บททั้งหมดของ ประธานลู่ต้องสยบ คุณซูไปตรวจสายเลือดอีกแล้ว: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1

ปัง ปัง เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้งภายในห้องสลัว ซูหร่านถูกดันแนบชิดติดบานประตูจนแทบไร้ช่องว่างด้วยอาการตื่นตระหนกร่างกายที่ชุ่มเหงื่อจนผิวกายเปียกชื้นพลันสะท้านเฮือก ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สองแขนเรียวเนียนนุ่มอ่อนปวกเปียกโอบกอดคล้องลำคอของชายแปลกหน้าตรงหน้าไว้ เงยหน้าขึ้นหอบหายใจแผ่วเบา“ชอบเล่นอะไรแบบนี้เหรอ? อยากให้ฉันเรียกคนไปกดตัวมันไว้ข้างนอก ให้มันยืนทุบอยู่อย่างนั้นดีไหมล่ะ” วงแขนกำยำมั่นคงโอบประคองสะโพกที่สั่นเทาของเธอเอาไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวน การเคลื่อนไหววาบหวิวซูหร่านเพียงเพราะนึกเจ็บใจและต้องการแก้แค้นเท่านั้นทว่าการมาบรรเลงรักกับผู้ชายที่ยังมองหน้าไม่ชัดเจนด้วยซ้ำในห้องปิดตาย ให้คนที่เคยเป็นแฟนกันเมื่อชั่วโมงก่อนยืนฟังเสียงอยู่ข้างนอกโดยมีไม้กระดานกั้นขวางแค่แผ่นเดียวเธอไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นแต่ผู้ชายตรงหน้ากลับจงใจเคลียคลอหยอกเย้า รอจนเธอทนไม่ไหวส่งเสียงครางตอบรับถึงค่อยขยับต่อเจ้าชู้เสเพล มองอย่างไรก็เป็นพวกโชกโชนที่ผ่านศึกมาแล้วหลายครั้งเรียวขายาวเนียนของซูหร่านเกี่ยวพันรอบเอวหนาแน่นของชายหนุ่ม เผลอถูไถไปบนหน้าท้องแกร่งร้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วบนโต๊ะหัวเตียงมีคีย์การ์ดสีทองพิมพ์ตัวเลข 8086 ตัวโตวางอยู่ พร้อมกับยาคุมฉุกเฉินหนึ่งกล่องซูหร่านนึกด่าอยู่ในใจเงียบ ๆ ว่า “ไอ้คนขี้ตั๋ว”พูดไว้ซะดิบดี แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ยอมบอกสักคำว่าตัวเองเป็นใครแต่อย่างไรก็เถอะ เธอก็ไม่ได้อยากรู้เหมือนกันหลังจากกินยาเสร็จ เธอก็ลงมาชั้นล่างเพื่อติดต่อเคาน์เตอร์ของโรงแรม เป็นไปตามคาด หากไม่ใช่ตำรวจ ทางโรงแรมไม่มีทางเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกตรวจสอบเป็นการส่วนตัวเด็ดขาดในเมื่อเซวียอี้กล้าเล่นงานเธอ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลไปได้ง่าย ๆ แน่เธอไม่ใช่ประเภทที่จะยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอยู่แล้วในจังหวะที่กำลังคิดว่าจะแจ้งความดีหรือไม่ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมาข้อความใหม่ถูกส่งมาจากชื่อเล่นที่ตั้งว่า “8086” : คุณน่าจะต้องการสิ่งนี้ [ไฟล์วิดีโอ]ซูหร่านกัดริมฝีปากล่างแน่น ไอ้ผู้ชายสารเลวนั้นอาศัยจังหวะที่เธอนอนหลับใช้ลายนิ้วมือของเธอยกเลิกล็อกหน้าจอเพื่อเพิ่มเพื่อนแถมยังเปลี่ยนชื่อเล่นให้เสร็จสรรพแถมปักหมุดแชทไว้ด้านบนสุดอีกต่างหากวิดีโอ! เขาคงไม่ได้แอบถ่ายตอนที่พ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

