Masukรักเขาแทบตาย รักจนถวายหัว แต่เขากลับทรยศหักหลังเธออย่างเลือดเย็นโดยการมั่วกับคนรักเก่า ในเมื่อสามีเฮงซวยมันทรยศเธอก็จะทำให้เขาได้ลิ้มรสชีวิตที่ไร้ซึ่งความสุขนับจากนี้
Lihat lebih banyakบทนำ
00
‘เธอจะมาโวยวายเรียกร้องอะไรในเมื่อเฮียเคยบอกเธอไปแล้วว่าเธอจะไม่ได้รับความรักจากสามีอย่างเฮีย’
‘เพราะหัวใจของเฮียไม่ได้มีเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว’
“ฮึกฮืออ~ ทำไมเฮียทำกับเชอแบบนี้ ทำไม!” ‘เชอรีล’ ร้องไห้น้ำตานองหน้าจนสายตาพร่ามัวเมื่อนึกถึงประโยคคำพูดที่กรีดลึกลงกลางใจจากคนที่เธอทั้งรักและเทิดทูน
แต่ก่อนเขาเคยพูดว่าถึงแต่งงานกันไปก็จะไม่ได้รับความรักจากสามีอย่างเขาแต่พอเธอจะปฏิเสธความต้องการของผู้ใหญ่เขากลับคัดค้านแล้วให้ความหวังเธอ
รถคันหรูแล่นอยู่บนถนนเส้นใหญ่กลางเมืองหลวงท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมายามค่ำคืนทำให้ถนนในยามนี้ค่อนข้างที่จะโล่ง
“ฮึกก…คนใจร้าย เกลียด! เกลียดที่สุด!”
“กรี๊ดดดด!!”
ตุบ! ตุบ!
เสียงกรีดร้องและมือเรียวที่ระดมทุบเข้าที่พวงมาลัยรถเพื่อระบายความเจ็บปวดที่สุมอยู่ในอก มันทรมานจนเหมือนจะตายเสียให้ได้
เธอเชื่อมั่นมาตลอดว่าการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สำหรับคู่ของเธอ
ครืด~ ครืด~
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวให้ความสนใจ มือเรียวยังทำหน้าที่จับพวงมาลัยในขณะที่น้ำตาร่วงหล่นอาบพวงแก้มจนนัยน์ตาพร่าเบลอแทบจะมองไม่เห็นเส้นทางอยู่รอมร่อ
ปี๊ดดด! ปี๊ดดด!
“กรี๊ดดดดด!!!”
โครมมม!!!
เสียงหวีดร้องดังลั่นรถด้วยความตกใจเมื่อหันมองไฟหน้ารถทางด้านซ้ายที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงแตรรถที่ดังสนั่น รถคันหรูที่พุ่งฝ่าไฟแดงถูกรถที่แล่นมาจากอีกฟากของถนนชนเข้าอย่างจังทำให้รถเสียหลักชนเข้ากับแบริเออร์ข้างถนนจนเกินควันลุกโชน
“อึก! ชะ…เชอเกลียดเฮีย” เสียงหอบหายใจในห้วงสุดท้ายพร้อมกับเสียงแผ่วเบาดังขึ้นในยามที่เลือดสีแดงซ่านไหลย้อยออกมาจากศีรษะเหตุมาจากแรงกระแทกก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะหมดลงในที่สุด
สามวันต่อมา
@โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
‘ลืมตาขึ้นนะคนดี กลับไปใช้ชีวิตอยู่เพื่อแม่นะลูก ลืมตาขึ้น’
‘อย่ามัวแต่หลับใหล ลืมตาขึ้นเถอะลูกรัก’
“แม่~” น้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่เปลือกตายังปิดสนิทนอนนิ่งอยู่บนเตียงโดยมีสายน้ำเกลือและอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ห้อยระโยงระยางอยู่
“เชอลูก ได้ยินย่าไหม?”
