LOGINภายใต้การสำรวจโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าลึก ‘รสสุคนธ์’ นักสำรวจสาวฝันเห็นพยัคฆ์ขาวดวงตาสีเขียวดุดัน ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตา หญิงสาวได้พบกับ ‘ฮายาบุสะ อากิ’ บุรุษผู้ซึ่งมีดวงตาของพยัคฆ์ขาวในความฝันตัวนั้น เขาคือนักรบหนุ่มผู้ซึ่งเป็นผู้นำไรเดน ชนเผ่าที่โหดเหี้ยมฆ่าคนโดยไร้ความปราณี หญิงสาวจะทำเช่นไรเมื่อความจริงกับสิ่งที่ได้รับรู้สวนทางกัน ในขณะที่หัวใจเริ่มเปิดรับความเป็นไรเดน ความเชื่อเดิมกลับถูกสั่นคลอน สุดท้ายแล้วเธอจะเลือกกลับไปทำตามความฝันเดิม หรือจะเลือกยืนเคียงข้างเขา...ผู้เป็นดังจ้าวดวงใจ
View Moreท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน รอบกายไม่ว่ามองไปทางใดล้วนเวิ้งว้างว่างเปล่า เงาของพยัคฆ์ขาวกำลังเยื้องย่างเข้าใกล้ ทำให้ร่างอรชรที่ได้แต่นั่งนิ่งสั่นสะท้าน
ดวงตาสีเขียวคมกล้า แฝงประกายความโหดเหี้ยมจดจ้องตรงมาประหนึ่งกำลังมองเหยื่ออันโอชะ อุ้งเท้าอันมโหฬาร และกรงเล็บอันคมกริบ เยื้องย่างเข้าใกล้ด้วยความเยือกเย็น ราวกับกำลังล้อเล่นกับเหยื่อตรงหน้า
กระทั่งดวงตาสีเขียวคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย พยัคฆ์ขาวแห่งพงไพรก็ย่อตัวลง ก่อนจะกระโจนเข้าหาเหยื่อที่ได้แต่นั่งนิ่งด้วยความหวาดกลัว
“ไม่!!!!”
“เป็นอะไรไปยายรส” ขวัญชีวาสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆ เพื่อนสาวก็ลุกขึ้นแล้วตะโกนออกมา
ใบหน้าซีดขาวดูตื่นตระหนกระคนหวาดกลัวของรสสุคนธ์ ทำให้ขวัญชีวาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาด้วยความห่วงใย
“ฝันร้ายอีกแล้วหรือ”
“อืม” รสสุคนธ์พยักหน้าก่อนจะยกสองมือขึ้นลูบไล้ใบหน้า
หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัว เมื่อคิดถึงยามที่พยัคฆ์ขาวตัวโตกำลังกระโจนเข้ามาหา กรงเล็บอันแหลมคนและดวงตาโหดเหี้ยมสาดประกายความอำมหิตนั้น ทำให้ร่างเล็กยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“คราวนี้อะไรล่ะ หรือว่าเรื่องเดิม”
“ก็เรื่องเดิมๆ ฉันฝันเห็นเสือตัวนั้นอีกแล้ว” รสสุคนธ์ถอนใจก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนพิงหัวเตียง
นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่เธอเองก็จำไม่ได้แล้ว ความฝันแบบเดิม เหตุการณ์เดิมๆ นับตั้งแต่เยื้องย่างเข้ามายังเมือง S หลังจากเข้าร่วมกลุ่มนักสำรวจเชิงอนุรักษ์ของบริษัทในเครือมิยาโมโต้ โดยมีเพื่อนรักอย่างขวัญชีวาเป็นคนแนะนำ เพราะคามิยะ ริว แฟนหนุ่มของอีกฝ่ายนั้น เป็นหัวหน้าโครงการการสำรวจครั้งนี้
หลายเดือนก่อนคามิยะ ริว รวบรวมทีมผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการสำรวจโบราณคดีขึ้น เนื่องจากมีการค้นพบวัดร้างที่มีอายุหลายร้อยปี อยู่ลึกเข้าไปในเขตป่ารกร้างอันอุดมสมบูรณ์กินพื้นที่หลายร้อยไร่ ป่าผืนนั้นอ้างว่าอยู่บนที่ดินของตระกูลมิยาโมโต้ ซึ่งได้รับตกทอดมาหลายรุ่นนับตั้งแต่อดีต
วัดร้างแห่งนี้ว่ากันว่ามีวัตถุโบราณล้ำค่ามากมาย ด้วยอายุของแต่ละชิ้นนั้นคาดว่าจะพอๆ กันกับอายุของวัดเลยทีเดียว ซึ่งหากการสำรวจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ วัดดังกล่าวจะถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลก และเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป
