Share

บทที่ 4

Author: ซุ่ยซุ่ย
“ใช่ รีบพาอวิ๋นซูไปโรงพยาบาลก่อน”

พ่อกับแม่ไม่โอ้เอ้อีกแล้ว รีบพาฉันไปโรงพยาบาลทันที จัดแพ็กเกจตรวจร่างกายแบบ VIP ที่ตรวจแบบละเอียดยิบให้ฉัน

แม่จับเสื้อกาวน์ของหมอ

“หมอ ลูกสาวฉันเป็นอะไรกันแน่ ตอนตรวจครั้งก่อนหมอบอกว่าเธอมีปัญหาด้านหัวใจ...”

หมอเปิดดูผลตรวจสุขภาพแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ค่าต่างๆ ปกติดี สุขภาพแข็งแรงมาก”

แม่ถึงกับอึ้ง มองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแล้วถามอีกรอบ

“แล้วทำไมลูกฉันยังไม่ฟื้นล่ะ?”

หมอดันแว่นบนสันจมูกแล้วยกยิ้มมุมปาก

“แกล้งตายมั้งครับ เด็กสมัยนี้ชอบแกล้งป่วยเพื่อบีบให้พ่อแม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมว่าลูกสาวคุณก็คงเหมือนกัน”

แม่กำลังจะด่าหมอว่าพูดจามั่วซั่ว แต่ดันเห็นฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

“หนูไม่เป็นไร คือหนูขี้เกียจขยับตัวจริงๆ นั่นแหละ”

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องผู้ป่วย

ขณะนั้นไป๋เฉียงเวยน้ำตาคลอเบ้า ทำท่าอึกๆ อักๆ เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง

“พ่อแม่ หนูไม่รู้ว่าควรบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ดีไหม”

เธอเอารายงานของนักสืบเอกชนออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับสูดน้ำมูกเบาๆ

“หนูเพิ่งรู้ว่าพี่ชอบแกล้งตายเพื่อโยนความผิดให้คนอื่นตั้งแต่เด็ก ตอนอนุบาลพี่ทำให้เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ตกใจจนไข้ขึ้นไป 3 วัน ตอนป.3 พี่ทำให้ครูตกใจจนเกือบลาออก”

เสียงเธอดูตัดพ้อขึ้นเรื่อยๆ

“ตั้งแต่กลับมาพี่ก็แกล้งตายหลายรอบ พ่อกับแม่รีบพาพี่ไปโรงพยาบาลทุกรอบ”

“หนูรู้ว่าพี่ใช้วิธีนี้เรียกร้องความสนใจ แต่มันเกินไปหน่อยหรือเปล่า”

“ตัวหนูเองก็ตกใจไปหลายรอบเหมือนกัน แถมยังรู้สึกว่าตัวเองทำผิดต่อพี่ด้วย”

พ่อแม่มองรายงานปึกหนาที่ได้มาจากนักสืบ ช็อกจนพูดอะไรไม่ออก

“น้องพูดจริงเหรอ?”

แม่มองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ

ฉันขยับริมฝีปาก แต่คิดว่าไม่มีอะไรต้องโต้แย้ง จึงพยักหน้าทันที

“ไป๋อวิ๋นซู เธอทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ!”

แม่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอก

“ฉันกับพ่อเธอทิ้งงานเป็นสิบล้านเพื่อมาอยู่กับเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป”

“แล้วดูเธอทำสิ คิดไม่ถึงว่าเธอจะเห็นแก่ตัวถึงขั้นใช้วิธีนี้เรียกร้องความสนใจจากทุกคน”

“ในเมื่อเธอชอบอยู่โรงพยาบาลขนาดนี้ งั้นฉันจะจ่ายเงินให้เธออยู่ต่ออีก 1 เดือน อยู่ทบทวนความผิดของตัวเองที่นี่แล้วกัน”

แม่พูดทิ้งท้ายอย่างเย็นชาแล้วหันหลังเดินออกไป

ส่วนฉันนั่งเงียบอยู่บนเตียง ไม่ได้รั้งแม่ไว้

หลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว ในที่สุดไป๋เฉียงเวยก็เผยธาตุแท้ออกมา

เธอเดินมาข้างเตียงแล้วก้มหน้ามองฉันอย่างอวดดี

“ไม่ได้เรื่องเลย คิดจะสู้กับฉัน เธอยังอ่อนหัดอยู่มาก”

“แค่ฉันสืบดูก็รู้เรื่องแย่ๆ ของเธอแล้ว”