“หนูเชอ” คุณหญิงนุชนาถ และ ท่านหญิงอัปสร ที่นั่งอยู่บนโซฟาลุกขึ้นรีบสาวเท้าเข้ามาหาร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาออกมาจากปากของเด็กสาว
“คะ…คุณย่า ท่านย่า” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาเมื่อสิ่งแรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นคือใบหน้าของผู้เป็นย่ากับย่าของสามี
“ดื่มน้ำก่อนนะลูก” คุณหญิงนุชนาถหยิบแก้วน้ำพร้อมจับหลอดจ่อเข้าที่ริมฝีปากซีดเซียวของหลานสาวในขณะที่เชอรีลดูดรับลงคอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะวางศีรษะลงบนหมอนใบใหญ่ดังเดิมในขณะที่สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้องจนกระทั่งท่านหญิงอัปสรเอ่ยขึ้น
“มองหาเฮียเหนือเหรอลูก เดี๋ยวเฮียเขามา…”
แกร็ก~
“ตาเหนือมาพอดี หนูเชอฟื้นแล้วมาหาน้องสิ” เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงในชุดสูทสีดำเรียบหรูที่เดินเข้ามาก่อนที่ท่านหญิงอัปสรจะหันไปเรียกหลานชายด้วยความดีใจ
“เป็นยังไงบ้าง? ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า?” ‘เหนือเกล้า’ เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยอีกฝั่งพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่คล้ายว่าเป็นห่วงเป็นใย หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้นลงจากเตียงไปแล้ว
“มาด้วยเหรอคะ? มาดูเพราะเป็นห่วงหรือมารอดูว่าเมียที่ไม่ได้รักคนนี้ตายแล้วหรือยัง”
“พูดอะไร” คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อได้ยินประโยคประชดประชันออกจากปากคนเป็นภรรยาในขณะที่หญิงสูงวัยสองคนได้แต่หันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
“เหอะ!” ในขณะที่เชอรีลแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แสดงบทบาทสามีแสนดีต่อหน้าแต่หลับหลังกลับทรยศหักหลังความรักของเธอจนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
เธอไม่ซาบซึ้งเลยสักนิด!
“หนูเชอเป็นอะไรไปลูก หรือว่ายังปวดหัวอยู่เดี๋ยวย่าให้คนไปเรียกหมอให้ก่อนไหม” ท่านหญิงอัปสรที่เห็นแบบนั้นก็รีบเอ่ยถามหลานสะใภ้ด้วยความเป็นห่วงแฝงไปด้วยความกังวล
“ตอนเกิดอุบัติเหตุได้รับความกระทบกระเทือนรึเปล่าคะคุณพี่หลานสาวของน้องเลยเป็นแบบนี้” คุณหญิงนุชนาถเอ่ยถามกับหญิงสูงวัยที่อายุมากกว่าด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของหลานสาวสุดที่รัก
“เชอปกติดีค่ะ”
“ถะ…ถ้างั้นหนูจำพวกเราได้ไหมลูก?” แม้เจ้าตัวจะตอบว่าตัวเองปกติแต่ทว่าท่าทางการกระทำที่แสดงออกนั้นชัดเจนว่าไม่ใช่
“ค่ะ”
“แล้วเฮียเหนือล่ะ ทำไมพูดกับเฮียเขาแบบนั้นล่ะหือ?” ตั้งแต่เด็กจนโตเชอรีลไม่เคยพูดจากับเหนือภพด้วยท่าทางและน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน ซึ่งนั่นทำให้หญิงสูงวัยทั้งสองต่างพากันแปลกใจและเป็นกังวลไม่น้อย
“ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจำเขาหรอกค่ะ ถ้าลบจากความทรงจำไปได้ก็คงดี” เชอรีลตอบเสียงเรียบเต็มไปด้วยความเย็นชาสร้างความสงสัยให้แก่หญิงสูงวัยทั้งสองคนที่มองหน้ากันนิ่งและยังคงไม่เชื่อสนิทใจว่าเชอรีลนั้นไม่เป็นอะไรจริง ๆ
“ย่าว่าหนูอาจจะเพิ่งฟื้นเลยทำให้ยังเบลอ ๆ อยู่บ้าง งั้นหนูนอนพักอีกสักหน่อยไหม” คุณหญิงนุชนาถไม่อยากเซ้าซี้เพราะคิดว่าคงเป็นอาการข้างเคียงของหลานสาวที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อสามวันที่ผ่านมา
“คุณย่ากับท่านย่าไม่ถามเหรอคะว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวเอ่ยถามก่อนจะเหลือบตามองใบหน้าคมคายของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่ยืนอยู่ในขณะที่เขาเองก็มองมาที่เธอด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ออกเช่นเดียวกัน
“ย่ากลัวหนูยังไม่พร้อม…” เชอรีลหมดสติไปสามวันสามคืนจนตอนนี้บาดแผลที่หัวแตกเริ่มแห้งแต่ยังเหลือรอยฟกช้ำตามแขนขาที่เกิดจากแรงกระแทกอยู่
“แต่เชออยากเล่าค่ะ ไม่ได้บอกผู้ใหญ่เหรอคะว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น สาเหตุมาจากอะไรที่ทำให้เชอต้องขับรถฝ่าสายฝนออกไปดึก ๆ ดื่น ๆ” เธอตอบกลับผู้เป็นย่าก่อนจะหันมองหน้าสามีอีกครั้งเป็นเชิงถามในขณะที่ร่างสูงยังคงยืนนิ่งไม่ปริปากพูดอะไรเช่นเดิม
“งั้นก็ได้ค่ะ ถ้าไม่เล่างั้นขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน”
“เชอต้องการหย่ากับเฮียเหนือค่ะ”
“อะไรนะลูก? / หนูพูดอะไรลูก?” คุณหญิงนุชนาถกับท่านหญิงอัปสรเอ่ยออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจกับสิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กสาว
“น้องเพิ่งฟื้นคงยังสติไม่คงที่ ท่านย่ากับคุณย่ากลับไปพักก่อนดีกว่าครับเดี๋ยวผมดูแลน้องต่อเอง” เหนือเกล้าเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้สนใจสายตาเอาเรื่องของภรรยาสาวที่ตวัดมองมา เขาไม่อยากให้หญิงสูงวัยทั้งสองคนไม่สบายใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้
“เชอสติดีทุกอย่างแล้วเชอก็ต้องการหย่า!”
“เชอไม่อยากใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายเฮงซวยคนนี้แล้วค่ะ” เชอรีลยืนกรานเสียงแข็ง เรื่องราวที่เธอรับรู้และเจอมาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ครั้งนี้เธอจำมันได้ขึ้นใจ
…และแน่นอนว่าเธอจะไม่ทน
“เชอรีญาจะพูดอะไรก็คิดให้ดี ไม่ใช่จะเอานิสัยเด็ก ๆ มาพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้” ร่างสูงเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม นัยน์ตาคมกริบจ้องใบหน้านวลของภรรยานิ่ง บ่งบอกว่าให้เธอสงบปากสงบคำลงก่อนที่เรื่องราวจะไปกันใหญ่
“ใช่ค่ะ เชอมันเด็ก ฉะนั้นคนแก่เฮงซวยอย่างเฮียจึงไม่เหมาะสมคู่ควรกับความรักของเชออีกต่อไป”
“เชอต้องการหย่า!”
