Short
เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า

เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า

By:  ซุ่ยซุ่ยCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เนื่องจากเป็นคนพลังงานต่ำตั้งแต่เกิด ฉันจึงใช้ชีวิตเหมือนศพตั้งแต่เด็ก เด็กคนอื่นหัดพูดหัดเดิน ส่วนฉันต้องรักษาอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำ ต้องควบคุมหัวใจให้เต้นแค่ 30 ครั้งต่อนาที ตอนเล่นซ่อนแอบตอนอนุบาล เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ จงใจขังฉันไว้ในตู้ ถ้ารอดก็ใช้ชีวิตต่อไป ถ้าตายก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ฉันจึงกลั้นหายใจเพื่อจบชีวิตตัวเอง แถมยังใจดีปรับท่าทางให้สะดวกต่อการเก็บไว้ในห้องดับจิตด้วย ตอนเขาเปิดประตูตู้แล้วเห็นฉันไร้ลมหายใจแล้ว เขาตกใจจนฉี่ราด ร้องไห้พร้อมกับพูดว่าตัวเองฆ่าคนตาย หลังจากนั้นโดนพวกค้ามนุษย์ดักจับตัวกลางถนน พอพวกมันเอามือปิดปาก ฉันก็ทำตัวเหมือนศพทันที ขนาดดวงตายังเลื่อนลอยไม่โฟกัสสิ่งใด พวกค้ามนุษย์อุ้มฉันวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายไปโรงพยาบาล ตะโกนเสียงดังเหมือนคนสติแตก “ไม่เกี่ยวกับฉันนะ เธอเหมือนคนตายตั้งแต่แรกแล้ว” ตอนอายุ 18 ปี ในที่สุดมหาเศรษฐีที่เป็นพ่อแม่แท้ๆ ของฉันก็มารับกลับบ้าน ตอนแรกฉันไม่อยากขยับตัวไปไหนเลย แต่พอได้ยินว่าที่บ้านสุขสบายมาก ขนาดพลิกตัวยังมีคนคอยช่วย ฉันจึงจำใจต้องพยักหน้า ปรากฏว่าตอนก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน คุณหนูตัวปลอมที่เป็นลูกสาวบุญธรรมของพ่อแม่ก็เดินสะดุด ทำให้น้ำซุปในมือหกใส่ฉันเต็มๆ

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ฉันรู้สึกว่าหลบไปก็เหนื่อยเปล่า เลยปล่อยให้น้ำซุปราดใส่หัว ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น

ทันใดนั้นทั้งบ้านเงียบเหมือนป่าช้า

พี่ใหญ่รีบวิ่งเข้ามาเอานิ้วอังจมูกเช็กลมหายใจฉัน เขาทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด

“เธอ...เธอไม่มีลมหายใจแล้ว!”

…...

“มัวอึ้งอะไรกันอยู่ เรียกหมอประจำตระกูลเร็ว!”

แม่กรีดร้องสุดเสียง เหมือนจะขาดใจตายยังไงยังงั้น

แม่วิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาฉัน กอดฉันแล้วร้องไห้แทบเป็นแทบตาย

“อวิ๋นซู ลูกที่น่าสงสารของแม่ กลับมายังไม่ทันได้มีความสุขเลย ลูกห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด”

เสียงหนวกหูมาก ฉันยอมใจเลยจริงๆ

รู้ไหมว่าพวกคนพลังงานต่ำแบบฉัน แค่พูดเยอะกว่าปกติก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องตะโกนและร้องไห้แทบขาดใจเหมือนแม่เลย

ไป๋เฉียงเวยยืนนิ่งอยู่กับที่ หลังจากตั้งสติได้ เธอก้มเก็บถ้วยเปล่าบนพื้น พูดอธิบายแบบตะกุกตะกัก

“หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ หนูแค่กลัวพี่หิว ก็เลยเอาซุปมาให้พี่กินรองท้อง...”

ยังพูดไม่ทันจบ พี่ใหญ่ก็พาหมอประจำตระกูลวิ่งเข้ามา เบียดเธอจนกระเด็นไปด้านข้าง

“รีบดูอาการน้องฉันเร็ว!”