ดวงตาดำขลับประกายวาวของซูหร่านหดเกร็งลงในฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกึ๊กจุกแน่นอยู่ที่ลำคอเขาคือลู่จิ่งซิงอย่างนั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกันซูหร่านจ้องมองมือของเขาเงียบ ๆ นาฬิกาเรือนเดิมเรือนนั้น ซ่อนอยู่ใต้สายโลหะเปล่งประกายเย็นเยียบ มีไฝเม็ดอ่อน ๆ เม็ดหนึ่งแฝงตัวอยู่อย่างเลือนรางเมื่อเช้ายามที่เธอเปี่ยมด้วยอารมณ์วาบหวาม เธอรู้สึกว่าไฝเม็ดนี้ดูเซ็กซี่จนเผลอจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยซ้ำซูหร่านสบถด่าในใจอย่างหนักหน่วง: ไอ้โรคจิตก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่โรงแรมไม่ยอมบอกตัวตน ปล่อยยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ แถมยังตั้งใจทำต่อหน้าคนอื่นอีกอยากเห็นท่าทางตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกของเธอ หรือแค่อยากเชยชมภาพที่เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้วรีบโผเข้าประจบประเจงประคองกอดขาเขาไว้กันแน่?เมื่อคืนเพราะเขาเกือบจะทำจนเธอร้องไห้ออกมา เพื่อระบายความแค้น เธอเลยฝังเขี้ยวลงไปที่ยอดอกทั้งสองข้างของเขาอย่างละทีแบบนั้นเลยเหรอเนี่ย?แถมชายเสื้อเชิ้ตที่เขาเหน็บไว้ในกางเกง ยังเปียกชื้นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ไหนจะตอนเช้าที่เธอยังพูดแซวอีกต่างหาก ผู้ชายก็น่าจะไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาแก่หรอกซูหร่านทั้งตกใจทั้งโกรธ ความรู้สึกขอบคุณที่มีอยู่ก่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

ซูหร่านสำลักก้อนคำพูดในลำคอ ชายคนนี้จับประเด็นเก่งเป็นบ้า คำว่า “ช่วงนี้” ของเธอก็แค่พูดตามมารยาทแก้เก้อไปอย่างนั้น ความหมายที่แท้จริงคือ ไม่มีวัน ต่างหากเมื่อเห็นว่าซูหร่านไม่มีทีท่าว่าจะหยิบคีย์การ์ดนั้นขึ้นมา ลู่จิ่งซิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยไม่ทุกไม่ร้อน “วงเงินห้าล้านบาทไม่ใช่จำนวนที่เยอะอะไร แต่ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วยังไม่สามารถเคาะเรื่องเจตจำนงการลงทุนได้ มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า?”หึ เขาเอาเรื่องการระดมทุนมาขู่บีบเธอจริง ๆ ด้วยสินะซูหร่านเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาไม่ถ่อมตัวจนเกินงาม “ฉันเคยคุยกับบริษัทลงทุนมาหลายที่แล้วค่ะ เดิมทีพวกเขาก็สนใจกันดี แต่เผอิญว่าคุณพ่อของฉันเป็นผู้แทนนิติบุคคลและกรรมการผู้จัดการ ประวัติเครดิตส่วนบุคคลมีปัญหานิดหน่อยค่ะ”ลู่จิ่งซิงปรือเปลือกตาขึ้นเหลือบมองซูหร่านโดยไม่ปริปากพูดอะไรรอฟังให้เธอพูดต่อซูหร่านมองสบตาตอบกลับตรง ๆ “เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่บ้านเคยซื้อห้องชุดในโครงการก่อสร้างที่สร้างไม่เสร็จเอาไว้ คุณพ่อของฉันเป็นคนหัวรั้น เลยตัดสินใจหยุดผ่อนชำระกลางคันค่ะ แต่ท่านเป็นคนมีความรับผิดชอบและมีจรรยาบรรณสูงมากค่ะ นอกเหนือจากเรื่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

