รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน의 모든 챕터: 챕터 1 - 챕터 10

22 챕터

บทที่ 1

ลูกสาวอย่างจี้ว่างเอาแก้มถูไถแก้มของเมิ่งจืออย่างรักใคร่ แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงสดใสเสียงหวานว่า "แม่ขา!"ลูกชายอย่างจี้ซีก็เรียกตาม "แม่ครับ! แม่สัญญาแล้วนี่ว่าวันนี้จะพาพวกเราไปกินไอศกรีม!”แม่เหรอ?หลินย่างฮวนราวกับถูกฟ้าผ่า เลือดในตัวคล้ายจะไหลย้อนขึ้นสู่ศีรษะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบเสียดกระดูกในชั่วพริบตา!จี้เป่ยเฉิน เขายังไม่ได้ส่งเมิ่งจือไปงั้นเหรอ?!นอกจากจะไม่ส่งตัวไปแล้วยังปล่อยให้เธอเข้ามามีตัวตนในชีวิตของลูกอย่างเปิดเผย หนำซ้ำ... ยังยอมให้ลูกเรียกเธอว่า "แม่"?!ความตกตะลึงและความโกรธถาโถมเข้ามาจนเธอขาดสติ เธอพุ่งกระโจนเข้าไป คว้าตัวลูกทั้งสองแยกออกจากอ้อมอกของเมิ่งจือในทันที!"เมื่อกี้พวกลูกเรียกยัยนั่นว่าอะไรนะ?!"เสียงของหลินย่างฮวนสั่นเครือด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด ใบหน้าซีดเผือดน่ากลัวเด็กทั้งสองสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชัดว่าเป็นเธอ ใบหน้าเล็กๆ ก็ฉายแววเลิ่กลั่ก แต่ไม่นานก็ถูกความไม่พอใจเข้ามาแทนที่จี้ซีขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วก้าวไปยืนขวางหน้าเมิ่งจือ "แม่ทำอะไรเนี่ย? น้าเมิ่งตกใจหมดแล้ว!"จี้ว่างเองก็ยู่ปากเสริม "ใช่แล้ว! ทำไมแม่ต้องผลักน้าเมิ
더 보기

บทที่ 2

ดวงตาของจี้เป่ยเฉินไหววูบไปชั่วครู่ น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย "ตอนนั้นผมส่งเธอออกไปจากเมืองนี้จริง แต่ช่วงก่อนแม่เธอป่วยหนักจนแทบไม่รอด ในฐานะลูกสาว จะไม่ให้กลับมาดูแลแม่หน่อยเหรอ? นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์นะ""เรื่องธรรมดาของมนุษย์เหรอ?" หลินย่างฮวนรู้สึกว่ามันช่างน่าขำ "เพราะงั้นคุณเลยยินยอมให้เธอกลับมา ยินยอมให้เธอเข้าใกล้ลูกของเรา หนำซ้ำ... ยังยินยอมให้พวกเขาร้องเรียกเธอว่าแม่เนี่ยนะ?! จี้เป่ยเฉิน คุณเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง?!""คุณอย่าพูดจาฟังดูแย่ขนาดนั้นสิ!" คิ้วของจี้เป่ยเฉินยิ่งขมวดแน่นขึ้น "เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบคนที่ผิดคือผม ผมผิดต่อคุณ ทรยศต่อชีวิตคู่ หวั่นไหวกับเมิ่งจือ แต่เมิ่งจือเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ที่เด็กๆ สนิทสนมกับเธอก็เพราะตอนนี้เมิ่งจือทำงานเป็นครูสอนเปียโน คราวที่แล้วตอนเลือกครูเปียโนให้ซีซีกับว่างว่าง เด็กๆ เป็นคนเลือกเมิ่งจือมาจากกองประวัติครูเอง พอผมรับปากคุณว่าจะกลับมาดูแลครอบครัว ผมก็ตัดสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอไปแล้ว ไม่มีการกระทำไหนเกินเลยทั้งนั้น เป็นแค่เพื่อนธรรมดากัน คุณเองนั่นแหละที่ระแวงคิดมากจนเกินไป จะไปคอยจ้องจับผิดเล่นงานเธอเพื่ออะไร?
더 보기