ฉันทำตัวเหมือนศพมา 10 กว่าปีแล้ว เรียกว่าฝีมือถึงขั้นสุดยอดไปนานแล้ว

แต่หมอประจำตระกูลเปิดเปลือกตาฉันด้วยความลนลาน หลังจากพบว่ารูม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง เขาตกใจจนเสียงสั่นเครือ

“คุณหนูใหญ่อาการแย่มาก ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วบ้านอีกครั้ง

ตอนแรกฉันอยากลืมตาขึ้นมาบอกพวกเขาว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร แต่พอคิดดูอีกที ถ้าอธิบายให้พวกเขาฟังก็เปลืองน้ำลายเปล่า

ช่างเถอะ แกล้งตายต่อดีกว่า

พี่ชายอุ้มฉันขึ้นรถ ในที่สุดรถที่โคลงเคลงตลอดทางก็ถึงโรงพยาบาลสักที

หมอรีบเลื่อนอุปกรณ์ทางการแพทย์มาอย่างรวดเร็ว บอกว่าต้องเช็กคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อน

เห็นเส้นกราฟขึ้นๆ ลงๆ อย่างเชื่องช้าบนหน้าจอ เขาถึงกับขมวดคิ้วทันที

“ลูกสาวคุณหัวใจเต้นแค่ 30 ครั้งต่อนาที อาการน่าเป็นห่วงมาก”

จริงๆ ฉันสามารถควบคุมให้หัวใจเต้นแค่ 30 ครั้งต่อนาทีได้ตั้งแต่ 5 ขวบ

เพราะสำหรับฉันแล้ว ขนาดหายใจยังเหนื่อยเลย

ใช้ชีวิตมาหลายปี จู่ๆ วันนี้ฉันก็อยากรู้ว่าหัวใจสามารถเต้นช้าลงกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า

ฉันจึงหายใจอย่างแผ่วเบาที่สุด

“ติ๊ดดดด”

กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจบนหน้าจอเริ่มนิ่งจนแทบจะเป็นเส้นตรง พี่ใหญ่แผดเสียงออกมา

“น้องจะตายแล้ว!”

หมอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จะเอาเครื่องปั๊มหัวใจมาปั๊มหัวใจฉัน

ฉันจำใจต้องลืมตาขึ้นมา

“อย่า มันเจ็บ”

เมื่อเห็นการเต้นของหัวใจฉันค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ หมอถึงกับถอนหายใจยาว พูดด้วยเสียงที่ยังสั่นอยู่เล็กน้อย

“คุณหนูใหญ่หัวใจเต้นช้ากว่าคนปกติตั้งแต่เกิด แต่อย่าให้เธอเจอเรื่องสะเทือนใจบ่อยๆ จะดีกว่าครับ”

“โอเค เราจะดูแลเธออย่างดี”

แม่กอดฉันด้วยความเป็นห่วง

พ่อก็คอยปลอบอยู่ข้างๆ ดูรักและเป็นห่วงมาก

พี่ใหญ่เอามือทุบหน้าขาตัวเองอย่างเจ็บปวด

“ฉันนี่จริงๆ เลย น้องเพิ่งกลับมาบ้าน ยังไม่ได้กินอะไรทั้งวัน ทำไมถึงไม่รู้จักซื้อโจ๊กมาให้น้องกินรองท้องก่อน”

ทุกคนในบ้านพากันเป็นห่วงฉัน ไป๋เฉียงเวยโดนเบียดไปอยู่ตรงมุม ไร้ตัวตนเหมือนอากาศธาตุ

นัยน์ตาเธอฉายแววเคียดแค้นเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็แสร้งทำท่าทางน่าสงสาร

“ฉันขอโทษนะพี่ เรื่องวันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

“ฉันอิจฉาพี่จริงๆ นะ เพิ่งได้เจอหน้าพ่อแม่ แต่ดูรักและผูกพันกันมาก ไม่เหมือนกับฉันที่ดูเหมือนคนนอกตลอด”

