ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว

ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว

โดย:  หวานละมุนอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
8views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

[แนวหวานฟินจิกหมอน ไม่ดราม่าปวดตับ] แฟนหนุ่มที่เคยแสนดีจู่ ๆ ก็เผยสัญชาตญาณดิบ การลงทุนที่กำลังจะลุล่วงกลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เหตุผล ซูหร่านผู้ซวยซ้ำซวยซ้อนเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้ทรงอิทธิพลเข้าโดยบังเอิญ กว่าเธอจะรู้ตัวในเวลาต่อมา ความซวยนี้ไม่ได้เป็นเพราะดวงตกหรอก แต่เป็นเพราะเธอไปเข้าตาเจ้าพ่อเงินทุนคนนั้นเข้าต่างหาก [หวานชื่น + ความรักค่อย ๆ ก่อตัว + คุณลุง + ตามง้อภรรยา + ฉลาดทันคน + กลับเข้าสู่ตระกูล] [มาดูคนหัวไวสองคนค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงรักด้วยกัน] ซูหร่านถูกแฟนเก่าจอมสารเลวหักหลังวางแผน จนต้องไปพัวพันกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ใบหน้าหล่อเหลาแต่หน้าด้านเป็นที่สุด เดิมทีตั้งใจว่าแยกย้ายกันไปแล้วจะจบกันด้วยดี แต่นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มกลับกลายเป็นเจ้าพ่อเงินทุนผู้สูงส่งที่จับจ้องเธอไม่คลาดสายตา มือหนาบีบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “เคยให้โอกาสเธอหนีไปแล้วแท้ ๆ แต่เป็นเธอเองที่วิ่งกลับมาอีกครั้ง” - ลู่จิ่งซิงเคยคิดว่าตัวเองแค่หลงใหลในกิเลสตัณหาและอยากเล่นสนุกเพียงชั่วคราว จนกระทั่งซูหร่านกลายมาเป็นหลานสะใภ้ในอนาคตของเขา นิ้วเรียวขาวของเธอเกี่ยวปกเสื้อของเขาไว้ แล้วเอ่ยถามกลับว่า “ประธานลู่ ถ้าฉันเรียกคุณว่าคุณอา คุณกล้ารับคำไหม?” ลู่จิ่งซิงถึงได้เพิ่งตระหนักรู้ว่าคนที่ติดอยู่ในเกมนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นมาโดยตลอด มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น - ทั้งคู่ต่างเป็นรักแรกของกันและกัน จบแบบแฮปปี้ [ประธานบริษัทการลงทุนผู้ฉากหน้าทรงภูมิแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ หญิงสาวสายสู้ชีวิตแห่งโรงงานอาหารผู้เงียบขรึมแฝงความโฉบเฉี่ยว]

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ปัง ปัง เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้ง

ภายในห้องสลัว ซูหร่านถูกดันแนบชิดติดบานประตูจนแทบไร้ช่องว่างด้วยอาการตื่นตระหนก

ร่างกายที่ชุ่มเหงื่อจนผิวกายเปียกชื้นพลันสะท้านเฮือก ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สองแขนเรียวเนียนนุ่มอ่อนปวกเปียกโอบกอดคล้องลำคอของชายแปลกหน้าตรงหน้าไว้ เงยหน้าขึ้นหอบหายใจแผ่วเบา

“ชอบเล่นอะไรแบบนี้เหรอ? อยากให้ฉันเรียกคนไปกดตัวมันไว้ข้างนอก ให้มันยืนทุบอยู่อย่างนั้นดีไหมล่ะ” วงแขนกำยำมั่นคงโอบประคองสะโพกที่สั่นเทาของเธอเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวน การเคลื่อนไหววาบหวิว

ซูหร่านเพียงเพราะนึกเจ็บใจและต้องการแก้แค้นเท่านั้น

ทว่าการมาบรรเลงรักกับผู้ชายที่ยังมองหน้าไม่ชัดเจนด้วยซ้ำในห้องปิดตาย ให้คนที่เคยเป็นแฟนกันเมื่อชั่วโมงก่อนยืนฟังเสียงอยู่ข้างนอกโดยมีไม้กระดานกั้นขวางแค่แผ่นเดียว

เธอไม่ได้โรคจิตขนาดนั้น

แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับจงใจเคลียคลอหยอกเย้า รอจนเธอทนไม่ไหวส่งเสียงครางตอบรับถึงค่อยขยับต่อ

เจ้าชู้เสเพล มองอย่างไรก็เป็นพวกโชกโชนที่ผ่านศึกมาแล้วหลายครั้ง

เรียวขายาวเนียนของซูหร่านเกี่ยวพันรอบเอวหนาแน่นของชายหนุ่ม เผลอถูไถไปบนหน้าท้องแกร่งร้อนผ่าวอย่างอดไม่ได้ “ไปที่เตียงเถอะ”