ขนทั่วร่างของซูหร่านพร้อมใจกันพองฟู เธอเบี่ยงใบหน้าหลบคมเขี้ยวของเซวียอี้ที่พุ่งเข้ามาตะปบเซวียอี้สะบัดหน้ากลับมาแล้วทำท่าจะพุ่งเข้าซุกซอกคอของเธออีกรอบซูหร่านใช้สองมือคว้าเส้นผมของเขาไว้แน่นแล้วกระชากดึงออกไปด้านนอกโดยไม่คิดจะออมมือเลยสักนิดเซวียอี้เจ็บจนต้องสูดปากสูดคอเฮือกใหญ่ เอ่ยลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ยอมให้ผู้ชายคนอื่นนอนด้วยได้ แต่กลับไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเนี่ยนะ”ซูหร่านอาศัยแสงไฟเซนเซอร์อัตโนมัติจากห้องรับแขกที่ส่องสว่างขึ้นมามองเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวผิดรูปของเซวียอี้ ความรู้สึกทั้งเจ็บใจทั้งแค้นเคืองตีตื้นขึ้นมาในใจ “นายมันน่าขยะแขยง ยาในน้ำผลไม้เมื่อวานฝีมือนายใช่ไหม?”เซวียอี้กำข้อมือของซูหร่านไว้แน่น “ก็เป็นเพราะเธอยังดึงดันปฏิเสธฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหาก เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนฉันต้องผ่านมันมายากลำบากขนาดไหน? ฉันอยากจะเข้าไปบีบคอไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ตายคามือใจจะขาดอยู่แล้ว”ซูหร่านข่มความรู้สึกขยะแขยง แล้วย้อนถามกลับไป “แล้วทำไมนายถึงไม่ยอมแจ้งความ หรือหาคนมาช่วยฉันล่ะ? กลัวว่าจะทำตัวเองเสียชื่อเสียง หรือกลัวว่าคนข้างในนั้นจะเป็นคนที่นายไม่มีปัญญาไปสะกิดตอเข้าก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

ทั้งเวลาและสถานที่ก็ถูกต้องตรงตามนัดแถมเธอยังอุตส่าห์มาถึงก่อนเวลานัดตั้งสิบห้านาทีจงใจเรียกตัวเธอให้มาหาแล้วกลับทำเป็นหลบหน้าไม่ยอมเจอเรื่องแบบนี้ซูหร่านเคยเจอมานักต่อนักแล้วสมัยที่ยังวิ่งหาดีล นี่มันรูปแบบการฝึกความเชื่อฟังและการยอมจำนนแบบคลาสสิกชัด ๆ เขาก็แค่ต้องการจะบีบให้เธอกลายเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปอ้อนวอนขอร้องเขาเอง ต่อให้เขาจะไม่ได้ใช้วิธีสกปรกแบบเปิดเผย แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเซวียอี้สักเท่าไรเลยจริง ๆ ไม่สิ ถึงเขาจะไม่ได้ใช้วิธีเล่นงานลับหลังแบบนั้น แต่เขาก็ฟันเธอเรียบร้อยไปแล้วไม่ใช่หรือไงซูหร่านนึกแค้นเคืองจนจินตนาการสร้างหุ่นฟางตัวหนึ่งขึ้นมาในใจ เขียนชื่อของลู่จิ่งซิงแปะหราเอาไว้ แล้วจัดการปักเข็มเหล็กแหลมลงไปเน้น ๆ ถึงยี่สิบเจ็ดเล่มโดยเฉพาะบริเวณระหว่างเรียวขาของหุ่นฟางนั้น ปักเข็มลงไปหนาแน่นที่สุดพอกลับมานั่งในรถ กำลังจะหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาลู่จิ่งซิงหน้าจอเครื่องก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน สายเรียกเข้าปรากฏชื่อผู้เป็นแม่ ซ่งฮุ่ยผิง “เสี่ยวหร่าน ลูกทะเลาะอะไรกับเซวียอี้หรือเปล่า?”เป็นไปตามคาดจริงซูหร่านแง้มกระจกรถลงเปิดเป็นช่องเล็กน้อย “แม่คะ อย่าไป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

