All Chapters of เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า: Chapter 1 - Chapter 9

9 Chapters

บทที่ 1

ฉันรู้สึกว่าหลบไปก็เหนื่อยเปล่า เลยปล่อยให้น้ำซุปราดใส่หัว ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นทันใดนั้นทั้งบ้านเงียบเหมือนป่าช้าพี่ใหญ่รีบวิ่งเข้ามาเอานิ้วอังจมูกเช็กลมหายใจฉัน เขาทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด“เธอ...เธอไม่มีลมหายใจแล้ว!”…...“มัวอึ้งอะไรกันอยู่ เรียกหมอประจำตระกูลเร็ว!”แม่กรีดร้องสุดเสียง เหมือนจะขาดใจตายยังไงยังงั้นแม่วิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาฉัน กอดฉันแล้วร้องไห้แทบเป็นแทบตาย“อวิ๋นซู ลูกที่น่าสงสารของแม่ กลับมายังไม่ทันได้มีความสุขเลย ลูกห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด”เสียงหนวกหูมาก ฉันยอมใจเลยจริงๆรู้ไหมว่าพวกคนพลังงานต่ำแบบฉัน แค่พูดเยอะกว่าปกติก็รู้สึกเหนื่อยแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องตะโกนและร้องไห้แทบขาดใจเหมือนแม่เลยไป๋เฉียงเวยยืนนิ่งอยู่กับที่ หลังจากตั้งสติได้ เธอก้มเก็บถ้วยเปล่าบนพื้น พูดอธิบายแบบตะกุกตะกัก“หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ หนูแค่กลัวพี่หิว ก็เลยเอาซุปมาให้พี่กินรองท้อง...”ยังพูดไม่ทันจบ พี่ใหญ่ก็พาหมอประจำตระกูลวิ่งเข้ามา เบียดเธอจนกระเด็นไปด้านข้าง“รีบดูอาการน้องฉันเร็ว!”ฉันทำตัวเหมือนศพมา 10 กว่าปีแล้ว เรียกว่าฝีมือถึงขั้นสุดยอดไปนาน
Read more

บทที่ 2

ไป๋เฉียงเวยเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง โน้มหน้ามากระซิบข้างหูฉัน“เธอไม่ธรรมดาอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ มิน่าล่ะเร่ร่อนอยู่ข้างนอกตั้ง 18 ปี แต่ก็ยังหาทางกลับมาได้ ฉันประเมินเธอต่ำไปจริงๆ”ฉันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอพูดอะไรของเธอ?ซุปเค็มจนฉันอยากอ้วกออกมาจริงๆ แต่ถ้าอ้วกต้องเช็ดปาก บ้วนปากอีก เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก ฉันเลยตัดสินใจกลืนลงไปให้จบๆ“ลูกรัก แม่สั่งแม่บ้านให้เคี่ยวซุปนกพิราบให้ลูกโดยเฉพาะเลยนะ รสชาติเป็นยังไงบ้าง?”แม่มองฉันด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อยตอนแรกฉันจะกินแค่คำเดียว แต่เห็นสายตาเป็นประกายของแม่ ฉันถึงกับหยิบช้อนขึ้นมาอีกครั้งช่างเถอะ กินให้หมดก็ได้ถ้าฉันบอกว่าซุปเค็มปี๋ แม่ต้องสั่งให้ป้าแม่บ้านเคี่ยวใหม่แน่ แล้วคนทั้งบ้านก็จะรุมถามฉันไม่หยุดอีกแค่คิดถึงความวุ่นวายพวกนี้ ฉันก็เหนื่อยใจแล้วฉันจึงตักซุปเข้าปากไปเรื่อยๆ จนหมดถ้วย“เคร้งงง”ช้อนในมือร่วงลงบนพื้น หลังจากนั้นฉันก็ล้มลงไปกองกับพื้นด้วย“อวิ๋นซู เป็นอะไรหรือเปล่า?”แม่รีบวิ่งเข้ามาหาฉันหมอประจำตระกูลยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็วิ่งเหงื่อท่วมตัวมาอีกรอบหลังจากเช็กเรียบร้อย เขาวินิจฉัยว
Read more