ชายหนุ่มดูจะพึงพอใจกับการรุกของเธอไม่น้อย เป่าลมหายใจร้อนผ่าวรดข้างใบหูเธอ “ตรงนี้แหละ น่าสนุกกว่าเยอะ”

ซูหร่านอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางหวานหยดย้อยออกมา

ท่ามกลางเงาสลัว นัยน์ตาของชายหนุ่มลึกล้ำขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงยิ่งทวีความระห่ำและเย้ยหยัน “ต้องเสียงดังกว่านี้หน่อย เขาถึงจะได้ยิน”

คล้ายกับว่าคนนอกประตูจะเงี่ยหูได้ยินเสียงนั้นเข้าแล้ว

เสียงทุบประตูปะทะเข้ามาสะดุดชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะทวีความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยว “แม่งเอ๊ย ออกมาเดี๋ยวนี้”

แค่ได้ยินเสียงของไอ้สารเลวคนนั้น ซูหร่านก็รู้สึกคลื่นไส้แล้ว

ไฟแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เธอฝังเขี้ยวลงบนไหล่แกร่งของชายหนุ่มเต็มแรง

ทั้งเจ็บทั้งคัน ทว่ากลับยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของชายหนุ่มให้พุ่งพล่านขึ้นไปอีก “แปะ” เสียงฝ่ามือฟาดลงบนกริ่งอินเตอร์คอมข้างกรอบประตูอย่างแรง

พร้อมกับที่ไมโครโฟนเปิดทำงานและหน้าจอติดสว่างขึ้น เสียงครางทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความแหบพร่า “ไสหัวไป”

พลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่าน ชัดเจนว่าเป็นผู้ชายที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่งและไม่มีวันยอมให้ใครมาขัดใจแม้แต่น้อย

เสียงทุบประตูดังลั่นอยู่ข้างนอกพลันหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศพลันเงียบกริบ

โรงแรมฮวงเฉา คือคลับเฮาส์สไตล์โรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมืองจี้เฉิง และชั้นนี้ยังเป็นห้องเพนต์เฮาส์สุดหรู ผู้ที่พักอาศัยอยู่ล้วนแต่สูงศักดิ์และร่ำรวยล้นฟ้า คนข้างนอกย่อมไม่มีปัญญาหาเรื่องใส่ตัว ได้แค่ทุบประตู แต่กลับไม่กล้าทำอะไรเลย

หึ ทั้งเลวทั้งขี้ขลาด

หากเขามีความกล้าสักนิด อย่างน้อยก็คงโทรแจ้งตำรวจเพื่อมาพังบรรยากาศแล้ว

-

รุ่งสางของวันถัดมา ท้องฟ้าเริ่มสว่างราง ๆ ซูหร่านตื่นขึ้นมา ภายในห้องนอนเงียบสงบ มีเพียงเธอนอนอยู่ตามลำพัง

ร่างกายแทบจะแหลกสลาย ขยับตัวเพียงนิดเดียวก็เจ็บแปลบไปหมด

ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั้นมือหนักเสียจริง นอกจากช่วงวินาทีแรกที่รู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ เขาก็อ่อนโยนอยู่แค่สองนาที หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีความปรานีถนอมบุปผางามเลยสักนิด

ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่และมีคราบเปื้อนข้างกายเย็นชืดแล้ว คาดว่าอีกฝ่ายคงจะไปได้สักพักใหญ่ ๆ

แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเสียเวลามานั่งพูดจาทำนองว่าต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือกันและถือว่าเจ๊ากันไป

โทรศัพท์มือถือวางชาร์จแบตอยู่ที่หัวเตียง พอเปิดเครื่อง ข้อความเสียงกว่าร้อยสายก็เด้งรัวขึ้นมาทันที ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมาจากเซวียอี้ แฟนเก่าของเธอนั่นเอง

“เธอจงใจวิ่งหนีขึ้นไปข้างบนใช่ไหม? คิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะปีนขึ้นไปเกาะผู้ชายรวย ๆ ได้งั้นสิ? ในสายตาของคนพวกนั้น ผู้หญิงฐานะอย่างเธอก็เป็นได้แค่ของเล่นราคาถูกเท่านั้นแหละ”

“อีร่านเอ๊ย ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็กักเก็บความบริสุทธิ์ไว้รอขายราคาสูงให้กับผู้ชายสารเลวสินะ!”