หากเรื่องทั้งหมดราบรื่นด้วยดี เมือง S ก็จะมีชื่อเสียงกว่าเดิม จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ไม่น้อย และนั่นจะช่วยฟื้นฟูในด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก
“วันนี้มีประชุมกี่โมง” รสสุคนธ์เลิกคิ้วพร้อมกับถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าขวัญชีวาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ทั้งที่เธอได้ยินมาว่าวันนี้มีประชุมบ่ายโมง แต่ตอนนี้นาฬิกาบนฝาผนังเพิ่งบอกเวลาเก้าโมงเช้า
“มีนัดจ้ะ”
“อ้อ กับคุณคามิยะหรือ”
“ใช่ วันนี้ริวบอกว่าจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ กิน ไปด้วยกันไหม”
คนถูกชวนส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มแหย “ไม่ล่ะ วันนี้ตั้งใจจะไปเดินดูอะไรในตลาดเสียหน่อย เห็นคุณมิยาโมโต้บอกว่าที่นั่นมีของเก่าสวยๆ เยอะ อีกอย่างเธอไปเดทกับแฟน จะเอาฉันไปเป็นก้างทำไม”
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ขวัญชีวายักไหล่ก่อนจะคล้องกระเป๋าใบหรูสะพายบ่า “ถ้าอย่างนั้นบ่ายโมงเจอกันที่ห้องประชุมนะ”
“ได้จ้า” รสสุคนธ์ยิ้มพร้อมกับโบกมือให้เพื่อนสาว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
เมื่อวานหลังจากได้พูดคุยกับมิยาโมโต้ ทาเคชิ ทายาทสายตรงของตระกูลมิยาโมโต้ ซึ่งเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะสำรวจ เธอและเขาคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อพบว่าต่างคนต่างก็ชอบและสนใจในโบราณวัตถุ
รสสุคนธ์รู้ดีว่ามิยาโมโต้กำลังสนใจในตัวเธอ เพียงแต่ตัวเธอเองไม่คิดที่จะมีใครในตอนนี้ เพราะยังอยากทำงานที่ตัวเองรักอยู่ ซึ่งการเป็นนักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญทางโบราณวัตถุอย่างเธอ ที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ หลายๆ เมืองนั้น ทำให้เป็นการยากที่จะเริ่มความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับใคร
ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินขึ้นมายังถนน เขามองตรงมายังหญิงสาว ใบหน้าที่รกเรื้อไปด้วยหนวดเครา กระนั้นดวงตาของเขายังคงสว่างวาววับเช่นในวันวาน ดวงตาสีเขียวที่เธอโหยหา“คุณบอกให้ผมรอ ดังนั้นผมจึงรอมาโดยตลอด” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวยังคงได้ยินทุกคำ“อากิ” รสสุคนธ์สาวเท้าออกวิ่ง ร่างเล็กปลิวหายเข้าไปในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจและโอบรัดท่อนแขนเข้าหาร่างของกันและกัน ท่ามกลางแสงแดดและสายลมในหมู่บ้านไรเดนแห่งนี้“คาโอริ” ฮายาบุสะกระซิบราวยังไม่อยากจะเชื่อ“ฉันกลับมาแล้วค่ะอากิ ฉันกลับมายังบ้านของเราแล้ว”ฮายาบุสะนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาสูดกลิ่นกายของหญิงสาวราวกำลังยืนยันตัวตนของเธอ กระทั่งในที่สุดเขาก็เอ่ยถ้อยคำออกมาหนึ่งประโยค“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”ฮายาบุสะเอนตัวออกก้มหน้าลงแตะหน้าผากของตัวเองกับหญิงสาว อ้อมแขนยังคงโอบรัดคนตัวเล็กไม่ห่างเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือล้อเลียนไม่ได้ทำให้คนทั้งสองเขินอาย ตรงกันข้ามทั้งคู่ที่หันไปมองกลับหัวเราะประสานเสียงกับคนอื่นๆ กระทั่งเสียงพญาอินทรีซึ่งบินวนเวียนเหนือผืนป่า เรียกความสนใจของคนทั้งหมดตรงชายป่าซึ่งเป็นถนนเส้นเล็กที่หญิงสาวเพิ
