาดแผลอยู่" เสิ่นหมิงเวยปฏิเสธเสียงแข็ง นางมองเว่ยเจิง "เว่ยเจิง เชื่อใจข้า...อีกอย่าง ช่วยดูแลเนี่ยนเนี่ยนให้ข้าด้วย"เว่ยเจิงมองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง สุดท้ายจึงสั่งให้คนไปนำเกราะเบาไหมทองที่เตรียมไว้ให้เสิ่นหมิงเวยออกมา และเฝ้ามองนางสวมใส่มันจนเสร็จถึงได้ยินยอมไม่นานเสิ่นหมิงเวยก็นำยาถอนพิษ พร้อมด้วยทั