“เตรียมตัวรอรับหมายศาลปิดประกาศยึดโรงงานใกล้เจ๊งของที่บ้านเธอได้เลย”

ซูหร่านสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หน้าอกข้างซ้ายยังคงเจ็บแปลบขึ้นมาจาง ๆ

ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าผู้ชายคนนี้ทั้งสุขุมและพึ่งพาได้ และเคยคิดไว้ว่าชีวิตนี้คงจะฝากไว้ที่เขานี่แหละ ตั้งใจว่าจะหาฤกษ์งามยามดีทำเซอร์ไพรส์เขาเพื่อขยับความสัมพันธ์ไปอีกขั้น

แต่เขากลับใช้บุญคุณมาขู่บังคับ ยื่นคำขาดว่าต้องนอนกับเขาก่อน ถึงจะยอมหาเส้นทางช่วยพาไปพบกับลู่จิ่งซิง

ซูหร่านเป็นคนหัวรั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ต่อให้ต้องอดตายก็ไม่มีวันขายเรือนร่าง เว้นเสียแต่ว่าเธอจะเต็มใจเอง

หึ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยากได้จนตัวสั่นแล้วแอบวางยาเธอลับหลัง มีหรือที่เธอจะหนีตายอย่างไร้ทิศทาง จนต้องวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนเมื่อคืนที่อ้างว่าโดนวางยาเหมือนกัน ก่อนจะถูกกระชากตัวเข้าไปในห้องที่ปิดไฟมืด แล้วพากันดิ่งจมลงสู่ห้วงอารมณ์ไปพร้อมกันแบบนั้น

ยิ่งคิดซูหร่านก็ยิ่งโมโห นิ้วมือที่ยังคงอ่อนแรงเล็กน้อยกดเปิดแถบบันทึกเสียง แล้วจงใจตอบกลับไปว่า “ผู้ชายเมื่อคืนคือลู่จิ่งซิง ถึงจะแก่แต่ก็แรงดีไม่มีตก นอกจากนั้นยังรู้จักเอาอกเอาใจอีก แถมฝีมือยังเด็ดดวง หุ่นแซ่บสุด ๆ อีกต่างหาก เขายังรับปากจะลงทุนให้อีกด้วย ผู้ชายทุเรศอย่างนายน่ะ ลงนรกไปซะเถอะ”

พอส่งข้อความเสร็จ เธอก็จัดการบล็อกเบอร์ทันที

ในใจรู้สึกโล่งอกขึ้นมาไม่น้อย เธอกำลังจะลุกขึ้นเดินไปหาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่แถวประตู แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องชะงัก เพราะร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบกริบกำลังยืนไขว่ขาพิงกรอบประตูอยู่ครึ่งหนึ่งด้วยท่าทีเย็นชาเคร่งขรึม นัยน์ตาสีเข้มรูปทรงงดงามหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองมาที่เธอราวกับกำลังพิจารณา

ฝ่ายหนึ่งสวมสูทผูกไทสมบูรณ์แบบ แต่อีกฝ่ายกลับมีเพียงผ้าห่มพันกายไว้หมิ่นเหม่ บรรยากาศภายในห้องพลันคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความวาบหวิวและความกระอักกระอ่วนใจที่น่าประดักประเดิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ซูหร่านเผลอกำผ้าห่มที่ห่อหุ้มร่างกายไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ คล้ายกับถูกนักล่าจ้องมองจนรู้สึกกระสับกระส่าย แต่ซูหร่านก็ยังแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ เงยหน้าขึ้นมองตอบเขา

ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นยิ้มแล้วค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้ ในมือของเขายังถือชุดชั้นในลูกไม้สีดำคุ้นตาที่เธอจำได้แม่น

“ถึงจะแก่แต่แรงดีไม่มีตกงั้นเหรอ? ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน”

โดนจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังพูดจาเกินจริง ทำเอาซูหร่านรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อยู่บ้าง “ขอโทษทีค่ะ ฉันแค่อยากจะยั่วโมโหไอ้ผู้ชายสารเลวนั้น ก็เลยสุ่ม ๆ พูดไปน่ะค่ะ”

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างซูหร่านด้วยท่วงท่าสง่างาม กลิ่นอายอบอุ่นเจือจางของไม้จันทน์หอมลอยกรุ่นมาพร้อมกับแรงกดดันอันน่าเกรงขาม

ปลายนิ้วเรียวนุ่มแกล้งไล้เบา ๆ บนลาดไหล่เนียนขาวเปลือยเปล่าของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้า “คุณเนี่ยสุ่มเก่งเหมือนกันนะเนี่ย”

