All Chapters of ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว: Chapter 21 - Chapter 30

30 Chapters

บทที่ 21

ซูหร่านเริ่มคุ้นชินกับความกวนหน้าตายของลู่จิ่งซิงเสียแล้วทว่าได้ออร์เดอร์ชิ้นใหญ่มาก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นจึงยอมทนฟังเขากวนประสาทก็ถือว่าคุ้มค่าผ่านไปครู่ใหญ่ หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็เดินนำกัปตันตรงดิ่งมาหาลู่จิ่งซิงและหวังเย่ พวกเขาเอ่ยต้อนรับอย่างนอบน้อมพร้อมกับแนะนำตัวลู่จิ่งซิงเพียงพยักหน้ารับเรียบ ๆ เอ่ยกลับสั้น ๆ ว่า “ลำบากแล้วครับ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอานิสงส์ของการนั่งชั้นเฟิร์สคลาสหรือเป็นเพราะเดินทางมาพร้อมกับลู่จิ่งซิงกันแน่ ทำให้หัวหน้าพนักงานต้อนรับใส่ใจดูแลซูหร่านดีเป็นพิเศษตลอดการเดินทาง ซูหร่านจึงแกล้งทำเป็นปิดตานอนพักผ่อน แต่หูทั้งสองข้างกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาระหว่างลู่จิ่งซิงกับหวังเย่สองผู้ทรงอิทธิพลพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกันตั้งแต่ทิศทางตลาดซื้อขายถั่วเหลืองล่วงหน้า ไปจนถึงทางตันของปัญญาประดิษฐ์ ทุกประโยคมีแต่เรื่องเงินทองและธุรกิจทั้งสิ้นไม่มีคำไร้สาระเลยซูหร่านลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไปออกทริปทำงานร่วมกับฟ่านซีเหนียนสบายใจกว่าเยอะเลยทันใดนั้น กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้จันทน์ก็โชยเข้าแตะจมูก “แกล้งหลับแบบนี้คงเมื่อยน่าดูสินะ?”ซูหร่านลืมต
Read more

บทที่ 22

ทุกคนต่างเดินตามหลังติด ๆ ทุกฝีก้าว เฝ้ามองสีหน้าท่าทางของเขา ไม่กล้าเดินผิดแม้แต่ก้าวเดียวหรือส่งเสียงดังรบกวนแม้แต่น้อย แม้แต่คำประจบก็ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษการจะเข้าไปในเขตพื้นที่โรงงานจำเป็นต้องสวมเสื้อคลุมปฏิบัติการสีขาว หัวหน้าวิศวกรถือชุดยูนิฟอร์มสองชุดเดินเข้ามา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเกรงใจว่าประธานลู่จะรังเกียจไหมที่จะเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดกันฝุ่นนี้ลู่จิ่งซิงหลุบเปลือกตาลง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผู้อำนวยการซูมีประสบการณ์เรื่องนี้ ชุดนี้ต้องใส่ยังไงเหรอ?”ซูหร่านหัวเราะ หึ หึ อยากจะบอกเหลือเกินว่าให้เอาตีนสวมเข้าไปมั้งผู้จัดการหลี่กวาดสายตาอ่านความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เห็นได้ชัดเจนว่าประธานลู่ผู้ยิ่งใหญ่กำลังตามจีบผู้หญิงอยู่ ตามที่ภรรยาเคยบอกไว้ว่า ช่วงนี้เทรนด์ตามจีบแบบทรมานหัวใจกำลังฮิต ผู้หญิงมาดนิ่งเข้าถึงยาก หลายคนมักจะแพ้ทางอะไรแบบนี้“ประธานลู่ตามสบายเลยครับ ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวพวกเราออกไปรอข้างนอกครับ”ซูหร่าน ...บรรดาพนักงานของเจิ้นหัวต่างพากันเดินออกไปด้านนอก ผู้จัดการหลี่ทำหน้าที่ปิดประตูให้อย่างรู้ความลู่จิ่งซิง “ผู้อำนวยการซูไม่คิดจะช่วยผมสวมเสื้อหน
Read more