หลังจากขวัญชีวาออกจากห้องในคืนนั้น รสสุคนธ์เดินกลับห้องของตัวเอง หญิงสาวสวมชุดขี่ม้าและคว้าเสื้อคลุมกันลมตัวที่มิดชิด และกันความหนาวเหน็บยามค่ำคืนได้ดีที่สุดออกมาสวมหลังเรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นที่เขตของไรเดน หญิงสาวที่ถูกควบคุมตัว ทั้งยังถูกซักถามจนเหนื่อยอ่อนก็ถูกปล่อยตัว กว่าจะกลับมาอาบน้ำและนอนหลับก็ทำเอาเธอหมดแรงความโศกเศร้าเพราะต้องพรากจากฮายาบุสะ ทำให้รสสุคนธ์ไม่พูดไม่จาอยู่นานนับเดือน กระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวก็มองเห็นเสื้อคลุมของตนที่มั่นใจว่าทิ้งไปแล้ว เนื่องจากสภาพของมันขาดรุ่งริ่งจนแทบจะกลายเป็นเศษผ้าเสื้อคลุมตัวนี้เป็นตัวที่เธอสวมวันที่เกิดเรื่อง ทั้งยังเป็นเสื้อตัวที่เธอสวมในวันที่ถูกไรเดนจับตัวไปวันแรกอัญมณีทั้งสามอยู่ในนั้น...ในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง!!!ทับทิม ไพลิน และมรกตยังอยู่ครบสมบูรณ์ทุกประการ ในวันที่โอโกตะและมิยาโมโต้ ถอดใจไปแล้วว่าอัญมณีทั้งสามไม่มีอยู่จริงแม้จะสอบถามแม่บ้านทุกคนถึงที่มาของเสื้อคลุมที่เธอคิดว่าทิ้งไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะทุกคนต่างกำลังดีใจที่หญิงสาวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวว่าคามิยะซึ่งถ่วงเวลาเพื่อให้เธอ
“รู้ไหมว่าห้าเดือนมานี้รสคุยกับเรานับครั้งได้เลย” ขวัญชีวาน้ำตาซึม “เราเป็นห่วง”“เราผิดเอง เราขอโทษนะ” แต่เราไว้ใจใครไม่ได้แน่นอนว่ารสสุคนธ์ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกมา“ถ้าอย่างนั้นกลับอเมริกาพร้อมเรานะ ได้ยินมาว่ามีคนของจักรพรรดิมารับงานต่อแล้ว“ใช่” รสสุคนธ์พยักหน้างานทุกอย่างเสร็จแล้วจริงๆ และตอนนี้ที่เหลือคือเธอต้องส่งมอบแผนที่เหล่านี้ที่ร่างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดวิหารศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนที่สนใจเข้าไปกราบไหว้ นี่คือสิ่งที่เธอตั้งใจเอาไว้ เพราะอย่างน้อยหากทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นมรดกของโลก โอโกตะและมิยาโมโต้ก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าไปแตะต้องเป็นอันขาด“เหลือแค่พรุ่งนี้เช้าส่งมอบแผนที่นี้เท่านั้น แล้วเราจะกลับอเมริกาพร้อมขวัญ”หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วในตอนที่หันไปมองแผ่นที่และเอกสารต่างๆ รวมไปถึงจดหมายของเธอถึงขวัญชีวา ซึ่งคาดว่าในตอนเช้าขวัญชีวาน่าจะเห็นมัน“ขวัญ”“หืม”“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ขวัญห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด เรามาเพราะเราเลือกจะมา เราทำเพราะเราตัดสินใจว่าถูกว่าควร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของใครนอกจากตัวเรา”ขวัญชีวาชะงัก “แต่เราเป็นคนชวนรสมาที่นี่“เราถึงได้รู้สึกขอ
