เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม

เดอะมิธออฟโอเมก้า ภาค เกิดใหม่เป็นโอเมก้าพันธุ์ผสม

last updateDernière mise à jour : 2026-02-18
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
40Chapitres
522Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชายหนุ่มผู้อาภัพได้มาเกิดใหม่ในร่างโอเมก้าพันธุ์ผสม ผู้ถูกเลือกตามคำทำนาย ท่ามกลางความขัดแย้งและพลังของเทพโบราณ เขาต้องค้นหาความจริงในอดีต และตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง…และโลกใบนี้

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ธารน้ำเย็นยะเยือก

กฎของโลกในนิยายเรื่อง THE MYTH OF OMEGA

เพศต่าง ๆ ในโลกนี้

1.เพศหลัก หรือ เพศสภาพ คือ ชาย & หญิง

2.เพศรอง  คือ อัลฟ่า (Alpha) , เบต้า (Beta) และ โอเมกา (Omega)

Rut (รัท) = ช่วงเวลาที่ อัลฟ่า มีความต้องการทางเพศสูงจนควบคุมตัวเองไม่ได้

Heat (ฮีท)? = ช่วงเวลาที่ โอเมก้า มีความต้องการทางเพศสูง ต้องการ อัลฟ่า มาช่วยปลดปล่อย พวกเขาสามารถใช้ยาระงับ เพื่อควบคุมอาการนี้ไว้ได้

ยาระงับ= ยาที่ อัลฟ่า หรือ โอเมก้า ใช้เพื่อระงับหรือบรรเทาอาการ รัทและฮีท

3.เพศพรรณ คือ สัญลักษณ์คล้ายรอยสัก รูปดอกไม้และกิ่งก้าน ที่ปรากฎบนร่างกาย รูปดอกไม้เรียกว่าสเตเมน / รูปกิ่งก้าน(ปรากฎตรงกลางแผ่นหลัง)เรียกว่า พิสทิล หรือ กิ่งก้าน

*เวน่อมสเตเมน คือ ดอกไม้ที่มีพิษ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ 4 รัฐ ที่เรียกรวมกันว่าแคว้นเซเลสเทีย Celestia (สามารถดูเพิ่มเติมได้จากแผนที่ประกอบ)

รัฐที่หนึ่ง รัฐแคโร Caroll รัฐการค้า เกษตรกรรมและทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ (ร่ำรวยมั่งคั่ง)

รัฐที่สอง รัฐเดลา Deara รัฐแห่งการศึกษา และวิทยาศาสตร์ นักคิดนักประดิษฐ์ นักวิชาการ (ฉลาดเมืองแห่งนักปราชญ์)

รัฐที่สาม รัฐโอวาห์ Ovah รัฐแห่งศิลปะแฟชั่นและดนตรี (ศิลปิน)

รัฐที่สี่ รัฐยูทาห์ Utah รัฐทหารและเหมืองหิน (กองกำลัง)

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเบื้องต้น เรียนรู้และท่องโลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย             

..........................................................................................................................................................

บทที่ 1 ธารน้ำเย็นยะเยือก

กลางดึกอันเงียบสงัด

“อื้อ!” เสียงร้องขัดขืนแผ่วเบาดังออกมาจากการเคลื่อนไหวใต้แสงจันทร์ในเชิงป่ารกชัฏ แสงจันทร์เต็มดวงสาดลอดใบไม้ไหวลงมายังกลุ่มคนชุดดำที่ปกปิดหน้าตามิดชิดที่มุ่งตรงเข้าไปยังใจกลางของป่าที่เปียกชื้น

“แค่ก ๆ อื้อ!” ร่างบอบบางของเหยื่อไอโขลกจากความชื้นในอากาศ มือทั้งสองข้างถูกเชือกเส้นหนามัดแน่นจนขึ้นรอยอย่างน่าสงสาร มิหนำซ้ำ ทั้งดวงตาและริมฝีปากอิ่มยังถูกผูกผ้าผืนหนาผูกปิดเอาไว้จนดวงตามืดสนิท

“อ่อยอ๊ะ! (ปล่อยนะ!)” ร่างเล็กราวเด็กวัยเยาว์ดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับเสียงใดตอบกลับมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำ ซ้ำยังถลาล้มไปตามแรงฉุดกระชากอย่างไร้ความปรานี

ก่อนนี้เขาเพียงเข้านอนตามปกติ แต่กลับตื่นมาอีกทีบนรถม้าที่เขย่าไปมาอย่างรุนแรง

เสื้อคลุมนอนสีขาวโปร่งสะอาดบัดนี้เปื้อนไปด้วยโคลนตมไม่ต่างไปจากกางเกงนอนขาบานที่เปียกชื้นขึ้นมาถึงเข่า เท้าเปล่าเหยียบย่ำกรวดหินและหนามแหลมคมจนเลือดซึม และแน่นอนว่าไม่มีผู้ร้ายคนใดใส่ใจ

“ฮื้อ!”

