ログイン'มินตรา' ไม่เคยคิดว่าชีวิตที่แสนเรียบง่ายจะต้องพังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อพ่อบังเกิดเกล้าขายเธอเพื่อใช้หนี้พนันให้กับ 'Devil’s Den' อาณาจักรมืดที่ไร้กฎเกณฑ์ จากนักศึกษาสาวผู้บริสุทธิ์ ต้องกลายมาเป็น "สินค้ามีชีวิต" ของสามมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล 'คินน์' ราชาผู้เย็นชาที่ชอบบงการ 'เบลซ' นักฆ่าคลั่งเลือดที่ดิบเถื่อน 'โซล' หมอวิปริตที่เสพติดเสียงกรีดร้อง พวกเขาไม่ต้องการหัวใจ... สิ่งเดียวที่พวกเขาปรารถนาคือ "ร่างกาย" ที่ต้องแหลกสลายคามือซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนีก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ลง... ทางรอดเดียวของเธอคือการยอมจำนนเป็น "ทาสรัก" ให้พวกเขาย่ำยีจนกว่าจะพอใจ
もっと見る"ไอ้ชัย..." เสียงแหบพร่าของเจ้าสัวเต็มไปด้วยความแค้นที่อัดอั้นมานาน "ไอ้คนทรยศ... มึงกล้าดียังไงถึงขโมยหลานข้าไปซ่อนไว้นานขนาดนี้... ถ้าเจอตัวมัน เลาะกระดูกมันออกมาทีละชิ้น อย่าให้มันตายดี"ชายชราหลับตาลง นึกย้อนไปถึงวันที่เขาตัดสินใจทำสิ่งที่โหดร้ายที่สุดกับหลานสาวตัวน้อยก่อนออกเดินทาง......ในห้องลับใต้ดิน กลิ่นธูปหอมตลบอบอวนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ เด็กน้อยวัยสองขวบที่เคยยิ้มร่าเริง กำลังร้องไห้จ้าดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด "ฮือออ... กงกงขา... เจ็บ! หมิงหมิงเจ็บ! ไม่เอาแล้ว!"มือเหี่ยวย่นของเจ้าสัวสั่นเทาขณะจับร่างเล็กๆ ให้นิ่ง เพื่อให้ช่างสักฝีมือดีจรดเข็มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณต้นคอด้านหลัง น้ำหมึกสีแดงชาดผสมว่านยาพิเศษถูกฝังลึกลงไปทีละจุด... ทีละจุด... เลือดซึมออกมาผสมกับน้ำหมึกจนกลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับเขากำลังสลักคำสาปแช่งลงบนผิวของคนที่เขารักที่สุด"จำเป็นต้องทำ... อดทนหน่อยนะลูก" เจ้าสัวหยางกลั้นน้ำตา มือลูบหัวหลานสาวเพื่อปลอบโยน "โลกข้างนอกมันโหดร้าย... ศัตรูของปู่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ถ้าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น... รอยสักนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเจ
ณ คฤหาสน์ตระกูลหยาง, กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนบรรยากาศภายในห้องโถงสไตล์จีนโบราณที่ประดับประดาด้วยแจกันราชวงศ์หมิงและภาพวาดพู่กันจีนราคาประเมินค่าไม่ได้ กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่กดทับลงบนไหล่ของทุกคนที่ยืนอยู่ชายชราวัย 70 ปี ในชุดกี่เพ้าผ้าไหมสีดำปักลายนกกระเรียนทองคำ นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พะยูง ทว่ามือที่กำหัวไม้เท้าหัวมังกรหยกนั้นแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว นัยน์ตาฝ้าฟางตามกาลเวลายังคงฉายแววอำนาจและความดุดันที่ทำให้เหล่าลูกน้องนับร้อยชีวิตต้องก้มหน้ามองพื้นเจ้าสัวหยาง ผู้นำสูงสุดแห่งแก๊งมังกรทอง ผู้กุมอำนาจเส้นทางธุรกิจสีเทาทั่วเอเชีย"ยี่สิบปี..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ยี่สิบปีแล้วที่พวกแกคว้าน้ำเหลว"เพล้ง!ถ้วยน้ำชาลายครามถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย เหล่าบอดี้การ์ดชุดดำสะดุ้งเฮือก แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่ปลายเล็บ"ท่านเจ้าสัวครับ..."ชายหนุ่มวัย 40 ปี ในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังเก้าอี้ ท่าทางของเขาสงบนิ่งและเยือกเย็น ตัดกับบรรยากาศที่เกรี้ยวกราดภายในห้องอย่างสิ้นเชิง เขาคือ จาง มือขวาคนสนิทที่เจ้าสัวไว้ใจที่สุดเด็กกำพร้าข้า
