LOGINหย่ารักคุณสามีใจร้ายเขาเคยคิดว่าเธอจะไม่มีวันไปไหนเพราะเธอเคยพูดกับเขาด้วยแววตาแน่วแน่ ว่า “ต่อให้คุณไม่รัก ฉันก็จะอยู่ตรงนี้”แต่สุดท้ายเธอก็จากไป พร้อมน้ำตาเงียบๆ และกระเป๋าเพียงหนึ่งใบในวันที่เสียงประตูปิดลง คามินเพิ่งได้รู้ว่า ความเงียบมันเสียงดังแค่ไหน ดังพอจะกลบทุกเสียงในหัวใจ ดังพอจะทิ่มแทงให้รู้ว่า เขาเพิ่งสูญเสียผู้หญิงที่รักเขาที่สุดในชีวิตไปด้วยน้ำมือของตัวเองเขาเคยหลงคิดว่าเธอจะทนได้ เคยมั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำร้ายเธอ แต่พอมองย้อนกลับไป ความเมินเฉยของเขา คำพูดที่ไม่เคยอ่อนโยน และกำแพงที่เขาสร้างขึ้นทุกวัน ล้วนเป็นมีดเล่มเล็กๆ ที่คอยบั่นทอนหัวใจของเธอ จนไม่เหลืออะไรให้เก็บไว้รักอีกต่อไปแต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้า ในวันที่เขาเปลี่ยนไป ในวันที่เขากล้าที่จะบอกรักแม้เธอจะลังเล แม้เธอจะยังเจ็บ แต่เขาก็สัญญาไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ไม่ว่าเธอจะยอมให้อภัยเขาหรือไม่ แต่เขาจะยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อรักเธอใหม่ให้ดีกว่าที่เคย
View Moreเช้าวันใหม่ในบริษัท "ธันยากร อินเตอร์เนชั่นแนล" เป็นเช้าที่เหมือนทุกวัน ไม่มีอะไรพิเศษหรือแตกต่างไปจากเดิม
สิ่งที่ยังคงเป็นเหมือนกันก็คือความเงียบสงบของออฟฟิศ
บรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและเสียงโทรศัพท์ที่ดังสลับกันไปในห้องทำงานแยกย่อย
อริสราเดินเข้ามาในออฟฟิศตามปกติ เธอใส่แหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายเสมอ
อย่างที่ไม่เคยมีใครสงสัยและไม่เคยมีใครถามถึง
หญิงสาวรู้ดีว่าแหวนวงนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับใครหลายคน นอกจากตัวเธอเอง
วันนี้ก็เช่นเดียวกับทุกวัน เธอเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มทำงานของตัวเอง
บางครั้งก็เหลือบมองไปที่โต๊ะของเขา "คามิน" เจ้านายหนุ่มของเธอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเขาก็คือสามีของเธอ
แต่ในออฟฟิศไม่มีใครรู้ ถึงแม้จะมีแหวนแต่งงานที่เธอสวมอยู่ตลอดเวลา ก็ตาม
คามินยังคงทำตัวเหมือนเดิม เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศในชุดสูทหรูหราเหมือนทุกวัน
แต่ในแววตาของเขากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ ที่บ่งบอกถึงความใกล้ชิดระหว่างเขากับอริสรา
เขาไม่ได้ใส่แหวนแต่งงานที่นิ้วของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาเลือกไม่ทำมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองเซ็นสัญญาแต่งงานกัน
"วันนี้มีการประชุมตอนเที่ยง คุยกับทีมลูกค้า" คามินบอกเสียงเรียบ ขณะที่เดินผ่านโต๊ะของอริสราไปอย่างรวดเร็ว
อริสราพยักหน้าเบาๆ เมื่อเขาหันไปแล้ว ก่อนจะเบนสายตากลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
ไม่พูดอะไรอีก เธอรู้ดีว่าคามินไม่เคยพูดถึงเรื่องส่วนตัวระหว่างทั้งสองคนเลย
เขาทำตัวเหมือนคนที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรกับเธอ และในใจของเธอก็รู้ดีว่าเขาไม่เคยรักเธอจริงๆ
การแต่งงานของทั้งสองเริ่มต้นจากความไม่เต็มใจของคามิน
ในขณะที่แม่ของเขาต้องการให้เขาแต่งงานกับอริสรา ซึ่งเป็นหลานห่างๆ ของแม่
แม้ว่าเขาจะพยายามขัดขืน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
"ทำเพื่อลูกสะใภ้ที่แม่อยากได้" คามินบอกกับตัวเองเสมอ ในขณะที่เขารู้ดีว่าไม่มีความรักในความสัมพันธ์นี้
อริสรารู้สึกได้ถึงความไม่ชอบขี้หน้าเธอ การกระทำของคามิน แม้จะเป็นสามีของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังคงห่างเหินและเย็นชา