“พาไปที่กระท่อม” เสียงทุ้มจากปลายขบวนดังแว่วเข้าหู ฟังดูคุ้นหูแต่กลับเหินห่าง ดวงใจในอกสั่นไหวแต่ก่อนจะทันคิดอะไรเขาก็โดนฉุดกระชากไปด้านหน้าเต็มแรงจนล้มคว่ำลงไปอีกครั้ง

ตั้งแต่ลงมาจากรถม้าตลอดจนเดินฝ่าป่ารก เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่เขาไม่อาจทราบ ได้แต่เดินไปตามทางที่มองไม่เห็นจนปากที่เคยอิ่มแห้งผาก

“ทางนั้นขอรับ” น้ำเสียงหยาบแต่เคลือบความเคารพเอ่ยบอกใครบางคน สิ้นคำแรงกระชากเดิมก็ดึงเขาถลาตามไปอีกครั้ง แรงมหาศาลนั้นทำให้เขาคว่ำคะมำลงกับพื้นราวกับจงใจจนเขาเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว

ปึก!

ไม่ทันได้หายใจ ความเจ็บที่หนังศีรษะก็แล่นปราดขึ้นจนต้องนิ่วหน้าเมื่อมีฝ่ามือหนาคว้าเส้นผมยาวสีขาวเงินของเขาอย่างแรงจนหน้าเชิด

“อื้อ! แอเอ็นไอ! (แกเป็นใคร!)” ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงมาบนซีกหน้า ทำให้ร่างเล็กรับรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นก้มหน้าเข้ามาใกล้ จึงฉวยโอกาศกระทุ้งตัวหวังใช้ศีรษะกระแทกแสกหน้าคนร้ายให้หน้าหงาย แต่มันกลับไม่เป็นผลเพราะอีกฝ่ายเอี้ยวตัวหลบทัน ซ้ำยังได้ยินเสียงหัวเราะเยาะตัวเขาอยู่ในลำคอให้นึกเจ็บใจขึ้นไปอีก

ปัดโธ่!

“พยายามได้ดีนี่ หึ”

ร่างบอบบางพยายามดิ้นออกจากเงื้อมมืออีกฝ่าย แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นเท่านั้น

“ใกล้ได้บอกลากันแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มที่ได้ยินชิดใบหน้าครั้งนี้ปลุกความคุ้นชินบางอย่างขึ้น แม้ซุ่มเสียงนั้นจะฟังดูเย็นชากว่าครั้งไหน แต่เนื้อเสียงนี้เขาจำมันได้

ฝ่ายที่เหนือกว่าไล่สายตาที่ไปตามใบหน้าที่เปรอะเปื้อนก่อนยกยิ้มมุมปาก

“จำได้อย่างนั้นหรือ?”

ผ้าปิดตาที่บดบังดวงตาทั้งสองมาตลอดทางถูกกระชากออกอย่างแรง ร่างบางจึงได้แต่หรี่ตาปรับมโนภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยแสงสว่างของคบไฟ

“ข้าไม่แปลกใจเลย ก็ท่านออกจะเก่งถึงเพียงนั้น” เสียงเย็นยังคงว่าต่อ

ร่างบางมองใบหน้าคมเข้มตรงหน้าด้วยความฉงนเจือความผิดหวัง เมื่อเห็นชัดแล้วว่าเขาคือใคร

“ใยมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเล่า ...กลัวหรือ?” มือหนาอีกข้างยกขึ้นมาปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าขาวขึ้นทัดหู

ดวงตากลมโตรื้นขึ้นด้วยน้ำอุ่น เมื่อสายตาคมที่เคยสุกใสในความทรงจำ บัดนี้กลับมองมาที่เขาด้วยความเกลียดชังจนในอกวูบโหวงราวเกิดหลุมดำขนาดมหึมา

“โธ่ พี่ท่าน ร้องไห้เช่นนั้นใบหน้าที่แสนพิเศษนี้ก็เปียกปอนหมดน่ะสิ” ไม่ว่าเปล่า ปลายนิ้วหยาบยังเลื่อนมาซับน้ำตาราวกำลังถนอมของรักผิดกับแววตาและน้ำเสียง