ถ้าว่ากันตามเหตุผล ฉันควรพูดปลอบเธอสักเล็กน้อย

แต่พอคิดว่าต้องเรียบเรียงประโยคฉันก็เหนื่อยแล้ว

ฉันจึงตัดสินใจหลับตาและล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

เมื่อฉันเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำอีกครั้ง การเต้นของหัวใจก็เริ่มช้าลงอีกแล้ว

แม่เห็นแล้วหันไปถลึงตาใส่ไป๋เฉียงเวย

“หมอบอกว่าห้ามให้พี่สาวเธอเจอเรื่องสะเทือนใจ เธอจะพูดถึงเรื่องในครอบครัวให้พี่สาวเธอเจ็บปวดใจทำไม?”

ไป๋เฉียงเวยอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายเธอทำได้แค่กัดฟันฝืนยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูแย่กว่าร้องไห้เสียอีก

ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านแล้ว เธอเห็นทุกคนในบ้านยังเอาอกเอาใจฉันไม่หยุด เธออิจฉาจนแทบบ้าแล้ว

ไป๋เฉียงเวยอาศัยจังหวะตอนที่ไม่มีคนอยู่ในครัว แอบใส่เกลือลงไปในถ้วยซุปเยอะมาก ใส่พลางด่าออกมาว่า

“เอาให้เค็มตายไปเลย!”

ตระกูลไป๋เคร่งเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารมาก อีกเดี๋ยวถ้าฉันอ้วกตอนกินข้าว

พ่อแม่ต้องคิดว่าฉันไม่มีมารยาทแน่ๆ แล้วพ่อกับแม่ก็จะไม่ชอบฉัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของไป๋เฉียงเวยเหมือนอยากเห็นฉันขายหน้าจนทนไม่ไหวแล้ว

ฉันยกถ้วยขึ้นมา ตักซุปกินด้วยสีหน้าราบเรียบ

ฉันชะงักเล็กน้อย แต่ก็กลืนมันลงคอโดยที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาบนใบหน้า