บทที่ 3

"เด็กๆ แม่ของพวกหนูอาการหนักกว่ามาก อาจจะมีเลือดออกในสมอง ต้องรีบช่วยชีวิตเดี๋ยวนี้!""ผมไม่สน! ช่วยน้าเมิ่งก่อนครับ!" จี้ว่างแผดเสียงกรี้ดออกมาเช่นกัน "ช่วยน้าเมิ่งก่อนค่ะ!"พยาบาลทำหน้าลำบากใจเป็นอย่างยิ่งในตอนนั้นเอง เสียงทุ้มแหบของจี้เป่ยเฉินก็ดังขึ้น พร้อมน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง"ส่งคุณเมิ่งไปก่อน""แต่คุณจี้คะ คุณภรรยาของคุณ...""ทำตามที่ผมบอก! รถพยาบาลคันต่อไปกำลังจะมาถึงแล้ว" น้ำเสียงของจี้เป่ยเฉินพลันสูงขึ้น แฝงไปด้วยความหงุดหงิดและเด็ดขาดราวกับกำลังออกคำสั่งเสียงฝีเท้าเร่งรีบ เปลย้ายผู้ป่วยถูกยกหามออกไปหลินย่างฮวนใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ค่อยๆลืมตาที่ถูกเลือดบดบังจนพร่ามัวขึ้นเล็กน้อยในสายตาอันพร่ามัว เธอเห็นจี้เป่ยเฉินอุ้มเมิ่งจือที่หมดสติไว้ โดยมีลูกทั้งสองคนห้อมล้อมก้าวตามเปลย้ายผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาลคันนั้นไปพร้อมกันทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ณ จุดเกิดเหตุก่อนที่สติสัมปชัญญะจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอย่างสมบูรณ์ จู๋ๆเธอก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้วครั้งหนึ่งเธอหั่นผลไม้แล้วพลาดบาดนิ้วเข้า แม้จะเป็นเพียงแผลเล็กๆ แต่จี้เป่ยเฉินกลับร้อนใจจนรีบวางสัญ
더 보기

บทที่ 4

ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด "ผู้สื่อข่าวสงครามเหรอ? เสี่ยวหลิน ทำไมจู่ๆ เธอถึง... ที่นั่นมันอันตรายมากเลยนะ! มีแต่กระสุนกับเสียงระเบิด แถมเงื่อนไขชีวิตก็ยากลำบาก เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว...""นั่นเป็นความฝันสมัยมหาวิทยาลัยของฉันค่ะ" หลินย่างฮวนพูดเสียงเบา "เพียงแต่หลังจากนั้น... เพราะครอบครัวเลยต้องพับเก็บไป ตอนนี้ฉันอยากไปทำมันให้สำเร็จ"“แต่ตอนนี้เธอมีทั้งสามีและลูกสองคน ครอบครัวก็สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว จะเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนั้นทำไม? ต่อให้เธออยากไป คนในครอบครัวก็คงไม่เห็นด้วยหรอก!” หลินย่างฮวนยิ้มตรงมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอ้างว้าง "ผอ.จ้าวคะ ฉันเตรียมจะหย่าแล้วค่ะ ส่วนลูก... ยกให้ฝ่ายชาย ฉันตัดสินใจแน่นอนแล้วค่ะ"ปลายสายเงียบไปนาน เห็นได้ชัดว่าข่าวนี้ทำให้เขาตกตะลึงไม่น้อย ในท้ายที่สุด ผอ.จ้าวก็ถอนหายใจออกมา "เห้อ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันคงไม่สะดวกก้าวก่าย ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว... งั้นก็ตกลง ฉันจะยื่นคำร้องให้เธอ พักรักษาแผลให้หาย แล้วเตรียมตัวไว้ สิ้นเดือนออกเดินทางตามกำหนดนะ” "ขอบคุณค่ะ ผอ.จ้าว"หลังวางสาย หลินย่างฮวนก็กดโทรหาทนายความต่อทันท
더 보기

