All Chapters of คนเก่าไร้ใจ ไม่รอวสันต์ตำหนักบูรพา: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

หลังจากหมอหลวงจากไป ข้าก็ให้ชิงไต้เอายาถ้วยนั้นไปเททิ้งชิงไต้ดวงตาแดงก่ำ รีบเข้ามาห้ามข้า“พระชายา หากหมอหลวงวินิจฉัยผิดเล่า”“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าข้าเอาแต่ใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน”ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา สิ่งที่ข้าขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือความเอาแต่ใจน่าขันที่พอถึงวาระสุดท้ายจริงๆ ข้ากลับไม่มีแม้แต่แรงจะคว่ำถ้วยยาข้าเปิดหีบเครื่องประดับ หยิบของที่เซี่ยหลิ่นเช่อมอบให้ข้าออกมาทีละชิ้นไข่มุกจากทะเลหนานไห่ ทับทิมจากดินแดนตะวันตก รวมถึงเขี้ยวหมาป่าที่เขานำกลับมาจากสนามรบในปีที่ข้าอายุสิบหกตอนนั้นเขาผูกมันไว้รอบคอให้ข้า พลางยิ้มแล้วพูดว่า “เสิ่นถิงเหอ เจ้าใส่สิ่งนี้ไว้ คนในเมืองหลวงก็ไม่มีใครกล้ารังแกเจ้า”ภายหลังข้าถึงได้เข้าใจคนที่ทำร้ายข้าได้ลึกที่สุด กลับเป็นเขาเองข้าให้ชิงไต้ลงบัญชีสิ่งของเหล่านั้น แล้วนำทั้งหมดไปส่งคืนที่เรือนด้านหน้ามีเพียงเขี้ยวหมาป่าชิ้นนั้นที่ข้าเก็บไว้ชิงไต้เช็ดน้ำตาแล้วถาม “พระชายาตัดใจไม่ได้หรือ”ข้าลูบรอยร้าวบนเขี้ยวนั้น“ไม่ใช่”“เพียงแต่มันไม่มีค่าอะไร ส่งกลับไปก็เปลืองที่”ยามบ่าย ข้าไปที่เรือนของพี่สาวเด็กทั้งสามกำลังยิงธนูอยู่ใต้ระเ
Read more

บทที่ 2

คืนวันถัดมา แม่นมซุนที่อยู่ข้างกายพี่สาวนำป้ายผ่านประตูจวนมาให้“พระชายารอง รถม้าจอดรออยู่ที่ประตูมุมตะวันตกแล้ว”“พระชายารัชทายาทตรัสว่า รอองค์ชายหายกริ้วแล้ว พระองค์จะเสด็จมารับท่านกลับเอง”ข้าไม่ได้เอาสัมภาระไปด้วยมีเพียงปิ่นเงินอันหนึ่งที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ และเขี้ยวหมาป่าที่แตกร้าวแล้วชิ้นนั้นหลังออกจากจวนองค์รัชทายาท ข้าถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจริงๆข้าเปิดม่านรถ มองประตูแดงของจวนที่ค่อยๆ ห่างออกไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ข้าร้องไห้ถูกส่งเข้ามาที่นี่เจ็ดปีต่อมา ในที่สุดข้าก็เดินออกมาได้ด้วยตัวเองแต่รถม้ากลับไม่ได้มุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลเสิ่นมันเลี้ยวผ่านถนนสายยาว ก่อนตรงเข้าไปในตรอกร้างแห่งหนึ่งหัวใจข้าพลันกระตุก“หยุดรถ”คนขับรถไม่ตอบวินาทีต่อมา ประตูรถก็ถูกกระชากเปิดจากด้านนอกชายคนหนึ่งที่มีกลิ่นเหล้าคละคลุ้งปีนเข้ามา ก่อนยื่นมือกระชากคอเสื้อข้า“คนสวย อย่าเสแสร้งเลย”“เจ้าจ่ายเงินมาไม่ใช่หรือ เรียกข้ามาปรนนิบัติเจ้าไม่ใช่หรือ”ข้าดึงปิ่นเงินออกมา แทงลงบนหลังมือเขาอย่างแรงชายคนนั้นร้องลั่น ก่อนตบข้าจนล้มคว่ำแผ่นหลังข้ากระแทกกับผนังรถ ความเจ็บปวดราวกับอ
Read more

