4 Answers2025-11-04 18:47:31
มุมมองหนึ่งที่ชอบคือการมองสกิลเป็นเครื่องมือสำหรับสไตล์การเล่น มากกว่าจะยึดตามคำว่า 'DPS' อย่างเดียว
สกิลที่ควรเลือกให้เป็นตัว DPS หลักในกรณีของ 'Honkai: Star Rail' มักจะเป็นสกิลที่ให้การโจมตีต่อเนื่องบนสนามหรือเพิ่มการตีซ้อนไปพร้อมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้แปลเป็น DPS ที่สม่ำเสมอกว่าแค่ท่าไม้ตายที่ระเบิดเดียวแล้วต้องรอคูลดาวน์ ในมุมมองของฉัน ควรดูรายละเอียดว่าสกิลนั้นมีการคูณโจมตีแบบ ATK% หรือพึ่งพาโล่งานอื่น เช่น โกรฟ/บัฟของเพื่อนร่วมทีม
ถ้าสกิลให้การโจมตีหลายครั้งและมีสเกลที่ดี (เช่นเพิ่มความเสียหายตาม ATK หรือมีโอกาสคริติคัลเพิ่ม) ให้ทุ่มทรัพยากรไปที่ค่าสเตตัสคริติคอลและ ATK% พร้อมกับ Light Cone ที่ขยายการโจมตีระยะยาว การวางทีมควรมีเพื่อนที่ช่วยเพิ่มความเร็วหรือบัฟคริติคอล เพื่อให้สกิลนั้นได้เล่นบ่อยและต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ค่า DPS เฉลี่ยดีกว่าการพึ่งพาแค่ burst เดิม
ฉันมักจะเลือกสกิลที่ทำให้ตัวละครอยู่บนสนามนานพอที่จะสร้างความเสียหายสะสมและทำคอมโบกับซัพพอร์ตของทีม จะได้รู้สึกว่าการลงทุนในอุปกรณ์และสกิลนั้นคุ้มค่าในระยะยาว
3 Answers2025-11-05 03:09:54
สไตล์ที่ฉันชอบคือเล่น 'Kafka' เป็นตัวเปิดด้วยการปั้นสถานะลบแล้วตามด้วยการระเบิดดาเมจแบบโหด ๆ ด้วยการตั้งค่าอุปกรณ์ที่เน้นคริติคัลและพลังโจมตีพื้นฐานก่อนอื่นต้องเข้าใจบทบาทของ 'Kafka' ในทีม: เธอทำหน้าที่เป็นคนคอมโบ — เปิดช่องด้วยสกิลที่สร้างสถานะให้ฝ่ายตรงข้าม แล้วใช้ทักษะหลักเพื่อเก็บดาวเมจจากสถานะนั้น การจัดลำดับสกิลจึงสำคัญมาก หากสกิลแรกของเธอทำให้ศัตรูอ่อนแอหรือรับดีบัฟ ใส่คูลดาวน์ให้เร็วขึ้นและรักษาความต่อเนื่องของการลงสถานะให้มากที่สุด
การเลือก 'Light Cone' และของสวมใส่มีผลชัดเจน ฉันมักให้ความสำคัญกับไอเท็มที่เพิ่มคริติคัลหรือเพิ่มพลังโจมตีเมื่อทำความเสียหายแบบต่อเนื่อง ส่วนทีมรองรับควรมีตัวที่เร่งบาร์เทิร์นหรือเติมพลังงานให้เร็ว เช่นตัวที่ขยายโอกาสการใช้สกิลซ้ำ ทำให้ combo ของ 'Kafka' ไม่สะดุด การมีฮีลเลอร์หรือโล่บางครั้งก็ช่วยให้เธอยืนฟีลด์ได้นานขึ้นและกดดาเมจต่อเนื่อง
สิ่งสุดท้ายที่ฉันมักพูดเสมอคือฝึกความต่อเนื่องของจังหวะ หากกดสกิลพลาดจังหวะเดียว คอมโบอาจหลุดได้ ดังนั้นฝึกสลับตัวกับพาร์ทเนอร์ ถ้ามีตัวที่ตั้งสถานะซ้อนได้ไวก็ให้เน้นการสลับเข้าออกเพื่อรีเซ็ตเงื่อนไข แล้วค่อยกลับมาปิดจ็อบด้วยสกิลระเบิดของเธอ — เล่นแบบนี้แล้วได้ผลลัพธ์ที่รุนแรงและสนุกทุกแมตช์