บทที่ 23

ซูหร่านกลับคิดว่าประโยคว่า “ผมติดค้างคุณอยู่แล้ว” เป็นเพียงคำพูดประชด เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก “งั้นเดี๋ยวคืนนี้ฉันทำขนมชดเชยให้ก็แล้วกันนะคะ”ดวงตาคมกริบของลู่จิ่งซิงไหววูบเล็กน้อย “ได้สิ งั้นทำพายดอกท้อก็แล้วกัน”แพขนตาของซูหร่านสั่นไหวเล็กน้อย เธอหันไปมองหน้าเขา “ได้ค่ะ พายดอกท้อเป็นเมนูที่ฉันถนัดที่สุดเลยค่ะ”เมื่อกลับมาถึงโรงแรม หวังเย่ยังคงงุ่นอยู่กับงานในมือ ลู่จิ่งซิงจึงเดินเข้าไปช่วยจัดการงานให้เขาส่วนซูหร่านยืมใช้ห้องครัวเพื่อลงมือทำขนมหลายอย่างเธอจัดแบ่งขนมแต่ละชนิดไว้ชนิดละสามชิ้น ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็นำออกไปเสิร์ฟให้ทางฝ่ายจัดซื้อ เพื่อเป็นการทดรสชาติหลังเซ็นสัญญาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหยิบขนมเข้าปากติดต่อกันหลายชิ้น “ผู้อำนวยการซูครับ พายดอกท้อถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของโรงงานคุณหรือเปล่าเนี่ย รสชาติไม่เหมือนกับของที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปเลย แถมในตัวอย่างสินค้าที่ประธานลู่เคยส่งคนเอาไปให้ผมดูก่อนหน้านี้ก็ไม่มีเมนูนี้ด้วยนี่นา”ซูหร่านชะงักไปเล็กน้อย ที่แท้ลู่จิ่งซิงแอบสนับสนุนเธออยู่เบื้องหลังตั้งมากมายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย จากการพูดคุยกับทางเจิ้นหัวในวันนี้ ดูเหมือน
Read more

บทที่ 24

ซูหร่านเงยหน้าขึ้น ภายใต้แสงไฟ โครงหน้าอันคมคายได้รูปของลู่จิ่งซิงปรากฏเด่นชัดในทุกรายละเอียด รูปร่างสูงโปร่งและใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ เหมาะกับการเอาไปปั้นเป็นตุ๊กตาสัดส่วนเท่ามนุษย์เสียจริงนะจู่ ๆ ลู่จิ่งซิงก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเธอ ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อย พร้อมกับน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างหาได้ยาก “ผมนอนห้องนอนเล็กเอง ถ้าไม่สบายใจคุณก็ล็อกประตูห้องได้เลย ราตรีสวัสดิ์”ซูหร่านชะงักงันไปวูบหนึ่ง ความรู้สึกใจหายวาบแอบผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยข้ออ้างสารพัดคำที่เตรียมไว้ปฏิเสธ กลับไม่ได้ใช้สักคำเดียวในเสี้ยววินาทีที่เธอยังคงยืนอึ้งงันทำอะไรไม่ถูกนั้น ลู่จิ่งซิงก็เดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเสียแล้ว แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง เขาก็เอ่ยทิ้งท้ายไว้อีกประโยค “มีของขวัญจะให้คุณน่ะ ไม่ต้องรีบปฏิเสธนะ พรุ่งนี้กลับถึงบ้านแล้วคุณก็จะรู้เอง”ของขวัญงั้นเหรอ? หรือว่าจะมีคำสั่งซื้อสินค้าล็อตใหม่อีกกันนะ?ซูหร่านพลันรู้สึกละอายใจขึ้นมาวูบหนึ่งเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะคอยถือกระเป๋าคอยปรนนิบัติลู่จิ่งซิงเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เขาช่วยเหลือเมื่อวานนี้คาดไม่ถึงเลยว่าป
Read more

บทที่ 25

พอกลับมาถึงบ้านในยามค่ำคืน ซูหร่านเพิ่งก้าวเท้าผ่านประตูก็ได้กลิ่นสุราโชยมาเตะจมูก บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารโปรดของทุกคนในครอบครัวแม้กระทั่งซูรุ่ย น้องชายของเธอก็กลับมาบ้านด้วยเช่นกันซูเทียนเล่ยกวักมือเรียก ผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก สุขล้นเสียยิ่งกว่าตอนที่เพิ่งคว้าเงินลงทุนมาได้เสียอีก “เสี่ยวหร่าน มาดื่มเป็นเพื่อนพ่อสักแก้วสิลูก”ความเหนื่อยยากทั้งหมดทั้งมวลที่ทุ่มเทลงไป ก็เพื่อให้พวกเขามีความสุขกันไม่ใช่หรือ ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็คุ้มค่าพอได้เห็นรอยยิ้มของพ่อกับแม่ ซูหร่านก็รู้สึกอิ่มเอมใจขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เธอยกแก้วบนโต๊ะขึ้นมา แล้วดื่มเป็นเพื่อนซูเทียนเล่ยจนหมดไปครึ่งแก้วรวดเดียวซูรุ่ยดีใจจนเนื้อเต้นหน้าตาเบิกบาน “พี่ ผมกำลังจะได้ซื้อบ้านใหม่อีกหลังแล้วนะ คราวนี้ผมจะเลือกเอง”ซูเทียนเล่ยจิบเหล้าขาวเข้าปากอึกหนึ่ง “ไม่ต้องรีบร้อนไป รอให้สอบเสร็จแล้วค่อยว่ากัน รอบนี้เราค่อย ๆ เลือกกันให้ดี เอาบ้านสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่เท่านั้นนะ”ซูหร่านค่อย ๆ วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เตรียมเอ่ยเตือนสติแม้ว่าตอนนี้โรงงานจะกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นจังหวะสำคัญที่บริษัทต้องใช
Read more