“อยากสั่งลาสักหน่อยหรือไม่?” แววตาเย็นชาตวัดกลับมาสบเข้ากับนัยน์ตาโศกสีม่วงเข้มที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำใส

“ฮึก” เสียงสะอื้นเบาดังรอดออกมาจากจากริมฝีปากที่ถูกปิดแน่น แต่นั่นก็ไม่สามารถเรียกความสงสารใดจากอีกฝ่ายได้เลย มือหนาจับศีรษะสะบัดจนหน้าเขาคะมำลงไปยังพื้นโคลนอีกรอบ ก่อนเสียงตะคอกอย่างเดือดดาลจะดังลั่นไปทั่วป่า

“มีสิทธิ์อะไรมาร้องไห้ ไอ้พิการ!” คำปรามาสนั้นดังลั่น ทำให้ร่างเล็กกว่าที่แม้จะกำลังเสียใจ แต่พอได้ยินคำนั้นดังออกมาจากปากของคนที่เคยไว้ใจก็ได้แต่หันกลับมาตวัดสายตาจ้องกลับอย่างไม่ยอมจำนน

“หึ เก่งจริงนะ” ร่างหนาสูดหายใจเข้าลึกพยายามระงับอารมณ์กรุ่นร้อนเมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่ากำลังปล่อยให้ตัวเองรู้สึกมากเกิน แล้วยื่นมือมาคว้าท้ายทอยบางอย่างแรงจนร่างบางปลิวมาตามมือ

“อึก!”

“จะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่สร้างความชิปหายไม่จบไม่สิ้น”

“อ่อยอ้ะ! (ปล่อยนะ!)” ร่างบางร้องออกมาไม่เป็นคำ

เมื่อสิ้นคำต่อว่าอย่างโหดร้าย ร่างที่เล็กกว่าอีกฝ่ายถึงสองเท่าก็ถลาไปตามแรงของมือแกร่งอย่างง่ายดายราวใบไม้ที่ปลิดปลิว

“ดิ้นรนเข้าไป...ดิ้นไปอีกสิ”

“อื้อ ฮึก ฮืออ” ร่างบางพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง เมื่อเท้าเล็กแตะโดนความเย็นยะเยือกของผิวน้ำ ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อมองออกไปเห็นผืนน้ำที่ดำสนิท

ร่างหนาลากเขาเดินมุ่งหน้าลึกลงไปยังธารน้ำไหล ที่เพิ่มระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ผืนน้ำแตกซ่านกระเซ็นจากแรงยื้ออันน้อยนิดแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นคีมแกร่งที่กุมท้ายทอยของเขาเอาไว้แน่น

หวาดหวั่นจนกลายเป็นตื่นตระหนก นัยน์ตาสีม่วงจับจ้องเพียงเสี้ยวหน้าที่กัดกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันพร้อมปล่อยน้ำตาเม็ดโตไหลจนนองหน้าเมื่อรู้ชะตากรรม ก่อนยกมือขึ้นไหว้ปรก ๆ ร้องขอชีวิต

“ฮืออ”

“ร้องไปเถอะ ร้องต่อไป ก่อนจะหมดโอกาสได้ร้อง”

เขาได้แต่ส่ายหน้าพยายามสะบัดให้หลุดจากเงื้อมมือคนตัวโตแต่ก็ไม่เป็นผล ความเย็นของสายน้ำลึกขึ้นมาถึงกลางอก ร่างบางมองไปรอบตัวเพื่อพบว่า...สิ้นไร้ทางหนี

สุดแรงจะดิ้นรน แม้ร้องไห้ขอชีวิตจนตัวโยนก็ไม่อาจรอดพ้นชะตา

รักเขาเท่าไหร่...ก็ไม่พอให้ใครเห็นค่า

หากเป็นเช่นนั้น ...ฉันยอมแล้วก็ได้

ร่างบางไม่ได้ออกแรงขัดขืนใด ๆ อีก ทำเพียงปล่อยกายเดินตามแรงนั้น ยอมแพ้ต่อธารน้ำที่เย็นยะเยือก

“มานี่!”

ความเย็นของน้ำโอบอุ้มดวงใจของเขาให้เย็นลง แต่กลับเร่งความร้อนในแรงโทสะของอีกคนจนยากจะหยุดยั้ง ศีรษะเล็กถูกกดลงไปในความมืดมิดของสายน้ำนิ่งนาน ก่อนดึงขึ้นมาราวกับอีกฝ่ายกำลังเล่นสนุก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เฮือกก!”