4 Answers2025-11-04 19:06:25
จัดปาร์ตี้สำหรับ 'Feixiao' ที่เน้นดาเมจสูง ผมมองเรื่องหลักๆ เป็นสามข้อ: เพิ่มพลังโจมตีและคริติคอล, เปิดช่องให้เธอโจมตีหนักๆ โดยไม่ติดแคลชระหว่างสกิล, และมีแหล่งพลังงาน/รีชาร์จให้สกิลหมุนได้เร็ว
ฉันเลือกทีมที่มีบัฟ ATK/เจาะเกราะหนึ่งคน, ตัวเติมพลัง/รีชาร์จหนึ่งคน, และตัวควบคุมศัตรูหรือดีบัฟหนึ่งคน ตัวบัฟควรให้โบนัสทั้ง ATK และอาจเป็น CRIT DMG ถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้ 'Feixiao' ได้ใช้สถิติเหล่านั้นเต็มที่ ส่วนตัวเติมพลังต้องสามารถให้พลังงานหรือรีเซ็ตคูลดาวน์ เพื่อที่ฉันจะไม่เสียเทิร์นกับการรอคอย
สำหรับเซ็ตอุปกรณ์และโครงสเตตัส ฉันเน้น CRIT Rate ~60–80% (ปรับตาม CRIT DMG) และ ATK% เป็นหลัก หากสวม Light Cone ที่ให้โบนัสโจมตีต่อเนื่องหรือเพิ่มความเสียหายช่วงสกิลใหญ่ จะยิ่งเสริมพลังได้มาก ในการต่อสู้จริงฉันมักจัดลำดับสกิลให้มีบัฟและดีบัฟขึ้นก่อน แล้วค่อยปล่อยคอมโบของ 'Feixiao' — แบบนี้มักจะเห็นดาเมจพุ่งขึ้นแบบชัดเจน
6 Answers2025-11-04 15:40:52
เคยสงสัยไหมว่าเมื่อจะอัปสกิลให้ Feixiao เพื่อเน้น DPS จริงจัง ควรเริ่มจากตรงไหนก่อน? ฉันมักเริ่มจากการมองว่าค่าพื้นฐานของตัวละครเน้นอะไร — ถ้า Feixiao เป็นตัวทำความเสียหายแบบโจมตีปกติ/ฟิสิคอล ให้โฟกัสที่ค่า ATK% และโบนัสความเสียหายทางกายภาพเป็นหลัก แต่ถ้าเค้ามีสกิลที่ขยายความเสียหายธาตุ ก็ต้องเน้นโบนัสธาตุนั้นแทน
สเต็ปที่ฉันใช้จริง ๆ คือ 1) อัปสกิลที่เพิ่มความเสียหายแบบกลุ่มหรือสกิลระเบิดก่อน เพราะมันให้ผล DPS ต่อเวลาได้ชัด 2) ลงทุนใน Light Cone ที่เพิ่ม Crit Rate/Crit DMG หรือเพิ่ม ATK% ขณะที่ยังคงดูหลักการเลือกสถิติหลักของ relics ให้เน้น Crit/Damage/ATK ตามความเหมาะสม และ 3) อย่าลืมเรื่องความเร็วหรือการจัดคิวสกิลของทีม — DPS จะหลุดทันทีถ้าไม่สามารถใช้สกิลได้บ่อยพอ
ทีมที่ฉันชอบจับคู่กับ Feixiao มักมีคนให้บัฟ ATK, คนลดเกราะศัตรู และฮีลเลอร์เพื่อความยืนตัว ตัวอย่างการอ้างอิงสไตล์ทีมที่ชอบคือการเอาตัวที่แกะเกราะมาเสริมให้ DPS ติดคอมโบได้ต่อเนื่อง สุดท้าย ถ้าอยากเห็นเลขแรง ๆ ให้ลองปรับ Crit Rate ให้ใกล้เคียงกับ Crit DMG ในอัตราที่ลงตัว แล้วค่อยเทสต์กับบอสเพื่อจูนอีกที
5 Answers2025-11-04 16:35:39