บทที่ 26

“คุณยายวางใจเถอะค่ะ ช่วงนี้แค่มีเรื่องให้ยุ่ง ๆ นิดหน่อยเองค่ะ”ในใจของสวีจิ่นเป็นดั่งกระจกเงา เธอรู้ดีว่าการที่ซูหร่านจงใจลงทะเบียนทัวร์ท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุให้ก็เพื่อไม่ให้เธอต้องอยู่บ้านแล้วคอยนั่งกังวลใจเด็กคนนี้มีนิสัยชอบบอกแต่เรื่องดี ๆ และเก็บงำความทุกข์ ต่อให้จะต้องเหนื่อยยากลำบากสักแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียวคุณแม่ซูก็เป็นคนขี้อาย ส่วนพ่อซูก็เป็นประเภทที่ไม่เคยเอ่ยปากชมลูกหลานในครอบครัว เด็กคนนี้จึงมักจะเก็บกด“คนที่ยายวางใจมากที่สุดก็คือหร่านหร่านนี่แหละ แต่ความเข้าใจโลกจนเกินตัวนี่แหละที่ทำให้ยายเจ็บปวดแทน”ซูหร่านซุกใบหน้าฝังลงไปกับผืนผ้าห่ม พร้อมกับกระชับวงแขนกอดแขนของคุณยาย ถึงแม้ว่าสวีจิ่นจะไม่ได้มีสายเลือดเป็นคุณยายแท้ ๆ ของเธอ แต่เธอกลับเป็นคนผูกพันที่สุดและเป็นคนที่ปฏิบัติกับเธอจริงใจมากที่สุดอีกด้วย-วันเวลาหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง เวลาล่วงเลยผ่านไปเดือนครึ่งแล้วลู่จิ่งซิงไม่ได้ติดต่อหาเธออีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น ส่วนซูหร่านเองก็วางเฉยต่อการปรากฏตัวแสนสั้นทว่าตราตรึงใจของเขาไปเสียแล้วบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือบางทีเข
Read more

บทที่ 27

เพลิงโทสะของซูหร่านพุ่งพรวดขึ้นมา ที่แท้ก็ยังเป็นฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้นี่เอง แล้วทำไมพ่อถึงยังหลงเชื่อคำพูดของมันได้ลงคออีกเซวียอี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ใจ พร้อมกับเสียงตบโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ นึกไม่ถึงเลยล่ะสิว่าพ่อเธอยังจะอุตส่าห์เชื่อใจฉัน หลงเชื่อว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเขา ตอนที่ฉันบอกว่าเป็นแผนไถ่บาปขอแก้ตัวใหม่ แล้วบอกให้เขาเก็บเป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ พ่อเธอเชื่อสนิทใจ แถมยังทำตามคำสั่งของฉันอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ โคตรโง่เลยว่ะ ครอบครัวเธอมันก็เป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นกันยกครัวนั่นแหละ”ซูหร่านพยายามข่มกลั้นโทสะ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เซวียอี้ เตรียมตัวรอรับหมายศาลจากฉันได้เลย”เซวียอี้อยากจะบินมาอยู่ตรงหน้าซูหร่านเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิดของเธอให้เต็มสองตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง ในเมื่อฉันเป็นคนใจกว้างและไม่เคยถือสาหาความเรื่องเก่า ๆ อยู่แล้ว ถ้าเธออยากล้างเนื้อล้างตัวคลานมาหาฉัน ปรนเปรอฉันให้ถึงใจล่ะก็ บางทีฉันอาจจะหาทางช่วยเหลือเธอก็ได้นะ”แค่จะด่าทอสาปแช่งมัน ซูหร่านยังรู้สึกว่ามันเป็นการให้เ
Read more

