สัญญาณที่ชวนดีใจคือการมีรายการขึ้นระบบ ISBN หรือหน้าพรีออเดอร์ในร้านหนังสือต่างประเทศ เพราะนั่นมักบอกว่ากำหนดวันวางจำหน่ายใกล้เข้ามา ตัวอย่างเช่นเมื่อ 'My Next Life as a Villainess' ประกาศลิขสิทธิ์ใหม่ๆ ก็มีการทยอยปล่อยข้อมูลพรีออเดอร์ตามมา ทำให้แฟนๆ รู้ช่วงเวลาคร่าวๆ ได้ ฉะนั้นถ้ายังไม่มีข่าวคราว แปลว่าอาจอยู่ในขั้นตอนเจรจาหรือการแปล ซึ่งต้องอดใจรออีกหน่อย แต่การได้เห็นหน้าพรีออเดอร์เมื่อไหร่ จะรู้สึกโล่งใจและตื่นเต้นทันที
มุมที่ฉันชอบเป็นพิเศษคือการออกแบบจังหวะของการเปิดเผย: ไม่เร็วจนหมดความตึงเครียด แต่ก็ไม่ช้าเกินจนผู้ชมเบื่อ มันให้ความรู้สึกคล้ายกับการอ่าน 'The Count of Monte Cristo' เวอร์ชันหญิงร่วมสมัย ที่การแก้แค้นกลายเป็นการแก้แค้นแบบมีชั้นเชิงและมีบทเรียนชีวิตอยู่ในนั้น สรุปคือเสน่ห์ของเรื่องอยู่ตรงความละเอียดในการวางแผนและการคืนสถานะตัวละครซึ่งทำให้เรื่องนี้ประทับใจจนอยากเก็บรายละเอียดไว้ในหัวอีกนาน
ฉันเองติดตามงานแนวนี้มานานพอที่จะรู้ว่าบางเรื่องเดินทางจากต้นฉบับสู่ฉบับพิมพ์ไทยได้ช้า บ่อยครั้งที่เจอฉบับแปลภาษาอังกฤษหรือจีนก่อน แล้วค่อยมีสำนักพิมพ์ไทยหยิบไปลิขสิทธิ์ภายหลัง ถ้าพูดถึงกรณีแบบเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นกับ 'Who Made Me a Princess' ก็จะเห็นว่าความนิยมจากแฟนๆ ช่วยกระตุ้นให้สำนักพิมพ์สนใจลงทุนพิมพ์ไทย