บทที่ 3

วันงานเลี้ยง ที่ห้องจัดเลี้ยงมีแขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาร่วมงานทุกคนพากันชะเง้อคอมอง อยากรู้ว่าคุณหนูตัวจริงที่พลัดพรากจากตระกูลมหาเศรษฐีหน้าตาเป็นยังไงแต่ฉันออกมาในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์กับกางเกงยีนจริงๆ แม่เตรียมชุดราตรีสั่งตัดพิเศษให้ฉัน 10 กว่าชุดแต่พอคิดว่าต้องเหนื่อยเปลี่ยนชุด เหนื่อยแต่งหน้าทำผม ฉันก็รีบปฏิเสธทันทีมีเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากกลุ่มคน“บ้านนอกจริงด้วย เชยเวอร์ พอเทียบกับลูกสาวบุญธรรมของตระกูลไป๋ ช่างต่างกันเหมือนกากับหงส์”วันนี้ไป๋เฉียงเวยแต่งหน้าทำผมสวยเป็นพิเศษ เธอยืดอกอย่างภาคภูมิใจ มีความสุขกับสายตาที่มองมาทางเธอด้วยความอิจฉาฉันขี้เกียจโต้เถียงกับพวกเขาฉันรู้สึกหิวนิดหน่อย แต่พ่อแม่ยังไม่ลงมา เลยไปหาที่นั่งตรงมุมที่ไม่มีคน กะว่าจะกินอะไรสักหน่อยอยู่ๆ มีคนมาชนฉันอย่างแรงฉันไม่ได้ถือสาอะไร กินขนมต่อไปเรื่อยๆแต่วินาทีต่อมา ผู้หญิงคนนั้นคว้าข้อมือฉันพร้อมกับถามเสียงดังลั่น“เธอขโมยของฉันทำไม?”สายตาคนทั้งงานจับจ้องมาที่ฉันทันทีซุนหย่าล้วงสร้อยคอระยิบระยับออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนฉัน พูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า“นี่คือสร้อยคอที่คุณย่าทิ้งไว
Read more

บทที่ 4

“ใช่ รีบพาอวิ๋นซูไปโรงพยาบาลก่อน”พ่อกับแม่ไม่โอ้เอ้อีกแล้ว รีบพาฉันไปโรงพยาบาลทันที จัดแพ็กเกจตรวจร่างกายแบบ VIP ที่ตรวจแบบละเอียดยิบให้ฉันแม่จับเสื้อกาวน์ของหมอ“หมอ ลูกสาวฉันเป็นอะไรกันแน่ ตอนตรวจครั้งก่อนหมอบอกว่าเธอมีปัญหาด้านหัวใจ...”หมอเปิดดูผลตรวจสุขภาพแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ค่าต่างๆ ปกติดี สุขภาพแข็งแรงมาก”แม่ถึงกับอึ้ง มองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแล้วถามอีกรอบ“แล้วทำไมลูกฉันยังไม่ฟื้นล่ะ?”หมอดันแว่นบนสันจมูกแล้วยกยิ้มมุมปาก“แกล้งตายมั้งครับ เด็กสมัยนี้ชอบแกล้งป่วยเพื่อบีบให้พ่อแม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมว่าลูกสาวคุณก็คงเหมือนกัน”แม่กำลังจะด่าหมอว่าพูดจามั่วซั่ว แต่ดันเห็นฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“หนูไม่เป็นไร คือหนูขี้เกียจขยับตัวจริงๆ นั่นแหละ”ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องผู้ป่วยขณะนั้นไป๋เฉียงเวยน้ำตาคลอเบ้า ทำท่าอึกๆ อักๆ เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง“พ่อแม่ หนูไม่รู้ว่าควรบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ดีไหม”เธอเอารายงานของนักสืบเอกชนออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับสูดน้ำมูกเบาๆ“หนูเพิ่งรู้ว่าพี่ชอบแกล้งตายเพื่อโยนความผิดให้คนอื่นตั้งแต่เด็
Read more

