เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม

เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-17
Oleh:  ลายลักษณ์ ม.Baru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
14Bab
12Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ชายหนุ่มผู้อาภัพได้มาเกิดใหม่ในร่างโอเมก้าพันธุ์ผสม ผู้ถูกเลือกตามคำทำนาย ท่ามกลางความขัดแย้งและพลังของเทพโบราณ เขาต้องค้นหาความจริงในอดีต และตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง…และโลกใบนี้

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ธารน้ำเย็นยะเยือก

กฎของโลกในนิยายเรื่อง THE MYTH OF OMEGA

เพศต่าง ๆ ในโลกนี้

1.เพศหลัก หรือ เพศสภาพ คือ ชาย & หญิง

2.เพศรอง  คือ อัลฟ่า (Alpha) , เบต้า (Beta) และ โอเมกา (Omega)

Rut (รัท) = ช่วงเวลาที่ อัลฟ่า มีความต้องการทางเพศสูงจนควบคุมตัวเองไม่ได้

Heat (ฮีท)? = ช่วงเวลาที่ โอเมก้า มีความต้องการทางเพศสูง ต้องการ อัลฟ่า มาช่วยปลดปล่อย พวกเขาสามารถใช้ยาระงับ เพื่อควบคุมอาการนี้ไว้ได้

ยาระงับ= ยาที่ อัลฟ่า หรือ โอเมก้า ใช้เพื่อระงับหรือบรรเทาอาการ รัทและฮีท

3.เพศพรรณ คือ สัญลักษณ์คล้ายรอยสัก รูปดอกไม้และกิ่งก้าน ที่ปรากฎบนร่างกาย รูปดอกไม้เรียกว่าสเตเมน / รูปกิ่งก้าน(ปรากฎตรงกลางแผ่นหลัง)เรียกว่า พิสทิล หรือ กิ่งก้าน

*เวน่อมสเตเมน คือ ดอกไม้ที่มีพิษ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ 4 รัฐ ที่เรียกรวมกันว่าแคว้นเซเลสเทีย Celestia (สามารถดูเพิ่มเติมได้จากแผนที่ประกอบ)

รัฐที่หนึ่ง รัฐแคโร Caroll รัฐการค้า เกษตรกรรมและทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ (ร่ำรวยมั่งคั่ง)

รัฐที่สอง รัฐเดลา Deara รัฐแห่งการศึกษา และวิทยาศาสตร์ นักคิดนักประดิษฐ์ นักวิชาการ (ฉลาดเมืองแห่งนักปราชญ์)

รัฐที่สาม รัฐโอวาห์ Ovah รัฐแห่งศิลปะแฟชั่นและดนตรี (ศิลปิน)

รัฐที่สี่ รัฐยูทาห์ Utah รัฐทหารและเหมืองหิน (กองกำลัง)

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเบื้องต้น เรียนรู้และท่องโลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย             

..........................................................................................................................................................

บทที่ 1 ธารน้ำเย็นยะเยือก

กลางดึกอันเงียบสงัด

“อื้อ!” เสียงร้องขัดขืนแผ่วเบาดังออกมาจากการเคลื่อนไหวใต้แสงจันทร์ในเชิงป่ารกชัฏ แสงจันทร์เต็มดวงสาดลอดใบไม้ไหวลงมายังกลุ่มคนชุดดำที่ปกปิดหน้าตามิดชิดที่มุ่งตรงเข้าไปยังใจกลางของป่าที่เปียกชื้น

“แค่ก ๆ อื้อ!” ร่างบอบบางของเหยื่อไอโขลกจากความชื้นในอากาศ มือทั้งสองข้างถูกเชือกเส้นหนามัดแน่นจนขึ้นรอยอย่างน่าสงสาร มิหนำซ้ำ ทั้งดวงตาและริมฝีปากอิ่มยังถูกผูกผ้าผืนหนาผูกปิดเอาไว้จนดวงตามืดสนิท

“อ่อยอ๊ะ! (ปล่อยนะ!)” ร่างเล็กราวเด็กวัยเยาว์ดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับเสียงใดตอบกลับมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำ ซ้ำยังถลาล้มไปตามแรงฉุดกระชากอย่างไร้ความปรานี

ก่อนนี้เขาเพียงเข้านอนตามปกติ แต่กลับตื่นมาอีกทีบนรถม้าที่เขย่าไปมาอย่างรุนแรง

เสื้อคลุมนอนสีขาวโปร่งสะอาดบัดนี้เปื้อนไปด้วยโคลนตมไม่ต่างไปจากกางเกงนอนขาบานที่เปียกชื้นขึ้นมาถึงเข่า เท้าเปล่าเหยียบย่ำกรวดหินและหนามแหลมคมจนเลือดซึม และแน่นอนว่าไม่มีผู้ร้ายคนใดใส่ใจ

“ฮื้อ!”

