เพลง 'The Last of Us' จากเกมชื่อเดียวกันเหมาะมากสำหรับฝึกเล่นพิณภาษาอังกฤษ เพราะทำนองเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ ช่วงโน้ตไม่เร็วเกินไป ทำให้จับจังหวะได้ง่าย แถมยังมีท่อนฮุกที่จำง่ายอย่าง 'If I ever were to lose you...' ที่ช่วยให้ฝึกทั้งการดีดและร้องไปพร้อมกัน
พิณเป็นเครื่องสายที่ต้องการการควบคุมน้ำหนักมือพอสมควร 'The Last of Us Theme' มีจังหวะเดินช้าๆ เหมาะสำหรับการฝึกเปลี่ยนคอร์ดโดยไม่ต้องรีบร้อน เวลาฝึกให้เริ่มจากท่อนสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ต่อให้ครบทั้งเพลง
ไลน์คอร์ดที่ฉันชอบใช้กับเพลง 'พิง' มักจะออกมาเป็นโครงสร้างเรียบง่ายแต่มีสีสันพอให้เมโลดี้ร้องลอยได้ เลยมักเริ่มจากคอร์ดพื้นฐานที่คนร้องด้วยกันง่าย เช่น G – Em – C – D สำหรับท่อนเวิร์ส แล้วปรับเป็น G – D/F# – Em – C ในท่อนฮุกเพื่อให้มีความเคลื่อนไหวของเบสที่ช่วยขับเมโลดี้
จังหวะการฟาดที่เข้ากับเพลงแบบที่ฉันชอบคือ Pattern พื้นฐาน Down Down Up Up Down Up (D D U U D U) แต่สำคัญคือการเล่นไดนามิก — ฟาดเบาๆ ในเวิร์สให้พื้นที่เสียงร้อง แล้วเปิดเต็มในฮุก เพิ่ม palm mute เล็กน้อยตอนต้นวรรคเพื่อสร้างความตึง-ผ่อน การใช้นิ้วแตะสายค้าง (let ring) กับคอร์ดอย่าง Gadd9 หรือ Cadd9 จะทำให้เนื้อเพลงฟุ้งขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนคอร์ดมาก
ถ้าต้องการทำให้เวอร์ชันกีตาร์เป็นเอกลักษณ์ ผมมักใส่ arpeggio intro เล็กๆ ด้วยรูปแบบ Travis-picking: เบส (นิ้วหัวแม่มือ) – นิ้วชี้ – นิ้วกลาง – นิ้วนาง คล้องไปกับคอร์ด Em–C–G–D หนึ่งรอบก่อนเข้าฟาด อีกเทคนิคที่ใช้บ่อยคือเก็บนิ้วไว้บางตำแหน่งเวลาเปลี่ยนคอร์ด เช่น วางนิ้วกลางบนสาย B เมื่อลงจาก G ไป Cadd9 เพื่อให้เสียงเชื่อมกันนุ่มๆ สรุปคือเริ่มจากคอร์ดพื้นฐาน ฝึกเปลี่ยนคอร์ดให้นิ่ง แล้วค่อยเพิ่มไดนามิกกับลายฟาดหรือปิ๊กกิ้งตามความชอบของเสียงร้อง จะได้เวอร์ชันที่เป็นตัวเองมากขึ้น