เธอชี้ไปนอกหน้าต่างแล้วพูดท้าทาย

“อยากแกล้งตายเรียกร้องความสนใจใช่ไหม แน่จริงเธอก็กระโดดลงไปสิ แล้วฉันจะยอมแพ้เธอ”

ไป๋เฉียงเวยพ่นคำพูดแย่ๆ ออกมาไม่หยุด พอเห็นว่าฉันเมินเธอแล้วจริงๆ เธอจึงออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน

ห้องผู้ป่วยเงียบลงทันที

สาเหตุที่ฉันเงียบตลอด ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิด แต่ฉันขี้เกียจอธิบายต่างหาก

ฉันมองหน้าต่างที่เปิดกว้างอย่างเหม่อลอย จริงๆ นอกจากพลังงานต่ำแล้ว ฉันยังรู้สึกเบื่อชีวิตมากด้วย

การมีชีวิตอยู่น่าเบื่อมากจริงๆ

ฉันจึงวิ่งไปที่หน้าต่างแล้วกระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล

ตอนนี้พ่อกับแม่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูโรงพยาบาล ยังบ่นว่าฉันไม่รู้จักโต รู้อย่างนี้คงไม่พาคนโกหกแบบฉันกลับมาที่บ้าน

อยู่ๆ ได้ยินเสียงดังตุบ วัตถุหนักๆ หล่นลงมาตรงหน้าพวกเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 9

    ฉันหลบไม่ทัน ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นมาจากท้องไป๋เฉียงเวยที่เพิ่งออกจากคุก ไม่เหลือคราบคุณหนูผู้เย่อหยิ่งแม้แต่น้อยนิด เธอดูซูบซีดจนเหมือนผีเธอกำมีดเหมือนโดนผีเข้า ดันมีดที่ท้องฉันเข้ามาอีก“ไป๋อวิ๋นซู เธออยากตายไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันจะสนองให้เธอเอง!”เธอพึมพำเหมือนคนเสียสติ“ถ้าเธอตายไป ฉันก็จะเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่ พ่อแม่ต้องรับฉันกลับบ้านแน่นอน”ฉันเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่ก แต่คำพูดเพ้อเจ้อของเธอดันทำให้ฉันโมโหจนกัดฟันกรอด“เธอประสาทเหรอ?”“เธอตั้งสติแล้วคิดให้ดี ฉันคือลูกสาวแท้ๆ ของพ่อกับแม่ เธอหาเรื่องใส่ตัว ทำให้จุดจบของเธอเป็นแบบนี้!”“เธออยากให้ฉันตายเหรอ ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ฉันมีเงินแล้ว ฉันไม่อยากตายสักนิด”สามปีที่ผ่านมา พ่อแม่บังคับให้ฉันเข้าฟิตเนส ฝึกศิลปะป้องกันตัว ร่างกายไม่ได้บอบบางราวกับจะโดนลมพัดปลิวเหมือนเมื่อก่อนแล้วฉันกำด้ามมีดแล้วดึงมีดออกมา จากนั้นยกขาถีบหน้าอกไป๋เฉียงเวยเต็มแรงเธอล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นมา ฉันถีบซ้ำไปอีกหนึ่งทีบอดี้การ์ดตระกูลไป๋วิ่งมาอย่างรวดเร็ว จับตัวไป๋เฉียงเวยกดลงบนพื้นทันทีเธอยังคงดิ้นอย่างบ้าคลั่ง

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 8

    เนื่องจากหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายไป๋เฉียงเวยถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในความผิดฐานพยายามฆ่าตอนศาลพิพากษา เธอโวยวายร้องห่มร้องไห้เหมือนคนเสียสติ รบเร้าจะเจอพ่อกับแม่ให้ได้แต่ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังเฝ้าฉันอยู่ในห้องผู้ป่วย ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยฉันเพิ่งลืมตาขึ้นมา แม่ก็ถือถ้วยซุปร้อนๆ เดินมาข้างเตียง ค่อยๆ เป่าพลางพูดเอาใจ“อวิ๋นซู รีบกินซุปนกพิราบสิ ครั้งนี้แม่เฝ้าตอนเคี่ยวซุปเองเลย ชิมดูแล้วด้วย ไม่เค็มแน่นอน”ส่วนพ่อยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ หยิบผลไม้ที่ปอกเปลือกเรียบร้อยมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วยื่นมาที่ปากฉัน พูดเสียงอ่อนโยนว่า“กินผลไม้เพิ่มวิตามินสักหน่อย”พี่ใหญ่เห็นฉันฟื้นก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบเหมือนกัน รีบไปเรียกหมอมาเช็กอาการฉันอีกรอบเมื่อหมอยิ้มแล้วบอกว่าค่าต่างๆ ปกติดี ร่างกายฟื้นตัวได้ดีมาก ทุกคนในบ้านถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของพวกเขา ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักจนทำตัวไม่ถูกหมอหัวเราะแล้วพูดแซว“คุณหนูไป๋เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่จริงๆ ตั้งแต่คุณเข้าโรงพยาบาล พ่อแม่คุณก็ผลัดกันมาเฝ้าทุกวัน ไม่ได้ไปบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“ต้องขอบ