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
9 Chapters
บทที่ 1
ฉันรู้สึกว่าหลบไปก็เหนื่อยเปล่า เลยปล่อยให้น้ำซุปราดใส่หัว ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นทันใดนั้นทั้งบ้านเงียบเหมือนป่าช้าพี่ใหญ่รีบวิ่งเข้ามาเอานิ้วอังจมูกเช็กลมหายใจฉัน เขาทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด“เธอ...เธอไม่มีลมหายใจแล้ว!”…...“มัวอึ้งอะไรกันอยู่ เรียกหมอประจำตระกูลเร็ว!”แม่กรีดร้องสุดเสียง เหมือนจะขาดใจตายยังไงยังงั้นแม่วิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาฉัน กอดฉันแล้วร้องไห้แทบเป็นแทบตาย“อวิ๋นซู ลูกที่น่าสงสารของแม่ กลับมายังไม่ทันได้มีความสุขเลย ลูกห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด”เสียงหนวกหูมาก ฉันยอมใจเลยจริงๆรู้ไหมว่าพวกคนพลังงานต่ำแบบฉัน แค่พูดเยอะกว่าปกติก็รู้สึกเหนื่อยแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องตะโกนและร้องไห้แทบขาดใจเหมือนแม่เลยไป๋เฉียงเวยยืนนิ่งอยู่กับที่ หลังจากตั้งสติได้ เธอก้มเก็บถ้วยเปล่าบนพื้น พูดอธิบายแบบตะกุกตะกัก“หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ หนูแค่กลัวพี่หิว ก็เลยเอาซุปมาให้พี่กินรองท้อง...”ยังพูดไม่ทันจบ พี่ใหญ่ก็พาหมอประจำตระกูลวิ่งเข้ามา เบียดเธอจนกระเด็นไปด้านข้าง“รีบดูอาการน้องฉันเร็ว!”ฉันทำตัวเหมือนศพมา 10 กว่าปีแล้ว เรียกว่าฝีมือถึงขั้นสุดยอดไปนาน
Read more
บทที่ 2
ไป๋เฉียงเวยเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง โน้มหน้ามากระซิบข้างหูฉัน“เธอไม่ธรรมดาอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ มิน่าล่ะเร่ร่อนอยู่ข้างนอกตั้ง 18 ปี แต่ก็ยังหาทางกลับมาได้ ฉันประเมินเธอต่ำไปจริงๆ”ฉันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เธอพูดอะไรของเธอ?ซุปเค็มจนฉันอยากอ้วกออกมาจริงๆ แต่ถ้าอ้วกต้องเช็ดปาก บ้วนปากอีก เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก ฉันเลยตัดสินใจกลืนลงไปให้จบๆ“ลูกรัก แม่สั่งแม่บ้านให้เคี่ยวซุปนกพิราบให้ลูกโดยเฉพาะเลยนะ รสชาติเป็นยังไงบ้าง?”แม่มองฉันด้วยสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อยตอนแรกฉันจะกินแค่คำเดียว แต่เห็นสายตาเป็นประกายของแม่ ฉันถึงกับหยิบช้อนขึ้นมาอีกครั้งช่างเถอะ กินให้หมดก็ได้ถ้าฉันบอกว่าซุปเค็มปี๋ แม่ต้องสั่งให้ป้าแม่บ้านเคี่ยวใหม่แน่ แล้วคนทั้งบ้านก็จะรุมถามฉันไม่หยุดอีกแค่คิดถึงความวุ่นวายพวกนี้ ฉันก็เหนื่อยใจแล้วฉันจึงตักซุปเข้าปากไปเรื่อยๆ จนหมดถ้วย“เคร้งงง”ช้อนในมือร่วงลงบนพื้น หลังจากนั้นฉันก็ล้มลงไปกองกับพื้นด้วย“อวิ๋นซู เป็นอะไรหรือเปล่า?”แม่รีบวิ่งเข้ามาหาฉันหมอประจำตระกูลยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็วิ่งเหงื่อท่วมตัวมาอีกรอบหลังจากเช็กเรียบร้อย เขาวินิจฉัยว
Read more
บทที่ 3