“เป็นเพราะเลือดโอเมก้าเน่า ๆ ที่ไหลอยู่ในตัวแก!” ไม่ทันได้ฟังดีเสียงนั้นก็ขาดหายไปพร้อมกับการจมลงใต้ผืนน้ำอีกครั้ง นานจนแทบสิ้นลมหายใจ

ปมผ้าปิดปากเลื่อนหลุดออกจากปากบาง

“เฮือก! แค่ก ๆ ”

“อ้อ! อีกอย่างนะ เผื่อรู้ไว้จะได้ตายตาหลับ... นี่เป็นคำสั่งจากท่านพ่อ”

!!!

“ท่านพ่...”

“ข้าไม่ให้พูด! ก็ห้ามพูด!” ร่างบางจมลงไปในน้ำด้วยแรงโทสะ มือหนาบีบท้ายทอยบางแน่น ด้วยความโกรธเกรี้ยวเกินกว่าใครจะห้ามได้

“อ่อก!”

ดวงตากลมโตเบิกโพลงอยู่ใต้น้ำ นัยน์ตาสีม่วงเข้มสุกใสที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมค่อย ๆ ม้านแสงลงเมื่อสิ้นลมหายใจสุดท้าย

เกลียดข้านัก ใยมิกำจัดตั้งแต่ก่อนข้าจำความได้กันเล่า ปล่อยข้าเติบโตมารักพวกท่านทำไมกัน

ชั่วอึดใจร่างเล็กที่กระตุกสั่นจากกการขาดอากาศก็ค่อย ๆ หยุดลง ร่างขาวซีดนั้นแน่นิ่งไปคามือหนา 

...เป็นนาทีที่เส้นด้ายแห่งชีวิตได้ขาดสะบั้นลง

To be continued...............