เธอไม่เคยถามว่าทำไมปานถึงมีรูปร่างแปลกตา ไม่เคยสงสัยว่าทำไมพ่อถึงต้องหวงห้ามขนาดนั้น เธอเชื่อแค่ว่าพ่อรักและหวังดี มินตราถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปล่อยผมยาวสลวยลงมาปกปิดรอยนั้นไว้อย่างมิดชิดตามที่เคยทำมาตลอดชีวิตหารู้ไม่ว่า... ถ้าเธอรู้ว่า ปาน นั้นคือสัญลักษณ์ของอะไร... ถ้าเธอรู้ว่าลายเส้นสีแดงชาดที่สลักอยู่บนผิวเธอนั้น มีค่ามากกว่าชีวิตคนนับพัน... และถ้าเธอรู้ว่ามันกำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล...เธอคงไม่กล้าก้าวเท้าออกจากห้องนี้... และคงเลือกที่จะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้มินตราตรวจดูความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกมาหาพ่อ พร้อมซองเอกสารเจ้าปัญหาในมือลับหลังลูกสาว รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของชัยก็มลายหายไปเหลือเพียงความโลภและความเห็นแก่ตัว “ขอโทษนะมิน... แต่พ่อจำเป็นจริงๆ” ชัยพึมพำกับตัวเอง พลางเช็ดเลือดที่หน้าผากเขามองตามหลังลูกสาวที่เดินฝ่าสายฝนออกไป... มินตราสวยงามไร้ที่ติ ผิวพรรณผุดผ่องราวกับไม่ใช่คนในสลัม นั่นเพราะเขาเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหินตามคำสั่งของ คนทางนั้น แต่เงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนที่โอนมาจากเมืองนอก... มันไม่เคยพอสำหร
เสียงสายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว กระทบหลังคาสังกะสีผุพังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายเสียงกรีดร้องของคนจนตรอกที่แข่งกับเสียงฟ้าผ่าภายในห้องเช่าเท่ารูหนู กลิ่นอับชื้นของเชื้อราผสมกับกลิ่นน้ำขังโชยแตะจมูก มินตรา นั่งขดตัวอยู่บนฟูกเก่าที่มีรอยด่างดวง แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องลงบนเหรียญและธนบัตรใบย่อยที่เธอกำลังนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า“สามร้อย... สี่ร้อยห้าสิบ... โธ่เว้ย! ยังขาดอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวสบถเบาๆ ด้วยความอัดอั้น ใบหน้าสวยหวานที่มักจะซ่อนความทุกข์ไว้ใต้รอยยิ้มบัดนี้หมองหม่นจนน่าใจหาย เธอรวบผมยาวสลวยขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงที่ขาวผ่องตัดกับผนังห้องซอมซ่อ ดวงตากลมโตจ้องมองปฏิทินแขวนผนังที่มีกากบาทสีแดงตัวใหญ่ทับวันที่สิ้นเดือน... วันเส้นตายพรุ่งนี้คือวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบก้อนโตที่พ่อของเธอไปก่อไว้... อีกแล้วปัง! ปัง! ปัง!เสียงทุบประตูไม้แทบพังทำให้มินตราสะดุ้งสุดตัว เหรียญในมือร่วงกราวลงพื้นกลิ้งระเนระนาด“มิน! เปิดประตู! มิน... ช่วยพ่อด้วย!”ทันทีที่ปลดกลอน ร่างท้วมของชัย ก็ถลาเข้ามาล้มลงแทบเท้า เลือดสดๆ ไหลอาบหน้าผากผสมกับน้ำฝน กลิ่นเหล้าหึ