บทที่ 5

"พ่อครับ!" จี้ซีดึงชายเสื้อของเขา ขัดจังหวะห้วงความคิด "ดูสิครับ น้าเมิ่งลูบแขนตัวเองใหญ่เลย หนาวหรือเปล่านะ? พวกเราไปหยิบเสื้อคลุมมาให้น้าเมิ่งกันดีกว่าไหมครับ?"จี้เป่ยเฉินดึงสติตัวเองกลับมา กวาดสายตาไปมองเมิ่งจือที่กำลังยืนสนทนากับแขกที่อยู่ไม่ไกล เธอยกมือขึ้นคงเป็นเขาที่คิดมากไปเอง ย่างฮวนรักเขามาก รักลูก และรักครอบครัวนี้ ไม่มีทางไม่ใส่ใจได้หรอกคงแค่...กำลังงอนอยู่ชั่วคราว หรือไม่ก็คิดได้แล้วจริงๆ เขาข่มความหงุดหงิดที่ผุดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แล้วพาเด็กทั้งสองคนไปหยิบเสื้อคลุมมาให้เมิ่งจือเมื่อเห็นว่าจี้เป่ยเฉินกับพวกลูกๆ เดินห่างออกไปแล้ว รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้าของเมิ่งจือก็จางลงเล็กน้อยเธอถือแก้วเครื่องดื่ม เดินเข้าไปหาหลินย่างฮวนอย่างอ่อนช้อย"หลินย่างฮวน เห็นหรือยัง? ทั้งสามีทั้งลูกของเธอตอนนี้พากันมาวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน เธอก็เหมือนตัวตลกน่าสมเพชคนหนึ่ง แม้แต่วันเกิดของตัวเองยังต้องมาแบ่งฉลองกับฉัน รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? เจ็บใจไหม?”หลินย่างฮวนไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเธอ จึงหันหลังเตรียมเดินจากไปแต่เมิ่งจือกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น เล็บจิกลงไปในเนื้อแทบจะทะลุผิว
더 보기

บทที่ 6

เมื่อเด็กทั้งสองเห็นว่าใบหน้าของหลินย่างฮวนเริ่มเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบถี่และติดขัด ในที่สุดพวกเขาก็เหมือนจะตกใจขึ้นมา รีบปล่อยมือ ทิ้งผ้าเช็ดหน้า แล้ววิ่งหนีออกจากห้องอย่างลนลาน “แคกๆ... แคกๆๆ!” หลินย่างฮวนไอโขลกอย่างรุนแรง พยายามตะกละตะกลามสูดอากาศเข้าปอด ทว่าทางเดินหายใจกลับบวมอักเสบอย่างหนัก ทุกครั้งที่หายใจจึงมีเสียงหวีดแหลมดังออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!ยา... ยาแก้แพ้!เธอคลานโซเซลงจากเตียง คลำหาลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเพื่อเปิดออก ด้วยความเคยชินที่มักจะเก็บยาพ่นแก้แพ้ฉุกเฉินไว้ตรงนั้นเจอแล้ว!เธอใช้มือที่สั่นเทาหยิบยาพ่นออกมาได้พอดี “ปัง!” ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง! จี้ซีและจี้ว่างย้อนกลับมา!เมื่อเห็นยาพ่นในมือหลินย่างฮวน จี้ซีก็เบิกตากว้างและพุ่งเข้าไปแย่งในทันที! “แม่ยังคิดจะใช้ยาอีกเหรอ?! ไม่ได้! แม่ต้องทรมานสักพักถึงจะจำบทเรียนได้! ต่อไปจะได้ไม่รังแกน้าเมิ่งอีก!” "เอาคืนมานะ... แคกๆ..." หลินย่างฮวนกำยาพ่นไว้แน่นสุดแรง นี่คือยาที่ช่วยชีวิตเธอ!ในระหว่างการแย่งชิง จี้ว่างก็เข้ามาสมร่วมด้วย เด็กทั้งสองคนออกแรงกระชากพร้อมกัน!“ตุบ!” ยาพ่นขวดเล็กหลุดล
더 보기

