หัวใจฉันเต้นแรงเมื่อฉากการเปิดเผยตัวจริงของ 'Guardians of the Galaxy Vol. 2' มาถึง เพราะตัวร้ายหลักของเรื่องมีมิติที่ผิดคาดและไม่ใช่แค่คนร้ายแบบตรงๆ
Kurt Russell รับบทเป็น Ego ผู้เป็นทั้งพ่อและศัตรูที่ซ่อนความทะเยอทะยานที่จะขยายตัวตนจนกลายเป็นภัยคุกคามต่อจักรวาล บทเขียนให้ Ego มีเสน่ห์และความสุขุมในท่าที ทำให้การหักมุมที่เขาเปิดเผยเจตนารมณ์กลายเป็นช็อตที่ทั้งเจ็บปวดและน่ากลัวพร้อมกัน การแสดงของ Russell ทำให้เรารับรู้ความอบอุ่นของพ่อที่ปลอมแปลงได้จริง แต่ในเวลาเดียวกันก็เยือกเย็นเมื่อเป้าหมายของเขาทับถมชีวิตของคนอื่น ฉากที่เขาอธิบายแผนการของตัวเองต่อพีตอร์นั้นแสดงพลังของบทว่าไม่จำเป็นต้องตะโกนหรือทำเสียงต่ำมากมาย แต่ใช้ความเชื่อมั่นของตัวละครเองเป็นอาวุธ
มุมมองฉันชอบที่หนังไม่ให้ตัวร้ายเป็นเพียงหน้ากากความชั่ว แต่แทรกความซับซ้อนทางอารมณ์และมูลเหตุจูงใจเข้าไป ทำให้การต่อสู้ไม่ใช่แค่ฉากแอ็กชั่น แต่เป็นการเผชิญหน้าทางปรัชญาระหว่างความต้องการส่วนตัวและผลกระทบต่อผู้อื่น นั่นแหละที่ทำให้บทของ Kurt Russell ยังคงตรึงใจและถูกพูดถึงมาจนถึงวันนี้
แฟนมาร์เวลหลายคนคงตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของนักแสดงหน้าใหม่ที่เข้ามาเติมสีสันให้กับจักรวาลของ 'Guardians of the Galaxy Vol. 3' — โดยเฉพาะชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Will Poulter รับบทเป็น Adam Warlock, Chukwudi Iwuji ในบท High Evolutionary และ Maria Bakalova ที่ให้เสียง (และการแสดงโมชันบางส่วน) แก่ Cosmo สุนัขอวกาศ ผู้ที่กลายเป็นตัวละครที่แฟนๆ หลงรักในภาพยนตร์นี้
การเลือก Will Poulter มาเป็น Adam Warlock เป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาได้มาก เพราะตัวละครจากคอมิกส์มีพลังและมิติทางจิตใจค่อนข้างซับซ้อน ตัวเวอร์ชันภาพยนตร์ถูกเซ็ตให้อยู่ในจังหวะที่เข้ามาชนกับกองทัพความรู้สึกของตัวละครหลักอีกหลายคน การแสดงของ Poulter ให้ความรู้สึกทั้งเยือกเย็นและน่าสะพรึงในบางฉาก แต่ก็มีแง่มุมที่ทำให้ตัวละครไม่กลายเป็นแค่คาแรคเตอร์ที่แข็งกระด้าง ความสัมพันธ์ของ Adam กับองค์ประกอบอื่นในทีมและกับเป้าหมายของ High Evolutionary ทำให้เส้นเรื่องมีความเข้มข้นและมีน้ำหนักขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจคือการใส่มุมอ่อนแอไว้ในคนที่ดูทรงพลัง ซึ่งทำให้การปะทะทางอารมณ์ในฉากสำคัญมันปะทะได้จริง