หวังเย่เห็นสีหน้าโกรธขึงของซูหร่านเข้าก็ยิ่งดูเหมือนจะนึกสนุกมากกว่าเดิม “ผมไม่ได้ตั้งใจแอบสอดแนมความเป็นส่วนตัวของคุณซูหรอกนะครับ เพียงแต่ว่าโรงแรมฮวงเฉานั่นมันเป็นกิจการของครอบครัวผม แล้วไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดนั่น ผมก็เป็นคนจัดการคัดลอกมาให้ตามคำสั่งของพี่ลู่เอง ไม่ได้ปล่อยให้บุคคลที่สามคนไหนได้เห็นเนื้อหาข้างใน ในฐานะที่ผมก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมก็ควรแสดงความรับผิดชอบต่อคุณซูด้วยสิครับ”ซูหร่านขบฟันลงบนริมฝีปากแน่น “ขอบคุณสำหรับความหวังดีของประธานเย่ค่ะ แต่เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้ค่ะ”หวังเย่ทำเสียงชิ่วเบา ๆ ในลำคอ “ดูท่าแล้ว หน้าตาบารมีของผมคงจะสู้เฮียลู่ไม่ได้จริง ๆ สินะเนี่ย”ซูหร่าน “ประธานเย่พูดเล่นอะไรกันค่ะ ทั้งสองต่างก็เป็นประธานผู้บริหารที่ฉันให้ความเคารพด้วยกันทั้งคู่ค่ะ”ท่อนแขนของหวังเย่ยันเกยอยู่บนกล่องวางแขนตรงกลาง เอ่ยปากหยอก “ฝีปากเก่งกาจไม่เบาเลยนี่ แต่ไม่รู้ว่าปากสวย ๆ ที่ดื้อรั้นนี้จะพอจะมีความสามารถด้าน... อื่น ๆ อีกบ้างไหมนะ?”เมื่อฟังคำพูดของหวังเย่แล้ว เธอรู้ทันทีว่าเป็นคำพูดสองแง่สองง่ามที่ไม่น่าฟัง ซูหร่านจึงสวนกลับ “เรากำลังพูดเรื่องแผนงานโรงง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

ซูหร่านดึงมือของตัวเองกลับออกมาด้วยท่าทีเรียบเฉยเซวียอี้รีบส่งสายตาให้สัญญาณกับเธอ “คุณลุงของผมบอกว่า เขาช่วยไปอธิบายสถานการณ์ทางบ้านของเราให้ประธานบริษัทการลงทุนเกาซานฟังเรียบร้อยแล้ว ทางนั้นกำลังพิจารณาเรื่องการลงทุนให้ใหม่อยู่”ซูหร่านต้องอดกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมไว้ “พ่อคะ เมื่อไม่กี่วันก่อนหนูเพิ่งติดต่อไปหาประธานจาง ผู้บริหารของบริษัทการลงทุนเกาซานอีกรอบแล้วค่ะ เขาบอกว่าภายในหนึ่งสองวันนี้จะส่งข้อเสนอการลงทุนมาให้ทางเราพิจารณาค่ะ”เซวียอี้รีบชิงพูดแทรกขึ้น “ลำบากเสี่ยวหร่านเขาแย่เลยนะครับ”ซูเทียนเล่ยอารมณ์ดีขึ้นมาก “ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้จัดการเหอมาก ๆ เป็นเพราะเขาช่วยเปิดทางเอาไว้ล่วงหน้า ถึงได้ราบรื่นขนาดนี้”เซวียอี้แสดงท่าทีถ่อมตัว “คุณลุงช่วยเป็นแค่เรื่องรองครับ ที่สำคัญที่สุดคือความเหน็ดเหนื่อยที่เสี่ยวหร่านวิ่งจัดการต่างหากล่ะครับ”ผู้เป็นแม่ ซ่งฮุ่ยผิง ยกจานอาหารเดินออกจากห้องครัวพอดี “ไว้อีกสักสองวันให้เสี่ยวหร่านกับพ่อหาเวลาว่างชวนเสี่ยวเซวียกับคุณลุงไปกินข้าวสักมื้อก็ดีนะลูก จะได้ถือโอกาสขอบคุณน้ำใจพวกเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย”เซวียอี้รีบสาวเท้าเดินเข้าไปรั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