"แค่สามปี" คำสัญญาของเขายังคงดังก้องในหัวของเธอ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเป็นเพียงการตกลงร่วมกัน
เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาและเพราะการยอมรับเงื่อนไขของแม่เขาเท่านั้น
แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันแล้ว แต่อริสราก็ไม่เคยท้อถอย เธอรักเขาแม้ว่าจะรู้ว่าเขาไม่เคยรักเธอเลยก็ตาม
ความรักที่เธอมีให้เขามันไม่เคยได้รับการตอบแทน แต่เธอก็เลือกที่จะยอมรับและทำให้ดีที่สุด
เพราะสำหรับเธอ การเป็นภรรยาของเขาก็ยังคงมีความหมาย แม้ว่ามันจะเป็นความรักที่ไม่มีวันสมหวังก็ตาม
เธอไม่เคยถามหาความรักจากเขา รู้เพียงว่าเขาจะทำสิ่งที่เขาต้องการ และเธอจะยืนอยู่ข้างๆ เขา
แม้ว่าในบางครั้งมันจะเป็นแค่การทำตามคำสั่งของแม่และการใช้ชีวิตตามกฎของสัญญาที่ทำไว้
ทั้งคู่ยังคงดำเนินชีวิตคู่ในที่ทำงานแบบเงียบๆ ไม่มีใครรู้ แต่ในหัวใจของอริสรา
แม้จะมีความเจ็บปวด แต่เธอก็ยังคงยิ้มให้กับวันใหม่ที่เดินต่อไป แม้ว่าในบางครั้งเธออาจต้องอดทนและเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจ
หลังจากเลิกงานในแต่ละวัน คามินกลับมาถึงบ้านดึกเหมือนทุกครั้ง เขาไม่เคยเร่งรีบหรือแสดงความรู้สึกใดๆ
ต่อการกลับบ้าน เขากลับมาบ้านเพียงเพื่อพักผ่อนอย่างเงียบๆ ไม่เคยพูดถึงการทำงานหรือชีวิตที่เหลืออยู่ในบ้านของเขา
อริสรารออยู่ที่ครัว เธอเตรียมอาหารเย็นตามปกติ ไม่ใช่เพราะความรักที่มีให้เขา
แต่เป็นเพราะความคุ้นเคยที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันแรกที่ทั้งสองแต่งงานกัน
เธอรู้ดีว่าเขาจะกลับมาดึกและไม่เคยคาดหวังอะไรจากเขา
เธอทำอาหารเสร็จและวางมันบนโต๊ะพร้อมๆ กับการที่คามินเดินเข้ามาในห้องอาหาร
เขาหยุดมองอาหารเพียงแค่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานในมุมห้องของเขา ไม่สนใจอาหารที่เธอเตรียมไว้เลยแม้แต่น้อย
อริสรารู้ว่าเขาจะไม่กินอาหารมื้อเย็น เธอไม่โกรธหรือเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอแค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่มันเคยเป็น ทุกอย่างในบ้านนี้คือการดำเนินชีวิตตามการตกลงกันไว้ไม่ว่าจะมีความรักหรือไม่มี
"พรุ่งนี้เช้ากินข้าวเช้าสักวันเถอะนะ" เธอบอกเสียงเบา ขณะเดินไปเก็บอาหารที่เขายังไม่ได้แตะทิ้งลงในถังขยะ
เธอเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้เขาเสมอ แม้จะรู้ว่าเขาอาจไม่เคยกินมันเลย
ความเงียบในบ้านยิ่งเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขากลับบ้าน บางครั้งเขากลับมาทำงานต่อจนถึงเช้า
และไม่เคยพูดถึงความรู้สึกของเขาให้เธอฟัง อริสรามักเป็นเพียงแค่ผู้ที่คอยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
ก่อนที่เขาจะออกไปทำงานอีกครั้งในตอนเช้า
รถยนต์หรูจอดเทียบหน้าคอนโดตรงเวลาไม่ขาดไม่เกินเมื่อเธอก้าวขึ้นมา เขาหันไปมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนจนน่าแปลกใจ“เหนื่อยไหมวันนี้งานเยอะรึเปล่า?”คำถามง่ายๆ ที่เขาไม่เคยถามมาก่อนในชีวิตแต่งงานสามปีอริสราเงียบ ไม่ตอบ แต่สีหน้าก็อ่อนลงนิดหนึ่งเมื่อไปถึงบ้าน แม่ของคามินต้อนรับเธออย่างดีเหมือนทุกครั้งรอยยิ้มอบอุ่นของผู้หญิงวัยกลางคนทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจที่แสนเหนื่อยระหว่างนั่งทานข้าวเย็นคามินคอยตักอาหารให้เธอ จัดจานที่เธอชอบ คอยถามว่าอยากกินอะไรอีกไหมมือของเขายื่นผักที่เธอชอบวางเบาๆ ลงในจานเธอ โดยไม่พูดอะไร“เธอยังชอบกินยำไข่เค็มเหมือนเดิมใช่ไหม?”น้ำเสียงนุ่มนวลและแผ่วเบา เหมือนกำลังย้ำว่าเขาจำได้ทุกอย่างอริสรารู้สึกจุกในอกเล็กๆมันคือสิ่งที่เธอเคยเฝ้าหวังมาตลอดในอดีต แต่กลับได้มาวันนี้…ในวันที่เธอเดินออกมาจากชีวิตของเขาแล้ว“ตาคินน่ะ แม่ไม่เคยเห็นมันดูแลใครเท่าริสาเลยนะลูก ริสาเมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่อุ้มสักทีล่ะ แม่อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว&rdq
