로그인เกวลินไม่เคยคิดเลยว่าการช่วยเหลือชายแปลกหน้าที่บาดเจ็บหน้าคอนโดจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เพราะชายผู้นั้นคือ คีรินทร์ วาเลนซิโอ มาเฟียผู้เย็นชาและอันตรายที่สุดในโลกใต้ดิน เขาหายตัวไปจากชีวิตเธอหลังจากคืนนั้น...ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก "เธอเป็นของฉันตั้งแต่วันที่ช่วยฉันไว้ จำไว้ เกวลิน…ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป” จากคนธรรมดา เธอกลายเป็นจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของราชามาเฟีย และโลกของเขา...เต็มไปด้วยอันตราย การหักหลัง และสงครามเลือด แต่เขาไม่เคยลังเลที่จะใช้ทั้งอำนาจ เงิน และชีวิต...เพื่อปกป้องเธอ แม้ว่าเธอจะพยายามวิ่งหนี เขาก็จะลากเธอกลับมา…ด้วยหัวใจที่คลั่งรักจนแทบระเบิด
더 보기"องค์หญิง กระหม่อมหิวนมพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงกระซิบทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเบา ๆ ริมใบหู ทำให้องค์หญิงรั่วเสียนที่กำลังต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นเฝยต้องหันมามองบุรุษร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางกัดปากอิ่มเบา ๆ โดยไม่รู้ว่ากิริยานั้นช่างยั่วยวนคนยิ่งนัก กระทั่งกัวเหวยต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่
เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา
"ท่านจะดื่มนมกับสุราได้อย่างไร คืนนี้ท่านเองก็ดื่มไปเยอะไม่ใช่หรือ หากดื่มร่วมกันจะทำให้ท่านปวดหัวได้"
แม่ทัพใหญ่กัวเหวยกลับขยับเข้าใกล้นางอย่างแนบเนียน ท่ามกลางเสียงจอแจของคนที่พูดคุยกันและเสียงของดนตรีประสาน พร้อมกับเสียงร้องขับขานอันแสนหวานของนางขับร้องที่ดังขึ้นเซ็งแซ่
"องค์หญิงก็รู้ว่ากระหม่อมหมายถึงสิ่งใด" พร้อมกับสายตาที่พุ่งมองต่ำลงมาแบบผ่าน ๆ ที่เห็นเนินเนื้อหน้าอกขาว ๆ อวบ ๆ ขององค์หญิงใหญ่ผู้งดงาม หลอกล่อดวงตาล้นออกมาจากอาภรณ์ที่นางสวมอยู่
เสียงของนางสั่นเล็กน้อยยามเมื่อกล่าวว่า
"พวกเราอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตต่างแคว้น ท่านจะเอาแต่ใจไม่ได้"
คนผู้นั้นกลับลอบจับมือของนางแล้วบีบเบา ๆ ยังดึงมือนางเข้าไปใกล้ตักของตนเอง เพื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตของมังกรตัวใหญ่ที่กำลังเหยียดขยายอยู่ใต้อาภรณ์และเสื้อคลุมสีแดงประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตัวยาว
"องค์หญิง ตรงนี้ของกระหม่อมแข็งจนปวดแล้ว ท่านเห็นหรือไม่ มันทั้งแข็งทั้งหนาว อยากเข้าไปพักในร่องหวาน ๆ ที่แสนอบอุ่น"
รั่วเสียนรีบดึงมือของตนเองออกอย่างลนลาน เขาทำให้นางตกใจจริง ๆ แล้ว แม้ว่าตรงนี้ที่นางนั่งร่วมโต๊ะจะมีแสงสลัว และการกระทำของเขาก็รวดเร็วจนไม่มีผู้ใดมองเห็น แต่นางก็ตื่นเต้นจนระงับสีหน้าไม่อยู่
"ท่านแม่ทัพ ได้โปรดสำรวมด้วย"
"กระหม่อมไม่อยากสำรวม กระหม่อมหิวนม อยากกินนมใจจะขาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเอาแต่ใจยิ่งนักที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน รั่วเสียนส่ายหน้าให้เขา จากนั้นจึงหันไปยิ้มให้กับหัวหน้าราชทูตที่เอาแต่จ้องมองนางไม่วางตาด้วยสายตาหวานเชื่อมในคืนนี้
"ท่านเอาแต่ใจยิ่งกว่าพี่ชายท่านจริง ๆ รอจบงานเลี้ยงก่อนได้หรือไม่"
"กระหม่อมมิใช่บัณฑิตหน้าอ่อนเหมือนกัวกง องค์หญิงไม่ทรงเห็นใจกระหม่อมหรือ กระหม่อมหากหิวมากจนจะอดใจไม่ไหวแล้ว"
ใช่ กัวเหวยรู้สึกร่างกายร้อนเหลือเกินแล้ว ยิ่งเห็นสายตาของบุรุษหลายคนที่มององค์หญิงใหญ่รั่วเสียนของเขาด้วยสายตาร้อนแรงเช่นนั้น ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาจึงคึกคักขึ้นมาจนทนไม่ไหวเช่นนี้
รั่วเสียนถอนหายใจยาว พยายามไม่ทำท่าทางเผยพิรุธอันใด นางเอ่ยคำตำหนิเขาเสียงหวานที่ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อยด้วยหัวใจสั่นระรัว ใบหน้าแดงซ่าน
"ท่านอย่าล้อเล่น! หากเห็นว่าข้าคือองค์หญิงของท่านอยู่ก็เชื่อฟังหน่อยได้หรือไม่!"