มุมมองแรกที่ชอบคือมอง 'Robin' เป็นตัวคุมจังหวะรบมากกว่าจะเป็น DPS ตรงๆ — พฤติกรรมสกิลของเขามักเน้นการเปิดช่องให้เพื่อนร่วมทีมทำดาเมจต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น
ในการลงทีมที่ผมมักใช้ ผมจะเริ่มด้วยการเปิดบัฟหรือสกิลป้องกันของเพื่อนร่วมทีมก่อน แล้วค่อยใช้สกิลของ 'Robin' เพื่อสาดเอฟเฟกต์ (เช่นลดพลังป้องกันหรือติดสถานะ) ให้มันอยู่นานพอให้ 'Bailu' หรือฮีลเลอร์เก็บเกจและรักษาทีมได้ในรอบต่อไป การกดอัลติของเขาในจังหวะที่ศัตรูถูกเดบัฟจะทำให้ดาเมจรวมเพิ่มขึ้นชัดเจน
ของที่ควรใส่ใจคือการเลือก Light Cone ที่ให้คูลดาวน์สกิลสั้นลงหรือเพิ่มความสามารถในการเพิ่มความเสียหายต่อเป้าหมายที่ติดสถานะ ชุดราง/รีลิคควรเน้นค่า Effect Hit Rate หรือ Bonus Damage มากกว่าค่า HP ล้วนๆ เพราะ 'Robin' จะเก่งขึ้นเมื่อเพื่อนทำคอมโบตามต่อได้ ถ้าจัดตำแหน่งให้ดี เขาจะเป็นคนที่ทำให้ทีมสอดประสานได้ลื่นไหล และความรู้สึกเวลาทุกอย่างลงตัวมันแบบเข้าจังหวะเลย
4 Answers2025-11-04 14:22:36
แนะนำให้โฟกัสที่สกิลที่ให้ประโยชน์ต่อทีมเป็นหลักก่อน แล้วค่อยขยับไปที่สกิลเด่นที่สุดของ 'Honkai: Star Rail' ที่คุณใช้บ่อยที่สุด
พูดตรง ๆ ว่าสำหรับ 'Feixiao' (ในกรอบการเล่นของผม) สกิลที่เปิดโอกาสให้ทำดาเมจต่อเนื่องหรือเพิ่มความสามารถให้เพื่อนร่วมทีมควรได้เลเวลก่อน ถ้าเธอมีสกิลชุดที่สร้างดาเมจเป็นกลุ่มหรือเพิ่มบัฟให้ทีม ผมมักจะอัปสกิลนั้นให้เต็มก่อน Ultimate เพราะมันคุ้มค่ากับการใช้ทรัพยากรในระยะยาวมากกว่า
หลังจากสกิลหลักเต็มแล้ว ค่อยโฟกัสที่ Ultimate ถ้ามันเพิ่มเป้าโจมตีหรือคูณดาเมจสูง ให้ยกขึ้นเป็นอันดับสอง ส่วนสกิลพื้นฐานกับสกิลประเภทยืดเวลา/คูลดาวน์ต่ำ สามารถปล่อยไว้จนถึงท้าย ๆ ได้ ผมมักจะมองบัญชีทรัพยากรเป็นงบประมาณ: อย่าไปอัปทุกอย่างพร้อมกัน แต่เลือกอัปในสิ่งที่จะพลิกผลการต่อสู้ได้จริง
เรื่องอุปกรณ์และสเตตัส ให้เลือกโฟกัสที่ค่า Crit และค่า ATK หากคุณเล่นสไตล์ฮาร์ด DPS หรือเน้นพลังโจมตี แบบนี้จะได้ผลต่างชัดเจน แล้วเลือก Light Cone ที่เสริมสกิลของเธอโดยตรง — เหมือนฉากต่อสู้ใน 'Demon Slayer' ที่ผู้เล่นต้องเลือกอาวุธให้เข้ากับเทคนิคของตัวละคร — ทำแบบนี้แล้วจะเห็นผลเร็วขึ้น
5 Answers2025-11-06 02:51:18
มาดูกันว่าตัวละครอย่าง 'Castorice' ควรยืนตำแหน่งไหนในทีมถึงจะสุดจริง ๆ