บทที่ 3

ข้าสลบอยู่ในหอบรรพชนตลอดทั้งคืนเมื่อตื่นขึ้นมา ข้าก็กลับมาอยู่ที่เรือนของตัวเองแล้วเซี่ยหลิ่นเช่อเชิญหมอหลวงมา แต่ไม่ได้มาด้วยตัวเองชิงไต้บอกว่า เขาเฝ้าอยู่ที่เรือนของพี่สาวตลอดทั้งคืนพี่สาวตกใจจนท้องไม่มั่นคงส่วนในบันทึกชีพจรของข้า กลับเขียนไว้เพียงแค่"วิตกกังวลมากเกินไป"ตอนที่หมอหลวงทิ้งยาห้ามเลือดไว้ เขาไม่กล้าสบตาข้าข้าเข้าใจแล้วในตำหนักบูรพาแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าให้เซี่ยหลิ่นเช่อรู้ว่ายาที่ข้าดื่มมานานเจ็ดปีมีปัญหาและไม่มีใครกล้าบอกเขาว่าร่างกายของข้ากำลังจะทนไม่ไหวแล้วยามบ่าย เฉิงอันพาน้องชายอีกสองคนบุกเข้ามาในเรือนของข้าในมือเขาถือแส้ม้า ก่อนฟาดจนถ้วยยาบนโต๊ะตกแตก“หญิงชั่ว”“ทำไมเจ้าต้องทำร้ายเสด็จแม่ของข้า”ยาร้อนลวกกระเด็นใส่หลังมือข้าข้าเจ็บจนหดมือกลับเล็กน้อยแต่เฉิงอันกลับชี้หน้าด่าข้า “เมื่อคืนเสด็จแม่ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เสด็จพ่อก็เพราะเจ้าเลยไม่ได้นอน”“เจ้ามีลูกเองไม่ได้ ก็ทนเห็นเสด็จแม่มีความสุขไม่ได้”ข้ามองเขาตอนเด็กที่เพิ่งหัดเดิน คำแรกที่เขาเรียกคือท่านน้าตอนเขาป่วยไม่ยอมกินยา ข้าเคยควบม้าไปทั่วเมืองหลวงครึ่งเมืองเพื่อหาลูกแอปริคอตห
Read more

บทที่ 4

กระถางถ่านในหอบรรพชนดับลงตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ลมหนาวพัดลอดเข้ามาตามร่องหน้าต่าง จนเปลวเทียนสั่นไหวราวกับใกล้ดับข้าคุกเข่าอยู่บนเบาะรองนั่ง หัวเข่าค่อยๆ ไร้ความรู้สึกในความพร่าเลือน ข้ากลับเห็นเซี่ยหลิ่นเช่อในวัยสิบหกปีอีกครั้งตอนนั้นเขายังไม่ใช่องค์รัชทายาทผู้มีความดีความชอบจากสนามรบมากมายเขาพาข้าปีนกำแพงวังออกไปฟังงิ้ว เมื่อถูกฮ่องเต้องค์ก่อนพบเข้า เขากลับรับความผิดทั้งหมดไว้กับตัวเองไม้เรียวหักไปสองอัน เขานอนคว่ำอยู่บนเตียง แต่ยังหันมายิ้มให้ข้า“เสิ่นถิงเหอ อย่าร้องไห้”“มีข้าอยู่ ไม่มีใครลงโทษเจ้าได้”หลังจากนั้นข้าก็ไม่เคยถูกลงโทษอีกจริงๆเพราะทุกสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าแส้ ล้วนเป็นสิ่งที่เขามอบให้ข้าด้วยมือของตัวเองข้าหยิบกระดาษสองแผ่นออกมาจากแขนเสื้อแผ่นหนึ่งคือสำเนาราชโองการพระราชทานสมรสในปีนั้นอีกแผ่นคือหนังสือคืนอิสรภาพที่ข้าเขียนไว้เรียบร้อยแล้วเซี่ยหลิ่นเช่อไม่มีทางปล่อยข้าไปดังนั้นข้าจึงเซ็นชื่อแทนเขาเปลวไฟลามเลียมุมกระดาษ ไม่นานก็เผาคำว่า “เซี่ยหลิ่นเช่อ” ทั้งสามคำจนกลายเป็นเถ้าถ่านหนึ่งชั่วยามผ่านไปนานแล้วเขาไม่มาข้าไม่ได้แปลกใจชิงไต้ฝ่
Read more