ผิวเนื้ออุ่นจัดสะท้านวาบยามถูกปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะผ่าน ซูหร่านรู้สึกซ่าแปลบไปทั่วแผ่นหลัง แต่ก็ยังเชิดหน้าเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ต่างคนต่างก็พอกันแหละค่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอด้วยรอยยิ้มกวน ๆ นิ้วเรียวเคลื่อนไหวอย่างไร้ความเกรงใจ ลากไล้ตามแนวไหปลาร้าของซูหร่านลงมาเรื่อย ๆ ก่อนจะเกี่ยวชายผ้าห่มไว้แล้วชำเลืองมองเข้าไปข้างใน “ให้ช่วยใส่ไหม? ผมหัดปลดตะขอเป็นแล้วนะ”

ซูหร่านถึงกับพูดไม่ออก

ต่อให้เทคนิคบนเตียงจะแพรวพราวและมีลูกเล่นสารพัด แต่เขากลับถอดตะขอชุดชั้นในไม่เป็น

เมื่อคืนเล่นกระชากดึงออกเหมือนเสื้อกล้ามซะอย่างนั้น

แน่นอนว่าเธอไม่ได้คิดไปเองหรอกนะว่าเขาเป็นคนไร้เดียงสาใสซื่ออะไร แค่นาฬิกาไสตล์ทำมือเรือนที่อยู่บนข้อมือของเขาเรือนเดียว ก็มีมูลค่ามากกว่าโรงงานอาหารของที่บ้านเธอรวมกันทั้งหมดเสียอีก

ผู้ชายที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแบบนี้ เวลาที่มีผู้หญิงวิ่งเข้าหา ย่อมเป็นฝ่ายถอดเสื้อผ้าเปลื้องผ้าให้เขาอยู่แล้ว คงไม่มีความจำเป็นต้องให้เขาลงมือถอดให้ด้วยซ้ำ

ซูหร่านอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมกลับด้วยความหมั่นไส้ “ยินดีด้วยนะคะ ที่คุณมีทักษะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างแล้ว”

มือใหญ่วางทาบทับอยู่บนเนื้อผ้าลูกไม้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังตรวจเช็กตัวเลขในรายงานงบการเงิน “ใหญ่กว่ากำปั้นผมอยู่รอบหนึ่ง แบบนี้เขาเรียกว่าคัพอะไร?”

ซูหร่านนึกอยากจะฝังเขี้ยวลงบนตัวเขาอีกสักสองที ทางที่ดีน่าจะกัดริมฝีปากเขาให้ช้ำไปเลย จะได้ไม่พูดจาพล่อย ๆ แบบนี้

เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของเธอ ชายหนุ่มก็ยิ่งนึกสนุก แสร้งถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “สนใจจะลองใหม่อีกสักรอบไหม?”

คำพูดตอกกลับอันสวยหรูที่เตรียมไว้จุกแน่นอยู่ที่อก “คุณใส่เสื้อผ้าดูเข้าตากว่าเยอะเลยนะคะ”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับว่าแบบนั้นก็น่าสนุกไปอีกแบบ

นัยน์ตาสีดำสนิทเจือประกายปรารถนา สายตาคมกริบล็อคอยู่ที่ริมฝีปากบวมเจ่อของเธอเต็มไปด้วยความยั่วยวน“งั้นผมใส่แค่เสื้อก็แล้วกัน”

พวงแก้มสีพีชของซูหร่านร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน เธอแกล้งเบือนหน้าหนีไปอีกทางทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “ไม่เอาค่ะ”

ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเกี่ยวลำคอของเธอไว้ บังคับให้หันกลับมาสบตาตรง ๆ “ไม่อยากรู้เหรอว่าผมเป็นใคร? แลกกับการมีความสุขด้วยกันหนึ่งครั้ง แล้วได้ล่วงรู้ความลับไปหนึ่งอย่าง คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1
ปัง ปัง เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้งภายในห้องสลัว ซูหร่านถูกดันแนบชิดติดบานประตูจนแทบไร้ช่องว่างด้วยอาการตื่นตระหนกร่างกายที่ชุ่มเหงื่อจนผิวกายเปียกชื้นพลันสะท้านเฮือก ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สองแขนเรียวเนียนนุ่มอ่อนปวกเปียกโอบกอดคล้องลำคอของชายแปลกหน้าตรงหน้าไว้ เงยหน้าขึ้นหอบหายใจแผ่วเบา“ชอบเล่นอะไรแบบนี้เหรอ? อยากให้ฉันเรียกคนไปกดตัวมันไว้ข้างนอก ให้มันยืนทุบอยู่อย่างนั้นดีไหมล่ะ” วงแขนกำยำมั่นคงโอบประคองสะโพกที่สั่นเทาของเธอเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวน การเคลื่อนไหววาบหวิวซูหร่านเพียงเพราะนึกเจ็บใจและต้องการแก้แค้นเท่านั้นทว่าการมาบรรเลงรักกับผู้ชายที่ยังมองหน้าไม่ชัดเจนด้วยซ้ำในห้องปิดตาย ให้คนที่เคยเป็นแฟนกันเมื่อชั่วโมงก่อนยืนฟังเสียงอยู่ข้างนอกโดยมีไม้กระดานกั้นขวางแค่แผ่นเดียวเธอไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นแต่ผู้ชายตรงหน้ากลับจงใจเคลียคลอหยอกเย้า รอจนเธอทนไม่ไหวส่งเสียงครางตอบรับถึงค่อยขยับต่อเจ้าชู้เสเพล มองอย่างไรก็เป็นพวกโชกโชนที่ผ่านศึกมาแล้วหลายครั้งเรียวขายาวเนียนของซูหร่านเกี่ยวพันรอบเอวหนาแน่นของชายหนุ่ม เผลอถูไถไปบนหน้าท้องแกร่งร้อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วบนโต๊ะหัวเตียงมีคีย์การ์ดสีทองพิมพ์ตัวเลข 8086 ตัวโตวางอยู่ พร้อมกับยาคุมฉุกเฉินหนึ่งกล่องซูหร่านนึกด่าอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่า “ไอ้คนขี้ตั๋ว”พูดไว้ซะดิบดี แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ยอมบอกสักคำว่าตัวเองเป็นใครแต่อย่างไรก็เถอะ เธอก็ไม่ได้อยากรู้เหมือนกันหลังจากกินยาเสร็จ เธอก็ลงมาชั้นล่างเพื่อติดต่อเคาน์เตอร์ของโรงแรม เป็นไปตามคาด หากไม่ใช่ตำรวจ ทางโรงแรมไม่มีทางเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกตรวจสอบเป็นการส่วนตัวเด็ดขาดในเมื่อเซวียอี้กล้าเล่นงานเธอ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลไปได้ง่าย ๆ แน่เธอไม่ใช่ประเภทที่จะยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้วในจังหวะที่กำลังคิดว่าจะแจ้งความดีหรือไม่ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมาข้อความใหม่ถูกส่งมาจากชื่อเล่นที่ตั้งว่า “8086” : คุณน่าจะต้องการสิ่งนี้ [ไฟล์วิดีโอ]ซูหร่านกัดริมฝีปากล่างแน่น ไอ้ผู้ชายสารเลวนั้นอาศัยจังหวะที่เธอนอนหลับใช้ลายนิ้วมือของเธอยกเลิกล็อกหน้าจอเพื่อเพิ่มเพื่อนแถมยังเปลี่ยนชื่อเล่นให้เสร็จสรรพแถมปักหมุดแชทไว้ด้านบนสุดอีกต่างหากวิดีโอ! เขาคงไม่ได้แอบถ่ายตอนที่พ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ดวงตาดำขลับประกายวาวของซูหร่านหดเกร็งลงในฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกึ๊กจุกแน่นอยู่ที่ลำคอเขาคือลู่จิ่งซิงอย่างนั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกันซูหร่านจ้องมองมือของเขาเงียบ ๆ นาฬิกาเรือนเดิมเรือนนั้น ซ่อนอยู่ใต้สายโลหะเปล่งประกายเย็นเยียบ มีไฝเม็ดอ่อน ๆ เม็ดหนึ่งแฝงตัวอยู่อย่างเลือนรางเมื่อเช้ายามที่เธอเปี่ยมด้วยอารมณ์วาบหวาม เธอรู้สึกว่าไฝเม็ดนี้ดูเซ็กซี่จนเผลอจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยซ้ำซูหร่านสบถด่าในใจอย่างหนักหน่วง: ไอ้โรคจิตก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่โรงแรมไม่ยอมบอกตัวตน ปล่อยยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ แถมยังตั้งใจทำต่อหน้าคนอื่นอีกอยากเห็นท่าทางตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกของเธอ หรือแค่อยากเชยชมภาพที่เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้วรีบโผเข้าประจบประเจงประคองกอดขาเขาไว้กันแน่?