ชีวิตของดันเต้ใน 'Devil May Cry' เริ่มต้นจากความขัดแย้งในครอบครัว พ่อของเขาคือสปาร์ด้า อัศวินปีศาจผู้แข็งแกร่ง ส่วนแม่คือมนุษย์หญิงชื่อว่า Eva การผสมเลือดสองสายพันธุ์ทำให้เขามีพละกำลังเหนือธรรมชาติแต่ก็ต้องแบกรับชะตากรรมที่โหดร้าย
เมื่อยังเด็ก ดันเต้เห็นแม่ถูกสังหารโดยปีศาจ ทำให้เขาหมกหมุ่นกับการล้างแค้น เขาเปิดร้านรับจ้างไล่ปีศาจใช้ชื่อว่า 'Devil May Cry' ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และความขมขื่น ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์เจ้าชู้เลือดร้อน เขาซ่อนความอ่อนไหวและความรับผิดชอบต่อโลกไว้อย่างดี
แปลกพอสมควรที่หนังอย่าง 'Kraven the Hunter' จะถูกมองว่าเป็นงานประเภทเดิมๆ ของฮีโร่ที่คุ้นเคย — แต่ความจริงมันเลือกทางเดินที่แตกต่างชัดเจนกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก
ในฐานะแฟนคอมิกที่เติบโตมากับหน้าเพจมืดๆ ของ 'Spider-Man: Kraven's Last Hunt' ผมชอบดูว่าผู้สร้างนำองค์ประกอบหลักของคอมิกมาปรับยังไง หนังเรื่องนี้เน้นไปที่ความเป็นล่าที่มาพร้อมกับความหม่น ความหลอนและความเป็นมนุษย์ที่แตกสลาย มากกว่าจะโชว์ฉากแอ็กชันบ้าคลั่งแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่สมัยใหม่ ฉากการไล่ล่าถูกออกแบบเป็นการทดลองทางจิตวิทยา—ไม่ใช่แค่การพบกันแล้วต่อสู้ แต่เป็นการทดสอบขีดจำกัดของตัวละคร เมื่อเทียบกับโทนที่มืดและจริงจังของหนังอาชญากรรมอย่าง 'No Country for Old Men' ความรุนแรงในหนังนี้มักจะให้ความรู้สึกโหดเหี้ยมแบบเชิงสัญลักษณ์ มากกว่าการโชว์พลัง