ANMELDEN“ออกมาได้แล้วครับ มีคนมาประกันตัวแล้ว” เสียงพูดของตำรวจทำให้ชายหนุ่มที่นั่งพิงผนังอยู่ในห้องขังหันมามองแล้วถอนหายใจ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้น เมื่อตำรวจไขกุญแจ ภาคินทร์ ก็ก้าวเท้าเดินออกมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ “สวัสดีครับคุณหนู นายท่านรออยู่ข้างล่างครับ” ภาคินทร์เหลือบมองลูกน้องของคนเป็นพ่อเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป ชายหนุ่มสาวเท้าเดินตรงไปที่รถของคนเป็นพ่อ ท่านขจรจ้องมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยสายตาแข็งกร้าว เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือของท่านขจร กระทบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำอย่างแรงทันที ที่คนเป็นลูกเดินเข้ามาถึงตัว ทำให้หน้าของภาคินทร์หันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากที่มีเลือดซิบ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนเป็นพ่อด้วยแววตาเย็นชาและดูว่างเปล่า
Mehr anzeigenบทนำ
-กาฝาก-
@สถานีตำตรวจ
“ออกมาได้แล้วครับ มีคนมาประกันตัวแล้ว”
เสียงพูดของตำรวจทำให้ชายหนุ่มที่นั่งพิงผนังอยู่ในห้องขังหันมามองแล้วถอนหายใจ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้น เมื่อตำรวจไขกุญแจ ภาคินทร์ ก็ก้าวเท้าเดินออกมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
“สวัสดีครับคุณหนู นายท่านรออยู่ข้างล่างครับ” ภาคินทร์เหลือบมองลูกน้องของคนเป็นพ่อเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป ชายหนุ่มสาวเท้าเดินตรงไปที่รถของคนเป็นพ่อ ท่านขจรจ้องมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยสายตาแข็งกร้าว
เพี้ยะ!!
เสียงฝ่ามือของท่านขจร กระทบลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำอย่างแรงทันที ที่คนเป็นลูกเดินเข้ามาถึงตัว ทำให้หน้าของภาคินทร์หันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากที่มีเลือดซิบ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนเป็นพ่อด้วยแววตาเย็นชาและดูว่างเปล่า
“มีสักครั้งไหมที่แก่จะไม่ก่อเรื่องให้ฉันต้องมาคอยตามเก็บแบบนี้” ท่านขจรเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงสุขุม สายตามองลูกชายอย่างคาดโทษ
“แล้วใครบอกให้พ่อมาช่วยผม”
“ปากดี!! ฉันก็อยากรู้เหมือนกันถ้าไม่มีฉันคอยคุ้มกะลาหัวแก่ แก่จะอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ไหม”
“หึ! ขอบคุณนะครับที่คอยคุ้มกะลาหัวผม แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องก็ได้” ภาคินทร์บอกกับคนเป็นพ่อแล้วเปิดประตูรถเข้าไปนั่งนิ่ง ท่านขจรที่เห็นก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถเช่นกัน
รถหรูขับออกมาจากสถานีตำตรวจ บรรยากาศภายในรถมีแต่ความเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของคนสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน
“เดือนหน้าฉันจะส่งแก่ไปเรียนต่างประเทศเตรียมตัวด้วย” ท่านขจรเอ่ยบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงเรียบ ภาคินทร์เหลือบมองคนเป็นพ่อเล็กน้อย
“ทำไมผมต้องไปด้วย”
“แก่ยังมีหน้ามาถามฉันเหรอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แก่ทำตัวเป็นนักเลง มีเรื่องกับคนอื่นไปทั่ว”
“ถ้าคนพวกนั้นไม่มาหาเรื่องผมก่อน ผมก็คงไม่ทำ”