เมื่อคืนเพราะเขาเกือบจะทำจนเธอร้องไห้ออกมา เพื่อระบายความแค้น เธอเลยฝังเขี้ยวลงไปที่ยอดอกทั้งสองข้างของเขาอย่างละทีแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย?แถมชายเสื้อเชิ้ตที่เขาเหน็บไว้ในกางเกง ยังเปียกชื้นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ไหนจะตอนเช้าที่เธอยังพูดแซวอีกต่างหาก ผู้ชายก็น่าจะไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาแก่หรอกซูหร่านทั้งตกใจทั้งโกรธ ความรู้สึกขอบคุณที่มีอยู่ก่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ซูหร่านสำลักก้อนคำพูดในลำคอ ชายคนนี้จับประเด็นเก่งเป็นบ้า คำว่า “ช่วงนี้” ของเธอก็แค่พูดตามมารยาทแก้เก้อไปอย่างนั้น ความหมายที่แท้จริงคือ ไม่มีวัน ต่างหากเมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะหยิบคีย์การ์ดนั้นขึ้นมา ลู่จิ่งซิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยไม่ทุกไม่ร้อน “วงเงินห้าล้านบาทไม่ใช่จำนวนที่เยอะอะไร แต่ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วยังไม่สามารถเคาะเรื่องเจตจำนงการลงทุนได้ มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า?”หึ เขาเอาเรื่องการระดมทุนมาขู่บีบเธอจริง ๆ ด้วยสินะซูหร่านเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาไม่ถ่อมตัวจนเกินงาม “ฉันเคยคุยกับบริษัทลงทุนมาหลายที่แล้วค่ะ เดิมทีพวกเขาก็สนใจกันดี แต่เผอิญว่าคุณพ่อของฉันเป็นผู้แทนนิติบุคคลและกรรมการผู้จัดการ ประวัติเครดิตส่วนบุคคลมีปัญหานิดหน่อยค่ะ”ลู่จิ่งซิงปรือเปลือกตาขึ้นเหลือบมองซูหร่านโดยไม่ปริปากพูดอะไรรอฟังให้เธอพูดต่อซูหร่านมองสบตาตอบกลับตรง ๆ “เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่บ้านเคยซื้อห้องชุดในโครงการก่อสร้างที่สร้างไม่เสร็จเอาไว้ คุณพ่อของฉันเป็นคนหัวรั้น เลยตัดสินใจหยุดผ่อนชำระกลางคันค่ะ แต่ท่านเป็นคนมีความรับผิดชอบและมีจรรยาบรรณสูงมากค่ะ นอกเหนือจากเรื่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ขนทั่วร่างของซูหร่านพร้อมใจกันพองฟู เธอเบี่ยงใบหน้าหลบคมเขี้ยวของเซวียอี้ที่พุ่งเข้ามาตะปบเซวียอี้สะบัดหน้ากลับมาแล้วทำท่าจะพุ่งเข้าซุกซอกคอของเธออีกรอบซูหร่านใช้สองมือคว้าเส้นผมของเขาไว้แน่นแล้วกระชากดึงออกไปด้านนอกโดยไม่คิดจะออมมือเลยสักนิดเซวียอี้เจ็บจนต้องสูดปากสูดคอเฮือกใหญ่ เอ่ยลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ยอมให้ผู้ชายคนอื่นนอนด้วยได้ แต่กลับไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเนี่ยนะ”ซูหร่านอาศัยแสงไฟเซนเซอร์อัตโนมัติจากห้องรับแขกที่ส่องสว่างขึ้นมามองเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวผิดรูปของเซวียอี้ ความรู้สึกทั้งเจ็บใจทั้งแค้นเคืองตีตื้นขึ้นมาในใจ “นายมันน่าขยะแขยง ยาในน้ำผลไม้เมื่อวานฝีมือนายใช่ไหม?”