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
40
บทที่ 1 ธารน้ำเย็นยะเยือก
กฎของโลกในนิยายเรื่อง THE MYTH OF OMEGAเพศต่าง ๆ ในโลกนี้1.เพศหลัก หรือ เพศสภาพ คือ ชาย & หญิง2.เพศรอง คือ อัลฟ่า (Alpha) , เบต้า (Beta) และ โอเมกา (Omega)Rut (รัท) = ช่วงเวลาที่ อัลฟ่า มีความต้องการทางเพศสูงจนควบคุมตัวเองไม่ได้Heat (ฮีท)? = ช่วงเวลาที่ โอเมก้า มีความต้องการทางเพศสูง ต้องการ อัลฟ่า มาช่วยปลดปล่อย พวกเขาสามารถใช้ยาระงับ เพื่อควบคุมอาการนี้ไว้ได้ยาระงับ= ยาที่ อัลฟ่า หรือ โอเมก้า ใช้เพื่อระงับหรือบรรเทาอาการ รัทและฮีท3.เพศพรรณ คือ สัญลักษณ์คล้ายรอยสัก รูปดอกไม้และกิ่งก้าน ที่ปรากฎบนร่างกาย รูปดอกไม้เรียกว่าสเตเมน / รูปกิ่งก้าน(ปรากฎตรงกลางแผ่นหลัง)เรียกว่า พิสทิล หรือ กิ่งก้าน*เวน่อมสเตเมน คือ ดอกไม้ที่มีพิษเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ 4 รัฐ ที่เรียกรวมกันว่าแคว้นเซเลสเทีย Celestia (สามารถดูเพิ่มเติมได้จากแผนที่ประกอบ)รัฐที่หนึ่ง รัฐแคโร Caroll รัฐการค้า เกษตรกรรมและทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ (ร่ำรวยมั่งคั่ง)รัฐที่สอง รัฐเดลา Deara รัฐแห่งการศึกษา และวิทยาศาสตร์ นักคิดนักประดิษฐ์ นักวิชาการ (ฉลาดเมืองแห่งนักปราชญ์)รัฐที่สาม รัฐโอวาห์ Ovah รัฐแห่งศิล
Read More
บทที่ 2 ฝันประหลาด
บทที่ 2 ฝันประหลาด จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆเสียงนกร้องจิ๊บดังเข้ามาในโสตประสาทของร่างหนาที่นอนขดตัวคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงหลังเล็ก ม่านหน้าต่างสีขาวพลิ้วไปตามลม แสงแดดอ่อนรำไรยามเช้าลอดเข้ามาทางหน้าต่าง พาดลงมาบนก้อนผมสีดำสนิทที่โผล่พ้นชายผ้าห่มขึ้นมาเล็กน้อย“อืออ~”เสียงทุ้มงัวเงียของชายใต้ผ้าห่มลอดออกมา ก่อนผ้าห่มผืนหนาที่คลุมหัวจะถูกนายตัวเลื่อนออกเผยใบหน้าหล่อเหลาที่ยังเมาขี้ตาเหมือนทุกวัน คิ้วเข้มเส้นหนาดำสนิทเข้ากับผมหยักศกที่ยุ่งเหยิง มือหนาขยี้ปลายจมูกโด่งของตัวเองแรง ๆ อย่างเคยชิน แล้วยืดแขนบิดขี้เกียจก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาปรับแสงมือหนาเลื่อนขึ้นจับท้ายทอยพลางลูบไปมาเบา ๆ รู้สึกราวกับว่าความร้อนผ่าวของฝ่ามือบางคนบางคนยังคงอยู่ฟู่~“เหมือนจะฝันอะไรอีกแล้ว...หรือเปล่านะ?”เขาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะปล่อยออกมาเฮือกใหญ่ นัยน์ตาดำขลับมองเพดานสีขาวเปื้อนรอยเชื้อราสีเหลืองที่คุ้นเคยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งจากที่นอนจนผ้าห่มหล่นลงมากองบนตัก เผยให้เห็นผิวกายเข้มคร้ามของร่างกายท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด และหน้าท้องที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อสวยอย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำตาคมม
Read More
บทที่ 3 หอมกลิ่นเพื่อนใหม่
บทที่ 3 หอมกลิ่นเพื่อนใหม่“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย”รอบตัวดูแปลกตา รู้เพียงว่าตอนนี้เหนื่อยล้าจนลมหายใจยังทำได้แค่หายใจสั้น ๆ แขนขาอ่อนแรง ธารน้ำนี้หากมองเผิน ๆ ดูไม่ลึกเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ตรง เขารู้ดีเลยว่ามันลึกพอจะซ่อนคนทั้งคนเอาไว้ได้อย่างง่ายดายจากธารน้ำแคบลึกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสายใหญ่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวต้นไม้ในป่า พอใจสงบลงเขาก็เริ่มได้ยินแมลงกลางคืนส่งเสียงลอดออกมากจากแนวแมกไม้น้อยใหญ่ริมธาร ประสานไปกับเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆภาพจำและความรู้สึกสุดท้ายคือพื้นแข็ง ๆ ของซีเมนต์และความปวดร้าวของปอดที่ฉีกขาดจนหายใจไม่ออก เพียงแต่เมื่อภาพตัดฉับเพียงพริบตาเขากลับมาโผล่อยู่ที่นี่ ซ้ำยังโดนจับกดน้ำโดยใครก็ไม่รู้อีกต่างหากถึงแม้จะรู้สึกคุ้นกับความเจ็บที่ท้ายทอยนั้นก็ตามทีพอนึกถึงนาทีร่างแหลกสลายความเจ็บปวดนั้นก็ยังติดอยู่ในใจจนเผลอนิ่วหน้า เขาจำได้ขึ้นใจว่าการเจ็บจนต้องร้องของความตายนั้นเป็นอย่างไร“เฮ้อ”เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เขาไม่อาจทราบได้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงของแมลงทั้งหลายเริ่มเงียบลง พร้อมกับสีฟ้าอ่อนที่ค่อย ๆ เคลือบอยู่บนเส้นขอบฟ้า ต้นไม้หนาทึบก็เริ่มห่าง ไม่ตั
Read More
บทที่ 4 นี่มันโลกบ้าอะไรเนี่ย!
บทที่ 4 นี่มันโลกบ้าอะไรเนี่ย! “โอเมก้าในตระกลูฟรอสงั้นเหรอ บ้าน่า อย่างบอกนะว่ามันเป็นเรื่องจริงน่ะ” อีกฝ่ายพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมาทางเขาจะเขาเผลอสะดุ้ง“ตระกลูฟรอส ตระกูลฟรอสแน่ ๆ ฉันจำลายปักรูปเถาองุ่นที่ชายเสื้อนั่นได้ แต่นาย... จะเป็นไปได้อย่างไรกัน แถมกิ่งก้านตรงกลางหลังนั่นอีก บ้านี่ไม่โคตรจะบ้าไปแล้วเลย”“เอ่อ อะไรบ้างั้นเหรอ?” เขาลองใจกล้าถามขัดอีกฝ่ายขึ้น“ก็นายไง นายเป็นโอเมก้า นายมีกิ่งก้าน และนายก็มาจากที่นั่น!”“กิ่ง...อะไรนะ?” เขาได้ตามถามกลับไปพร้อมทำตาปริบ ๆ อีกที่เห็นว่าเขากำลังงงจนได้แต่ทำตาใสแจ๋วสงบสติลงก่อนพูดออกมาอย่างใจเย็น“อย่าบอกนะ ว่าเรื่องพวกนี้ก็ลืมไปด้วย” แล้วเขาก็ต้องถอนหายใจยาว “เฮ้อ ดูท่าเราต้องคุยกันยาว...ไปกับฉันได้ไหม?” ร่างสูงเอ่ยถามความสมัครใจ เขาไม่ติดอะไรเพราะคนตรงหน้าดูไม่ใช้คนไม่ดีแต่...ร่างสูงมองตาสายตาของเขาที่เบือนไปยังบางสิ่งด้านหลังของเขา ก่อนจะหันกลับมา“ถ้าไปกับฉัน ทั้งหมดบนต้นนั้นจะเป็นของนาย”เขาตาโต นี่คนคนนี้คิดว่าเขาเห็นแก่กินขนาดไหนกัน!กระบุงสานในมือของเขาเต็มไปด้วยผลไม้สีแดงสด เนื้อชุ่มฉ่ำคล้ายสับปะรดแต่หอมกลิ่นแอปเปิ้ลกำลัง
Read More
บทที่ 5 เป็นเพื่อนกัน ไม่หนักหนา
บทที่ 5 เป็นเพื่อนกัน ไม่หนักหนาคำตอบของเซรอนทำเอาเขาค้างไปเช่นกัน “สวย” ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินใครชมเขาว่าสวยเลยสักครั้ง และเขาก็ห่างไกลจากคำนั้นโดยสิ้นเชิง“เอ่อ”เซรอนค้างไปกับภาพตรงหน้า ราวกับร่างเล็กของวิลเลียสถูกโอบล้อมไปด้วยเวทมนต์เฉพาะตัวบางอย่าง ที่ร่ายออกมาสะกดสายตาเขาไม่ให้ละไปจากแผ่นหลังที่มีเส้นผมเงินยาวหล่นละลาดไหล่เล็กเนียนละเอียด และเมื่อประกอบกับซีกหน้าอ่อนเยาว์ที่หันมา มันยิ่งทำให้ภาพจิตกรรมภาพนี้สมบูรณ์แบบจนเขาเผลอเอ่ยคำนั้นออกมา“เอ่อ ฉันหมายถึง พิสทิลของนายงดงามมาก” เซรอนรีบแก้ต่างและซ่อนซีกแก้มที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างลืมตัว“มีจริง ๆ สินะ”“เป็นเช่นนั้น เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่คิดนั้นเป็นจริงดังว่า”“มีกระจกไหม?” วิลเลียสนึกอยากเห็นร่างของตัวเองบ้าง เซรอนจึงเดินไปหยิบกระจกออกมาจากลิ้นชักเก็บของมา เขาทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกบานกระจกนั้นขึ้นดูภาพใบหน้าที่ปรากฎขึ้นในกระจกทำเอาเขาตกใจไม่น้อยแต่ก็เก็บอาการนั้นเอาไว้จนมิดดูเด็กจัง“นายคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่ ในกระจกนี่ฉันดูเด็กชะมัด”“ถ้านับจากข่าวลือฉาว เราน่าจะอายุเท่ากัน” เซรอนทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ“
Read More