“แก่ลืมหรือเปล่าว่าแก่เป็นลูกฉัน ยังใช้นามสกุลของฉันอยู่ ทำอะไรให้คิดถึงหน้าฉันไว้ด้วย”
“หึ! สุดท้ายพ่อก็กลัวเสียหน้า ใครมันจะไปดีเหมือนลูกกาฝากของพ่อล่ะครับ” ภาคินทร์กระตุกยิ้มมุมปากพูดประชด เอ่ยถึงบุคคลที่สาม คนที่เข้ามาทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับคนเป็นพ่อมันแย่ลงมากกว่าเดิม
“เลิกเรียกลียาแบบนั้นได้แล้ว น้องไม่ใช่กาฝากและอีกอย่างแก่ไม่ควรเอาน้องมาเปรียบเทียบ ลียาอายุสิบห้าส่วนแก่อายุสิบเก้า แก่ควรที่จะจริงจังกับชีวิตและมีความรับผิดชอบมากกว่าน้อง”
“โอเคครับ ต่อไปนี้ผมจะจริงจังกับชีวิตให้มากขึ้น รวมถึงหน้าที่พี่ชายที่แสนดีด้วย” ภาคินทร์กัดฟันพูดเน้นประโยคสุดท้าย ก่อนจะเงียบไปตลอดทาง
@บ้านใหญ่
ภาคินทร์ลงไปจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ทันที
“ตายแล้วคินทร์ทำไมแผลเต็มหน้าขนาดนั้นลูก” คุณหญิงพรเพ็ญเดินเข้ามาเมื่อเห็นหน้าลูกชายก็ตกใจไม่น้อย
“ผมไม่เป็นไรครับ” ภาคินทร์ปัดมือคนเป็นแม่ออก เมื่อท่านพยายามเอื้อมมือไปสัมผัสแผลพวกนั้นด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรได้ยังไง นั่งลงก่อนเดี๋ยวแม่ไปหายามาทาให้”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ไม่ต้องทาอะไรทั้งนั้น”
“ไม่ได้!แผลพวกนี้มันต้องทายา ถึงจะหายไว”
“ผมบอกว่าไม่เป็นไรไงครับ!! แค่นี้ผมไม่ตายหรอก” ชายหนุ่มเผลอขึ้นเสียงใส่คนเป็นแม่ด้วยความลืมตัว ทำให้คุณหญิงพรเพ็ญถึงกับนิ่งไป ภาคินทร์มองคุณหญิงแล้วถอนหายใจ
“ผมขอโทษ”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วสาวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ระหว่างที่ภาคินทร์กำลังจะเดินไปที่ห้องของตัวเองนั้น เป็นจังหวะเดียวกันที่ประตูห้องของลียาเปิดออกมาพอดี ภาคินทร์ที่กำลังเดินอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย สายตาคมจ้องมองมาที่ลียา ทำให้เด็กสาวที่กำลังถูกมองถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกประหม่า ภาคินทร์มองลียาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเย็นชาเหมือนทุก ๆ ครั้งที่เขามองเธอ
“พะ..พี่ภาคินทร์” ลียาเอ่ยชื่อพี่ชายที่ยืนอยู่ สายตาเธอมองไปที่แผลบนใบหน้าหล่อด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
“ใครเป็นพี่เธอ” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น พร้อมกับทำสีหน้าเรียบนิ่ง ส่วนลียาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็รีบขอโทษทันที
“ลียาขอโทษค่ะ” เด็กสาวรีบขอโทษเพราะกลัวว่าจะทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจไปมากกว่านี้
“ยัยกาฝาก” ภาคินทร์ทิ้งคำพูดแทงใจดำไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ส่วนลียาก็ได้แต่ถอนหายใจเด็กสาวพยายามไม่คิดอะไรมากเพราะมันไม่แปลกเลยที่ภาคินทร์จะไม่ชอบเธอ ตั้งแต่ที่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่เธอไม่เคยได้รับคำพูดดี ๆ จากเขาเลย มันกลายเป็นความเคยชินของเธอไปซะแล้ว