บทที่ 28

คุณยายพูดถูกแล้ว เราต้องรีบปีนขึ้นมาจากหลุมพรางนี้ให้ได้เสียก่อน เรื่องของเซวียอี้เองก็จำเป็นต้องรีบนำไปบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ความจริงโดยเร็วที่สุด จะปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกล่อคุณพ่อได้อีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด”-อีกฟากหนึ่ง บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองจี้เฉิง ตู้เหิงกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ลู่จิ่งซิงฟัง “ตอนนี้ตัวนิติบุคคลที่หอบเงินหนีกับพวกผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วครับ ส่วนเงินค่าสินค้าของคุณซูจะโอนเข้าบัญชีพรุ่งนี้ตอนช่วงเช้าครับ”หวังเย่เหยียดขาออกไปข้างหน้า พร้อมกับใช้หัวเข่าสะกิดชนขาของลู่จิ่งซิงเบา ๆ สองที “ฉันนั่งตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดดูอย่างละเอียดแล้ว นายช่วยพูดความจริงมาซะดี ๆ เถอะว่าซูหร่านใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เคยทำให้นายอุบัติเหตุจนตาบอดเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่า”ลู่จิ่งซิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างขมับเบา ๆ พลางกวาดสายตาอ่านเอกสาร “ฉันใส่แว่นกันแดดอยู่ไม่กี่วัน แถมยังอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนตั้งสองวันเองไม่ใช่หรือไง”หวังเย่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงแหน่วราวกับติดสปริง “ที่แท้ก็เป็นเธอจริง
Read more

บทที่ 29

มีหลายเรื่องที่ควรลงมือทำตั้งนานแล้วซูหร่านสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที ฉีซินซินที่แอบหลบอยู่ตรงมุมประตูแกล้งทำเป็นเดินผ่านมาพอดี “เสี่ยวหร่าน จะไปไหนเหรอ?”“ไปสำนักทนายความ”ฉีซินซินส่ายหน้าเบา ๆ เปล่งเสียงพูดออกมาด้วยระดับพอดีในระยะที่ฟ่านซีเหนียนซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้สามารถได้ยินพอดี “เธอยังลืมเซวียอี้ไม่ได้สินะคะ ที่แท้เวลาที่คนเรามีความรักเนี่ย พอเกิดความแค้นขึ้นมามันถึงได้รุนแรงขนาดนี้จริง ๆ ด้วย”“เซวียอี้คนนั้น ทำร้ายจิตใจเธอรุนแรงมากเลยงั้นเหรอ?”ฉีซินซินทำเป็นสะดุ้งตกใจหันขวับกลับมา ราวกับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีฟ่านซีเหนียนยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย “ก็เพราะเซวียอี้มันแอบนอกใจ แถมเหมือนว่าเสี่ยวหร่านจะเคยหวาดระแวงด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาจากเซวียอ...”ฉีซินซินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าทางตื่นตระหนกราวกับนึกเสียใจที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของฟ่านซีเหนียน แล้วรีบพูดแก้ต่างแทนซูหร่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเซวียอี้ทำตัวสำส่อน เสี่ยวหร่านเป็นเหยื่อ”ฟ่านซีเหนียน
Read more

บทที่ 30

ซูหร่านจ้องมองเซวียอี้ด้วยสายตระแวดระวัง “การยอมรับว่าตัวเองหูหนวกตาบอด ทั้งโง่เง่าและงี่เง่า มันยากนักหรือไง?”เมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน เซวียอี้ก็ขบกรามด้วยความแค้นเคือง “อย่าให้แม่เธอเผลอกล้าเดินออกไปไหนคนเดียวก็แล้วกัน ฉันรู้จักพวกแก๊งอันธพาลแก่ ๆ ที่ชอบรังควานคนแก่ตั้งเยอะแยะ”ความโกรธเกรี้ยวของซูหร่านพุ่งทะยานจนระเบิดตู้ม เธอเงื้อมมือที่กำกุญแจรถแน่นขึ้น ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งตรงไปข้างหน้าแล้วแทงสวนใส่ใบหน้าของเซวียอี้เต็มแรงทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่แขนของเธอจะเหวี่ยงออกไป กลับมีมือผอมแห้งแต่ทรงพลังข้างหนึ่งคว้าหมัดของเธอไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากเหวี่ยงร่างของเธอให้ถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของใครบางคนซูหร่านเซถลาไปสองสามก้าวถึงค่อยตั้งหลักยืนนิ่งได้ ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่ก็ดังลอยมาจากเหนือศีรษะ “ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ ก็ยังบู๊บ้าบิ่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”ซูหร่านตั้งท่าจะหันขวับกลับไปมอง ทว่าเรียวเอวบางกลับถูกวงแขนสองข้างโอบรัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่กว้างใหญ่ของเ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status