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 7

    ตอนกลางคืนจู่ๆ ที่โรงพยาบาลไฟดับแม้ไฟสำรองทำงานทันทีที่ไฟดับ แต่ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่กล้องวงจรปิดดับไป เพียงพอให้ไป๋เฉียงเวยแอบเข้ามาในห้องฉันเธอมองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ด่าทอฉันด้วยเสียงเบา“นังชั้นต่ำ กลับมาแย่งทุกอย่างในชีวิตฉันทำไม?”“ในเมื่อเธอเติบโตอยู่ข้างนอก เธอก็ควรตายอยู่ข้างนอกสิ”“อีกอย่างพอเธอโผล่มา ทำไมในสายตาพ่อกับแม่ถึงมีแค่เธอ?”เธอพุ่งเข้ามาทุบตีและข่วนฉันเหมือนคนบ้า ระบายความโกรธแค้นทั้งหมดใส่ฉันหลังจากนั้นไป๋เฉียงเวยเห็นว่าเหลือเวลาไม่เยอะแล้ว รีบเอาหมอนกดหน้าฉันพร้อมกับพูดอย่างเคียดแค้น“ตายซะเถอะ เธอตายไปก็ไม่มีใครแย่งความรักกับฉันแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องกัน วันเช็งเม้งปีหน้า ฉันจะเผาแบงก์กงเต็กไปให้เยอะๆ”ไป๋เฉียงเวยยิ่งคิดยิ่งสะใจขึ้นเรื่อยๆแต่ทันใดนั้นประตูห้องผู้ป่วยโดนถีบจนเปิดออกเธอยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนพี่ใหญ่ถีบจนกระเด็น ตัวกระแทกลงบนพื้นอย่างแรงพี่ใหญ่ตาแดงก่ำ โมโหสุดขีด“นังสารเลว ตระกูลไป๋เลี้ยงดูเธออย่างดีมา 10 กว่าปี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเนรคุณขนาดนี้”“ตอนแรกฉันเห็นว่าเธอก็เป็นน้องสาวฉัน เลยไม่อยากคิดเล็กคิดน้อ

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 6

    “ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ก็เหมือนบีบให้เธอตายไม่ใช่เหรอ?”พี่ใหญ่น้ำตาคลอเบ้า พูดประโยคนี้เสียงดังลั่นแม่สั่นไปทั้งตัว จับมือพี่ชายฉันด้วยความตกใจสุดขีด“นายว่าอะไรนะ พูดอีกรอบสิ!”พี่ใหญ่สูดหายใจลึก ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งหลังจากนั้นพี่ใหญ่เอารายงานปึกหนาที่ได้จากนักสืบฟาดลงบนโต๊ะ ร้องไห้น้ำตานองหน้าเพราะรู้สึกผิด“ตอนนั้นเป็นเพราะความประมาทของฉัน ทำให้พลัดหลงกับอวิ๋นซู ฉันรู้สึกผิดกับเธอมาตลอด จึงแอบสืบเรื่องราวตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ฉันอยากชดเชยให้เท่าที่ทำได้”“คิดไม่ถึงว่าเธอจะเจอเรื่องหนักหนาสาหัสเยอะขนาดนี้”เขาเปิดอ่านพร้อมเสียงสะอื้น ทุกตัวอักษรบนหน้ากระดาษทำให้รู้สึกใจหาย“แม้มีคนรับน้องเป็นลูกบุญธรรม แต่ชีวิตอัปยศอดสูยิ่งกว่าหมาข้างทาง”“ตอน 3 ขวบเธอถูกขายไปอยู่ที่หมู่บ้านบนดอยห่างไกล เนื่องจากไม่ใช่เด็กผู้ชาย ทำให้ต้องแถมเงินให้คนที่รับตัวเธอไป พ่อแม่บุญธรรมเห็นเธอเป็นทาสที่ทำงานให้ฟรีๆ บังคับให้เธอทำงานหนักทุกวัน”“ตอน 7 ขวบ พ่อบุญธรรมได้ยินว่าเครื่องในคนราคาดีมาก คิดจะขายเธอให้คลินิกเถื่อนเพื่อแลกกับเงิน เธอบังเอิญได้ยินเรื่องนี้พอดี จึงข้ามภูเขาหลายลูกกว่าจะหนีออกมา