บทที่ 5

เสียงกรี๊ดด้วยความตกใจดังออกมาจากกลุ่มคน“มีคนกระโดดตึก!”กลุ่มคนกรูกันเข้ามามุงดู ล้อมที่เกิดเหตุจนแน่นขนัดตอนแรกพ่อกับแม่ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งแม่เห็นกำไลหยกบนข้อมือ แม่ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นมันคือกำไลที่แม่ใส่ให้ฉันเมื่อคืน บอกว่าเป็นมรดกตกทอดของคุณยาย แม่เองยังไม่กล้าใส่เลย“อวิ๋นซู อย่าทำให้แม่ตกใจสิ”“ใครก็ได้ ช่วยลูกสาวฉันด้วย!”แม่กอดฉันแน่น ร้องไห้จนเกือบเป็นลมพ่อก็กดโทรออกอย่างเอาเป็นเอาตาย แผดเสียงดังลั่น“เรียกหมอที่ดีที่สุดในเมืองนี้มาหาฉันทั้งหมด เดี๋ยวนี้เลย!”ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว หมอทำการช่วยชีวิตฉันทันทีพ่อยืนตาแดงก่ำอยู่ข้างนอก หมัดถูกกระแทกลงบนผนังอย่างแรง“ทำไม...ทำไมอยู่ดีๆ อวิ๋นซูถึงกระโดดตึก เมื่อกี้เราพูดแรงไปเหรอ?”ไป๋เฉียงเวยกลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันพูดว่า“อาจเป็นเพราะพี่โดนแฉเรื่องแกล้งตาย เลยกระโดดตึกขู่พ่อกับแม่”“พ่อกับแม่อย่าใจอ่อนแล้วโดนหลอกอีกนะ”เธอสูดหายใจแล้วพูดใส่ไฟต่อ“ถึงพี่รอดมาได้ อะไรที่ผิดก็ควรลงโทษ ไม่งั้นต่อไปเอะอะอะไรก็เอาเรื่องตายมาขู่ เราคงบ้าตายกันพอดี”พ่อขมวดคิ้วครุ่น
Read more

บทที่ 6

“ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ก็เหมือนบีบให้เธอตายไม่ใช่เหรอ?”พี่ใหญ่น้ำตาคลอเบ้า พูดประโยคนี้เสียงดังลั่นแม่สั่นไปทั้งตัว จับมือพี่ชายฉันด้วยความตกใจสุดขีด“นายว่าอะไรนะ พูดอีกรอบสิ!”พี่ใหญ่สูดหายใจลึก ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งหลังจากนั้นพี่ใหญ่เอารายงานปึกหนาที่ได้จากนักสืบฟาดลงบนโต๊ะ ร้องไห้น้ำตานองหน้าเพราะรู้สึกผิด“ตอนนั้นเป็นเพราะความประมาทของฉัน ทำให้พลัดหลงกับอวิ๋นซู ฉันรู้สึกผิดกับเธอมาตลอด จึงแอบสืบเรื่องราวตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ฉันอยากชดเชยให้เท่าที่ทำได้”“คิดไม่ถึงว่าเธอจะเจอเรื่องหนักหนาสาหัสเยอะขนาดนี้”เขาเปิดอ่านพร้อมเสียงสะอื้น ทุกตัวอักษรบนหน้ากระดาษทำให้รู้สึกใจหาย“แม้มีคนรับน้องเป็นลูกบุญธรรม แต่ชีวิตอัปยศอดสูยิ่งกว่าหมาข้างทาง”“ตอน 3 ขวบเธอถูกขายไปอยู่ที่หมู่บ้านบนดอยห่างไกล เนื่องจากไม่ใช่เด็กผู้ชาย ทำให้ต้องแถมเงินให้คนที่รับตัวเธอไป พ่อแม่บุญธรรมเห็นเธอเป็นทาสที่ทำงานให้ฟรีๆ บังคับให้เธอทำงานหนักทุกวัน”“ตอน 7 ขวบ พ่อบุญธรรมได้ยินว่าเครื่องในคนราคาดีมาก คิดจะขายเธอให้คลินิกเถื่อนเพื่อแลกกับเงิน เธอบังเอิญได้ยินเรื่องนี้พอดี จึงข้ามภูเขาหลายลูกกว่าจะหนีออกมา
Read more

บทที่ 7

ตอนกลางคืนจู่ๆ ที่โรงพยาบาลไฟดับแม้ไฟสำรองทำงานทันทีที่ไฟดับ แต่ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่กล้องวงจรปิดดับไป เพียงพอให้ไป๋เฉียงเวยแอบเข้ามาในห้องฉันเธอมองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ด่าทอฉันด้วยเสียงเบา“นังชั้นต่ำ กลับมาแย่งทุกอย่างในชีวิตฉันทำไม?”“ในเมื่อเธอเติบโตอยู่ข้างนอก เธอก็ควรตายอยู่ข้างนอกสิ”“อีกอย่างพอเธอโผล่มา ทำไมในสายตาพ่อกับแม่ถึงมีแค่เธอ?”เธอพุ่งเข้ามาทุบตีและข่วนฉันเหมือนคนบ้า ระบายความโกรธแค้นทั้งหมดใส่ฉันหลังจากนั้นไป๋เฉียงเวยเห็นว่าเหลือเวลาไม่เยอะแล้ว รีบเอาหมอนกดหน้าฉันพร้อมกับพูดอย่างเคียดแค้น“ตายซะเถอะ เธอตายไปก็ไม่มีใครแย่งความรักกับฉันแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องกัน วันเช็งเม้งปีหน้า ฉันจะเผาแบงก์กงเต็กไปให้เยอะๆ”ไป๋เฉียงเวยยิ่งคิดยิ่งสะใจขึ้นเรื่อยๆแต่ทันใดนั้นประตูห้องผู้ป่วยโดนถีบจนเปิดออกเธอยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนพี่ใหญ่ถีบจนกระเด็น ตัวกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพี่ใหญ่ตาแดงก่ำ โมโหสุดขีด“นังสารเลว ตระกูลไป๋เลี้ยงดูเธออย่างดีมา 10 กว่าปี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเนรคุณขนาดนี้”“ตอนแรกฉันเห็นว่าเธอก็เป็นน้องสาวฉัน เลยไม่อยากคิดเล็กคิดน้อ
Read more