บทที่ 7

บอดี้การ์ดสองคนก้าวเข้ามาตามคำสั่ง ตรงเข้าหาหลินย่างฮวนด้วยสีหน้าเรียบเฉยหลินย่างฮวนดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผล ทำได้เพียงปล่อยให้บอดี้การ์ดคุมตัวเธอออกจากห้องไปห้องกักตัวอยู่ในชั้นใต้ดิน เป็นห้องเล็กๆที่ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงหลอดไฟสลัวๆหนึ่งดวงเท่านั้น เธอเป็นคนกลัวความมืดและกลัวพื้นที่ปิดมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้ จี้เป่ยเฉินรับรู้ดีที่สุดแต่ตอนนี้ เขากลับเป็นคนลงมือขังเธอไว้ที่นี่ด้วยตัวเอง ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ขณะที่เธอกำลังสะลึมสะลือ จนแทบจะเสียสติไปกับความมืดและความเงียบงัน ประตูห้องกักตัวก็ถูกเปิดแง้มออกอย่างกะทันหัน ร่างเล็กๆ สองร่างแอบย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ คือจี้ซีและจี้ว่างในมือของพวกเขาถือถุงผ้าสีดำใบหนึ่ง บนใบหน้าปนเปไปด้วยความหวาดกลัวและความตื่นเต้น"แม่ พ่อขังแม่ไว้ที่นี่เพื่อให้แม่สำนึกผิด แต่ผมคิดว่า... แค่นี้มันยังไม่พอหรอก""น้าเมิ่งบอกว่า... แม่กลัวความมืด แถมยังกลัวสัตว์ตัวเล็กๆ พวกนี้ด้วย... เพราะงั้น พวกเราเลยพาเพื่อนมาหาแม่ค่ะ..."พูดจบ พวกเขาก็เขวี้ยงถุงผ้าในมือใส่หลินย่างฮวนอย่างแรง!ปากถุงผ้าเปิดออก!งูตัวเล็ก ๆ นับสิบตัวที่เลื้อยไป
더 보기

บทที่ 8

ฆ่าตัวตายเหรอ?หลินย่างฮวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองดูชายหนุ่มที่กำลังโกรธจัดตรงหน้า แล้วรู้สึกว่ามันช่างเหลวไหลและน่าขันสิ้นดี เธอยิ้มตรงมุมปาก น้ำเสียงสงบนิ่งไร้อารมณ์ "หนึ่ง ฉันไม่ได้เอาไปขายให้พวกปาปารัซซี่ สอง คลิปวิดีโอเธอเป็นคนโพสต์ลงโซเชียลเอง ในเมื่อกล้าโพสต์ แล้วจะกลัวคนอื่นพูดถึงไปทำไม?’” "คุณ!" จี้เป่ยเฉินโกรธจนเส้นเลือดขมับเต้นปูดกับท่าทีไม่สะทกสะท้านของเธอ "หลินย่างฮวน! คุณต้องบีบให้เธอตายให้ได้เลยใช่ไหมถึงจะพอใจ?! เมิ่งจือทั้งไร้เดียงสาทั้งจิตใจดี ไม่รู้เรื่องเล่ห์เหลี่ยมพวกนั้นหรอก! เธอแค่โพสต์ลงโซเซียลเท่านั้น แต่เป็นคุณ! เป็นคุณที่ใจร้ายเอาคลิปไปปล่อย! ตอนนี้คนทั้งโลกต่างก็ประณามว่าเธอเป็นเมียน้อย! แล้วต่อไปเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?!” หลินย่างฮวนมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "เธอเป็นเมียน้อยจริงไหม คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ?” "ผมกับเธอบริสุทธิ์ใจต่อกัน!" จี้เป่ยเฉินตะโกนเสียงต่ำ "ผมบอกแล้วไง ว่าหลังจากครั้งนั้น ผมก็ไม่เคยแตะต้องเธออีกเลย! หลินย่างฮวน คุณจะยึดติดกับเรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่?!” “เรื่องนี้บานปลายไปใหญ่แล้ว ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเมิ่งจือ ผมเตรียมงานแถลง
더 보기