บทที่ 5

เมื่อเซี่ยหลิ่นเช่อมาถึงคอกม้า เสิ่นถิงเหอกำลังพิงอยู่กับท่าเสวี่ยบนร่างของนางมีหิมะบางๆ ปกคลุมอยู่ ใบหน้าสงบนิ่ง ราวกับเพียงเหนื่อยจากการเดินทางแล้วมาพิงสหายเก่านอนพักอยู่ครู่หนึ่ง“ถิงเหอ”เซี่ยหลิ่นเช่อเดินเข้าไป ยื่นมือแตะแก้มของนางปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบเขาชักมือกลับทันที ก่อนก้มลงอุ้มนางขึ้นมาในอีกครู่ต่อมา“ไปตามหมอหลวง”องครักษ์คุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะ ไม่กล้าเงยหน้า“องค์ชาย หมอหลวงตรวจแล้ว พระชายา นาง...”“ข้าบอกให้เจ้าไปตามหมอหลวง”เซี่ยหลิ่นเช่อตัดบทด้วยเสียงกร้าวคนในอ้อมแขนเบามากเขาอุ้มนางเดินผ่านระเบียงยาว จึงเพิ่งรู้ว่าร่างของนางเบาจนแทบไม่มีน้ำหนักเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนที่เขาอุ้มนางเข้าตำหนักบูรพา นางยังโอบคอเขาดิ้นรน ทั้งยังด่าว่าเขารู้ทั้งรู้ว่านางไม่อยากแต่งงาน แต่กลับไม่ยอมขัดราชโองการแทนนางตอนนั้นเขาบอกว่า ต่อไปจะไม่มีวันปล่อยให้นางได้รับความไม่เป็นธรรมบัดนี้ในที่สุดนางก็ไม่ก่อเรื่องอีกแล้วและไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองเขาอีกแล้วภายในห้องบรรทมถูกจุดกระถางถ่านขึ้นกว่าสิบใบเซี่ยหลิ่นเช่อวางนางลงบนเตียง ใช้ผ้าห่มผืนหนาห่อร่างนางทีละชั้น แล้วส
Read more

บทที่ 6

ชิงไต้ถูกคนพาตัวเข้ามาในตำหนักบรรทม ในอ้อมแขนของนางมีหีบไม้ใบหนึ่งนางเห็นเสิ่นถิงเหอบนเตียง เข่าทั้งสองพลันอ่อนแรง ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นอย่างหนัก“พระชายา...”เซี่ยหลิ่นเช่อเงยหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงขึ้น“นี่คืออะไร”ชิงไต้กอดหีบไม้แน่น“เป็นของที่พระชายาให้หม่อมฉันนำกลับไปคืนตระกูลเสิ่น”ฝาหีบถูกเปิดออก ด้านในบรรจุเครื่องประดับที่เขาเคยมอบให้เสิ่นถิงเหอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทุกชิ้นถูกเช็ดจนสะอาดเอี่ยม ข้างกันยังมีสมุดบัญชีเล่มหนึ่งวางทับอยู่ปีไหน มอบให้เมื่อใด มูลค่าเท่าไร ล้วนบันทึกไว้อย่างชัดเจนราวกับนางต้องการสะสางความเกี่ยวพันตลอดเจ็ดปีระหว่างนางกับเขาให้หมดสิ้นเซี่ยหลิ่นเช่อพลิกไปจนถึงหน้าสุดท้าย แต่กลับไม่พบเขี้ยวหมาป่าชิ้นนั้น“เขี้ยวหมาป่าอยู่ที่ไหน”ชิงไต้ร้องไห้พลางมองเขา“พระชายาเผาทิ้งแล้ว”เซี่ยหลิ่นเช่อก้มลงแตะตรงเอวเขี้ยวหมาป่าที่หักออกจากกันเสียดแทงฝ่ามือจนเจ็บ“นางยังทิ้งอะไรไว้อีก”“ไม่มีแล้ว”ชิงไต้ส่ายหน้า แววเกลียดชังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในดวงตา“องค์รัชทายาทไม่ใช่คนที่เข้าใจพระชายาที่สุดหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้กลับมาถามหม่อมฉัน”“พระชายา
Read more