ตอนพิเศษ 23ปีต่อมาเสียงคลื่นซัดสาดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ขับกล่อมให้บรรยากาศบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เม็ดทรายละเอียดสีขาวนวลราวกับแป้ง สะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนเป็นประกายระยิบระยับ น้ำทะเลสีครามใสไล่เฉดสีเข้มอ่อนอยู่เบื้องหน้าบนผืนทรายนั้น มีภาพของครอบครัวเล็กๆ ที่เปี่ยมสุขปรากฏอยู่…ภาคินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองสีขาวที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนกับกางเกงขาสั้น เอนหลังพิงเก้าอี้ชายหาด สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่กว้างไกล แต่กลับทอดมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดูอย่างสุดซึ้งข้างๆ กันนั้น ลียานั่งอยู่บนผืนผ้าที่ปูไว้บนทราย รอยยิ้มอ่อนโยนไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าของเธอ มือเรียวคอยปัดทรายที่กระเด็นมาโดนขาของสามีเบาๆและตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง คือศูนย์กลางของจักรวาลใบเล็กๆ นี้…"คุณปู! คุณปูอยู่ไหนนน~"เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเด็กชาย ภูภูมิ วัยสามขวบดังเจื้อยแจ้ว เด็กน้อยในชุดว่ายน้ำลายฉลามน่ารักกำลังง่วนอยู่กับการใช้พลั่วมือจิ๋วขุดทรายอย่างขะมักเขม้น แก้มกลมๆ ยุ้ยๆ นั้นขึ้นสีแดงระเรื่อจากไอแดดและลมทะเล ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากแม่ไม่มีผิดเ
ตอนพิเศษ12 ปีต่อมาเสียงประตูล็อกดัง คลิก ทิ้งให้ภาคินทร์ยืนอยู่คนเดียวหน้าห้องน้ำ หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึกที่ถูกกระหน่ำ ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา ทั้งความหวังที่ฟูฟ่องและความกังวลที่กัดกิน สองปี… สองปีเต็มที่เขากับลียาเฝ้ารอวันนี้ร่างสูงของภาคินทร์เดินวนไปวนมาหน้าประตูไม้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ ส่วนอีกข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาพยายามเงี่ยหูฟังเสียงจากด้านใน แต่ได้ยินเพียงเสียงน้ำไหลแผ่วเบาและเสียงซองพลาสติกที่ถูกฉีกออก ทุกเสียงที่เล็ดลอดออกมาทำให้จินตนาการของเขาเตลิดไปไกล"ลียา… เป็นไงบ้างหนู" เขาตัดสินใจส่งเสียงถามออกไป พยายามคุมโทนเสียงไม่ให้สั่นจนเกินไป แต่ก็ไม่อาจซ่อนความร้อนรนไว้ได้มิด "ไม่ต้องรีบนะเฮียรอได้… รอมาตั้งสองปีแล้ว รออีกหน่อยจะเป็นไรไป"เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงที่อยู่ไม่ไกลจากประตูห้องน้ำ สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานนั้นไม่วางตา ราวกับว่ามันเป็นประตูสู่โชคชะตาของเขาทั้งสองคน ในหัวมีแต่ภาพของขีดสองขีดที่รอคอยมาแสนนานปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงลูกบิดประตูที่หมุนปลดล็อกดัง แกร๊ก อย่างแผ่วเบา แต่สำหรับภาคิน
ตอนที่28 ฮันนีมูน (NC+)3เดือนต่อมาบนเกาะส่วนตัวของภาคินทร์“เฮียตื่นได้แล้วค่ะ หนูหิวข้าว” ลียาบอกกับคนตัวโตที่นอนกอดเธออยู่ทั้งคืน หลังจากที่เขาจัดหนักจัดเต็มกระแทกเธอจนเกือบถึงเช้าของอีกวัน“ฮือ~เฮียยังไม่อยากตื่นเลยคนดี ขอเฮียนอนกอดอีกสักหน่อยนะครับ”“ไม่ได้หนูหิวข้าว” ลียาเงยหน้ามองคนตัวโตที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน“กินเฮียก่อนไหม” คนเจ้าเล่ห์ยกยิ้มมุมปากแล้วเลื่อนมือขึ้นมาบีบขย้ำอกอวบของคนตัวเล็ก“ฮื้อ~..มะ..ไม่เอาค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ไม่เอาแต่คราง จนของเฮียขึ้นแล้ว” ริมฝีปากหนาเอ่ยชิดริมฝีปากบาง แล้วกดจูบดูดดื่มลงไปทันที หลังจากนั้นมื้อเช้าก็ต้องเลื่อนไปเป็นมื้อกลางวันแทน“ทำอะไรกินเหรอคะหอมจัง” ลียาเข้ามากอดสามีสุดที่รัก ที่กำลังทำอาหารอยู่“ข้าวผัดต้มยำทะเลครับ” ภาคินทร์หันมามองคนตัวเล็กแล้วจูบลงบนผมสวยของเธออย่างแผ่วเบา“เก่งจังทำเป็นด้วย” ลียาเอ่ยชมสามีด้วยความภูมิใจ“ไม่มีอะไรที่เฮียทำไม่ได้” คนหลงตัวเองหันมายักคิ้วใส่คนตัวเล็กที่กอดเขาไว้แน่น“เชื่อค่ะว่าเฮียของหนูเก่งที่สุด เดี๋ยวไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารนะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกกับสามี เธอหอมแก้มเขาก่อนจะเ