ฉันมองว่า 'Castorice' เหมาะที่สุดกับบทบาทซัพพอร์ตเชิงเดบัฟ/สตัส (support-debuffer) มากกว่าจะเป็น DPS ตรง ๆ เพราะสกิลของเธอถ้าปรับใช้ถูกจะเน้นการสร้างสถานะกระทบต่อศัตรู—ไม่ว่าจะเป็นลดความต้านทาน เพิ่มการรับความเสียหายจากธาตุ หรือการควบคุมเทิร์น—ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ตัวละครสายเบิร์สเข้ามาทำงานได้เต็มที่
ในเชิงการจัดทีมจริง ฉันมักให้ความสำคัญกับการจับคู่ 'Castorice' กับตัวทำความเสียหายแบบระเบิด (burst DPS) ที่รอเปิดสกิลเมื่อศัตรูถูกเตรียมไว้ นอกจากนี้การมีฮีลเลอร์หรือชิลด์เล็ก ๆ จะช่วยให้ทีมรอดจากคอนโทรลที่ตอบโต้กลับได้ง่ายขึ้น สเตตัสที่ควรให้ความสำคัญคือการเพิ่มความถี่ของการเปิดสกิล/การฟื้นทรัพยากรให้กับเธอ เพื่อให้เดบัฟทำงานต่อเนื่อง
สรุปเป็นจุดปักหมุด: ใส่ 'Castorice' เป็นตัวรองที่เตรียมสภาพแวดล้อมของการต่อสู้ให้กับ DPS หลัก แล้วจับคู่กับฮีลเลอร์หรือบัฟเตอร์ที่เติมช่องว่างด้านความอยู่รอดและพลังโจมตี ผลลัพธ์จะเป็นทีมที่ทั้งนิ่งและมีช่วงเวลาทำความเสียหายสูงได้อย่างสม่ำเสมอ
1 Answers2025-11-04 06:17:42
หลังจากทดลองทีมหลายเซ็ตกับ 'Honkai: Star Rail' แล้ว สิ่งแรกที่ผมอยากเน้นคืออย่าเลือก Light Cone แค่เพราะมันสวยหรือหายาก แต่ให้เริ่มจากหน้าที่ที่ต้องการให้ Feixiao ทำก่อน: จะให้เป็นตัวทำความเสียหายหลัก (main DPS), ตัวเสริมความแรง (sub-DPS/burst), หรือตัวซัพพอร์ต/ควบคุมทีม ถ้าตั้งใจให้เธอเป็น DPS หลัก ให้มองหา Light Cone ที่เพิ่มพลังโจมตีหรืออัตราคริติคอล รวมถึงค่าสถานะที่ตัวละครของเธอสเกลด้วย เช่นถ้า kit ของ Feixiao สเกลกับ ATK หรือ Skill DMG ให้เลือก Cone ที่เน้นค่าเหล่านี้เพื่อให้การตีธรรมดาและทักษะออกมาคุ้มค่า ในทางกลับกันถ้าอยากให้เธอเป็นตัวซัพพอร์ต ให้มอง Light Cone ที่ให้พลังงาน ความเร็วในการใช้อีลิเมนต์ หรือบัฟทีม จะได้ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมปล่อยสกิลได้ต่อเนื่องและเกิดความสอดคล้องของคอมโบ
การคำนึงถึงการประสานทีมสำคัญมาก: บาง Light Cone ทำงานได้ดีเมื่อจับเข้ากับตัวละครที่เติมช่องว่างให้กัน เช่นถ้า Cone นั้นให้โบนัสความเสียหายเมื่อมีศัตรูถูกสถานะบางอย่าง สร้างทีมที่สามารถทำสถานะนั้นได้จะเพิ่มค่าคุ้มค่าทันที หรือถ้า Cone เพิ่ม Crit Rate ให้เลือกตัวที่มีสกิลช่วยเซ็ต Crit หรือมีคู่หูที่เพิ่ม Crit DMG เพื่อให้ค่าเหล่านั้นซิงก์กัน นอกจากนี้ พิจารณาดู Relic ที่คุณมีด้วย—ยิ่ง Relic และ Cone เข้ากัน โอกาสที่จะได้ DPS ที่แรงขึ้นในเชิงปฏิบัติจริงก็สูงขึ้นมากกว่าการตามหา Cone เพียงอย่างเดียวที่ดูดีที่สุดบนกระดาษ
