ฉากนี้เตือนผมถึงช่วงหนึ่งใน 'The Last of Us' ที่ตัวละครต้องตัดสินใจระหว่างหัวใจและเหตุผล — ไม่ใช่การคัดลอก แต่ความรู้สึกของการพลิกผันจากความโกรธเป็นความรับผิดชอบมันทำให้ตัวละครมีมิติขึ้นทันที สำหรับผมแล้ว ช็อตนี้ทำให้เอ็ดกีนกลายเป็นตัวละครที่เราอยากติดตามต่อ เพราะเขาไม่เพียงแค่ต่อสู้กับศัตรูภายนอก แต่เผชิญหน้ากับมือตัวเองและเลือกทางที่วางแผนเพื่ออนาคตของคนอื่นมากกว่าแค่การชดใช้ความผิดของตัวเอง