ตอนที่27 กลับมาได้ไหม@โรงพยาบาลภาคินทร์ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ส่วนลียาหมอให้นอนอยู่ที่ห้องโดยมีพยาบาลค่อยดูแลอย่างใกล้ชิด หน้าห้องผ่าตัดที่มีพายุกับพาริชยืนรออยู่ด้วยความรู้สึกเป็นกังวล“ตายุ ตาริช” เป็นคุณหญิงพรเพ็ญกับท่านขจรที่กำลังเดินมา“คินทร์เป็นไงบ้าง” ท่านขจรเอ่ยถามหลานชายทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า“กำลังผ่าตัดอยู่ครับ” เป็นพายุที่ตอบกลับ“แล้วหนูลียาล่ะ” คุณหญิงพรเพ็ญถามหาลียาด้วยความเป็นห่วง“หมอให้ทานยาตอนนี้หลับไปแล้วครับ อยู่ที่ห้องพักฟื้น” เป็นพาริชที่ตอบกลับคุณหญิงพรเพ็ญ5 ชั่วโมงผ่านไปการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ภาคินทร์ถูกส่งตัวไปที่ห้องไอซียูเพราะต้องอยู่ดูอาการอย่างใกล้ชิดเช้าวันต่อมาลียาที่นอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ใบหน้าสวยซีดและดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด“ตื่นแล้วเหรอลูก” ลียามองคุณหญิงพรเพ็ญที่นั่งอยู่ข้าง ๆ“คุณแม่เฮียล่ะคะ” ลียาถามหาภาคินทร์ทันที“ตาคินทร์ปลอดภัยดี หนูไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก” คุณหญิงยกมือขึ้นมาลูบลงที่ผมสลวยของลียาเบา ๆ“คุณแม่ไม่ได้โกหกลียาใช่ไหมคะ”“ไม่ได้โกหกค่ะ เดี๋ยวแม่จะพาหนูไปหาตาคินทร์เอง แต่ตอนนี้ให้คุณหมอมาตรวจร่างกายก่อน”“ค่ะ” ลียาตอบ
ตอนที่25 ทำทุกอย่างให้เธอกลับมาสองเดือนต่อมาภาคินทร์นั่งเฝ้าคนตัวเล็กที่หน้าคอนโดทุกเช้า ก่อนที่เธอจะออกไปทำงานและเขายังขับรถตามเธอจนถึงมูลนิธิทุกวัน เหมือนว่าเขากำลังส่งไปเธอทำงาน เสร็จแล้วตัวเองก็กลับไปทำงานต่อ ไม่เพียงแค่นั้นภาคินทร์ยังย้ายเข้ามาอยู่คอนโดเดียวกันกับคนตัวเล็กและเหมาห้องทั้งชั้น
ตอนที่24 รู้ใจตัวเองในวันที่สายเกินไปเช้าวันต่อมา@คอนโดภาคินทร์แสงแดดที่กำลังสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน ทำให้ร่างแกร่งที่นอนอยู่บนเตียง ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา“เหี้ย! ทำไมปวดหัวจังเลยวะ” ภาคินทร์ดันตัวขึ้นมาพิงหัวเตียง แล้วยกมือขึ้นมานวดขมับเบา ๆ เผื่อจะช่วยบรรเทาอาการหนักหัวอยู่ตอนนี้“ไม
ตอนที่23 หมาหวงก้างหนึ่งสัปดาห์ต่อมา10.00น.@สนามบินxxx“ดูแลตัวเองด้วยนะโยมีอะไรก็โทรหาคินทร์ได้ตลอด”“อืม..โยขอบใจคินทร์มากเลยนะ ไว้โยจะโทรหาบ่อย ๆ” โยธิตาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปกอดภาคินทร์“โยต้องเข้มแข็งเพื่อเจ้าตัวเล็กนะรู้ไหม”“อืม” โยธิตาได้แต่พยักหน้าทั้งน้ำตา ภาคินทร์ผละกอดจากเพื่อนตัวเล็
ตอนที่22 ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป00.00น.ภาคินทร์ขับรถออกมาจากคอนโดของโยธิตา หลังจากที่เขาอยู่กับเธอทั้งวัน ระหว่างขับรถชายหนุ่มยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากที่ยังมีเลือดซิบอยู่“เจ็บฉิบหาย” เสียงเข้มบ่นพึมพำพร้อมกับซี้ดปากด้วยความรู้สึกเจ็บ ภาคินทร์ไม่ได้ขับรถกลับไปที่คอนโดของตัวเอง แต่เขากลับขับไปที่คอน











