บททั้งหมดของ รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน: บทที่ 11 - บทที่ 20

22

บทที่ 11

ทุกนาทีที่เฝ้ารอคำตอบกลับยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุดจี้เป่ยเฉินกระสับกระส่ายจนแทบนั่งไม่ติด เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มลังเลกับข้อสันนิษฐานของตัวเองที่ว่า “อีกไม่กี่วันเธอก็คงกลับมา” เขานึกถึงใบหย่าที่ตัวเองโยนใส่ลิ้นชัก นึกถึงตู้เสื้อผ้าที่ว่างเปล่าไปครึ่งหนึ่ง และนึกถึงแววตาที่เธอใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้าย...ไม่ ไม่มีทางหรอกเธอรักลูกๆ มากขนาดนั้น รักครอบครัวนี้มากขนาดนั้น แล้วเธอจะไปไหนได้กัน?โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากผู้ช่วย“ประธานจี้ครับ สืบพบแล้วครับ” ผู้ช่วยตอบด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย “คุณนาย...คุณหลินเดินทางด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศไปยังอิเวียเมื่อครึ่งเดือนก่อนครับ เป็นช่วงบ่ายของวันเดียวทีได้รับใบหย่า”“อีเวียเหรอ?” จี้เป่ยเฉินชะงักไปชั่วขณะ ราวกับยังไม่ทันทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน“ครับ เป็นพื้นที่ในตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้...กำลังอยู่ในภาวะสงครามครับ” ผู้ช่วยหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “เราตรวจสอบบันทึกการส่งผู้สื่อข่าวไปประจำการของสำนักข่าวที่เธอสังกัดแล้ว ยืนยันว่าเธอเดินทางไปในฐานะผู้สื่อข่าวสงคราม ระยะเวลาประจำการในต่างประเทศ...อย่างน้อยครึ่งปีครับ”ผู้สื่อข่าว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

เมิ่งจือชะงักงันเพราะถูกเขาตวาดใส่ น้ำตายังค้างอยู่บนใบหน้า ราวกับจะหยดลงมาแต่ก็ไม่หยด ดูน่าสงสารจับใจแต่ตอนนี้จี้เป่ยเฉินกลับรู้สึกว่าน้ำตาของเธอช่างเสแสร้งและขัดตาเหลือเกิน“พ่อ! พ่อกับน้าเมิ่งทะเลาะอะไรกันเหรอ?” ประตูห้องเด็กเปิดออก จี้ซีกับจี้ว่างเดินขยี้ตาออกมา เห็นได้ชัดว่าถูกเสียงทะเลาะปลุกให้ตื่นเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางในมือของจี้เป่ยเฉิน จี้ซีก็วิ่งเข้าไปกอดขาเขาไว้ทันที “พ่อจะไปไหน? อย่าไปนะ!”จี้ว่างเองก็กอดขาอีกข้างของเขาไว้ เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับถามว่า “พ่อจะไปตามหาแม่เหรอ? พวกเราไม่อยากให้แม่กลับมา! พวกเราอยากให้น้าเมิ่งอยู่กับพวกเรามากกว่า!”หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อเห็นลูก ๆ พึ่งพาเมิ่งจือและคอยผลักไสหลินย่างฮวนเช่นนี้ จี้เป่ยเฉินคงรู้สึกผิด คงคิดว่าเมิ่งจือเหมาะจะเป็นแม่ของเด็กๆมากกว่า และคงใจอ่อนแต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินลูกทั้งสองแสดงท่าทีเย็นชาต่อแม่แท้ๆ ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นหรือตาย แถมยังขัดขวางไม่ให้เขาออกไปตามหา ความเย็นยะเยือกก็พลันแล่นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างในชั่วพริบตาเขาย่อตัวลง มองลูกทั้งสองด้วยสายตาจริงจังอย่างยิ่งที่แฝงความ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

ชายวัยกลางคนกวาดตามองเขาและกลุ่มทหารรับจ้างติดอาวุธครบมือที่อยู่ด้านหลัง ก่อนขมวดคิ้วถาม “คุณเป็นอะไรกับเธอ?” "ผมเป็นสามีเธอ!" จี้เป่ยเฉินพูดออกมาและรีบเปลี่ยนคำพูด "อดีต... อดีตสามีครับ ผมมาตามหาเธอ เธออยู่ที่นี่ไหม?"พอได้ยินชื่อ "หลินย่างฮวน" สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ในแววตามีความหนักอึ้งขึ้นมาวูบหนึ่ง"นักข่าวหลิน..." เขาชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำลง “เมื่อวานเธอติดตามทีมแพทย์นานาชาติทีมหนึ่งไปทำข่าวที่ค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งอยู่ใกล้แนวหน้ามากขึ้นครับ”จี้เป่ยเฉินรู้สึกโล่งอกไปวาบ แล้วกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง "เธออยู่ที่ค่ายผู้อพยพไหน? เอาที่อยู่มาให้ผม ผมจะไปตามหาเธอ"ชายคนนั้นคลอนหัว น้ำเสียงเคร่งเครียด "คงไม่ได้หรอกครับ เมื่อเช้าวันนี้ บริเวณถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปทางนั้นเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง สัญญาณการสื่อสารตัดขาดทั้งหมด พวกเรา... ขาดการติดต่อกับเธอชั่วคราวแล้วครับ"คำว่า "ขาดการติดต่อ" สี่คำนี้ ราวกับค้อนหนักที่ฟาดลงกลางขมับของจี้เป่ยเฉินอย่างจัง ภาพตรงหน้าเขามืดดับไปชั่วครู่ เสียงวิ้งดังหึ่งๆในหู รู้สึกเหมือนเลือดทั่วร่างถูกแช่แข็งในพริบตา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

