เข้าสู่ระบบ'มินตรา' ไม่เคยคิดว่าชีวิตที่แสนเรียบง่ายจะต้องพังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อพ่อบังเกิดเกล้าขายเธอเพื่อใช้หนี้พนันให้กับ 'Devil’s Den' อาณาจักรมืดที่ไร้กฎเกณฑ์ จากนักศึกษาสาวผู้บริสุทธิ์ ต้องกลายมาเป็น "สินค้ามีชีวิต" ของสามมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล 'คินน์' ราชาผู้เย็นชาที่ชอบบงการ 'เบลซ' นักฆ่าคลั่งเลือดที่ดิบเถื่อน 'โซล' หมอวิปริตที่เสพติดเสียงกรีดร้อง พวกเขาไม่ต้องการหัวใจ... สิ่งเดียวที่พวกเขาปรารถนาคือ "ร่างกาย" ที่ต้องแหลกสลายคามือซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนีก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ลง... ทางรอดเดียวของเธอคือการยอมจำนนเป็น "ทาสรัก" ให้พวกเขาย่ำยีจนกว่าจะพอใจ
ดูเพิ่มเติม[ ดาดฟ้าเรือยอชต์ส่วนตัว "The Queen" — กลางทะเลอ่าววิกตอเรีย — 3 เดือนต่อมา ]แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดแสงสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ เรือยอชต์ลำหรูขนาดใหญ่แล่นตัดคลื่นลมอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศบนเรือวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดหรือการหลบหนีเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน... แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะและความสุขสมบูรณ์แบบ“ป๊ะป๋าเบลซ! รับนะฮะ!”เสียงตะโกนของ อาลัน ดังลั่น ก่อนที่เด็กชายวัย 6 ขวบจะกระโดดตีลังกาม้วนตัวจากชั้นสองของเรือลงสู่สระว่ายน้ำท้ายเรือด้วยท่วงท่าที่สวยงามและทรงพลังเกินเด็กตูม!“เยี่ยมมากไอ้เสือ! 10 คะแนนเต็ม!” เบลซ ที่ยืนถอดเสื้อโชว์กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ปรบมือเชียร์ลูกชาย “ขึ้นมาเลย! เนื้อวากิวย่างเสร็จแล้ว!”ที่เก้าอี้ผ้าใบข้างสระ... เอริน นั่งจิบน้ำผลไม้ปั่นสวยๆ ใส่แว่นกันแดดอันโต โดยมี โซล คอยทาครีมกันแดดให้ที่แขนอย่างทะนุถนอม“ป๊ะป๋าโซลคะ... แดดแรงแบบนี้ค่ายูวีเท่าไหร่คะ?” เอรินถามเสียงเจื้อยแจ้ว“ประมาณ 6 ครับเจ้าหญิง...” โซลตอบยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ครีมกันแดดสูตรพิเศษที่ป๊ะป๋าผสมเอง กันได้
การล้างแค้นของนางพญา (ต่อ)“พวกมันกำลังฉลองอะไร?” ซูหนี่เลิกคิ้ว“ฉลองที่ฆ่าผมได้สำเร็จไงครับ” คินน์ แสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาวาวโรจน์ “ข่าวลือแพร่ไปแล้วว่าผู้นำ Devil's Den ถูกยิงตายที่โกดังร้าง... พวกมันเลยคิดว่าตอนนี้คุณไร้ทางสู้”เบลซ หักนิ้วดังกรอบแกรบ หยิบมีดพกขึ้นมาหมุนเล่น “งั้นเราไปเซอร์ไพรส์งานศพพวกมันกันหน่อยไหม? ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”ซูหนี่เดินไปหยิบปืนพกสีเงินกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบแม็กกาซีนด้วยท่าทางชำนาญ “ไปกันเถอะ ใครก็ตามที่มันกล้าแตะต้องลูกมังกร... มันต้องเจอกับแม่มังกร”[ Club 88 - โซน VVIP ชั้นดาดฟ้า - เวลา 22:00 น. ]เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ แชมเปญราคาแพงถูกเปิดฉลอง กรรมการหวัง นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนัง หัวเราะร่าเริงกับ ชายหน้ากากเงิน ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่ากลัว“ฮ่าๆๆ! งานเยี่ยมมาก!” กรรมการหวังชนแก้ว “ไอ้คินน์ตาย... นังซูหนี่ก็เหมือนเสือสิ้นลาย พรุ่งนี้หุ้นหยางกรุ๊ปจะตกรูด แล้วฉันจะกว้านซื้อบริษัทคืนในราคาถูกๆ!”“เสียดายที่ไม่ได้ตัวเด็กมา...” มือปืนแสยะยิ้ม “แต่ได้ฆ่าหัวหน้า Devil's Den ก็คุ้มค่าจ้างแล้ว”“ดื่ม!