ถ้าต้องแนะนำเป็นแนวทางแบบสรุปที่ใช้งานได้จริง: ถ้า Feixiao ถูกออกแบบให้ระเบิดพลังเป็นชุดสั้นๆ ให้เน้น Cone ที่เพิ่ม Skill/Ultimate Damage หรือ ATK% แบบทันทีและมีเอฟเฟกต์เสริมในเทิร์นต่อไป ส่วนถ้าเธอเล่นแบบยิงไกลต่อเนื่อง ให้เน้น Cone ที่ให้ความถี่ สติก้า หรือฟื้นพลังเพื่อรักษารอบสกิลไว้ครับ สำหรับคนงบน้อย อย่ากังวลว่าต้องใช้ 5 ดาวเสมอ Light Cone 4 ดาวบางอันก็ให้สถิติ/เอฟเฟกต์ที่ลงตัวและใช้ได้ยาวๆ ในหลายทีม ผมมักจะเลือก Cone ที่ให้ประโยชน์ต่อทีมมากกว่าจะเน้นแต่ตัวเลขสูงสุด เพราะประสบการณ์จริงคือการมีทีมที่สมดุลทำให้การวิ่งคอนเทนต์เร็วขึ้นและสนุกกว่า
สุดท้ายแล้วผมชอบปรับ Light Cone ให้เข้ากับสไตล์การเล่น หากอยากเห็น Feixiaoเป็นดาวเด่น ให้ลงทุนกับ Cone ที่ขยายจุดแข็งของเธอ แต่ถาชอบเล่นแบบเซ็ตทีม โปรดเลือก Cone ที่เสริมเพื่อนร่วมทีมไว้ก่อน — วิธีนี้ทำให้ทุกรอบเล่นรู้สึกคุ้มค่าและสนุกกว่าการแข่งเฉพาะเลข DPS อย่างเดียว
4 Answers2025-11-04 13:45:47
อาวุธสำหรับ 'Feixiao' ที่จะพาเขาไปไกล ไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่วิธีคิดมันคล้ายกันเสมอ: โฟกัสที่หน้าที่หลักของตัวละครแล้วจัดสรรสถิติให้สอดคล้อง
การเล่นแบบ DPS ล้วนๆ ฉันมักเลือก Light Cone ที่เน้นเพิ่มค่า ATK หรือเพิ่มความเสียหายแบบตรงไปตรงมา เพราะสิ่งที่ต้องการคือตัวคูณดาเมจสูงสุด สถิติย่อยที่ควรให้ความสำคัญคือ Crit Rate / Crit DMG และ ATK% เป็นหลัก ส่วนตัวเลือกรองคือ Speed ถ้าต้องการเปิดสกิลก่อนคู่ต่อสู้ ฉากที่ฉันชอบใช้เป็นแนวสไปรต์ต่อเนื่อง เช่น ฝูงมอนสเตอร์ที่ต้องเคลียร์ไวๆ จะได้เห็นผลชัดเจน
เครื่องประดับ (relic) ให้มองหาชุดที่เพิ่ม Physical/Elemental DMG ของสกิลหลัก หรือชุดที่บูสท์ ATK% รอบตัว 4 ชิ้นมักให้โบนัสใหญ่ แต่ถ้าหา 2+2 แบบผสมแล้วทำให้สถิตีย่อยที่สำคัญเป๊ะก็เป็นตัวเลือกที่ดี ฉันมักจับคู่กับตัวซัพพอร์ตที่เพิ่ม CRIT หรือ ATK ให้ เพื่อให้หน้าตา build สมดุลและร้ายแรงขึ้นในทุกสนามรบ
1 Answers2025-11-04 09:48:19
บางมุมที่ผมชอบคิดเกี่ยวกับการอัปของ 'Feixiao' ใน 'Honkai: Star Rail' คือการเริ่มจากการนิยามบทบาทก่อนเสมอ: จะให้เป็นตัวทำดาเมจหลัก (main DPS), ตัวช่วยเสริมความเสียหาย (sub-DPS) หรือตัวซัพพอร์ต/บัฟ-ดีบัฟ การตั้งเป้าบทบาทตั้งแต่ต้นจะทำให้การเลือกสเตตัสและอุปกรณ์ชัดเจนขึ้น เช่น ถ้าทักษะของเธอเป็นแบบสเกลกับพลังโจมตี (ATK) ก็ควรเน้น ATK% กับ Crit, แต่ถ้าทักษะสเกลกับ HP หรือพึ่ง Effect Hit เพื่อเจาะเกราะ ศักยภาพจะต่างออกไปและต้องเน้น HP% หรือ Effect Hit เป็นหลัก
