สำหรับสิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ Millie Bobby Brown ยังคงรับบทเป็นเอโนลาเหมือนเดิม ซึ่งเป็นแกนกลางของเรื่อง และ Henry Cavill กลับมาในบทเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่การปรากฏตัวของเขายังเพิ่มสีสันและความขัดแย้งให้กับความสัมพันธ์พี่น้องในหนัง ฉันรู้สึกว่าเคมีระหว่างสองคนนี้ยังเป็นหัวใจที่ดึงให้ภาคสองเดินหน้าได้อย่างสนุก
นอกจากสองคนหลักแล้ว นักแสดงสนับสนุนบางคนจากภาคแรกก็กลับมาร่วมงาน เช่น Sam Claflin ที่รับบทเป็น Viscount Tewkesbury และ Adeel Akhtar ในบทตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องกับคดีต่าง ๆ ส่วน Helena Bonham Carter ก็มีการกลับมาในบทของ Eudoria ในลักษณะของความทรงจำหรือแรงผลักดันให้ตัวละครเอโนลา การกลับมาของพวกเขาช่วยให้โลกของ 'Enola Holmes' ต่อเนื่องและรู้สึกคุ้นเคย โดยไม่ทำให้ภาคสองกลายเป็นแค่สำเนาเดิมซ้ำ ๆ
โครงสร้างตอนของ 'A Study in Pink' กับ 'The Reichenbach Fall' ถูกออกแบบเป็นภาพยนตร์สั้นที่มีความต่อเนื่องทางอารมณ์มากกว่าการเป็นเรื่องสั้นแยกตอนแบบต้นฉบับ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าซีรีส์มุ่งเน้นการพัฒนาอารมณ์ระหว่างตัวละครโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเชอร์ล็อคกับวัตสัน มากกว่าการเล่าเรื่องสืบสวนล้วนๆ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของเรื่องไปจากต้นฉบับค่อนข้างชัด
ในฉบับแปลไทยโดยทั่วไปจะรวมเอา 'A Study in Scarlet' ซึ่งเป็นนิยายเล่มแรกที่แนะนำตัวโฮล์มส์และวัตสัน ไว้ให้คนอ่านไทยได้รู้จักโครงเรื่องต้นกำเนิดของทั้งสองคน อีกฉบับที่ค่อนข้างแพร่หลายคือชุดรวมเรื่องสั้น 'The Adventures of Sherlock Holmes' ที่รวบรวมตอนคลาสสิกหลายตอนที่เป็นบทเริ่มต้นของชื่อเสียงโฮล์มส์ ทั้งสองเล่มนี้มักถูกแปลหลายครั้งโดยนักแปลและสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ทำให้ผู้อ่านมีตัวเลือกทั้งฉบับแยกและรวมเล่ม เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิมของการสืบสวนแบบวิกตอเรียน