วิหารและซากปรักหักพังยังคงอยู่ แต่ไหนเลยด้านล่างจะยังมีร่างของฮายาบุสะ แม้แต่บนพื้นที่เคยมีคราบเลือดแดงฉานก็ยังว่างเปล่า“อากิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว”รสสุคนธ์มองจุดที่ฮายาบุสะนอนอยู่อย่างสิ้นหวัง“อากิ!”หญิงสาวกรีดร้องดังลั่น ความโศกเศร้าที่ออกมากับน้ำเสียง หวาดหวั่นและหวาดกลัวความสูญเสียที่จะพรากเขาไปจากเธอตลอดกาลประตูมิติปิดลงแล้วและครั้งนี้มันคือ...นิรันดร์ความว่างเปล่าของเขตไรเดน นำความตื่นกลัวมาสู่กลุ่มทหารรับจ้าง แวบเดียวที่แสงแห่งสัตว์ศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่าง ไม่นานสิ่งที่อยู่ตรงหน้าล้วนว่างเปล่าป่ารกทึบที่เคยเป็นสมรภูมิรบ ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านไรเดน ความเร้นลับและตำนานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ นำมาซึ่งข่าวลือและเรื่องบอกเล่าที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาคณะสำรวจภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิ โดยมีรสสุคนธ์ที่ยังคงอยู่ที่เมือง S เดินหน้าสำรวจซากปรักหักพังของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเวิ้งว้างแห้งแล้ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีป่ารกทึบกว้างใหญ่ล้อมรอบ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความงดงามและยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะสามารถเข้าไปถึงได้โดยง่าย ชาวบ้าน
“คุณ...” รสสุคนธ์กำลังจะอ้าปากเอ่ยถามบางอย่าง แต่เสียงเกราะที่ถูกตีรัวๆ ทำให้ฮายาบุสะลุกพรวดขึ้น เขาคว้ามือเล็กเอาไว้แล้วรั้งให้ยืนขึ้น“เท็ตสึ!”“ขอรับนายท่าน” ดูเหมือนเท็ตสึจะยืนอยู่หน้าห้องอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อฮายาบุสะเรียก เขาจึงเลื่อนประตูเข้ามาทันที“ดูแลนายหญิงของเจ้า”“ขอรับนายท่าน”“เกิดอะ
“เกิดอะไรขึ้น!”ฮายาบุสะมองคนของตนด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราด แต่เขาก็ไม่มีเวลาฟังคำตอบ เพราะมือใหญ่สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่ต้นแขนเรียวทันทีที่รับรสสุคนธ์เข้าสู่อ้อมแขนกลิ่นคาวเลือดกระสาเข้ามาในจมูก ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึง เขายังมีเวลาซักไซ้อีกมาก แต่ตอนนี้จำเป็นต้องพาร่างอรชรที่บัดนี้หมดสติไปแ
แววตาเลื่อนลอยราวกับคนเสียสติของอีกฝ่าย ทำให้รสสุคนธ์ได้แต่ตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัว การที่ซึชิวาระสูญเสียลูกชายคนเดียวไปนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำใจ แต่หญิงสาวไม่คิดว่าอีกฝ่ายที่ดูนิ่งเงียบ จะกำลังมองหาจังหวะเพื่อแก้แค้นเอากับเธอเช่นนี้ถูกละว่าเธอไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่ในสายตาของซึชิวาระนั้น
เมื่อถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนาตามคำสั่งของฮายาบุสะ รสสุคนธ์ได้แต่เดินไปมาในห้องอย่างใช้ความคิด เธอกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอย่างไร้ความหวัง เพราะรู้ดีว่าหิมะตกหนักเช่นนี้ เธอไม่มีทางหนีออกไปจากหมู่บ้านได้อย่างที่ฮายาบุสะเคยพูดที่สำคัญเธอไม่รู้จักเส้นทางในป่า หากยังฝืนหนีไปตอนนี้ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ

