บทที่ 6 หอสมุดกลาง
บทที่ 6 หอสมุดกลางเดินผ่านฝูงชนมาพักใหญ่ ในที่สุดทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่หน้าอาคารสูงที่ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง“ที่นี่ไง” เซรอนว่าพลางดึงวิลเลียสให้เข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลังบังร่างบางจนมิด ในขณะที่มีแสงจากเครื่องหน้าประตูสาดมาแสกนที่แถบสีขาวบนแขนเสื้อด้านซ้ายของเซรอน แล้วมีเสียงสังเคราะห์ดังขึ้น“นักศึกษาชั้นปีที่สอง เอกดาราศาสตร์ เซรอน เกรดดิก”เซรอนเดินโดยใช้ร่างบังวิลเลียสผ่านหน้าประตู ก่อนจะปล่อยมือจากเขาแล้วหันมาส่งยิ้มทะเล้น“เรียบร้อย”“นี่คือการลักลอบพาคนนอกเข้ามาใช่ไหม”“ก็นายไม่มีรหัส ฉันไม่มีทางเลือก” วิลเลียสพยักหน้าเข้าใจก่อนมองความยิ่งใหญ่ของหอสมุด บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบโถงสูงทะลุผ่านไปยังชั้นบนสุดจนมองแทบไม่เห็นปลายทางทำให้เขาแทบอ้าปากค้างในความอลังการของที่นี่“เอาไว้อ่านทั้งชาติได้เลยนะเนี่ย” เซรอนฟังเว่อร์วังนั้นก็ขำออกมาอีก “ใครจะไปอ่านหมดกันล่ะ” เซรอนว่าพลางเดินนำวิลเลียสขึ้นบันไดไป“ที่นี่เป็นหอสมุดหลวงของแคว้นเซเลสเทีย หนังสือหายากจะถูกเก็บเอาไว้ที่นี่ รวมไปถึงเอกสารลับ หรือแม้แต่ของเก่าเมื่อครั้งบรรพบุรุตก็ถูกเก็บเอาไว้ที่นี่เช่นกัน แต่ก็มีสิทธิการเข้าถึงต่างกันกัน ไ
Read More
บทที่ 7 คัมภีร์พยากรณ์
บทที่ 7 คัมภีร์พยากรณ์วิลเลียสมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นอกจากเรื่องอัศจรรย์อย่างการมาเกิดใหม่ในร่างของคนอื่นแล้ว เขาก็ไม่ได้เตรียมใจมาเจอกับเรื่องอัศจรรย์อย่างเชื่อ เวทมนต์ หรือพลังพิเศษอะไรเทือกนี้เลยจริง ๆ“โห อย่างกับโลกเวทมนต์”“ของเก่าน่ะ จะทำอะไรเราก็ต้องขออนุญาตสิ” เซรอนพลิกเปิดหน้าหนังสือ ตัวหนังสือแบบที่เขาไม่เคยเห็นปรากฎขึ้นมากมาย ก่อนจะละไปเปิดอีกเล่มที่บอกว่าเป็นคำแปล“นายถือเล่มนั้นไว้นะ ฉันจะอ่านจากเล่มนี้ให้นายฟัง” เซรอนขยับเอียงคัมภีร์ฉบับแปลให้คนตัวเล็กได้เห็นเนื้อหาไปพร้อม ๆ กันด้วย“...เมื่ออดีตปัจจุบันมาบรรจบ เหตุทำนบศิลาพินาศยับ กายาธาตุสูญสิ้นยินสดับ เพลงพิษขับโรคาบุกผลาญเผา”“เดี๋ยว ๆ ที่อ่านมาไม่เห็นจะแปลแล้วตรงไหน” เซรอนถอนหายใจพลางพยักหน้า“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นฉันจะแปลอีกทบนึงให้ฟังก็แล้วกัน ต่อนะ ที่ว่ามานั้นเป็นผลจากสมดุลแห่งมหาธาตุทั้งสี่วิบัติ ตราบจนกว่า …ตราบจนกว่าผู้ถูกเลือกจะจุติลงมาบนผืนโลกที่แห้งแล้งนี้ เขาผู้ที่วิปริตผิดจากผู้อื่น เป็นผู้มีชะตาเกิดมาเพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินและลบล้างจิตอันดำมืดของผู้ที่หลงมัวเมาในบาปทั้งเจ็ด ยามหนึ
Read More
บทที่ 8 คนในหนังสือ
บทที่ 8 คนในหนังสือบังเอิญ บังเอิญแน่ ๆ“นายมีตัวตนจริงวิลเลียส” เสียงของเซรอนก้องอยู่ในหัวหน้าหนังสือนั้นมีภาพวาดของใครคนหนึ่ง ที่ดูแล้วคล้ายคลึงกับตัวตนใหม่ของเขามาก แต่ข้อมูลมันล้นสมองจนเขาประมวลไม่ทัน เจ้าของร่างนี้ต้องการให้เขา 'ช่วย' แก้ไขบางสิ่ง...และเป็นสิ่งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร ตอนนี้เพื่อนใหม่อย่าเซรอนยังมาบอกว่าเขาคือผู้พิทักษ์อะไรนั่นอีก“แบบนี้ คำพยากรณ์จะเป็นจริงอย่างนั้นเหรอ?” เขาถาม อีกฝ่ายได้แต่ถอนหายใจตอบ“มันจะเป็นจริงก็คราวนี้แหละ”ให้ตายสิ มีชีวิตใหม่ไม่ทันข้ามวัน ก็เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้ว“แน่นอนว่าฉันไม่เข้าใจมันทั้งหมด รู้เพียงว่าคำสาบนั้นมีทางรอดอยู่ แต่มันดูจะยากเกินตัวไปมาก” เซรอนว่าราวกับหมดหนทาง เขาจึงเอ่ยถามออกไป ถ้าเป็นเขาจริง เขาพร้อมที่จะลองทำตาม มันจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าพอจะทำได้เขาจะทำ“มันคืออะไร? ทางรอดที่ว่า”“ตามหาคู่แห่งโชคชะตา” วิลเลียสฟังก็ได้แล้วก็ได้แต่มองหน้าอีกฝ่าย “คู่แห่งโชคชะตา...ที่ไม่มีจริง” หลังจากเห็นคิ้วบางที่ขมวดเป็นรอบที่ร้อย เซรอนก็หลุดขำออกมาลืมความเครียดเมื่อครู่ไปทันที“ปวดหัวไหมเนี่ย โดนฉันจับยัดข้อมูลตั้งมากมาย”