"มิได้ล้อเล่น หากว่าทรงไม่ป้อนนมกระหม่อม คนในงานวันนี้ก็คงรู้ว่าแท้จริงแล้วกระหม่อมคือผู้ใด กระหม่อมคือ..."
รั่วเสียนรีบเอ่ยขัดขึ้นทันใดเมื่อเสียงของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้กำลังดังขึ้นว่าแท้จริงแล้วเขาคือสามีลับ ๆ ของตนเอง
"ท่านแม่ทัพ ท่านจะทำให้ข้าขายหน้าให้ได้ใช่หรือไม่"
น้ำเสียงของรั่วเสียนเต็มไปด้วยอาการอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อรั้นจะกินของเขา นางมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าบัดนี้ยังมีคนที่กำลังมองมาทางนางหลายคน นางจึงส่งยิ้มให้ด้วยท่าทางเป็นปกติที่สุด
เพราะนางคือแม่งานในครานี้ อีกทั้งคนที่อยู่ในงานเลี้ยงล้วนเป็นคนสำคัญ นางจะปลีกตัวไปได้อย่างไรกัน คนผู้นี้ช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก
ทว่าสายตาที่แม่ทัพใหญ่กัวเหวยมองนางนั้นยังทำให้นางรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ หากว่าเขาเอาจริงขึ้นมาเช่นนี้นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นคำครหาและเสียงนินทาว่าร้ายที่ตัวนางทำให้เกียรติของราชวงศ์ต้องเสื่อมเสีย
กัวเหวยขยับมุมปากเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นขยับจอกสุราดื่มจนหมด แล้วมองไปที่ซู่กงกง ขันทีสนองพระโอษฐ์ของฮ่องเต้น้อยที่อยู่ร่วมงานเลี้ยง
ซู่กงกงได้รับสัญญาณก็รู้ความยิ่ง เขากระแอมสองสามครั้งแล้วให้คนส่งสัญญาณจากระฆังหลวง ซึ่งสัญญาณนี้จะตีขึ้นสามครั้งเมื่อเกิดเรื่องสำคัญเร่งด่วนขึ้น
รั่วเสียนหันไปมองซู่กงกงด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะที่ซู่กงกงมีสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการว่า
"ฝ่าบาทมีรับสั่งให้องค์หญิงใหญ่เข้าเฝ้าด่วน เนื่องจากว่าพระองค์ทรงบรรทมฝันร้ายไม่อาจนอนหลับได้ ขอทุกท่านเชิญสำราญในงานเลี้ยงต่อไป"
เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ข้างกายนางด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นประสานมือดั่งขุนนางผู้อื่น
"น้อมส่งองค์หญิง เพื่อความปลอดภัยกระหม่อมจะอารักขาองค์หญิงไปที่ตำหนักเฉียนชิงของฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ"
รั่วเสียนจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนรับการคารวะจากคนในงานเลี้ยงทั้งหมด กล่าวติดขัดเล็กน้อยว่า
"ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ ทั้งยังติดพี่หญิงคนนี้มาก ต้องขอโทษทุกท่านแล้ว นับจากนี้มอบหมายให้ท่านเสนาบดีกิจการวังหลวงดูแลทุกท่านแทนข้าด้วย เชิญตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี"
แน่นอนว่าด้วยอายุเพียงห้าขวบของฝ่าบาทน้อยนั้น ย่อมทำให้เหล่าราชทูตเข้าใจได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดตำหนิองค์หญิง นอกจากสายตาที่มองมาคล้ายจะเสียดายที่องค์หญิงผู้เลอโฉมผู้นี้จะไม่นั่งอยู่ในงานเลี้ยงแห่งนี้แล้ว
การถูกคุกคามอย่างโจ่งแจ้งและภาพวิดีโอของ เกวลิน เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ คีรินทร์ เปลี่ยนกลยุทธ์จากตั้งรับเป็นเปิดเกมรุกทันที เขาไม่ต้องการให้ 'แก๊งเงาอสรพิษ' มีโอกาสเข้าใกล้ครอบครัวของเขาอีกแม้แต่นิดเดียวในห้องควบคุมหลัก คีรินทร์ยืนอยู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่แสดงแผนที่และข้อมูลที่ได้รับมา"ริคาร์โด้ ตามรอยสัญญาณของแท็บเล็ตนั้นได้ไหม?" คีรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาริคาร์โด้ พิมพ์คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด "กำลังพยายามครับหัวหน้า สัญญาณถูกเข้ารหัสอย่างดี...