วันงานเลี้ยง ที่ห้องจัดเลี้ยงมีแขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาร่วมงานทุกคนพากันชะเง้อคอมอง อยากรู้ว่าคุณหนูตัวจริงที่พลัดพรากจากตระกูลมหาเศรษฐีหน้าตาเป็นยังไงแต่ฉันออกมาในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์กับกางเกงยีนจริงๆ แม่เตรียมชุดราตรีสั่งตัดพิเศษให้ฉัน 10 กว่าชุดแต่พอคิดว่าต้องเหนื่อยเปลี่ยนชุด เหนื่อยแต่งหน้าทำผม ฉันก็รีบปฏิเสธทันทีมีเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากกลุ่มคน“บ้านนอกจริงด้วย เชยเวอร์ พอเทียบกับลูกสาวบุญธรรมของตระกูลไป๋ ช่างต่างกันเหมือนกากับหงส์”วันนี้ไป๋เฉียงเวยแต่งหน้าทำผมสวยเป็นพิเศษ เธอยืดอกอย่างภาคภูมิใจ มีความสุขกับสายตาที่มองมาทางเธอด้วยความอิจฉาฉันขี้เกียจโต้เถียงกับพวกเขาฉันรู้สึกหิวนิดหน่อย แต่พ่อแม่ยังไม่ลงมา เลยไปหาที่นั่งตรงมุมที่ไม่มีคน กะว่าจะกินอะไรสักหน่อยอยู่ๆ มีคนมาชนฉันอย่างแรงฉันไม่ได้ถือสาอะไร กินขนมต่อไปเรื่อยๆแต่วินาทีต่อมา ผู้หญิงคนนั้นคว้าข้อมือฉันพร้อมกับถามเสียงดังลั่น“เธอขโมยของฉันทำไม?”สายตาคนทั้งงานจับจ้องมาที่ฉันทันทีซุนหย่าล้วงสร้อยคอระยิบระยับออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนฉัน พูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า“นี่คือสร้อยคอที่คุณย่าทิ้งไว
Read more
บทที่ 4
“ใช่ รีบพาอวิ๋นซูไปโรงพยาบาลก่อน”พ่อกับแม่ไม่โอ้เอ้อีกแล้ว รีบพาฉันไปโรงพยาบาลทันที จัดแพ็กเกจตรวจร่างกายแบบ VIP ที่ตรวจแบบละเอียดยิบให้ฉันแม่จับเสื้อกาวน์ของหมอ“หมอ ลูกสาวฉันเป็นอะไรกันแน่ ตอนตรวจครั้งก่อนหมอบอกว่าเธอมีปัญหาด้านหัวใจ...”หมอเปิดดูผลตรวจสุขภาพแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ค่าต่างๆ ปกติดี สุขภาพแข็งแรงมาก”แม่ถึงกับอึ้ง มองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแล้วถามอีกรอบ“แล้วทำไมลูกฉันยังไม่ฟื้นล่ะ?”หมอดันแว่นบนสันจมูกแล้วยกยิ้มมุมปาก“แกล้งตายมั้งครับ เด็กสมัยนี้ชอบแกล้งป่วยเพื่อบีบให้พ่อแม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมว่าลูกสาวคุณก็คงเหมือนกัน”แม่กำลังจะด่าหมอว่าพูดจามั่วซั่ว แต่ดันเห็นฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“หนูไม่เป็นไร คือหนูขี้เกียจขยับตัวจริงๆ นั่นแหละ”ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องผู้ป่วยขณะนั้นไป๋เฉียงเวยน้ำตาคลอเบ้า ทำท่าอึกๆ อักๆ เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง“พ่อแม่ หนูไม่รู้ว่าควรบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ดีไหม”เธอเอารายงานของนักสืบเอกชนออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับสูดน้ำมูกเบาๆ“หนูเพิ่งรู้ว่าพี่ชอบแกล้งตายเพื่อโยนความผิดให้คนอื่นตั้งแต่เด็
Read more
บทที่ 5
เสียงกรี๊ดด้วยความตกใจดังออกมาจากกลุ่มคน“มีคนกระโดดตึก!”กลุ่มคนกรูกันเข้ามามุงดู ล้อมที่เกิดเหตุจนแน่นขนัดตอนแรกพ่อกับแม่ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งแม่เห็นกำไลหยกบนข้อมือ แม่ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นมันคือกำไลที่แม่ใส่ให้ฉันเมื่อคืน บอกว่าเป็นมรดกตกทอดของคุณยาย แม่เองยังไม่กล้าใส่เลย“อวิ๋นซู อย่าทำให้แม่ตกใจสิ”“ใครก็ได้ ช่วยลูกสาวฉันด้วย!”แม่กอดฉันแน่น ร้องไห้จนเกือบเป็นลมพ่อก็กดโทรออกอย่างเอาเป็นเอาตาย แผดเสียงดังลั่น“เรียกหมอที่ดีที่สุดในเมืองนี้มาหาฉันทั้งหมด เดี๋ยวนี้เลย!”ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว หมอทำการช่วยชีวิตฉันทันทีพ่อยืนตาแดงก่ำอยู่ข้างนอก หมัดถูกกระแทกลงบนผนังอย่างแรง“ทำไม...ทำไมอยู่ดีๆ อวิ๋นซูถึงกระโดดตึก เมื่อกี้เราพูดแรงไปเหรอ?”ไป๋เฉียงเวยกลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันพูดว่า“อาจเป็นเพราะพี่โดนแฉเรื่องแกล้งตาย เลยกระโดดตึกขู่พ่อกับแม่”“พ่อกับแม่อย่าใจอ่อนแล้วโดนหลอกอีกนะ”เธอสูดหายใจแล้วพูดใส่ไฟต่อ“ถึงพี่รอดมาได้ อะไรที่ผิดก็ควรลงโทษ ไม่งั้นต่อไปเอะอะอะไรก็เอาเรื่องตายมาขู่ เราคงบ้าตายกันพอดี”พ่อขมวดคิ้วครุ่น
Read more
บทที่ 6
“ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ก็เหมือนบีบให้เธอตายไม่ใช่เหรอ?”พี่ใหญ่น้ำตาคลอเบ้า พูดประโยคนี้เสียงดังลั่นแม่สั่นไปทั้งตัว จับมือพี่ชายฉันด้วยความตกใจสุดขีด“นายว่าอะไรนะ พูดอีกรอบสิ!”พี่ใหญ่สูดหายใจลึก ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งหลังจากนั้นพี่ใหญ่เอารายงานปึกหนาที่ได้จากนักสืบฟาดลงบนโต๊ะ ร้องไห้น้ำตานองหน้าเพราะรู้สึกผิด“ตอนนั้นเป็นเพราะความประมาทของฉัน ทำให้พลัดหลงกับอวิ๋นซู ฉันรู้สึกผิดกับเธอมาตลอด จึงแอบสืบเรื่องราวตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ฉันอยากชดเชยให้เท่าที่ทำได้”“คิดไม่ถึงว่าเธอจะเจอเรื่องหนักหนาสาหัสเยอะขนาดนี้”เขาเปิดอ่านพร้อมเสียงสะอื้น ทุกตัวอักษรบนหน้ากระดาษทำให้รู้สึกใจหาย“แม้มีคนรับน้องเป็นลูกบุญธรรม แต่ชีวิตอัปยศอดสูยิ่งกว่าหมาข้างทาง”“ตอน 3 ขวบเธอถูกขายไปอยู่ที่หมู่บ้านบนดอยห่างไกล เนื่องจากไม่ใช่เด็กผู้ชาย ทำให้ต้องแถมเงินให้คนที่รับตัวเธอไป พ่อแม่บุญธรรมเห็นเธอเป็นทาสที่ทำงานให้ฟรีๆ บังคับให้เธอทำงานหนักทุกวัน”“ตอน 7 ขวบ พ่อบุญธรรมได้ยินว่าเครื่องในคนราคาดีมาก คิดจะขายเธอให้คลินิกเถื่อนเพื่อแลกกับเงิน เธอบังเอิญได้ยินเรื่องนี้พอดี จึงข้ามภูเขาหลายลูกกว่าจะหนีออกมา
Read more
บทที่ 7
ตอนกลางคืนจู่ๆ ที่โรงพยาบาลไฟดับแม้ไฟสำรองทำงานทันทีที่ไฟดับ แต่ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่กล้องวงจรปิดดับไป เพียงพอให้ไป๋เฉียงเวยแอบเข้ามาในห้องฉันเธอมองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ด่าทอฉันด้วยเสียงเบา“นังชั้นต่ำ กลับมาแย่งทุกอย่างในชีวิตฉันทำไม?”“ในเมื่อเธอเติบโตอยู่ข้างนอก เธอก็ควรตายอยู่ข้างนอกสิ”“อีกอย่างพอเธอโผล่มา ทำไมในสายตาพ่อกับแม่ถึงมีแค่เธอ?”เธอพุ่งเข้ามาทุบตีและข่วนฉันเหมือนคนบ้า ระบายความโกรธแค้นทั้งหมดใส่ฉันหลังจากนั้นไป๋เฉียงเวยเห็นว่าเหลือเวลาไม่เยอะแล้ว รีบเอาหมอนกดหน้าฉันพร้อมกับพูดอย่างเคียดแค้น“ตายซะเถอะ เธอตายไปก็ไม่มีใครแย่งความรักกับฉันแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องกัน วันเช็งเม้งปีหน้า ฉันจะเผาแบงก์กงเต็กไปให้เยอะๆ”ไป๋เฉียงเวยยิ่งคิดยิ่งสะใจขึ้นเรื่อยๆแต่ทันใดนั้นประตูห้องผู้ป่วยโดนถีบจนเปิดออกเธอยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนพี่ใหญ่ถีบจนกระเด็น ตัวกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพี่ใหญ่ตาแดงก่ำ โมโหสุดขีด“นังสารเลว ตระกูลไป๋เลี้ยงดูเธออย่างดีมา 10 กว่าปี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเนรคุณขนาดนี้”“ตอนแรกฉันเห็นว่าเธอก็เป็นน้องสาวฉัน เลยไม่อยากคิดเล็กคิดน้อ