เสียงคำรามของจี้เป่ยเฉินถูกกลบหายไปในเสียงระเบิด เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดอะไร อาศัยเพียงสัญชาตญาณพุ่งเข้าใส่ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว!แรงอัดจากระเบิดซัดเขากระเด็นล้มลงกับพื้นอย่างแรง แผ่นหลังฟาดเข้ากับเศษหิน ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาทันที รสคาวเลือดพลันเอ่อท่วมเต็มปากฝุ่นควันฟุ้งกระจายบดบังท้องฟ้าจนมืดมิด"ย่างฮวน... ย่างฮวน!" เขากระอักเลือดออกมา พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด มองเห็นเพียงบริเวณที่เธออยู่เมื่อครู่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันหนาทึบ วินาทีนั้น เขาคิดว่าเขาสูญเสียเธอไปแล้วสูญเสียเธอไปตลอดกาล ความหวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างมหาศาลบีบรัดลำคอจนเขาเปล่งเสียงไม่ออก ทำได้เพียงใช้มือเปล่าคุ้ยเขี่ยเศษหินบนพื้นอย่างไร้ประโยชน์"แค่ก... แค่กๆ..."ฝุ่นควันเริ่มจางลงเล็กน้อย จี้เป่ยเฉินเงยหน้าขึ้นทันที แล้วเห็นหลินย่างฮวนถูกนักข่าวชาวต่างชาติร่างสูงใหญ่คนหนึ่งใช้ร่างกายปกป้องเอาไว้ ทั้งสองคนมอมแมมไปด้วยฝุ่นและกำลังไออย่างหนัก แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงนักข่าวต่างชาติคนนั้นรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ยื่นมือไปดึงตัวหลินย่างฮวน พร้อมกับถามเป็นภาษาอังกฤษอย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

หลินย่างฮวนถูกเขาทับจนส่งเสียงครางอู้อี้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึงในระยะที่ใกล้กันเพียงเอื้อมมือ เธอเห็นใบหน้าของจี้เป่ยเฉินบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นตรงขมับ เห็นริมฝีปากที่ซีดเผือดลงในพริบตา และเห็นดวงตาที่จ้องมองเธอเขม็งในดวงตาคู่นั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่ ซับซ้อนและถาโถมรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะทันแยกแยะ“คุณ...ไม่เป็นไร...ก็ดีแล้ว...”จี้เป่ยเฉินเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ทุกคำที่เอ่ยออกมามีเลือดปนออกมาด้วยจากนั้น แววตาของเขาก็ค่อยๆ เลือนรางลงอย่างรวดเร็ว ศีรษะเอียงไปด้านหนึ่งและทิ้งน้ำหนักลงบนซอกคอของเธออย่างหมดแรงก่อนหมดสติ เขาได้กลิ่นเพียงกลิ่นคาวเลือดและควันปืนที่ผสมปนเปกับกลิ่นสบู่อ่อนๆจากเส้นผมของเธอ“จี้เป่ยเฉิน!”หลินย่างฮวนได้ยินเสียงตัวเองเรียกเขาออกมาอย่างลืมตัวที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยความโกลาหล ทั้งเสียงปืน เสียงตะโกน และเสียงฝีเท้าของผู้คนที่วิ่งวุ่นไปมาอเล็กซ์และคนอื่นๆรีบพุ่งเข้ามา“หลิน! คุณเป็นยังไงบ้าง?”"เขาถูกยิง! เร็วเข้า! ห้ามเลือด! เรียกหมอทหารเร็ว!"หลินย่างฮวนถูกดึงตัวออกมาจากใต้ร่างของจี้เป่ยเฉิน เธอนั่งคุกเข่าอยู่ข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

เธอเปลี่ยนชุดที่เปรอะฝุ่นและรอยเลือดนั้นออก แล้วสวมเสื้อไหมพรมแขนยาวสีเบจกับกางเกงยีนส์เรียบๆ รวบผมไว้ด้านหลัง เผยให้เห็นหน้าผากเกลี้ยงเกลา แม้บนใบหน้ายังมีรอยขีดข่วนเล็กๆ แต่สีหน้าดูดีขึ้นบ้างแล้วเธอยืนอยู่ตรงนั้น มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ในมือถือกระเช้าผลไม้ใบหนึ่งแววตาของจี้เป่ยเฉินพลันเปล่งประกายด้วยความไม่อยากเชื่อ หัวใจเต้นรัวจนความเจ็บปวดจากบาดแผลยิ่งทวีขึ้น แต่เขาไม่มีเวลาสนใจเรื่องนั้นอีกแล้ว "ย่างฮวน..." เสียงของเขาแหบพร่าอย่างหนัก เจือด้วยความดีใจอย่างเหลือล้นและความเปราะบางของคนที่เพิ่งรอดตาย เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไป หมายจะคว้ามือเธอไว้ "คุณยอมมาหาผมแล้ว... คุณไม่เป็นไร... ดีเหลือเกิน... ผมรู้แล้ว... ผมรู้แล้ว..."มือของเขายื่นออกไปได้เพียงครึ่งทาง หลินย่างฮวนก็ถอยหลังเล็กน้อย หลบมือของเขา มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ"ประธานจี้ฟื้นแล้วก็ดีค่ะ” หลินย่างฮวนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆราวกับกำลังพูดถึงเรื่องงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง "คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ตามหลักเหตุและผล ฉันสมควรมาขอบคุณ ขอบคุณนะคะ"เธอวางกระเช้าผลไม้ไว้บนโต๊ะหัวเตียง“ที่นี่มี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

"ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status