Masuk
"อัพเดตข้อมูลโฮสต์"
เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนที่เรื่องราวต่างๆ จะหลั่งไหลเข้ามาในความคิดของ
หลิ่งฟางเซียงราวกับสายน้ำหลาก และในช่วงที่เธอกำลังสับสนกับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาเสียงในหัว เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง"แจ้งเตือน!! ระบบร้านค้าออนไลน์เริ่มทำงานกรุณาล๊อกอินเพื่อรับคะแนนผู้เล่นเริ่มต้น"
ดวงตาของหลิ่งฟางเซียงเบิกกว้างมองตัวหนังสือเรืองแสงตรงหน้าด้วยความงุนงง ก่อนจะนึกถึงเรื่องราวของตนเอง
เธอคือหลิ่งฟางเซียงพนักงานของบริษัทเซียวกรุ๊ป ก่อนหน้านี้เพื่อเงินโบนัสสิ้นปี 10,000 หยวน จึงยินยอมลงนามเข้าร่วมทดลองการเคลื่อนย้ายทะลุมิติ เพียงแต่ในคู่มือแจ้งว่าการทดลองนี้เป็นการทะลุมิติเพื่อย้ายร่างกายไปในยุคฮั่น ซึ่งเป็นยุคทองและมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดของจีนไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมรอบตัวเธอในตอนนี้จึงได้ดูซอมซ่อราวกับบ้านร้างไร้คนดูแล
"พระชายา ทรงตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู ตัวหนังสือในอากาศตรงหน้าพลันจางหายไปทันที ในความทรงจำที่ไหลเข้ามาในความคิดบอกกับหลิ่งฟางเซียงว่าเด็กสาวตรงหน้าคือไป๋เหลียนฮวา สาวใช้ที่ติดตามมาจากบ้านเดิม
"วันนี้ทางห้องครัวไม่ส่งข้าวมาอีกแล้ว พระชายาทรงเสวยน้ำเปล่าบรรเทาหิวไปก่อนนะเพคะ"
กินน้ำแทนข้าว นี่มันชีวิตยุครุ่งเรืองอะไรกัน!
"แจ้งเตือนซ้ำ!! ระบบร้านค้าออนไลน์เริ่มทำงาน กรุณาล๊อกอินเพื่อรับคะแนนผู้เล่นเริ่มต้น"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัวอีกรอบ หลิ่งฟางเซียงก็ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ดูแล้วหากไม่ทำอะไรสักอย่าง เสียงจากระบบนี้ก็คงก่อกวนเธอไม่หยุดแน่ๆ ดังนั้นจึงเอ่ยปากให้สาวใช้คนสนิทออกไปรอที่ด้านนอก
เมื่ออยู่เพียงลำพังแล้วหญิงสาวก็ยกมือขึ้นวาดในอากาศ เปิดระบบอัตโนมัติ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะจิ้มลงไปที่ปุ่ม login
"ผู้เล่นทำการล๊อกอินเรียบร้อย ได้รับคะแนนผู้เล่นเริ่มต้น 100 คะแนน"
หลิ่งฟางเซียงเลื่อนหน้าจอในอากาศตรงหน้า ก่อนจะกดดูที่รูปภาพคู่มือเพื่อทำการศึกษาระบบร้านค้าออนไลน์นี้ ที่แท้ระบบร้านค้าออนไลน์คือการทำภารกิจแลกคะแนน จากนั้นนำคะแนนมาแลกซื้อของในร้านค้าอีกที มุมปากของหลิ่งฟางเซียงยกขึ้นยิ้มด้วยความยินดี ก่อนจะกดไปที่ปุ่ม Shopping
"ต้อนรับสมาชิกใหม่สู่ระบบ Shopping online รับคูปองส่วนลด 70% ทุกรายการ หมดอายุภายใน 24 ชั่วโมง หลังทำการ login"
ดวงตากลมพลันเบิกกว้างที่แท้เธอไม่ได้ทะลุมิติข้ามเวลาไปยังยุคฮั่น แต่ทะลุมิติเข้ามาในเกมส์ตัวใหม่ของบริษัท
"เกมส์ตัวนี้ผู้เล่นจะรู้สึกเสมือนจริงทุกประการ และจะสามารถออกจากเกมส์พร้อมรับรางวัล ก็ต่อเมื่อทำภารกิจสำเร็จครบตามที่ระบบแจ้ง"
"แล้วหากภารกิจล้มเหลวล่ะคะ"
"ผู้เล่นต้องรับบทลงโทษจากระบบ"
หลิ่งฟางเซียงนึกถึงคำบรรยายจากผู้สร้างเกมส์นี้แล้วกลืนน้ำลายฝืดลงคอรีบกดดูภารกิจแรกของตนเองในทันที
ภารกิจที่ 1. แลกซื้อสินค้าในร้านค้าออนไลน์ครั้งแรก
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม ที่แท้ภารกิจในเกมส์นี้ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ทว่าแต้มคะแนนซื้อของเธอมีจำกัดดังนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวังและคุ้มค่าที่สุด เมื่อได้ข้อสรุปให้ตนเองหลิ่งฟางเซียงก็วาดมือปิดระบบอัตโนมัติในอากาศแล้วเดินออกไปที่ด้านนอกเพื่อสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในปัจจุบัน
"เหลียนฮวา ที่เรือนของเราตอนนี้ขาดเหลืออะไรบ้าง"
สาวใช้ที่กำลังยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มบรรเทาความหิวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็เอ่ยตอบเจ้านายด้วยท่าทางสุภาพ
"ทูลพระชายา ในเรือนไม่เหลืออะไรสักอย่างและขาดทุกสิ่งเพคะ"
ไม่เหลืออะไรสักอย่างและขาดทุกสิ่ง ใบหน้าของหลิ่งฟางเซียงพลันแข็งค้างอย่างไม่เชื่อในคำบอกของสาวใช้ ฟังจากคำที่อีกฝ่ายเรียกขานตนเอง สถานะของตัวละครนี้เป็นถึงพระชายาจะไม่มีสิ่งใดเหลือและขาดไปเสียทุกอย่างได้ยังไง แต่ยิ่งเดินสำรวจห้องต่างๆ ในเรือนคิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น
ในครัวล้วนว่างเปล่ามีเพียงเตาผุพัง กะทะรั่วๆ จานที่บิ่นแตก 4 ใบ ชามร้าว 2 ใบ และ ชุดชาที่จำสีเดิมไม่ได้อีก 1 ชุด
ส่วนในห้องโถงมีเพียงโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ ที่มองดูอย่างไรก็ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ยิ่งนึกถึงห้องนอนของเธอ บนเตียงไร้ฟูกไม่มีแม้แต่ผ้าห่ม ตู้เสื้อผ้าก็ไร้ประตูปิด โต๊ะเก้าอี้ล้วนไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์
บัดซบ! นี่มันทะลุมิติมาตายอย่างอนาตหรือไง
ดังนั้นเมื่อกลับเข้าไปด้านในห้องอันซ่อมซ่อของตนเองแล้ว หลิ่งฟางเซียงจึงวาดมือเปิดระบบแล้วกดไปที่ปุ่ม Shopping คำนวณเงินหลังจากใช้คูปองส่วนลดแล้ว เธอสามารถใช้คะแนนแลกของได้ประมาณ 333 คะแนน
ชีวิตคนเราจะดำรงอยู่ได้ท้องต้องอิ่มก่อน
ดังนั้นหลิ่งฟางเซียงจึงกดเลือกหมวด อาหาร เป็นรายการแรก และใช้คะแนนถึง 200 คะแนน แลกบะหมี่สำเร็จรูป ข้าวสาร เนื้อ แป้งสาลี เกลือ เครื่องปรุงรส และ อาหารแห้งสำหรับปะทังชีวิตอีกชุดใหญ่
ก่อนจะกดเข้าหมวด เกษตรกร ใช้คะแนน 50 คะแนน แลกเมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์การเกษตรออก
ถัดจากนั้นนางก็กดเข้าหมวด อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ใช้อีก 50 คะแนน แลกซื้อเครื่องใช้ในครัว และในห้องนอนออกมา โดยเลือกแค่ที่จำเป็นเท่านั้น
ในส่วน 33 คะแนนสุดท้าย หลิ่งฟางเซียงใช้ไปกับหมวดเสื้อผ้า และของส่วนตัวที่หาได้ยากในยุคนี้ เมื่อตรวจสอบสินค้าทั้งหมดแล้ว เธอก็กดแลกเปลี่ยนคะแนนร่วมกับการใช้คูปอง
"ผู้เล่นทำภารกิจแลกซื้อครั้งแรกสำเร็จ ได้รับคะแนน 100 คะแนน และคลังเก็บของ 10 ตารางวา"
ใบหน้าของหลิ่งฟางเซียงพลันมีรอยยิ้มระบายกว้าง เดิมทีเธอยังกังวลว่าจะนำของที่แลกซื้อมาทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ไหน ตอนนี้ได้พื้นที่คลังเก็บของมา จึงนับว่าลงตัวพอดี อีกอย่างที่ทำให้เธอยินดีเป็นอย่างยิ่งก็คือ 100 คะแนนที่เสียไปได้กลับคืนมาครบทุกแต้ม ไม่มีขาดเลยสักนิด
จ๊อก~ เสียงท้องแบนราบดังขึ้น ดูเหมือนร่างกายนี้จะถูกทรมานจากการอดอาหารมาไม่น้อย เพียงแค่เห็นรายการอาหารก็ประท้วงออกมาเช่นนี้แล้ว
"เหลียนฮวาไปก่อไฟตั้งน้ำที"
"เพคะ"
สาวใช้หน้าห้องเป็นคนว่าง่าย และไม่เคยสงสัยต่อคำสั่งของเจ้านาย นิสัยนี้ของอีกฝ่ายนับว่าดีไม่น้อยสำหรับหลิ่งฟางเซียงที่ยังคิดไม่ออกว่าจะอธิบายเรื่องข้าวของประหลาดๆ ที่เธอแลกซื้อมาเหล่านี้อย่างไร
...........................................................