จู่ๆ ก็มีไอร้อนผ่าวพุ่งออกมาจากร่างกายของคินน์ ตรงจุดที่สัมผัสโดนน้ำตาและริมฝีปากของเอริน เลือดที่เคยไหลทะลักเริ่มหยุดชะงัก... เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า ราวกับมีการถักทอเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วยเวทมนตร์“เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!” เบลซที่มองกระจกหลังอยู่ตะโกนลั่นจนรถเกือบเสียหลักโซลเบิกตากว้าง ขยับแว่นเพ่งมองปรากฏการณ์ตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน “ปฏิกิริยาเร่งการแบ่งตัวของเซลล์ระดับสูง... นี่มัน...”เอรินยังคงร้องไห้ ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้แค่ว่าเธออยากช่วยพ่อ น้ำลายและน้ำตาของเอรินที่เปรอะเปื้อนหน้าคินน์ ซึมซาบลงสู่ผิวหนัง... สีหน้าซีดเผือดของคินน์เริ่มกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่แผ่วเบาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอและลึกขึ้นเฮือก!คินน์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกโพลง เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง หอบหายใจถี่ๆ เหมือนคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ ความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง“คินน์!” ซูหนี่โผเข้ากอดเขาทันที ร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “นายฟื้นแล้ว! นายไม่ตาย!”คินน์งุนงง จับที่หน้าอกและแผ่นหลังตัวเอง... แผลฉกรรจ์เมื่อครู่ หายไปจนสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ เท่า
[ ภายในรถ SUV หุ้มเกราะ – บนถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล — เวลา 19:10 น. ]บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและความตึงเครียดระดับวิกฤต เบลซ เหยียบคันเร่งจนมิดไมล์ เครื่องยนต์คำรามลั่นขณะรถพุ่งทะยานปาดซ้ายขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อแย่งชิงลมหายใจของพี่ชายจากมือพญามัจจุราชที่เบาะหลัง... ร่างสูงใหญ่ของ คินน์ นอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของ ซูหนี่ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมเข้มบัดนี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเข้าที่กลางหลังทะลุปอด... ส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด แม้ โซล จะพยายามใช้ผ้ากอซกดปากแผลไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ของเหลวสีชาดก็ยังซึมออกมาจนชุ่มมือที่สั่นเทาของเขา“คินน์... คินน์! มองหน้าฉันสิ! อย่าหลับนะ!” ซูหนี่ตะโกนเรียกสติทั้งน้ำตา มือบางที่เปื้อนเลือดประคองแก้มเขาไว้แน่น “โซล! ทำอะไรสักอย่างสิ! เขาจะหยุดหายใจแล้ว!”“ชีพจรอ่อนมาก...” โซลกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬแตกพลั่กขณะเช็กสัญญาณชีพที่เริ่มแผ่วลงทุกวินาที “กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่และปอดฉีกขาด... เราต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเขาไม่รอดถึงโรงพย
ประกายไฟแลบออกจากปากกระบอกปืนของคินน์ วินาทีนั้นเชนกระชากเธอเข้ามาขวางลำกล้อง... ความร้อนวูบเจาะเข้าที่ขมับขวา...ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจนสมองขาวโพลน โลกทั้งใบหมุนคว้างและดับวูบลง พร้อมกับภาพสุดท้าย... คือหน้าของคินน์ที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจ“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!”ซูหนี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเส
[ห้องอาหารเช้า - คฤหาสน์ตระกูลหยาง - เวลา 07:00 น.]บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใสกลับตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อ พ่อบ้านจาง เดินหน้าซีดเผือดนำหนังสือพิมพ์และแท็บเล็ตเข้ามาวางบนโต๊ะอาหาร"เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณหนู..." เสียงพ่อบ้านสั่นเครือหยาง ซูหนี่ ที่กำลังทาเนยบนขนมปังให้ลูกแฝดวางมีดลง เธอหยิบแท
[ห้องนอนซูหนี่ - เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 06:30 น.]แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบใบหน้าสวยหวาน ซูหนี่ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่นและแจ่มชัดแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานานกว่า 6 ปีภาพเหตุการณ์เมื่อคืนกลับชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้น สัมผัสอุ่นวาบที่หน้าผาก... กลิ่นกาแฟ... และรอยยิ้มของลูกแฝด
เขาไม่ได้รอคำอนุญาต โซลช้อนตัวซูหนี่ขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย พาเธอเดินไปที่โซฟากลางห้อง วางเธอลงอย่างเบามือ แล้วเดินไปหรี่ไฟในห้องให้สลัวลง"นอนลงครับ... หลับตา... หายใจเข้าลึกๆ... ปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างนอกห้องนี้" น้ำเสียงของโซลเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มชวนให้รู้สึกปลอดภัยโซลขยับเข้ามานั่งซ้อนที่ด้