Read More
บทที่ 9 ไทม์สแคว์
บทที่ 9 ไทม์สแคว์ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงตลาดในเมืองเดลาที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากหลายรัฐ มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ในไทม์สแควร์ นอกจากพ่อค้าแม่ค้าแล้วยังคับคั่งไปด้วยผู้คนท่าทางภูมิฐานดูมีความรู้ แต่ละคนมักจะถือสมุดหรือไม่ก็หนังสือเล่มหนาในมือ ซึ่งสมกับที่เป็นเมืองแห่งการศึกษาจริง ๆ“คนที่นี่ดูมีความรู้กันทั้งนั้นเลยนะ”“ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในเมืองนี้เป็นนักศึกษาหรือไม่ก็อาจารย์ที่เข้ามาศึกษาต่อจากรัฐอื่นน่ะ”เดินมาสักพักเซรอนก็พาเลี้ยวเข้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง มือหนาผลักเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคยกุ๊งกิ๊ง~“สวัสดีครับ ขอรบกวนหน่อยนะครับ” เซรอนเอ่ยทักทายคนในร้าน“ไงเซรอนวันนี้มีแบบเสื้อผ้าอะไรมาเสนอหรือจ๊ะ” เจ้าของร้านหนุ่มหน้าสวยเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง“ลืมบอกไป ฉันออกแบบเสื้อผ้าส่งให้กับทางร้านเป็นงานอดิเรกน่ะ” คนตัวสูงหันมากระซิบ ก่อนหันไปเอ่ยปฏิเสธเจ้าของร้านอย่างสุภาพ“วันนี้ไม่งานมาเสนอหรอกครับ แต่มีเพื่อนมาด้วย อยากให้ดาด้าช่วยหาชุดเหมาะ ๆ สักสองสามชุด สะดวกไหมครับ”“แฟน?” ดาด้ามองจับผิดเซรอนที่ยกมือบอกปัด “ไม่ใช่ นี่เพื่อนครับ”“แหม ๆ ก็เห็นพาหนุ่มน้อยโอเมก้ามาคิดว่าจะเป็นแฟนเสี
Read More
บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่
บทที่ 10 เรียนรู้โลกใหม่ทางเดินคดเคี้ยวตามคำบอกของดาด้านั้นไม่เกินจริง พวกเขาเดินเบียดเสียดกับผู้คนที่แวะเวียนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ ผู้คนก็เริ่มบางตา ร้านส่วนใหญ่จะขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการศึกษา จำวพวกหนังสือและอุปกรณ์เฉพาะทางต่าง ๆ จากที่เขาสังเกตุดูเหมือนโลกนี้จะยังอยู่ในช่วงที่กับคล้ายยุคกลางของโลกเดิม ยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก เท่าที่เห็นยังคงใช้รถม้าในการเดินทาง และมีรถรางทั้งเครื่องไอน้ำและเคเบิลอยู่ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่านสินะ“รอตรงนี้นะ ฉันเข้าไปไม่นาน”เซรอนขอให้เขารออยู่นอกร้านที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรทั้งแบบสดและตากแห้งแขวนอยู่เต็มไปหมด มีพืชหลายอย่างที่ดูแปลกตา และเนื่องจากขนาดร้านที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ พืชสมุนไพรหลายชิ้นจึงถูกวางสุมเป็นกองโตวิลเลียสยืนหลบอยู่ที่มุมหน้าร้าน มีลูกค้าเดินเข้าออก บางประปราย แต่ทุกคนล้วนออกมาพร้อมถุงหรือไม่ก็กระสอบใบใหญ่เซรอนเข้าไปไม่นานอย่างที่บอก เขาเดินออกมาพร้อมห่อกระดาษขนาดย่อม วิลเลียสไม่ได้สนใจถามว่าอีกฝ่ายเข้าไปซื้ออะไรจากร้านนั้น เพราะสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาตอนนี้คือรถรางไอน้ำที่ส่งเสียงหู
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status