“ครับ” แก้วขวัญลุกยืนขึ้นหลังจากที่เด็กน้อยวิ่งไกลออกไปทว่าในจังหวะนั้นก็รู้สึกหน้ามืดจนเผลอชนเจ้ากับใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพอดีพาลทำให้สมุดฝากครรภ์ในมือหล่นลงพื้นปึก!“ขะ…ขอโทษนะคะ”“ขวัญ…” ฟางชุนชะงัก ใบหน้าอ่อนล้ายิ้มบาง ๆ ออกมาเมื่อได้เห็นเธออีกครั้งในรอบหลายเดือน แก้วขวัญชะงักนิ่งไปเมื่อคนตรงหน้าคืออดีตสามีที่จบกันไม่สวยนัก แต่ทุกอย่างมันเป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำเธอจึงเลือกที่จะไม่โกรธแค้นใครเธอมองใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาดูดีแต่บัดนี้ดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด“ขวัญ…ท้องแล้วเหรอ?” เสียงสั่นไหวเอ่ยออกมาเมื่อก้มลงเก็บสมุดของเธอที่ร่วงหล่นลงพื้นขึ้นมา นัยน์ตาคมสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดอยู่ภายในแต่ก็พยายามส่งยิ้มให้กับเธออย่างยินดี“ค่ะ”“พี่ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วยจริง ๆ กับชีวิตใหม่ของขวัญ” แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจกลับเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ที่ผ่านมาเขาพยายามมีลูกกับเธอมาโดยตลอดแต่ก็ไม่มีจนกระทั่งตอนนี้ที่เธอมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าอยู่กับเขาแล้ว“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” แก้วขวัญเอ่ยแค่นั้นก่อนจะรับสมุดตรงหน้ามาแล้วเดินออกไปเมื่อเห็นใต้ภพกำลังเดินกลับมา“อึก!” หยาดน้ำตาลูกผู้
“อาการเบื้องต้นบ่งชี้ชัดมาที่อาการนี้มากที่สุด หากจะให้ชัวร์รบกวนคุณผู้หญิงตรวจดูก่อนไหมครับ?” แก้วขวัญนิ่งไป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวหลากหลายความรู้สึก ยอมรับว่าไม่ทันตั้งรับแม้ผลจะยังไม่ชัวร์แน่ชัดเพราะเธอมีภาวะท้องยากทำให้คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา“กลัวเหรอ?” มือหนาเลื่อนมากุมมือเธอเอาไว้พร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำให้เธอส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นคำตอบ“ขวัญแค่กลัวผิดหวังค่ะ ถ้าผลออกมาว่าขวัญไม่ท้อง…”“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกมาก ตรวจดูก็ไม่เสียหาย” เธอหันมองใบหน้าคมคายที่แสดงออกถึงความห่วงใยมาให้ก่อนจะพยักหน้า“ค่ะ ฉันยินดีตรวจ” หลังจากนั้นแก้วขวัญก็ถูกส่งต่อมายังแผนกสูตินรีเวช เธอทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะนั่งรอหมอเรียกอย่างจดจ่อโดยมีใต้ภพนั่งกุมมืออยู่ไม่ห่างด้วยความตื่นเต้น“คุณแก้วขวัญคุณหมอเรียกพบค่ะ” เสียงพยาบาลผู้ช่วยเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา“ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม” ร่างสูงจูงมือเธอเข้าไปในห้องเพื่อฟังผลตรวจด้วยความตื่นเต้น“ยินดีกับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ”“อะ…อะไรนะคะ?” แก้วขวัญเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสิ่ง
ตอนพิเศษ 10การรอคอยที่คุ้มค่าหลายเดือนต่อมา@คอนโดมิเนียมของใต้ภพ“โอ้ก! อ้วก!”“อื้ออ~” เสียงโอ้กอ้ากที่ดังออกมาจากห้องน้ำปลุกให้แก้วขวัญที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มค่อย ๆ เปิดเปลือกตาออกมา สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นเตียงข้าง ๆ ที่ควรจะมีใครอีกคนนอนอยู่กลับว่างเปล่า“อ้วก!” ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันไปทางต้นเสียงก่อนจะรีบเหวี่ยงขาลงจากเตียงดึงเสื้อคลุมแขนยาวที่ถอดวางไว้บนโซฟาปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ“เฮียไม่สบายเหรอคะ? ไปหาหมอนะเฮียเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว” เมื่อเห็นร่างสูงโก่งคออาเจียนใส่ชักโครกก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะหลายวันมานี้ใต้ภพมีอาการแบบนี้เกือบทุกเช้า เธอบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมแต่ครั้งนี้เธอก็จะไม่ยอมเช่นเดียวกัน“เฮียบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร สงสัยจะโหมงานหนักมากเกินไป”“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะหน้าซีดขนาดนี้ ไปหาหมอเถอะนะคะถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบรักษา ถ้าเฮียเป็นอะไรไปขวัญจะอยู่ได้ยังไงคะ” ใบหน้าซีดเซียวปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น เท้าหนาเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลังจากล้างปากเสร็จ“โอเคเฮียจะไปหาหมอ” เขารับปากออกไปทั้ง ๆ ที่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอะไ
“คะ?” แก้วขวัญขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ปกติกีรณาไม่ใช่คนนอนตื่นสายอีกทั้งวันนี้ไม่ใช่วันหยุดด้วย ที่สำคัญคือใต้ภพรู้ได้ยังไงทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่รู้เลย หรือนทีจะบอก?“ไหนมาให้เฮียลองชิมหน่อย” ยิ่งอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพูดเธอก็ยังรู้สึกว่ามีพิรุธแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเซ้าซี้“เพิ่งกินข้าวอิ่มไปเองนะคะเดี๋ยวก็อ้วนลงพุงหรอก” ความจริงคือร่างกายของเขาห่างไกลจากคำว่าอ้วนมากโข“จะอ้วนได้ยังไงในเมื่อเฮียออกกำลังกายก่อนนอนทุกคืน”“โดยการปล่อยน้ำใส่รู้เล็ก ๆ ของเธอไง”“เฮีย! เมื่อไหร่จะเลิกหื่นสักทีคะเดี๋ยวก็มีคนมาได้ยินหรอก” แก้วขวัญแหวใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายแม้จะปิดไม่มิดก็ตามเพราะใบหน้าของเธอแดงเรื่ออย่างชัดเจน“หึหึ” มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างพอใจก่อนจะกอดคลอเคลียเธออยู่อย่างนั้นจนกระทั่งแก้วขวัญจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จก็ต้องตีมือปลาหมึกของคนที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังไปหลายทีเพราะเขาทั้งบีบทั้งลูบตามร่างกายเธอไม่หยุดใจคอจะไม่ให้เธอพักเลยหรือไงกันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเกือบห้าโมงเย็นที่ใต้ภพพาเธอมาถึงยังสถานที่ดูพระอาทิตย์ตก รถกระบะยกสูงจอดไว้ด้านล่างเพราะไม่สามารถขับขึ้นมาด้านบนไ
ตอนพิเศษ 09เวลาแห่งความสุขวันต่อมา…“อื้ออ~” แก้วขวัญร้องอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกรบกวนการนอนในขณะที่ใต้ภพลูบพวงแก้มเธอเบา ๆ พร้อมพินิจมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาอย่างเอ็นดูในยามที่เธอหลับเขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจเขามานานหลายปี“เฮียตื่นนานแล้วเหรอคะ~” หญิงสา
02เธอไม่คู่ควรเลยสักนิด“อย่ามาทำตัวไร้มารยาทนะเชอรีล ถ้าจะทำตัวก้าวร้าวเอาแต่ใจก็กลับไปซะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงเข้มอย่างเย็นชาเพราะหมดความอดทนทำให้เชอรีลตาแดงก่ำเมื่อถูกตำหนิต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น เขาไม่แคร์เธอเลย“อึก! แล้วทีเฮียล่ะ เฮียเอาแต่ปฏิเสธสถานะกับเชอ ขนาดต่อหน้าผู้หญิ
01ว่าที่คู่หมั้นไร้สถานะ@บริษัท Aceบนตึกสูงกลางเมืองหลวงของประเทศที่รายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นแสงสี ร่างสูงของประธานหนุ่มไฟแรงที่สามารถนำพาบริษัทเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดยืนทอดสายตามองทิวทัศน์ในเมืองหลวงบนชั้นสูงสุดของตึกผ่านผนังกระจกสีใสในห้องประจำตำแหน่ง ในขณะที่นิ้วเรียวคีบมวนบุหรี่ที่สูบ
บทนำ00‘เธอจะมาโวยวายเรียกร้องอะไรในเมื่อเฮียเคยบอกเธอไปแล้วว่าเธอจะไม่ได้รับความรักจากสามีอย่างเฮีย’‘เพราะหัวใจของเฮียไม่ได้มีเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว’“ฮึกฮืออ~ ทำไมเฮียทำกับเชอแบบนี้ ทำไม!” ‘เชอรีล’ ร้องไห้น้ำตานองหน้าจนสายตาพร่ามัวเมื่อนึกถึงประโยคคำพูดที่กรีดลึกลงกลางใจจากคนที่เธอทั้งรักและเทิด