เข้าสู่ระบบ[แนวหวานฟินจิกหมอน ไม่ดราม่าปวดตับ] แฟนหนุ่มที่เคยแสนดีจู่ ๆ ก็เผยสัญชาตญาณดิบ การลงทุนที่กำลังจะลุล่วงกลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เหตุผล ซูหร่านผู้ซวยซ้ำซวยซ้อนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้ทรงอิทธิพลเข้าโดยบังเอิญ กว่าเธอจะรู้ตัวในเวลาต่อมา ความซวยนี้ไม่ได้เป็นเพราะดวงตกหรอก แต่เป็นเพราะเธอไปเข้าตาเจ้าพ่อเงินทุนคนนั้นเข้าต่างหาก [หวานชื่น + ความรักค่อย ๆ ก่อตัว + คุณลุง + ตามง้อภรรยา + ฉลาดทันคน + กลับเข้าสู่ตระกูล] [มาดูคนหัวไวสองคนค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงรักด้วยกัน] ซูหร่านถูกแฟนเก่าจอมสารเลวหักหลังวางแผน จนต้องไปพัวพันกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ใบหน้าหล่อเหลาแต่หน้าด้านเป็นที่สุด เดิมทีตั้งใจว่าแยกย้ายกันไปแล้วจะจบกันด้วยดี แต่นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มกลับกลายเป็นเจ้าพ่อเงินทุนผู้สูงส่งที่จับจ้องเธอไม่คลาดสายตา มือหนาบีบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “เคยให้โอกาสเธอหนีไปแล้วแท้ ๆ แต่เป็นเธอเองที่วิ่งกลับมาอีกครั้ง” - ลู่จิ่งซิงเคยคิดว่าตัวเองแค่หลงใหลในกิเลสตัณหาและอยากเล่นสนุกเพียงชั่วคราว จนกระทั่งซูหร่านกลายมาเป็นหลานสะใภ้ในอนาคตของเขา นิ้วเรียวขาวของเธอเกี่ยวปกเสื้อของเขาไว้ แล้วเอ่ยถามกลับว่า “ประธานลู่ ถ้าฉันเรียกคุณว่าคุณอา คุณกล้ารับคำไหม?” ลู่จิ่งซิงถึงได้เพิ่งตระหนักรู้ว่าคนที่ติดอยู่ในเกมนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นมาโดยตลอด มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น - ทั้งคู่ต่างเป็นรักแรกของกันและกัน จบแบบแฮปปี้ [ประธานบริษัทการลงทุนผู้ฉากหน้าทรงภูมิแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ หญิงสาวสายสู้ชีวิตแห่งโรงงานอาหารผู้เงียบขรึมแฝงความโฉบเฉี่ยว]
ดูเพิ่มเติมซูหร่านจ้องมองเซวียอี้ด้วยสายตระแวดระวัง “การยอมรับว่าตัวเองหูหนวกตาบอด ทั้งโง่เง่าและงี่เง่า มันยากนักหรือไง?”เมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน เซวียอี้ก็ขบกรามด้วยความแค้นเคือง “อย่าให้แม่เธอเผลอกล้าเดินออกไปไหนคนเดียวก็แล้วกัน ฉันรู้จักพวกแก๊งอันธพาลแก่ ๆ ที่ชอบรังควานคนแก่ตั้งเยอะแยะ”ความโกรธเกรี้ยวของซูหร่านพุ่งทะยานจนระเบิดตู้ม เธอเงื้อมมือที่กำกุญแจรถแน่นขึ้น ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งตรงไปข้างหน้าแล้วแทงสวนใส่ใบหน้าของเซวียอี้เต็มแรงทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่แขนของเธอจะเหวี่ยงออกไป กลับมีมือผอมแห้งแต่ทรงพลังข้างหนึ่งคว้าหมัดของเธอไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระชากเหวี่ยงร่างของเธอให้ถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของใครบางคนซูหร่านเซถลาไปสองสามก้าวถึงค่อยตั้งหลักยืนนิ่งได้ ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่ก็ดังลอยมาจากเหนือศีรษะ “ไม่ได้เจอกันแค่เดือนกว่า ๆ ก็ยังบู๊บ้าบิ่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”ซูหร่านตั้งท่าจะหันขวับกลับไปมอง ทว่าเรียวเอวบางกลับถูกวงแขนสองข้างโอบรัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้ร่างทั้งร่างของเธอจมดิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่กว้างใหญ่ของเ