ส่วนอุปกรณ์: ให้มองที่ Light Cone ก่อนว่าให้โบนัสแบบไหนกับทักษะของ 'Feixiao' — ถ้า Light Cone ให้เพิ่มความเสียหายหรือ Crit ก็นับเป็นเฟรมเวิร์กสำหรับ DPS แต่ถ้าให้สกิลเป็นการสนับสนุน เช่นฟื้นพลังหรือเพิ่มบัฟ อาจเลือก Light Cone ที่เพิ่มการใช้งานซัพพอร์ตได้ ส่วนนาฬิกา/Relics ให้จับคู่กับบทบาท ถ้าเป็น DPS มองหาเซ็ตที่เพิ่ม ATK/CRT/Crit DMG หรือเซ็ตที่เพิ่มโบนัสดาเมจของสกิลหลัก แต่ถ้าเป็นซัพพอร์ต ให้หาเซ็ตที่เพิ่ม Effect Hit, HP หรือเพิ่มค่าการฟื้นฟูและลดคูลดาวน์แทน การจัดโครงสร้างแบบนี้ทำให้ทุกชิ้นอุปกรณ์ทำงานสอดคล้องกัน ไม่เสียของไปกับสเตตัสที่ไม่มีผล
เรื่องสเตตัสย่อยที่ต้องโฟกัส: สำหรับ DPS ลำดับความสำคัญโดยทั่วไปคือ Crit Rate + Crit DMG (พยายามให้ Crit Rate ประมาณ 60–80% ถ้า Crit DMG สูงก็ยืดหยุ่นได้) ตามด้วย ATK% และ Speed/Break ขึ้นกับจังหวะการโจมตี ถ้าต้องทำคอมโบหรือเปิดช่อง Break บ่อย Speed มีความสำคัญ ส่วนถ้า 'Feixiao' ทำงานเป็นตัวเจาะเกราะหรือแบนด์วิธสกิลที่ต้องพึ่ง Effect Hit ให้เน้น Effect Hit > HP% (ถ้สกิลสเกลกับ HP) หรือ Effect RES/รองรับตามสถานการณ์ อย่าลืมว่าค่า Substat ที่กระจายตัวดีจะทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ เช่นมีทั้ง Crit, Speed และ ATK% ผสมกันจะปั่น DPS ออกมาได้ดีกว่าการยัดแค่ ATK% เดียว
ลำดับการอัปเกรดที่ผมมักแนะนำคือให้โฟกัสการเลเวลตัวละครและ Light Cone ก่อน จากนั้นเลือกอัปเกรด Relics ที่มี Main Stat เหมาะสมอย่างจริงจัง เพราะ Light Cone ที่ดีสามารถยกระดับความแรงได้มาก แต่ Relics ที่มีซับสเตตขึ้นดีก็สามารถเติมช่องโหว่ของสเตตัสได้ ถ้ามีทรัพยากรจำกัด ให้เน้นอัปชิ้นที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุด เช่นให้ชิ้นที่เพิ่ม Crit หรือเพิ่มสเกลหลักของสกิลมาก่อน แล้วค่อยไล่ซ่อมชิ้นอื่นๆ
สรุปความเห็นส่วนตัว: ผมมองว่าเกมนี้ไม่ได้มีสูตรเดียวที่ตายตัว แต่การกำหนดบทบาทชัด การเลือก Light Cone ที่สอดคล้องกับคอมโบ และการตั้งเป้าสเตตัสหลัก (Crit/ATK สำหรับ DPS หรือ Effect Hit/HP สำหรับซัพพอร์ต) จะทำให้ 'Feixiao' เล่นได้ลื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนตัวชอบปล่อยให้ตัวละครหน้าใหม่ได้ลองออกแบบหลายสไตล์แล้วค่อยคัดของที่ใช้จริง — บางครั้งการลองผิดลองถูกกลับเป็นวิธีที่สนุกสุดๆ