บทที่ 8

เนื่องจากหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายไป๋เฉียงเวยถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในความผิดฐานพยายามฆ่าตอนศาลพิพากษา เธอโวยวายร้องห่มร้องไห้เหมือนคนเสียสติ รบเร้าจะเจอพ่อกับแม่ให้ได้แต่ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังเฝ้าฉันอยู่ในห้องผู้ป่วย ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยฉันเพิ่งลืมตาขึ้นมา แม่ก็ถือถ้วยซุปร้อนๆ เดินมาข้างเตียง ค่อยๆ เป่าพลางพูดเอาใจ“อวิ๋นซู รีบกินซุปนกพิราบสิ ครั้งนี้แม่เฝ้าตอนเคี่ยวซุปเองเลย ชิมดูแล้วด้วย ไม่เค็มแน่นอน”ส่วนพ่อยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ หยิบผลไม้ที่ปอกเปลือกเรียบร้อยมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วยื่นมาที่ปากฉัน พูดเสียงอ่อนโยนว่า“กินผลไม้เพิ่มวิตามินสักหน่อย”พี่ใหญ่เห็นฉันฟื้นก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบเหมือนกัน รีบไปเรียกหมอมาเช็กอาการฉันอีกรอบเมื่อหมอยิ้มแล้วบอกว่าค่าต่างๆ ปกติดี ร่างกายฟื้นตัวได้ดีมาก ทุกคนในบ้านถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของพวกเขา ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักจนทำตัวไม่ถูกหมอหัวเราะแล้วพูดแซว“คุณหนูไป๋เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่จริงๆ ตั้งแต่คุณเข้าโรงพยาบาล พ่อแม่คุณก็ผลัดกันมาเฝ้าทุกวัน ไม่ได้ไปบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“ต้องขอบ
Read more

บทที่ 9

ฉันหลบไม่ทัน ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นมาจากท้องไป๋เฉียงเวยที่เพิ่งออกจากคุก ไม่เหลือคราบคุณหนูผู้เย่อหยิ่งแม้แต่น้อยนิด เธอดูซูบซีดจนเหมือนผีเธอกำมีดเหมือนโดนผีเข้า ดันมีดที่ท้องฉันเข้ามาอีก“ไป๋อวิ๋นซู เธออยากตายไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันจะสนองให้เธอเอง!”เธอพึมพำเหมือนคนเสียสติ“ถ้าเธอตายไป ฉันก็จะเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่ พ่อแม่ต้องรับฉันกลับบ้านแน่นอน”ฉันเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่ก แต่คำพูดเพ้อเจ้อของเธอดันทำให้ฉันโมโหจนกัดฟันกรอด“เธอประสาทเหรอ?”“เธอตั้งสติแล้วคิดให้ดี ฉันคือลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ เธอหาเรื่องใส่ตัว ทำให้จุดจบของเธอเป็นแบบนี้!”“เธออยากให้ฉันตายเหรอ ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ฉันมีเงินแล้ว ฉันไม่อยากตายสักนิด”สามปีที่ผ่านมา พ่อแม่บังคับให้ฉันเข้าฟิตเนส ฝึกศิลปะป้องกันตัว ร่างกายไม่ได้บอบบางราวกับจะโดนลมพัดปลิวเหมือนเมื่อก่อนแล้วฉันกำด้ามมีดแล้วดึงมีดออกมา จากนั้นยกขาถีบหน้าอกไป๋เฉียงเวยเต็มแรงเธอล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นมา ฉันถีบซ้ำไปอีกหนึ่งทีบอดี้การ์ดตระกูลไป๋วิ่งมาอย่างรวดเร็ว จับตัวไป๋เฉียงเวยกดลงบนพื้นทันทีเธอยังคงดิ้นอย่างบ้าคลั่ง
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status