ฝีเท้าของเธอชะงักไปครู่เดียวแต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นจากนั้นเธอก็เดินต่อคามินลุกจากที่นั่งแทบจะในทันที “ริสา เดี๋ยว”เขาก้าวเร็ว ๆ ตามเธอออกไปจนทันหน้าลิฟต์ที่ยังไม่เปิด ร่างบางยืนนิ่งตรงนั้น ไม่แม้แต่จะหันกลับมา“เราต้องคุยกัน” เสียงเขาทุ้มลง และจริงจังมากกว่าเคยอริสราสูดลมหายใจลึก แล้วหันกลับมาหาเขาช้า ๆแววตาของเธอยังคงเรียบเฉยแต่สิ่งที่อยู่ในนั้นคือความว่างเปล่าที่บีบคั้นหัวใจเขา“คุณคามิน” เธอเรียกเขาอย่างห่างเหิน“ฉันทำงานอยู่กับบริษัทคุณทศกร และเราก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรต่อกันอีกแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องคุย”คำพูดนั้นเจ็บยิ่งกว่าการเงียบเฉย“เธอไม่อยากรู้บ้างเหรอ ว่าฉัน”“ไม่ค่ะ” เธอตัดบททันควัน “ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น”“ริสา” เสียงเขาขาดหาย เมื่อลิฟต์เปิดออกหญิงสาวเดินเข้าไปโดยไม่หันกลับมา และในขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลงเธอหันมามองเขาเพ
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอย่างออกรสอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของทศกรก็ดังขึ้น“เอ้า! นี่มันโปรเจกต์ที่ฉันเพิ่งคุยกับอริสเลยนะ งานไวเหมือนกันนะเว้ย!”เสียงหัวเราะของทศกรดังอยู่ปลายสายคามินถือโทรศัพท์แนบหู พลางมองออกไปนอกกระจกห้องทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าเฉยชาแต่ประโยคเมื่อครู่กลับทำให้คิ้วเขาขมวดเล็กน้อย“ใครนะ?” คามินถามเสียงเรียบ “อริส?”“อริส สิวะ น้องใหม่ในทีมฉัน คนใหม่ เพิ่งย้ายมาไม่นานเอง แต่เก่งนะ ขยัน แล้วก็ดูนิ่งๆ ดี ไม่ก้าวร้าวเหมือนผู้หญิงยุคนี้”คามินเงียบชื่อมันเหมือนกันเกินไป“อริส” ไม่ใช่ชื่อที่พบได้บ่อยนักทศกรพูดต่อโดยไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเงียบไปแล้ว“ฉันว่าเธอน่าจะผ่านอะไรมาเยอะนะ เหมือนคนเคยเจ็บแล้วไม่อยากพูดถึงมันอีก เธอไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองเลย”“หน้าตาเป็นยังไง” คามินถามทันที โดยที่แม้แต่ตัวเองยังแปลกใจกับคำถามนั้น“จะว่าไปก็หน้าหวานๆ ผมยาวตรง ผิวขาว ตัวเล็ก ๆ แต่ไม่แต่งหน้
เธอลาออกจากบริษัทเรียบร้อยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนพร้อมยื่นใบลาออกที่มีลายเซ็นสวยงามด้วยมือตัวเอง และกล่าวคำว่า"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ" เธอยิ้มให้กับHR ของบริษัทพร้อมกับเดินหันหลังจากมาเธอเลือกแล้วว่าจะไม่อยู่ในที่เดิม ๆที่ที่ไม่มีใครเห็นคุณค่าของหัวใจวันนี้อริสราสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวเรียบ เดินลงไปซื้อกาแฟที่ร้านข้างคอนโดเธอถือแก้วขึ้นมาจิบเบา ๆ พลางมองท้องฟ้าที่สว่างสดใสอย่างแปลกตาเธอคิดว่าไม่เคยมองฟ้าแบบนี้เลย ตลอดสามปีที่ผ่านมามันเหมือนใจเธอถูกปลดปล่อยออกจากพันธนาการที่มองไม่เห็นโทรศัพท์มีข้อความจากแอมมี่แอมมี่:"เช้านี้เป็นไงบ้างยัยแม่ม่ายหมาดๆอริสราหลุดยิ้ม เธอพิมพ์ตอบอริสรา:"เหมือนตื่นมาแล้วหนักหัวมาก แต่โล่งใจ โล่งกระเป๋า แต่รู้สึกว่าตัวเองยังมีค่ากับชีวิตนี้อยู่ "แอมมี่ไม่ตอบกลับทันที แต่กดโทรมาแทน"แกจะเอายังไงต่อ ไปทำงานใหม่เลยมั้ย หรือพักก่อน?"“ขอพักก่อนนะมี้ไม่ได้อยากทำอะไรเลยตอนนี้ แค่อยากอยู่เฉย ๆ&rdquo