Read more
บทที่ 8
เนื่องจากหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายไป๋เฉียงเวยถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในความผิดฐานพยายามฆ่าตอนศาลพิพากษา เธอโวยวายร้องห่มร้องไห้เหมือนคนเสียสติ รบเร้าจะเจอพ่อกับแม่ให้ได้แต่ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังเฝ้าฉันอยู่ในห้องผู้ป่วย ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยฉันเพิ่งลืมตาขึ้นมา แม่ก็ถือถ้วยซุปร้อนๆ เดินมาข้างเตียง ค่อยๆ เป่าพลางพูดเอาใจ“อวิ๋นซู รีบกินซุปนกพิราบสิ ครั้งนี้แม่เฝ้าตอนเคี่ยวซุปเองเลย ชิมดูแล้วด้วย ไม่เค็มแน่นอน”ส่วนพ่อยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ หยิบผลไม้ที่ปอกเปลือกเรียบร้อยมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วยื่นมาที่ปากฉัน พูดเสียงอ่อนโยนว่า“กินผลไม้เพิ่มวิตามินสักหน่อย”พี่ใหญ่เห็นฉันฟื้นก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบเหมือนกัน รีบไปเรียกหมอมาเช็กอาการฉันอีกรอบเมื่อหมอยิ้มแล้วบอกว่าค่าต่างๆ ปกติดี ร่างกายฟื้นตัวได้ดีมาก ทุกคนในบ้านถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของพวกเขา ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักจนทำตัวไม่ถูกหมอหัวเราะแล้วพูดแซว“คุณหนูไป๋เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่จริงๆ ตั้งแต่คุณเข้าโรงพยาบาล พ่อแม่คุณก็ผลัดกันมาเฝ้าทุกวัน ไม่ได้ไปบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“ต้องขอบ
Read more
บทที่ 9
ฉันหลบไม่ทัน ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นมาจากท้องไป๋เฉียงเวยที่เพิ่งออกจากคุก ไม่เหลือคราบคุณหนูผู้เย่อหยิ่งแม้แต่น้อยนิด เธอดูซูบซีดจนเหมือนผีเธอกำมีดเหมือนโดนผีเข้า ดันมีดที่ท้องฉันเข้ามาอีก“ไป๋อวิ๋นซู เธออยากตายไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันจะสนองให้เธอเอง!”เธอพึมพำเหมือนคนเสียสติ“ถ้าเธอตายไป ฉันก็จะเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่ พ่อแม่ต้องรับฉันกลับบ้านแน่นอน”ฉันเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่ก แต่คำพูดเพ้อเจ้อของเธอดันทำให้ฉันโมโหจนกัดฟันกรอด“เธอประสาทเหรอ?”“เธอตั้งสติแล้วคิดให้ดี ฉันคือลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ เธอหาเรื่องใส่ตัว ทำให้จุดจบของเธอเป็นแบบนี้!”“เธออยากให้ฉันตายเหรอ ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ฉันมีเงินแล้ว ฉันไม่อยากตายสักนิด”สามปีที่ผ่านมา พ่อแม่บังคับให้ฉันเข้าฟิตเนส ฝึกศิลปะป้องกันตัว ร่างกายไม่ได้บอบบางราวกับจะโดนลมพัดปลิวเหมือนเมื่อก่อนแล้วฉันกำด้ามมีดแล้วดึงมีดออกมา จากนั้นยกขาถีบหน้าอกไป๋เฉียงเวยเต็มแรงเธอล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นมา ฉันถีบซ้ำไปอีกหนึ่งทีบอดี้การ์ดตระกูลไป๋วิ่งมาอย่างรวดเร็ว จับตัวไป๋เฉียงเวยกดลงบนพื้นทันทีเธอยังคงดิ้นอย่างบ้าคลั่ง
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status