ทักข้อความไปตั้งมากมายกลับทำเป็นเมินเฉยไร้การตอบรับ แต่พอพิมพ์คำว่า “ยอมเป็นคู่นอน” ไปแค่ประโยคเดียว กลับดึงเขาให้โผล่หัวออกมาได้ทันทีซูหร่านโมโหจนทำได้แค่หัวเราะเยาะขมขื่น ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว รีบกดโทรศัพท์สายตรงหาเขาทันทีแต่ใครจะไปคาดคิดว่าปลายสายจะกดปฏิเสธสายทิ้งในเสี้ยววินาที แล้วส่งเพียงข้อความเสียงตอบกลับมาสั้น ๆ“ยุ่งอยู่ ไว้ค่อยคุยกัน”ปกติซูหร่านแทบไม่เคยสบถคำหยาบคายเลยสักครั้ง แต่ในวินาทีนี้เธออดไม่อยู่จริง ๆ “ไอ้สารเลวเอ๊ย!”ฝั่งหนึ่งก็กำลังนั่งจมกองไฟแห่งความหงุดหงิดกับลู่จิ่งซิง อีกฝั่งก็ยังต้องคอยระแวดระวังว่าเซวียอี้จะแอบวางแผนเลวร้ายอะไรไว้อีกซูหร่านทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความจำยอมแล้วเดินลงมาจากชั้นบนภายในห้องรับแขก เซวียอี้หว่านล้อมเอาอกเอาใจจนซูเทียนเล่ยยอมสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วซูเทียนเล่ยเอื้อมมือไปตบไหล่เซวียอี้ด้วยความซาบซึ้งใจ “ไม่ใช่ความผิดของเราหรอก เรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่ตัวลุงเอง เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แถมความเสี่ยงก็สูง ทางธนาคารคงไม่อนุมัติปล่อยกู้ง่าย ๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้ลุงเข้าใจดี”ใบหน้าของเซวียอี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “คุณลุงของ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

ซูหร่านคว้าเครื่องช็อตไฟฟ้าที่หล่นอยู่ขึ้นมา บิดข้อมือจี้เข้าที่หน้าท้องที่อุดมไปด้วยไขมันของเถ้าแก่จ้าวช่วงนี้เรื่องเดือดร้อนสารพัดถาโถมเข้ามาซัดใส่เธอไม่หยุดหย่อน กดทับจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก แต่เธอก็ยังต้องกัดฟันฝืนแบกรับมันไว้การกระทำในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการปกป้องตัวเองแล้ว มันยังเป็นการระบายความอัดอั้นในใจ เธอกดจิ้มลงไปโดยทุ่มพละกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดเถ้าแก่จ้าวโดนกระแสไฟฟ้าช็อตจนไส้น้อยไส้ใหญ่ปั่นป่วนไปหมด สองแขนอ่อนยวบ แทบจะฉี่ราดรดกางเกงออกมาซูหร่านร่วงหล่นกระแทกพื้นดังตึ้บ ร่างกายเจ็บไปหมดทั้งตัวเถ้าแก่จ้าวที่ทั้งเต็มไปด้วยความโมโหและอารมณ์ดิบเถื่อน ต่อให้จะจุกเสียดท้องแค่ไหน ก็ยังสามารถโผนทะยานเข้ามาหาเธอได้ “อยากเล่นแนวซาดิสม์เร้าใจนักใช่ไหม? เดี๋ยวกูจัดให้ตายกันไปข้างเลย!”ทว่าในจังหวะที่กำลังแยกเขี้ยว เขาพุ่งโผเข้าหาเธอได้เพียงก้าวเดียว ลำคอก็ถูกกระชากอย่างแรง ปกเสื้อด้านหลังถูกกระชากหิ้วขึ้น ร่างหนักกว่าร้อยโลถูกเหวี่ยงลอยละลิ่วกระเด็นออกไปโครม ร่างอ้วนท้วนกระแทกอัดเข้ากับผนัง ก่อนจะถูกบอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนพุ่งเข้าล็อกท่อนแขนทั้งสองข้างแล้วกดตรึงร่างเอาไว้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status