บทที่ 9

ตอนที่จี้เป่ยเฉินกลับมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้าก็มืดค่ำแล้วอารมณ์ของเมิ่งจือสงบลงได้ในที่สุด ทว่าดวงตากลับร้องไห้จนบวมแดง เธอยังคงซบไหล่เขาสะอื้นอยู่นาน เขาเอ่ยปากปลอบใจหลายประโยค รอจนเห็นเธอหลับไปแล้วจึงค่อยกลับออกมาระหว่างทางกลับบ้าน แสงนีออนนอกหน้าต่างรถพร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็นอะไร เขายกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ ในหัวมีแต่เรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด เรื่องในงานแถลงข่าวบานปลายใหญ่โต กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเตอร์เน็ตยังคงร้อนระอุ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทยังต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อรับมือเขารำคาญสุดๆ เมื่อผลักประตูบ้านเข้าไป ห้องรับแขกก็เงียบสนิท มีเพียงไฟติดผนังไม่กี่ดวงที่ยังเปิดอยู่ ป้าหวังชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว ท่าทางเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ลังเล "คุณนายล่ะ?" จี้เป่ยเฉินถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับคลายเนกไทให้หลวมลง ป้าหวังอ้าปากพูดเสียงเบา "อยู่... อยู่บนห้องนอนชั้นบนค่ะ ยังไม่ได้ออกมาเลย"งอนอีกแล้วสินะ ความหงุดหงิดในใจของจี้เป่ยเฉินทวีคูณยิ่งขึ้น เขาโบกมือเป็นเชิงบอกว่ารับรู้แล้วเขาเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินขึ้นชั้นบน ผลักประตูห้องนอนเปิดออกภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ ผ้าม่
더 보기

บทที่ 10

รอยยิ้มบนใบหน้าของเมิ่งจือชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุบตาลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เห็นคุณกลับดึกขนาดนี้ ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เด็ก ๆ ก็หลับกันหมดแล้ว ฉันเลยคิดว่า...จะรอให้คุณกลับมาก่อนแล้วค่อยกลับค่ะ” "ไม่ต้องหรอก วันหลังถ้าดึกมากคุณก็กลับไปก่อนได้เลย แถวนี้เรียกรถยาก เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่ง" จี้เป่ยเฉินพูดขณะนวดขมับแล้วเดินขึ้นชั้นบน น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย "เป่ยเฉินคะ..." เมิ่งจือเรียกเขาจากด้านหลัง น้ำเสียงแฝงความน้อยใจ “คุณ...ไม่อยากเห็นหน้าฉันแล้วเหรอคะ? เพราะพี่ย่างฮวนจากไป คุณเลยคิดว่าฉันเป็นคนบีบให้เธอจากไปใช่ไหมคะ?”ฝีเท้าของจี้เป่ยเฉินชะงักลง แต่เขาไม่ได้หันกลับมา "ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก ดึกมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ"เขาไม่เห็นเลยว่า ทันทีที่เขาหันหลังให้ แววตาของเมิ่งจือที่จับจ้องแผ่นหลังของเขาก็เย็นชาลงในพริบตา สองสามวันต่อมา เมิ่งจือยิ่งขยันแวะเวียนมาบ่อยขึ้นกว่าเดิมเธอทำราวกับว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง คอยสั่งให้คนรับใช้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ถอดภาพวาดศิลปะนามธรรมที่หลินย่างฮวนชื่นชอบออกจากห้องรับแขก แล้วนำภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์สีสันฉูดฉาดมาติดแท
더 보기
이전
123
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status