มีหลายเรื่องที่ควรลงมือทำตั้งนานแล้วซูหร่านสาวเท้าก้าวยาว ๆ เดินมุ่งหน้าออกไปข้างนอกทันที ฉีซินซินที่แอบหลบอยู่ตรงมุมประตูแกล้งทำเป็นเดินผ่านมาพอดี “เสี่ยวหร่าน จะไปไหนเหรอ?”“ไปสำนักทนายความ”ฉีซินซินส่ายหน้าเบา ๆ เปล่งเสียงพูดออกมาด้วยระดับพอดีในระยะที่ฟ่านซีเหนียนซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้สามารถได้ยินพอดี “เธอยังลืมเซวียอี้ไม่ได้สินะคะ ที่แท้เวลาที่คนเรามีความรักเนี่ย พอเกิดความแค้นขึ้นมามันถึงได้รุนแรงขนาดนี้จริง ๆ ด้วย”“เซวียอี้คนนั้น ทำร้ายจิตใจเธอรุนแรงมากเลยงั้นเหรอ?”ฉีซินซินทำเป็นสะดุ้งตกใจหันขวับกลับมา ราวกับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ามีฟ่านซีเหนียนยืนอยู่ข้างกาย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเสียดาย “ก็เพราะเซวียอี้มันแอบนอกใจ แถมเหมือนว่าเสี่ยวหร่านจะเคยหวาดระแวงด้วยซ้ำว่าตัวเองอาจจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาจากเซวียอ...”ฉีซินซินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ทำท่าทางตื่นตระหนกราวกับนึกเสียใจที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของฟ่านซีเหนียน แล้วรีบพูดแก้ต่างแทนซูหร่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเซวียอี้ทำตัวสำส่อน เสี่ยวหร่านเป็นเหยื่อ”ฟ่านซีเหนียน
คุณยายพูดถูกแล้ว เราต้องรีบปีนขึ้นมาจากหลุมพรางนี้ให้ได้เสียก่อน เรื่องของเซวียอี้เองก็จำเป็นต้องรีบนำไปบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ความจริงโดยเร็วที่สุด จะปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกล่อคุณพ่อได้อีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด”-อีกฟากหนึ่ง บนเครื่องบินส่วนตัวที่กำลังบินมุ่งหน้ากลับสู่เมืองจี้เฉิง ตู้เหิงกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ลู่จิ่งซิงฟัง “ตอนนี้ตัวนิติบุคคลที่หอบเงินหนีกับพวกผู้รับผิดชอบทั้งหมดถูกจับกุมตัวไว้ได้หมดแล้วครับ ส่วนเงินค่าสินค้าของคุณซูจะโอนเข้าบัญชีพรุ่งนี้ตอนช่วงเช้าครับ”หวังเย่เหยียดขาออกไปข้างหน้า พร้อมกับใช้หัวเข่าสะกิดชนขาของลู่จิ่งซิงเบา ๆ สองที “ฉันนั่งตรวจสอบเบาะแสทั้งหมดดูอย่างละเอียดแล้ว นายช่วยพูดความจริงมาซะดี ๆ เถอะว่าซูหร่านใช่เด็กผู้หญิงคนเดียวกับคนที่เคยทำให้นายอุบัติเหตุจนตาบอดเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่า”ลู่จิ่งซิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างขมับเบา ๆ พลางกวาดสายตาอ่านเอกสาร “ฉันใส่แว่นกันแดดอยู่ไม่กี่วัน แถมยังอุดอู้อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนตั้งสองวันเองไม่ใช่หรือไง”หวังเย่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงแหน่วราวกับติดสปริง “ที่แท้ก็เป็นเธอจริง
เพลิงโทสะของซูหร่านพุ่งพรวดขึ้นมา ที่แท้ก็ยังเป็นฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้นี่เอง แล้วทำไมพ่อถึงยังหลงเชื่อคำพูดของมันได้ลงคออีกเซวียอี้เสียงหัวเราะเยาะเย้ยได้ใจ พร้อมกับเสียงตบโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ นึกไม่ถึงเลยล่ะสิว่าพ่อเธอยังจะอุตส่าห์เชื่อใจฉัน หลงเชื่อว่าทำไปเพื่อหวังดีกับเขา ตอนที่ฉันบอกว่าเป็นแผนไถ่บาปขอแก้ตัวใหม่ แล้วบอกให้เขาเก็บเป็นความลับเพื่อเซอร์ไพรส์เธอ พ่อเธอเชื่อสนิทใจ แถมยังทำตามคำสั่งของฉันอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ โคตรโง่เลยว่ะ ครอบครัวเธอมันก็เป็นพวกโง่เง่าเต่าตุ่นกันยกครัวนั่นแหละ”ซูหร่านพยายามข่มกลั้นโทสะ เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เซวียอี้ เตรียมตัวรอรับหมายศาลจากฉันได้เลย”เซวียอี้อยากจะบินมาอยู่ตรงหน้าซูหร่านเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้มองเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวจนแทบระเบิดของเธอให้เต็มสองตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง ในเมื่อฉันเป็นคนใจกว้างและไม่เคยถือสาหาความเรื่องเก่า ๆ อยู่แล้ว ถ้าเธออยากล้างเนื้อล้างตัวคลานมาหาฉัน ปรนเปรอฉันให้ถึงใจล่ะก็ บางทีฉันอาจจะหาทางช่วยเหลือเธอก็ได้นะ”แค่จะด่าทอสาปแช่งมัน ซูหร่านยังรู้สึกว่ามันเป็นการให้เ