บทที่ 7

สีเลือดบนใบหน้าของเสิ่นอวี่เฉียนพลันจางหายไปจนหมดสิ้น“องค์รัชทายาทกำลังตรัสเรื่องอะไร”นางฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย“ถิงเหอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของหม่อมฉัน หม่อมฉันจะทำร้ายนางได้อย่างไร”“ผู้ดูแลห้องยาและหมอหลวงสารภาพหมดแล้ว”เซี่ยหลิ่นเช่อก้าวเข้ามาหานางทีละก้าว“ต้องให้ข้าเรียกแม่นมซุนมาที่นี่ด้วยหรือ”แววตาของเสิ่นอวี่เฉียนฉายความลนลานวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง“บางทีแม่นมอาจตัดสินใจทำเอง”“นางเป็นห่วงมาตลอดว่าถิงเหอจะให้กำเนิดบุตรชาย และคุกคามตำแหน่งของเฉิงอัน หม่อมฉันไม่เคยสั่งให้นางทำร้ายใคร”เสียงโซ่เหล็กลากไปกับพื้นดังมาจากนอกประตูแม่นมซุนถูกองครักษ์คุมตัวเข้ามาเพียงถูกเฆี่ยนสิบครั้ง นางก็สารภาพทุกอย่างยาทำหมันเป็นคำสั่งของเสิ่นอวี่เฉียนหมอหลวงก็ถูกนางข่มขู่แม้แต่รถม้าที่แล่นเข้าไปในตรอกร้าง เสิ่นอวี่เฉียนก็เป็นคนจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าหลังฟังจบ ใบหน้าของเซี่ยหลิ่นเช่อยังคงไร้ความรู้สึก“หยกประจำตัวอยู่ที่ไหน”แม่นมซุนหมอบอยู่กับพื้น“เป็นบ่าวชราที่ฉวยโอกาสตอนชิงไต้ไม่อยู่ ลอบขโมยมาจากหีบเครื่องประดับของพระชายารอง”“จดหมายลับก็เป็นพวกเจ้าส่งไปด้วยหรือ”
Read more

บทที่ 8

ยามฟ้าสาง คนตระกูลเสิ่นก็มาถึงแม่ทัพใหญ่เสิ่นไม่ได้สวมชุดขุนนาง เพียงสวมเกราะเก่าชุดหนึ่งนั่นคือเกราะที่เขาเคยสวมยามออกรบปกป้องชายแดนเขาเดินเข้าไปในตำหนักบรรทม เมื่อเห็นบุตรสาวคนเล็กบนเตียง ฝีเท้าพลันหยุดชะงักปีที่เสิ่นถิงเหอออกเรือน เขาก็ยืนอยู่ตรงนี้เช่นกันตอนนั้นนางร้องไห้กอดแขนเขา บอกว่าไม่อยากเป็นภรรยาร่วมสามีกับพี่สาวแต่ราชโองการได้ประกาศลงมาแล้วตระกูลเสิ่นยอมคืนอำนาจทางทหารกว่าครึ่ง ก็ยังแลกกับอิสรภาพที่นางต้องการไม่ได้แม่ทัพใหญ่เสิ่นเดินไปข้างเตียง ยื่นมือปัดเส้นผมที่ปรกขมับของบุตรสาวออกให้ผ่านไปนาน เขาจึงเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “พ่อมาช้าไป”เซี่ยหลิ่นเช่อคุกเข่าอยู่ด้านนอกตำหนักเมื่อแม่ทัพใหญ่เสิ่นเดินออกมา เขายื่นมือหมายจะช่วยประคองโลง แต่กลับถูกผลักออกอย่างแรง“อย่าแตะต้องนาง”“ท่านพ่อตา”“กระหม่อมมิกล้ารับคำเรียกนี้”แม่ทัพใหญ่เสิ่นชักกระบี่จากเอว ปลายกระบี่จ่อเข้าที่ไหล่ของเซี่ยหลิ่นเช่อเหล่าองครักษ์โดยรอบพากันคุกเข่าลง แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามา“หากเจ้าไม่ใช่องค์รัชทายาท วันนี้ข้าคงฆ่าเจ้าไปแล้ว”เซี่ยหลิ่นเช่อไม่หลบคมกระบี่กรีดผ่านเสื้อผ้า เลือดค่
Read more

