Masukสีฝุ่นสาวอวบกองบรรณาธิการนิตยสาร ได้รับงานให้ไปศึกษาวรรณคดีกากี แต่วันนี้มีแต่เรื่องวุ่นๆ ทั้งโดนเพื่อนร่วมงานบูลลี่จนอับอาย รุ่นพี่คนที่แอบรักมานานกำลังจะประกาศแต่งงานคืนนี้ แต่รุ่นพี่อีกคนก็จะต้องมาสารภาพรักคืนนี้เลยด้วยเนี่ยนะ ยังซวยไม่จบ ดันตกลงมาจากระเบียง ไปเกิดใหม่กลายเป็นนางกากีในหนังสือวรรณคดีโบราณเฉยเลย!! แล้วนี่ได้ยินมาว่า ต้องมีสามีตั้งหลายคนไม่ใช่เหรอ >< ทั้งพระเจ้าพรหมทัต พญาครุฑเวนไตย นาฏกุเวรคนธรรพ์ นาสำเภาจีนเฉิงอี้เฟิง มหาโจรสุลัยมาน แล้วยังท้าวทศวงศ์อีก กี่คนเข้าไปแล้วเนี่ย หมดรึยัง!!
Lihat lebih banyakแม่ของเธอยิ้มกว้าง ดวงตาสดชื่น ความสุขแผ่เต็มใบหน้าแม้ร่างกายจะซูบผอมหลังจากต้องเฝ้าไข้เธอมายาวนาน เอ่ยตอบน้ำตาคลอ “ให้อ้วนเป็นช้างแม่ก็เลี้ยงไหว ขอแค่ลูกแม่ปลอดภัย อย่าเป็นอะไรไปอีกก็พอแล้ว” แตงกวาถลามาถึงโรงพยาบาลเพียงเพื่อจะพบว่า โรงพยาบาลห้ามเยี่ยมเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เธอจึงต้องนั่งอยู่ที่ด้านล่างของโรงพยาบาล แล้ววิดีโอคอลคุยกับเพื่อนรัก “แก สรุปเรื่องตอนนั้นที่แกกลับมาในร่างนางแบบวิกตอเรียซีเคร็ท น่ะ เรื่องจริง ฉันไม่ได้ฝัน ไม่ได้บ้าใช่ไหม” แตงกวาถาม หลังจากเห็นเพื่อนสบายดีแล้ว และกำลังกินเอแคล์รที่เธอซื้อมาฝากผู้ช่วยพยาบาลไปเยี่ยม “อืม แกไม่ได้บ้า แต่เรื่องแบบนี้ เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อเนอะ ลืมๆไปเหอะ” สีฝุ่นพูดขณะเคี้ยวขนมตุ้ยๆ อาการหลังผ่าตัดเธอดีขึ้นอย่างรวดเร็วหมออนุญาตให้กินอาหารได้ตามปกติ นั่นคือข่าวดีที่สุดของเธอ “จะว่าไป แกเสียดายบ้างไหมวะ ที่ไม่ได้อยู่ในร่างสวยเริ่ดเหมือนนางฟ้าแบบนั้นแล้ว” เพื่อนสาวถามตาเคลิ้มๆ “ฉันยังอยากได้เลยแก สิบล้านค่าหมอผ่าไม่รู้จะพอไหมให้ได้สักครึ่งนั่น” สีฝุ่นตอบแบบไม่ลัง
ข้าจะรักษาเจ้าให้ได้กากี เจ้าอย่าเพิ่งหมดหวัง ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้ารักเจ้า ข้ารักลูกของเรา เจ้าห้ามตาย ข้าจะรักษาเจ้ากากี ได้ยินข้าไหม เจ้าต้องรอดให้ได้” กากีคลี่ยิ้ม คำรักนั้นอ่อนหวานนัก ช่างอบอุ่นและจริงใจยิ่ง เป็นความรู้สึกอิ่มเอิบเบิกบานคล้ายมีดอกไม้ทิพย์กลีบบอบบางกลิ่นหอมละมุนบานสะพรั่งอยู่ในอกตน นางคลี่ยิ้มก่อนเอ่ยประโยคสุดท้าย “ข้าก็รักเจ้า กาฬปักษี