แต่ผมเจอร่องรอยการส่งข้อมูลครั้งสุดท้าย มันมาจากท่าเรือร้างในเมืองเวโรนาครับ!""เวโรนา..." คีรินทร์พึมพำ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางเก่าแก่ของแก๊งวาเลนซิโอ และเป็นที่ที่พวกเขาเชื่อว่าปลอดภัยที่สุด "พวกเขาจงใจส่งข้อความมาท้าทายเราถึงที่"ก่อนออกเดินทาง คีรินทร์ใช้การสื่อสารลับขั้นสูงสุดติดต่อกับ อาซิม ซึ่งตอนนี้กลายเป็น 'งูพิษ' ที่แทรกซึมอยู่ในโครงสร้างของแก๊งเงาอสรพิษอย่างลับๆ"อาซิม ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้นำของแก๊งเงาอสรพิษ และโครงสร้างการบัญชาการของพวกเขา" คีรินทร์สั่งเสียงของอาซิมตอบกลับมาอย่างชัดเจน "หัวหน
ความสงบสุขชั่วคราวที่บ้านริมทะเลถูกทำลายลงในเช้าวันหนึ่ง เมื่อสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับสูงสุดของคฤหาสน์ดังขึ้น คีรินทร์ ซึ่งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา รีบพุ่งตัวออกจากเตียงทันที เกวลิน ที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ"คีร์! เกิดอะไรขึ้นคะ!?" เกวลินถามด้วยเสียงสั่นเครือ เธอลูบท้องของตัวเองเบาๆ"ไม่เป็นไรเกวลิน" คีรินทร์พูดอย่างรวดเร็วขณะสวมเสื้อผ้า "อยู่ข้างในนี้ อย่าออกไปไหน ฉันจะไปดูเอง"คีรินทร์คว้าปืนพกประจำกายและรีบวิ่งออกจากห้อง เขาเห็น ริคาร์โด้ วิ่งสวนทางมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"หัวหน้า! พวกมันมาแล้วครับ!" ริคาร์โด้รายงานทันที "ระบบเตือนภัยจับสัญญาณการแทรกซึมจากด้านตะวันออกเฉียงเหนือของรั้ว!""แก๊งเงาอสรพิษ?" คีรินทร์ถาม"น่าจะใช่ครับ! พวกมันเคลื่อนไหวเร็วและเป็นมืออาชีพมาก! และผมรับรองว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนที่เป็นมิตรแน่!"คีรินทร์ไม่รอช้า เขาและริคาร์โด้รีบไปยังห้องควบคุมหลักของคฤหาสน์ พวกเขาเห็นภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์แสดงให้เห็นเงาที่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวในความมืด พวกเขาแต่งกายในชุดสีดำสนิทและมีรอยสักรูปอสรพิษที่แขน"ล็อกทุกประตู เปิดใช้งานระบบป้องกันไฟฟ้า และส่งสัญญาณเตือ
เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ คีรินทร์ ลงจอดอย่างนุ่มนวลที่สนามบินลับใกล้บ้านริมทะเล ห้าวันของการต่อสู้ในทะเลทรายอันร้อนระอุและความตึงเครียดของการเปิดโปง อาซิม สิ้นสุดลงแล้ว สิ่งเดียวที่คีรินทร์ต้องการคืออ้อมกอดของ เกวลินเขาไม่ได้บอกเกวลินว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ เขาต้องการเซอร์ไพรส์เธอ ริคาร์โด้ เข้ามาตบไหล่เพื่อนรักอย่างเข้าใจ"ดีใจที่เห็นนายปลอดภัย หัวหน้า" ริคาร์โด้กล่าว "ไปเถอะ ฉันจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง"คีรินทร์พยักหน้า เขารู้สึกขอบคุณในความภักดีของริคาร์โด้เสมอ คีรินทร์ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้าน เขาแทบจะกระโดดลงจากรถด้วยความรีบร้อนเมื่อคีรินทร์เปิดประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่น ภาพแรกที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นจนแทบหลอมละลาย เกวลิน กำลังนั่งอยู่บนโซฟา โดยมี อลิซาเบธ นั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ข้างๆ ทั้งสองกำลังหัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและความสงบเกวลินเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตู เธอมองเห็นคีรินทร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชุดทหารของเขายังคงเปื้อนฝุ่นทราย แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง"คีร์!" เกวลินร้