บทที่ 9

ก่อนนำเสิ่นถิงเหอไปฝัง ชิงไต้กลับมายังตำหนักบูรพาอีกครั้งนางนำคันธนูเล็ก ๆ ที่เปื้อนโคลนมาวางตรงหน้าเซี่ยหลิ่นเช่อ“นี่เก็บขึ้นมาจากในสระ”ตัวคันธนูบวมพองจากการแช่น้ำ บนนั้นมีชื่อเฉิงอันแกะเอาไว้ด้วยลายมือโย้เย้เซี่ยหลิ่นเช่อจำรอยแกะสลักของเสิ่นถิงเหอได้ตอนเด็ก นางชอบแกะตัวอักษรลงบนลูกธนูของเขา บางครั้งก็แกะชื่อ บางครั้งก็แกะรูปกระต่ายน่าเกลียด ๆหลังแต่งเข้าตำหนักบูรพา นางก็ไม่เคยจับคันธนูหรือยิงธนูอีกเลยที่แท้นางไม่ได้ทำไม่เป็นแล้วเพียงแต่ความปรารถนาเล็ก ๆ นั้น นางมอบให้ลูกของเขาไปจนหมดเซี่ยหลิ่นเช่อไปยังเรือนของนางภายในห้องว่างเปล่าจนน่าใจหายแส้ม้าถูกเก็บไว้ก้นหีบ คันธนูและลูกธนูมีฝุ่นจับเต็มไปหมด ในตู้เสื้อผ้าล้วนเป็นชุดกระโปรงสีเรียบสุภาพจนดูเคร่งขรึมเขาจำได้ว่าเสิ่นถิงเหอเกลียดสีพวกนี้ที่สุดตอนแต่งงานใหม่ ๆ นางเคยสวมชุดสีแดงทั้งชุดแล้วปีนกำแพงหนีออกไปเขาตามจับตัวนางกลับมา ปากก็เอาแต่ดุด่า แต่คืนนั้นกลับนั่งอยู่บนหลังคาเป็นเพื่อนนางจนเกือบครึ่งคืนหลังจากนั้นนางก็ไม่เคยปีนกำแพงอีกเลยเขาคิดว่าในที่สุดนางก็คงรู้จักวางตัวแล้วจนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงได้เข้า
Read more

บทที่ 10

หลังจากเสิ่นอวี่เฉียนถูกส่งตัวเข้าสำนักราชนิกุล นางจึงได้รู้ว่าการตั้งครรภ์ไม่ได้ทำให้นางได้รับการอภัยท้ายที่สุด เด็กในท้องของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้หมอหลวงกล่าวว่า เป็นเพราะความหวาดกลัวและวิตกกังวลอย่างหนัก ทำให้ครรภ์ได้รับความเสียหายรุนแรงฮ่องเต้เห็นแก่คุณงามความดีของตระกูลเสิ่น จึงไม่ได้พระราชทานโทษประหาร เพียงถอดฐานันดรของนาง และกักตัวไว้ในเรือนพักต่างเมืองตลอดชีวิต ห้ามก้าวออกจากที่นั่นแม้แต่ก้าวเดียวแม่นมซุน ผู้ดูแลห้องยา และผู้ที่มีส่วนร่วมในแผนหนีตามกัน ล้วนได้รับโทษตามความผิดหมอหลวงที่ปกปิดอาการป่วยถูกปลดจากตำแหน่งและเนรเทศเฉิงอันกับน้องชายอีกสองคนถูกส่งไปให้ตระกูลเสิ่นอบรมเลี้ยงดูในวันที่ต้องจากไป เฉิงอันกอดคันธนูเล็ก ๆ ที่ซ่อมเสร็จแล้วไว้ เดินไปสามก้าวก็หันกลับมามองหนึ่งครั้ง แต่ไม่มีใครยิ้มเรียกเขาอีกแล้วเซี่ยหลิ่นเช่อเป็นผู้คุ้มกันโลงศพของเสิ่นถิงเหอกลับไปยังชายแดนด้วยตัวเองแม่ทัพใหญ่เสิ่นไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปในโถงไว้ศพ เขาจึงคุกเข่าอยู่ด้านนอกตลอดทั้งคืนเช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนส่งศพออกจากเมืองท้องฟ้าที่ชายแดนกว้างใหญ่กว่าที่เมืองหลวงสายลมพัดผ่านทุ่งห
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status