“พาไปที่กระท่อม” เสียงทุ้มจากปลายขบวนดังแว่วเข้าหู ฟังดูคุ้นหูแต่กลับเหินห่าง ดวงใจในอกสั่นไหวแต่ก่อนจะทันคิดอะไรเขาก็โดนฉุดกระชากไปด้านหน้าเต็มแรงจนล้มคว่ำลงไปอีกครั้ง

ตั้งแต่ลงมาจากรถม้าตลอดจนเดินฝ่าป่ารก เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่เขาไม่อาจทราบ ได้แต่เดินไปตามทางที่มองไม่เห็นจนปากที่เคยอิ่มแห้งผาก

“ทางนั้นขอรับ” น้ำเสียงหยาบแต่เคลือบความเคารพเอ่ยบอกใครบางคน สิ้นคำแรงกระชากเดิมก็ดึงเขาถลาตามไปอีกครั้ง แรงมหาศาลนั้นทำให้เขาคว่ำคะมำลงกับพื้นราวกับจงใจจนเขาเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว

ปึก!

ไม่ทันได้หายใจ ความเจ็บที่หนังศีรษะก็แล่นปราดขึ้นจนต้องนิ่วหน้าเมื่อมีฝ่ามือหนาคว้าเส้นผมยาวสีขาวเงินของเขาอย่างแรงจนหน้าเชิด

“อื้อ! แอเอ็นไอ! (แกเป็นใคร!)” ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงมาบนซีกหน้า ทำให้ร่างเล็กรับรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นก้มหน้าเข้ามาใกล้ จึงฉวยโอกาศกระทุ้งตัวหวังใช้ศีรษะกระแทกแสกหน้าคนร้ายให้หน้าหงาย แต่มันกลับไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลบทัน ซ้ำยังได้ยินเสียงหัวเราะเยาะตัวเขาอยู่ในลำคอให้นึกเจ็บใจขึ้นไปอีก

ปัดโธ่!

“พยายามได้ดีนี่ หึ”

ร่างบอบบางพยายามดิ้นออกจากเงื้อมมืออีกฝ่าย แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นเท่านั้น

“ใกล้ได้บอกลากันแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มที่ได้ยินชิดใบหน้าครั้งนี้ปลุกความคุ้นชินบางอย่างขึ้น แม้ซุ่มเสียงนั้นจะฟังดูเย็นชากว่าครั้งไหน แต่เนื้อเสียงนี้เขาจำมันได้

ฝ่ายที่เหนือกว่าไล่สายตาที่ไปตามใบหน้าที่เปรอะเปื้อนก่อนยกยิ้มมุมปาก

“จำได้อย่างนั้นหรือ?”

ผ้าปิดตาที่บดบังดวงตาทั้งสองมาตลอดทางถูกกระชากออกอย่างแรง ร่างบางจึงได้แต่หรี่ตาปรับมโนภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยแสงสว่างของคบไฟ

“ข้าไม่แปลกใจเลย ก็ท่านออกจะเก่งถึงเพียงนั้น” เสียงเย็นยังคงว่าต่อ

ร่างบางมองใบหน้าคมเข้มตรงหน้าด้วยความฉงนเจือความผิดหวัง เมื่อเห็นชัดแล้วว่าเขาคือใคร

“ใยมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเล่า ...กลัวหรือ?” มือหนาอีกข้างยกขึ้นมาปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าขาวขึ้นทัดหู

ดวงตากลมโตรื้นขึ้นด้วยน้ำอุ่น เมื่อสายตาคมที่เคยสุกใสในความทรงจำ บัดนี้กลับมองมาที่เขาด้วยความเกลียดชังจนในอกวูบโหวงราวเกิดหลุมดำขนาดมหึมา

“โธ่ พี่ท่าน ร้องไห้เช่นนั้นใบหน้าที่แสนพิเศษนี้ก็เปียกปอนหมดน่ะสิ” ไม่ว่าเปล่า ปลายนิ้วหยาบยังเลื่อนมาซับน้ำตาราวกำลังถนอมของรักผิดกับแววตาและน้ำเสียง

“อยากสั่งลาสักหน่อยหรือไม่?” แววตาเย็นชาตวัดกลับมาสบเข้ากับนัยน์ตาโศกสีม่วงเข้มที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำใส

“ฮึก” เสียงสะอื้นเบาดังรอดออกมาจากจากริมฝีปากที่ถูกปิดแน่น แต่นั่นก็ไม่สามารถเรียกความสงสารใดจากอีกฝ่ายได้เลย มือหนาจับศีรษะสะบัดจนหน้าเขาคะมำลงไปยังพื้นโคลนอีกรอบ ก่อนเสียงตะคอกอย่างเดือดดาลจะดังลั่นไปทั่วป่า

“มีสิทธิ์อะไรมาร้องไห้ ไอ้พิการ!” คำปรามาสนั้นดังลั่น ทำให้ร่างเล็กกว่าที่แม้จะกำลังเสียใจ แต่พอได้ยินคำนั้นดังออกมาจากปากของคนที่เคยไว้ใจก็ได้แต่หันกลับมาตวัดสายตาจ้องกลับอย่างไม่ยอมจำนน

“หึ เก่งจริงนะ” ร่างหนาสูดหายใจเข้าลึกพยายามระงับอารมณ์กรุ่นร้อนเมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่ากำลังปล่อยให้ตัวเองรู้สึกมากเกิน แล้วยื่นมือมาคว้าท้ายทอยบางอย่างแรงจนร่างบางปลิวมาตามมือ

“อึก!”

“จะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่สร้างความชิปหายไม่จบไม่สิ้น”

“อ่อยอ้ะ! (ปล่อยนะ!)” ร่างบางร้องออกมาไม่เป็นคำ

เมื่อสิ้นคำต่อว่าอย่างโหดร้าย ร่างที่เล็กกว่าอีกฝ่ายถึงสองเท่าก็ถลาไปตามแรงของมือแกร่งอย่างง่ายดายราวใบไม้ที่ปลิดปลิว

“ดิ้นรนเข้าไป...ดิ้นไปอีกสิ”

“อื้อ ฮึก ฮืออ” ร่างบางพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง เมื่อเท้าเล็กแตะโดนความเย็นยะเยือกของผิวน้ำ ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อมองออกไปเห็นผืนน้ำที่ดำสนิท

ร่างหนาลากเขาเดินมุ่งหน้าลึกลงไปยังธารน้ำไหล ที่เพิ่มระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ผืนน้ำแตกซ่านกระเซ็นจากแรงยื้ออันน้อยนิดแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นคีมแกร่งที่กุมท้ายทอยของเขาเอาไว้แน่น

หวาดหวั่นจนกลายเป็นตื่นตระหนก นัยน์ตาสีม่วงจับจ้องเพียงเสี้ยวหน้าที่กัดกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันพร้อมปล่อยน้ำตาเม็ดโตไหลจนนองหน้าเมื่อรู้ชะตากรรม ก่อนยกมือขึ้นไหว้ปรก ๆ ร้องขอชีวิต

“ฮืออ”

“ร้องไปเถอะ ร้องต่อไป ก่อนจะหมดโอกาสได้ร้อง”

เขาได้แต่ส่ายหน้าพยายามสะบัดให้หลุดจากเงื้อมมือคนตัวโตแต่ก็ไม่เป็นผล ความเย็นของสายน้ำลึกขึ้นมาถึงกลางอก ร่างบางมองไปรอบตัวเพื่อพบว่า...สิ้นไร้ทางหนี

สุดแรงจะดิ้นรน แม้ร้องไห้ขอชีวิตจนตัวโยนก็ไม่อาจรอดพ้นชะตา

รักเขาเท่าไหร่...ก็ไม่พอให้ใครเห็นค่า

หากเป็นเช่นนั้น ...ฉันยอมแล้วก็ได้

ร่างบางไม่ได้ออกแรงขัดขืนใด ๆ อีก ทำเพียงปล่อยกายเดินตามแรงนั้น ยอมแพ้ต่อธารน้ำที่เย็นยะเยือก

“มานี่!

ความเย็นของน้ำโอบอุ้มดวงใจของเขาให้เย็นลง แต่กลับเร่งความร้อนในแรงโทสะของอีกคนจนยากจะหยุดยั้ง ศีรษะเล็กถูกกดลงไปในความมืดมิดของสายน้ำนิ่งนาน ก่อนดึงขึ้นมาราวกับอีกฝ่ายกำลังเล่นสนุก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เฮือกก!”

“เป็นเพราะเลือดโอเมก้าเน่า ๆ ที่ไหลอยู่ในตัวแก!” ไม่ทันได้ฟังดีเสียงนั้นก็ขาดหายไปพร้อมกับการจมลงใต้ผืนน้ำอีกครั้ง นานจนแทบสิ้นลมหายใจ

ปมผ้าปิดปากเลื่อนหลุดออกจากปากบาง

“เฮือก! แค่ก ๆ ”

“อ้อ! อีกอย่างนะ เผื่อรู้ไว้จะได้ตายตาหลับ... นี่เป็นคำสั่งจากท่านพ่อ”

!!!

“ท่านพ่...”

“ข้าไม่ให้พูด! ก็ห้ามพูด!” ร่างบางจมลงไปในน้ำด้วยแรงโทสะ มือหนาบีบท้ายทอยบางแน่น ด้วยความโกรธเกรี้ยวเกินกว่าใครจะห้ามได้

“อ่อก!”

ดวงตากลมโตเบิกโพลงอยู่ใต้น้ำ นัยน์ตาสีม่วงเข้มสุกใสที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมค่อย ๆ ม้านแสงลงเมื่อสิ้นลมหายใจสุดท้าย

เกลียดข้านัก ใยมิกำจัดตั้งแต่ก่อนข้าจำความได้กันเล่า ปล่อยข้าเติบโตมารักพวกท่านทำไมกัน

ชั่วอึดใจร่างเล็กที่กระตุกสั่นจากกการขาดอากาศก็ค่อย ๆ หยุดลง ร่างขาวซีดนั้นแน่นิ่งไปคามือหนา 

...เป็นนาทีที่เส้นด้ายแห่งชีวิตได้ขาดสะบั้นลง

To be continued...............

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status