เซวียอี้กำข้อมือของซูหร่านไว้แน่น “ก็เป็นเพราะเธอยังดึงดันปฏิเสธฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหาก เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนฉันต้องผ่านมันมายากลำบากขนาดไหน? ฉันอยากจะเข้าไปบีบคอไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ตายคามือใจจะขาดอยู่แล้ว”ซูหร่านข่มความรู้สึกขยะแขยง แล้วย้อนถามกลับไป “แล้วทำไมนายถึงไม่ยอมแจ้งความ หรือหาคนมาช่วยฉันล่ะ? กลัวว่าจะทำตัวเองเสียชื่อเสียง หรือกลัวว่าคนข้างในนั้นจะเป็นคนที่นายไม่มีปัญญาไปสะกิดตอเข้าก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ทั้งเวลาและสถานที่ก็ถูกต้องตรงตามนัดแถมเธอยังอุตส่าห์มาถึงก่อนเวลานัดตั้งสิบห้านาทีจงใจเรียกตัวเธอให้มาหาแล้วกลับทำเป็นหลบหน้าไม่ยอมเจอเรื่องแบบนี้ซูหร่านเคยเจอมานักต่อนักแล้วสมัยที่ยังวิ่งหาดีล นี่มันรูปแบบการฝึกความเชื่อฟังและการยอมจำนนแบบคลาสสิกชัด ๆ เขาก็แค่ต้องการจะบีบให้เธอกลายเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปอ้อนวอนขอร้องเขาเอง ต่อให้เขาจะไม่ได้ใช้วิธีสกปรกแบบเปิดเผย แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเซวียอี้สักเท่าไรเลยจริง ๆ ไม่สิ ถึงเขาจะไม่ได้ใช้วิธีเล่นงานลับหลังแบบนั้น แต่เขาก็ฟันเธอเรียบร้อยไปแล้วไม่ใช่หรือไงซูหร่านนึกแค้นเคืองจนจินตนาการสร้างหุ่นฟางตัวหนึ่งขึ้นมาในใจ เขียนชื่อของลู่จิ่งซิงแปะหราเอาไว้ แล้วจัดการปักเข็มเหล็กแหลมลงไปเน้น ๆ ถึงยี่สิบเจ็ดเล่มโดยเฉพาะบริเวณระหว่างเรียวขาของหุ่นฟางนั้น ปักเข็มลงไปหนาแน่นที่สุดพอกลับมานั่งในรถ กำลังจะหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาลู่จิ่งซิงหน้าจอเครื่องก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน สายเรียกเข้าปรากฏชื่อผู้เป็นแม่ ซ่งฮุ่ยผิง “เสี่ยวหร่าน ลูกทะเลาะอะไรกับเซวียอี้หรือเปล่า?”เป็นไปตามคาดจริงซูหร่านแง้มกระจกรถลงเปิดเป็นช่องเล็กน้อย “แม่คะ อย่าไป
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
หวังเย่เห็นสีหน้าโกรธขึงของซูหร่านเข้าก็ยิ่งดูเหมือนจะนึกสนุกมากกว่าเดิม “ผมไม่ได้ตั้งใจแอบสอดแนมความเป็นส่วนตัวของคุณซูหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าโรงแรมฮวงเฉานั่นมันเป็นกิจการของครอบครัวผม แล้วไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดนั่น ผมก็เป็นคนจัดการคัดลอกมาให้ตามคำสั่งของพี่ลู่เอง ไม่ได้ปล่อยให้บุคคลที่สามคนไหนได้เห็นเนื้อหาข้างใน ในฐานะที่ผมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมก็ควรแสดงความรับผิดชอบต่อคุณซูด้วยสิครับ”ซูหร่านขบฟันลงบนริมฝีปากแน่น “ขอบคุณสำหรับความหวังดีของประธานเย่ค่ะ แต่เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้ค่ะ”หวังเย่ทำเสียงชิ่วเบา ๆ ในลำคอ “ดูท่าแล้ว หน้าตาบารมีของผมคงจะสู้เฮียลู่ไม่ได้จริง ๆ สินะเนี่ย”ซูหร่าน “ประธานเย่พูดเล่นอะไรกันค่ะ ทั้งสองต่างก็เป็นประธานผู้บริหารที่ฉันให้ความเคารพด้วยกันทั้งคู่ค่ะ”ท่อนแขนของหวังเย่ยันเกยอยู่บนกล่องวางแขนตรงกลาง เอ่ยปากหยอก “ฝีปากเก่งกาจไม่เบาเลยนี่ แต่ไม่รู้ว่าปากสวย ๆ ที่ดื้อรั้นนี้จะพอจะมีความสามารถด้าน... อื่น ๆ อีกบ้างไหมนะ?”เมื่อฟังคำพูดของหวังเย่แล้ว เธอรู้ทันทีว่าเป็นคำพูดสองแง่สองง่ามที่ไม่น่าฟัง ซูหร่านจึงสวนกลับ “เรากำลังพูดเรื่องแผนงานโรงง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ซูหร่านดึงมือของตัวเองกลับออกมาด้วยท่าทีเรียบเฉยเซวียอี้รีบส่งสายตาให้สัญญาณกับเธอ “คุณลุงของผมบอกว่า เขาช่วยไปอธิบายสถานการณ์ทางบ้านของเราให้ประธานบริษัทการลงทุนเกาซานฟังเรียบร้อยแล้ว ทางนั้นกำลังพิจารณาเรื่องการลงทุนให้ใหม่อยู่”ซูหร่านต้องอดกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมไว้ “พ่อคะ เมื่อไม่กี่วันก่อนหนูเพิ่งติดต่อไปหาประธานจาง ผู้บริหารของบริษัทการลงทุนเกาซานอีกรอบแล้วค่ะ เขาบอกว่าภายในหนึ่งสองวันนี้จะส่งข้อเสนอการลงทุนมาให้ทางเราพิจารณาค่ะ”เซวียอี้รีบชิงพูดแทรกขึ้น “ลำบากเสี่ยวหร่านเขาแย่เลยนะครับ”ซูเทียนเล่ยอารมณ์ดีขึ้นมาก “ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้จัดการเหอมาก ๆ เป็นเพราะเขาช่วยเปิดทางเอาไว้ล่วงหน้า ถึงได้ราบรื่นขนาดนี้”เซวียอี้แสดงท่าทีถ่อมตัว “คุณลุงช่วยเป็นแค่เรื่องรองครับ ที่สำคัญที่สุดคือความเหน็ดเหนื่อยที่เสี่ยวหร่านวิ่งจัดการต่างหากล่ะครับ”ผู้เป็นแม่ ซ่งฮุ่ยผิง ยกจานอาหารเดินออกจากห้องครัวพอดี “ไว้อีกสักสองวันให้เสี่ยวหร่านกับพ่อหาเวลาว่างชวนเสี่ยวเซวียกับคุณลุงไปกินข้าวสักมื้อก็ดีนะลูก จะได้ถือโอกาสขอบคุณน้ำใจพวกเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย”เซวียอี้รีบสาวเท้าเดินเข้าไปรั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ทักข้อความไปตั้งมากมายกลับทำเป็นเมินเฉยไร้การตอบรับ แต่พอพิมพ์คำว่า “ยอมเป็นคู่นอน” ไปแค่ประโยคเดียว กลับดึงเขาให้โผล่หัวออกมาได้ทันทีซูหร่านโมโหจนทำได้แค่หัวเราะเยาะขมขื่น ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว รีบกดโทรศัพท์สายตรงหาเขาทันทีแต่ใครจะไปคาดคิดว่าปลายสายจะกดปฏิเสธสายทิ้งในเสี้ยววินาที แล้วส่งเพียงข้อความเสียงตอบกลับมาสั้น ๆ“ยุ่งอยู่ ไว้ค่อยคุยกัน”ปกติซูหร่านแทบไม่เคยสบถคำหยาบคายเลยสักครั้ง แต่ในวินาทีนี้เธออดไม่อยู่จริง ๆ “ไอ้สารเลวเอ๊ย!”ฝั่งหนึ่งก็กำลังนั่งจมกองไฟแห่งความหงุดหงิดกับลู่จิ่งซิง อีกฝั่งก็ยังต้องคอยระแวดระวังว่าเซวียอี้จะแอบวางแผนเลวร้ายอะไรไว้อีกซูหร่านทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความจำยอมแล้วเดินลงมาจากชั้นบนภายในห้องรับแขก เซวียอี้หว่านล้อมเอาอกเอาใจจนซูเทียนเล่ยยอมสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วซูเทียนเล่ยเอื้อมมือไปตบไหล่เซวียอี้ด้วยความซาบซึ้งใจ “ไม่ใช่ความผิดของเราหรอก เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่ตัวลุงเอง เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แถมความเสี่ยงก็สูง ทางธนาคารคงไม่อนุมัติปล่อยกู้ง่าย ๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้ลุงเข้าใจดี”ใบหน้าของเซวียอี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “คุณลุงของ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ซูหร่านคว้าเครื่องช็อตไฟฟ้าที่หล่นอยู่ขึ้นมา บิดข้อมือจี้เข้าที่หน้าท้องที่อุดมไปด้วยไขมันของเถ้าแก่จ้าวช่วงนี้เรื่องเดือดร้อนสารพัดถาโถมเข้ามาซัดใส่เธอไม่หยุดหย่อน กดทับจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก แต่เธอก็ยังต้องกัดฟันฝืนแบกรับมันไว้การกระทำในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการปกป้องตัวเองแล้ว มันยังเป็นการระบายความอัดอั้นในใจ เธอกดจิ้มลงไปโดยทุ่มพละกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดเถ้าแก่จ้าวโดนกระแสไฟฟ้าช็อตจนไส้น้อยไส้ใหญ่ปั่นป่วนไปหมด สองแขนอ่อนยวบ แทบจะฉี่ราดรดกางเกงออกมาซูหร่านร่วงหล่นกระแทกพื้นดังตึ้บ ร่างกายเจ็บไปหมดทั้งตัวเถ้าแก่จ้าวที่ทั้งเต็มไปด้วยความโมโหและอารมณ์ดิบเถื่อน ต่อให้จะจุกเสียดท้องแค่ไหน ก็ยังสามารถโผนทะยานเข้ามาหาเธอได้ “อยากเล่นแนวซาดิสม์เร้าใจนักใช่ไหม? เดี๋ยวกูจัดให้ตายกันไปข้างเลย!”ทว่าในจังหวะที่กำลังแยกเขี้ยว เขาพุ่งโผเข้าหาเธอได้เพียงก้าวเดียว ลำคอก็ถูกกระชากอย่างแรง ปกเสื้อด้านหลังถูกกระชากหิ้วขึ้น ร่างหนักกว่าร้อยโลถูกเหวี่ยงลอยละลิ่วกระเด็นออกไปโครม ร่างอ้วนท้วนกระแทกอัดเข้ากับผนัง ก่อนจะถูกบอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนพุ่งเข้าล็อกท่อนแขนทั้งสองข้างแล้วกดตรึงร่างเอาไว้
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status