ข้ารักเจ้า” หลังจากนั้นร่างกายคล้ายถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆ นางกระตุกเฮือก ไขว่คว้าเอามือหนานุ่มแสนอบอุ่นนั้นมาแนบที่ใบหน้าก่อนที่หยาดน้ำตาสุดท้ายจะไหลรินลงบนมือนั้น เป็นความอบอุ่นสุดท้ายก่อนชีพนางจะดับลง ฝ่ายนาฏกุเวร แบกดวงใจอันปวดร้าวเดินทางกลับพาราณสี ทุกข์โทมนัสด้วยความสิ้นหวัง กากี แม่งามเอ๋ย ยอดดวงใจพี่ นางในดวงใจที่เฝ้าถนอมรักไว้ใจดวงใจมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ว่าจะทำอย่างไรนางก็ไม่ยอมรับรัก แม้หักหาญราญเอากายนางเป็นเมีย ปรนนิบัตินางด้วยกามวิเศษ แม้หมายจะเชิดชูให้นางเป็นถึงมเหสีเอก นางก็กลับไม่สนใจ ซ้ำรังเกียจอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเคยรังเกียจ กล้ากระทั่งทำให้ตนเองพิการอัปลักษณ์เพื่อคนไร้
บรรดาเหล่าพลธนูทั้งนั้นที่มาด้วย เห็นกระจะตาแล้วว่ากากีกำลังท้องแก่จึงเกิดความเวทนา ต่างลังเลไม่กล้ายิง แต่เมื่อถูกสั่งซ้ำโดยหัวหน้านายกอง จึงได้แต่ฝืนยิงอย่างไม่เต็มใจนักกาฬปักษีด้วยความที่หูตาไว ได้ยินเสียงธนูแหวกอากาศก็รีบโอบกากีหลบซุกกับอกตน หันหลังรับลูกธนูแทนนางไปทุกดอก ธนูแต่ละดอกถูกยิงมาโดยไม่เต็มใจ จึงเข้าเป้าอย่างไม่แม่นยำนัก ถูกแขนขาเอาบ้าง ตกลงพื้นบ้าง ทว่าดอกหนึ่งปักทะลุเข้าที่แผ่นหลังตรงอกหมอกาฬปักษีจนเจ็บปลาบ จุกแน่นหายใจไม่เข้า ทรุดลงนั่งกับพื้นกากีกรีดร้อง ร่ำเรียกชื่อชายคนรักสะอึกสะอื้น พยายามคิดหาหนทางรักษากาฬปักษี แต่ก็คิดไม่ออก ได้แต่กอดร่างชายคนรักที่ใกล้จะหมดสติร้องไห้อยู่อย่างนั้น เคราะห์กรรมซ้ำซัด ครรภ์แก่นั้นถึงกำหนดคลอด พิษครรภ์ต่างสายพันธุ์ทำให้ธาตุไฟปั่นป่วนทั่วร่างกายของกากี แสบร้อนไปสิ้นทั้งภายในภายนอก ปวดหัวแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ลมหายใจร้อนผ่าว ดวงตาขาวเริ่มมีเส้นเลือดแตกหลายเป็นสีแดงฉาน หัวใจของนางอยู่ที่การช่วยคนรักเท่านั้น นางจึงฝืนร่างกาย วิ่งกลับขึ้นไปบนบ้าน คว้ามีดได้ ก็กลับลงมาใช้กำลังที่เหลือ ดันลูกธนูให้ทะลุออก แล้วตัด
ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นย่ำ พระอาทิตย์กำลังทอแสงสุดท้าย พระเจ้านาฏกุเวรก็มาถึงอาศรมของหมอเทวดากาฬปักษี กำลังพลต่างโอบล้อมอยู่ห่างๆ ส่วนตัวคนธรรพ์ลงจากหลังม้าเดินเข้าไปคนเดียว กากีและกาฬปักษีได้ยินเสียงม้ามาแต่ไกล แต่ไม่ได้เอะใจว่าอาจเป็นผู้ที่นำอันตรายมาให้เข้าใจว่าเป็นผู้ทุกข์จะมาขอความช่วยเหลือรักษาโรค จึงไม่ได้หนีไปทางไหนได้แต่เตรียมหยูกยาอยู่ที่ชานหน้าบ้าน นาฏกุเวรเมื่อเห็นร่างตะคุ่มๆสวมชุดดำอยู่คู่กัน ร่างอรชรนั้น ต้องเป็นกากีไม่ผิดแน่ หัวใจแทบกระดอนออกมาจากอกด้วยความตื่นเต้น “กากี พี่มาแล้ว” นาฏกุเวรร้องเรียกเสียงสั่น กากีที่โพกผ้าคลุมหัวปิดใบหน้าอยู่ครึ่งหนึ่งเย็นวาบจากท้ายทอยไปถึงเท้า เพราะจำได้ดีว่านั่นคือเสียงใคร นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยใจหวาดหวั่น กาฬปักษีเงยหน้าขึ้นดูด้วยดวงตาข้างที่ได้มาจากกากี เมื่อเห็นบุรุษรูปกายงามราวเทพบุตรลงมาจากสวรรค์ เสียงไพเราะอ่อนหวาน และเครื่องทรงทองอร่ามสว่างไสวไปหมดทั้งตัวก็นึกรู้ได้ทันที “พระเจ้านาฏกุเวรหรือนั่น” เขารำพึงพลางรีบดึงตัวกากีให้ถอยไปอยู่ด้านหลังตน พระเจ้านาฏกุเวรตวาด
“อ๊า ท่อนเนื้อของเจ้าเข้าไปลึกถึงในท้องข้าแล้ว ทำอีกสิยอดรัก กระแทกเข้ามาให้ลึกอีก แรงอีก ข้าอยากได้เจ้า เจ้าทำข้าเสียวซ่านไปหมด” กากีพูดทั้งสะอื้น รังเกียจทั้งสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของตน และสิ่งที่คู่เสพสวาทกำลังกระทำอยู่ และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความรู้สึกเกลียดชังตนเอง ที่ร่างกายกลับรู้สึกตื่นเต้น
คนธรรพ์หนุ่มรูปโฉมงามหน้าเสีย “กระไรเจ้ามาพูดเยี่ยงนั้นกับข้าเล่า กากีเมียรัก เจ้าทำข้าช้ำใจ...” กากีสะบัดหน้าพูดใส่เสียงแข็ง “อย่ามาเรียกข้าด้วยคำว่าเมียอีกเลยนาฏกุเวร คำนั้นสกปรกแสลงใจข้ายิ่ง หญิงที่เจ้าสมสู่หากเจ้าจะเรียกว่าเมีย เจ้าคงมีอักโข ทั่วถึงไปหมดทั้งวังแลทั้งนครพาราณสี พวกนา
หญิงสาวในร่างนางกายหอมรู้สึกผิดจนแทบไม่กล้าสู้หน้า จริงอยู่ว่าเหตุที่เกิดกับตนเมื่อกลางวันนั้น นาฏกุเวรใช้วิชาเวทย์มนตร์ประกอบการขืนใจตนอย่างชัดเจน แต่ในครึ่งหลังเมื่อมนต์จางลงไปกับเหงื่อแล้ว เธอก็มิอาจปัดป้อง ด้วยรสสวาทที่หวานซ่านสุขเสียจนราวกับตายแล้วเกิดใหม่ซ้ำๆ ความสุขกายที่เกิดจากกามารมณ์อันแส
“อย่ารบกวนนางเลยกากีเอ๋ย นางอยู่ในห้วงนิทรา และจะไม่ตื่นมาจนกว่าสองเราจะสุขสม” ชายหนุ่มหน้าหวานริมฝีปากแดงเลือดฝาดพูดเสียงกระเส่าที่ข้างหูแม่งามหยาดฟ้า สูดดมกลิ่นกายนางเข้าเต็มปอด แล้วกดสะโพกตนลง เรือนร่างผุดผาดงามวิไลถึงกับสะดุ้งเฮือก ตัวกระดอนขึ้นเมื่อแก่นกายบุรุษเสือกสอดเข้ามาในช่องส