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 5

    เสียงกรี๊ดด้วยความตกใจดังออกมาจากกลุ่มคน“มีคนกระโดดตึก!”กลุ่มคนกรูกันเข้ามามุงดู ล้อมที่เกิดเหตุจนแน่นขนัดตอนแรกพ่อกับแม่ยังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งแม่เห็นกำไลหยกบนข้อมือ แม่ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นมันคือกำไลที่แม่ใส่ให้ฉันเมื่อคืน บอกว่าเป็นมรดกตกทอดของคุณยาย แม่เองยังไม่กล้าใส่เลย“อวิ๋นซู อย่าทำให้แม่ตกใจสิ”“ใครก็ได้ ช่วยลูกสาวฉันด้วย!”แม่กอดฉันแน่น ร้องไห้จนเกือบเป็นลมพ่อก็กดโทรออกอย่างเอาเป็นเอาตาย แผดเสียงดังลั่น“เรียกหมอที่ดีที่สุดในเมืองนี้มาหาฉันทั้งหมด เดี๋ยวนี้เลย!”ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว หมอทำการช่วยชีวิตฉันทันทีพ่อยืนตาแดงก่ำอยู่ข้างนอก หมัดถูกกระแทกลงบนผนังอย่างแรง“ทำไม...ทำไมอยู่ดีๆ อวิ๋นซูถึงกระโดดตึก เมื่อกี้เราพูดแรงไปเหรอ?”ไป๋เฉียงเวยกลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันพูดว่า“อาจเป็นเพราะพี่โดนแฉเรื่องแกล้งตาย เลยกระโดดตึกขู่พ่อกับแม่”“พ่อกับแม่อย่าใจอ่อนแล้วโดนหลอกอีกนะ”เธอสูดหายใจแล้วพูดใส่ไฟต่อ“ถึงพี่รอดมาได้ อะไรที่ผิดก็ควรลงโทษ ไม่งั้นต่อไปเอะอะอะไรก็เอาเรื่องตายมาขู่ เราคงบ้าตายกันพอดี”พ่อขมวดคิ้วครุ่น

  • เบื่อชีวิตวุ่นวาย ขอแกล้งตายดีกว่า   บทที่ 4

    “ใช่ รีบพาอวิ๋นซูไปโรงพยาบาลก่อน”พ่อกับแม่ไม่โอ้เอ้อีกแล้ว รีบพาฉันไปโรงพยาบาลทันที จัดแพ็กเกจตรวจร่างกายแบบ VIP ที่ตรวจแบบละเอียดยิบให้ฉันแม่จับเสื้อกาวน์ของหมอ“หมอ ลูกสาวฉันเป็นอะไรกันแน่ ตอนตรวจครั้งก่อนหมอบอกว่าเธอมีปัญหาด้านหัวใจ...”หมอเปิดดูผลตรวจสุขภาพแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ ค่าต่างๆ ปกติดี สุขภาพแข็งแรงมาก”แม่ถึงกับอึ้ง มองฉันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงแล้วถามอีกรอบ“แล้วทำไมลูกฉันยังไม่ฟื้นล่ะ?”หมอดันแว่นบนสันจมูกแล้วยกยิ้มมุมปาก“แกล้งตายมั้งครับ เด็กสมัยนี้ชอบแกล้งป่วยเพื่อบีบให้พ่อแม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมว่าลูกสาวคุณก็คงเหมือนกัน”แม่กำลังจะด่าหมอว่าพูดจามั่วซั่ว แต่ดันเห็นฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“หนูไม่เป็นไร คือหนูขี้เกียจขยับตัวจริงๆ นั่นแหละ”ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องผู้ป่วยขณะนั้นไป๋เฉียงเวยน้ำตาคลอเบ้า ทำท่าอึกๆ อักๆ เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง“พ่อแม่ หนูไม่รู้ว่าควรบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ดีไหม”เธอเอารายงานของนักสืบเอกชนออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับสูดน้ำมูกเบาๆ“หนูเพิ่งรู้ว่าพี่ชอบแกล้งตายเพื่อโยนความผิดให้คนอื่นตั้งแต่เด็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status