การต่อสู้ในห้องบัญชาการใต้ทะเลทรายเป็นไปอย่างดุเดือด คีรินทร์ และ อาซิม ปะทะกันด้วยทักษะและพละกำลังที่เหนือมนุษย์ คีรินทร์ต้องอาศัยความว่องไวและประสบการณ์ในโลกใต้ดิน ในขณะที่อาซิมใช้ความแม่นยำและกลยุทธ์ทางทหารเข้าบดขยี้ คีรินทร์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถยื้อเวลาได้นาน"แกจะสู้ไปทำไม คีรินทร์!?" อาซิมตะโกน ขณะที่เขาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่คีรินทร์อย่างรุนแรง "แกควรจะอยู่บ้านกับเมียที่ท้องแก่ของแก! ไม่ใช่มาตายที่นี่!"คำพูดของอาซิมกระตุ้นความโกรธของคีรินทร์ให้ปะทุขึ้น เขาหลบการโจมตีอย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้จังหวะสวนกลับอย่างหนักหน่วงด้วยการเตะเข้าที่สีข้างของอาซิมเต็มแรง ทำให้อาซิมเซถอยไปชนกับโต๊ะบัญชาการ"อย่าแตะต้องครอบครัวของฉัน!" คีรินทร์คำราม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดขณะที่ ริคาร์โด้ และลูกน้องจัดการกับกองกำลังคุ้มกันที่เหลือของอาซิม คีรินทร์ก็พุ่งเข้าใส่คอมพิวเตอร์หลักของฐานที่เปิดอยู่ เขาต้องหาความจริงเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง 'สมาพันธ์ทมิฬ' ให้ได้คีรินทร์ใช้ทักษะการแฮ็กข้อมูลที่เรียนรู้มาอย่างรวดเร็ว เขาทะลวงผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนของฐานบัญชาการ อาซิมที่ฟื้นตัวจากการถู
ชีวิตใหม่ริมทะเลเริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับคีรินทร์และเกวลิน บ้านหลังเล็กสีขาวริมชายหาดคือสวรรค์ส่วนตัวที่พวกเขาเลือกใช้เยียวยาบาดแผลจากพายุร้ายที่เพิ่งพัดผ่านไป เสียงคลื่นซัดหาดทรายยามค่ำคืนกลายเป็นเพลงกล่อมที่สงบกว่าเสียงปืนและเสียงกรีดร้องที่เคยติดตรึงในโสตประสาทของพวกเขา คีรินทร์ทุ่มเทเวลาให้กับการฟ
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถงประมูลที่เคยหรูหรา บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิเลือดแห่งการต่อสู้เพื่ออำนาจและความแค้น คีรินทร์พุ่งเข้าใส่ดานิเอล เอ็นโซ ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ดาบสั้นในมือส่องประกายวาววับรับแสงไฟ เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงเพื่อปกป้องตัวเองและแก๊ง แต่เพื่อล้างแค้นให้กับทุกสิ่งที่ 'เงา' ได้
ข่าวการเปิดเผยตัวตนของ ดานิเอล เอ็นโซ หรือ 'เงา' ทำให้โลกใต้ดินสั่นสะเทือน ไม่มีใครคาดคิดว่าตำนานที่หายสาบสูญไปเมื่อ 20 ปีก่อน จะกลับมาพร้อมแผนการอันซับซ้อนที่วางหมากมาอย่างยาวนาน คีรินทร์และเกวลินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่เป็นการปะทะกันของความแค้นจากอดีตที่จะตัดสินทุกสิ่งทุกอย่าง
ข่าวการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ของคีรินทร์ วาเลนซิโอ แพร่สะพัดไปทั่วโลกใต้ดินอย่างรวดเร็ว สร้างทั้งความโล่งใจให้กับพรรคพวก และความหวาดหวั่นให้กับศัตรู แต่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการฟื้นตัว ปมปริศนาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าก็เริ่มคลี่คลายออกมาทีละน้อยเกวลินเฝ้าดูแลคีรินทร์อย่างไม่ห่างกาย เธอไม่ยอมให้ใครเข้าใกล