หลิ่งฟางเซียงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมาครึ่งคืนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในใจของเธอเวลานี้รู้สึกคิดไม่ตก กังวลเรื่องที่ดินด้านหลังตำหนัก กว้างขวางขนาดนั้นหากต้องใช้แรงขุดจริงๆ เธอคงจะมือหักก่อนได้ปลูกผักมือเรียววาดกลางอากาศ เปิดระบบเข้าไปตรวจสอบร้านค้าหมวดอุปกรณ์ทางการเกษตร ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อพบเครื่องพรวนดินระบบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงแม้ว่าในยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า แต่ในคลังมิติของเธอนั้นมีคุณสมบัติในการรักษาสภาพสินค้า ดังนั้นแค่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ทำให้หลิ่งฟางเซียงหนักใจก็คือ ราคาแลกเปลี่ยนเจ้าสินค้าชิ้นนี้กลับสูงถึง 20 คะแนน แพงยิ่งกว่าปิ่นปักผม 30 อันที่เธอแลกมาเมื่อวันก่อนเสียอีกหลิ่งฟางเซียงลังเลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าวันนี้เธอจะทำภารกิจสำเร็จและได้คะแนนเพิ่มมาถึง 100 คะแนน แต่คะแนนเดิมของเธอก็เหลือเพียงแค่ 10 คะแนน รวมกันแล้วมีเพียง 110 คะแนนเท่านั้น จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องอยู่ในระบบนี้ไปอย่างไร้กำหนด เธอก็ถอนหายใจยาวคนเราจะใช้จมูกผู้อื่นหายใจได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีระบบร้านค้าที่มีข้าวของมากมายให้หยิบใช้ แต่ก็ต้อง
ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง หลิ่งฟางเซียงมองดูหมอชราตรวจอาการให้ซ่งหลินซีด้วยสีหน้ากังวล ด้านหนึ่งก็ห่วงใยอาการของเด็กชายที่นอนอยู่ตรงหน้า อีกด้านก็คะนึงหาเด็กน้อยที่รออยู่ในตำหนักท้ายวังอ๋องฉิน“แม่นางฟาง อาการของลูกชายเจ้ารุนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งขาดอาหาร ทั้งบาดเจ็บภายใน เจ้าเป็นแม่คน ต่อให้เขาดื้อรั้นเพียงใดก็ไม่ควรลงมือหนักขนาดนี้”พูดพลางมองไปทางเด็กขายตัวโตอีกคนที่ผอมแห้งไม่ต่างกันช่างเป็นมารดาที่ย่ำแย่จริงๆ ทั้งที่รูปร่างงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี แต่กลับให้เด็กๆ ใช้ชีวิตรันทดถึงเพียงนี้หลิ่งฟางเซียงอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารดาร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็วางสีหน้าไม่ถูก กลับเป็นเด็กชายบนเตียงที่รู้ความรีบเอ่ยปากแทน“ท่านลุงหมอเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกเราเป็นเด็กกำพร้าไร้บ้าน วันนี้ถูกคนพาลรังแก นายหญิงไปพบเข้าเกิดความเมตตาจึงรับมาอยู่ด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ชัดเจน หมอชราก็หันกลับมาโค้มศีรษะเอ่ยขออภัยต่อหญิงสาว พร้อมมอบใบสั่งยาให้ก่อนจะจากไปหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปจับมือของซ่งหลินซาง แล้ววางเงินอีแปะพวงหนึ่งไว้บนฝ่ามือเล็ก เด็กชายเงยห
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็มัดที่คอแทนก็แล้วกัน”มัดคอ ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของหญิงสาวที่ใช้ผ้าโปร่งอำพรางใบหน้าเอาไว้ดวงตาของเด็กชายก็ตวาดมองด้วยสายตาแข็งกร้าวช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ แต่โหดเหี้ยมแล้วอย่างไร ขอเพียงวันนี้เขากับน้องชายสามารถออกไปจากที่นี่ได้ วันหน้าค่อยคิดวิธีการจัดการหญิงชั่วร้ายผู้นี้ก็ยังไม่สาย“เจ้าในตอนนี้เป็นทาสของข้า ศพนั่นแบกตามมา”ศพ! น้องเขายังไม่ตายเสียหน่อย ถึงแม้ในใจของเด็กชายจะคิดเช่นนั้น ทว่าต่อให้นางไม่สั่งเขาก็จะแบบน้องชายออกไปอยู่ดี ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามหลิ่งฟางเซียงก็พาเด็กชายทั้งสองออกมาจากตลาดค้าทาสได้สำเร็จ ใบหน้าของเด็กชายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังต้องแบกน้องชายที่หมดสติไว้บนหลังก็เต็มไปด้วยเม็ดหนึ่งที่ชุ่มโชก เธอไม่แม้แต่จะหันมามองเขาก็พูดเสียงเรียบ"เดินต่ออีกหนึ่งลี้ค่อยพัก"ไม่ใช่การถามไถ่แต่เป็นการออกคำสั่ง ดังนั้นต่อให้ไม่ยินยอมเด็กชายก็ทำได้แค่จำใจต้องเดินตามหญิงสาว โชคดีที่นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่เชื่องช้า เขาจึงไม่ได้เหนื่อยจนเกินไปไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็หยุดเท้าพักที่ศาลาริมทาง ร่างเพรียวบางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อน
เซิ่นชิงหยวนส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยลา หลิ่งฟางเซียงยังคงสับสนในใจกับเรื่องที่ได้รับรู้ หรือแท้จริงแล้วอ๋องเฉินผู้นั้นไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเข้าใจ"แจ้งเตือนจากระบบ!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!!"ในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น หลิ่งฟางเซียงโยนเรื่องทั้งหมดในความคิดทิ้ง รีบเดินเข้าไปด้านในบ้านวาดมือเปิดระบบก่อนจะกดไปที่หน้าภารกิจ"ภารกิจที่ 4 ช่วยชีวิตคน 1 คน"ช่วยคน! แม้ว่าภารกิจนี้จะดูไม่ยากนัก เพราะแค่หาคนใกล้ตายสักคนแล้วช่วยเหลือเขา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจทว่าสถานที่ที่มีคนใกล้ตายนั้นก็มีเพียงแค่... ลานประหาร... ที่นี่ต่อให้เธอไปได้ ก็คงช่วยคนไม่ได้ สนามรบ... หากไปที่นั่นเธอไม่ทันช่วยคนก็คงเป็นศพไปเสียก่อน พื้นที่โรคระบาด... ไม่มีโรคระบาด จะมีพื้นที่โรคระบาดได้อย่างไร แต่หากจะรอให้เกิดโรคระบาด อีกสิบปีเธอก็คงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ทั้งที่เป็นภารกิจง่ายๆ แต่กลับทำได้ยากยิ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อนึกสถานที่ที่หนึ่งได้เธอช่างโง่จริงๆ ลืมสถานที่ดีๆ แห่งนี้ไปได้อย่างไร“แม่นางอยาก
"บ้านของข้าอยู่ในซอยนี้ คุณชายเซิ่นส่งแค่นี้ก็พอเจ้าค่ะ”เซิ่นชิงหยวนเห็นท่าทางลำบากใจของหญิงสาวก็ไม่คิดรบเร้าตอแยให้คนอึดอัดใจ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้ที่อยู่ของนางแล้ว วันหน้ายังต้องกังวลเรื่องหานางไม่พบอยู่อีกหรือ“ได้! เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหน้าหากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้เสมอ”“ขอบ...”“แม่นางน้อย ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว นี่คงเป็นสามีของเจ้าใช่หรือไม่ แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้ย่อมต้องได้เจ้านายที่ดีอย่างแน่นอน มาๆ รีบมาทำสัญญากันเถิด”หลิ่งฟางเซียงไม่ทันเอ่ยปากสักครึ่งคำก็ถูกเถ้าแก่ฉินพูดรวบรัดจนจบประโยค จากนั้นก็เดินนำทาง“สามี? เซียงเซียงนี่มันเรื่องอะไรกัน”หัวใจที่พองโตของเซิ่นชิงหยวนพลันแตกสลายในทันที เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ใบหน้าคมก็พลันซีดเซียวขึ้นมา“ข้ากำลังจะซื้อบ้าน เพื่อความปลอดภัยจึงโกหกไปว่ามีสามีและน้องชายร่วมอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ”คล้ายใจที่แตกสลายได้รับยาวิเศษช่วยเยียวยาไม่เพียงอาการเจ็บปวดในอกจนหายใจติดขัดก่อนหน้านี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ยังรู้สึกเต็มตื้นพองโตมากกว่าเดิม เชิดหน้าขึ้นขานรับด้วยสีหน้าอิ่มเอ
หลังจากตกลงราคาซื้อบ้านได้แล้ว หลิ่งฟางเซียงก็รีบไปที่ร้านเครื่องประดับของเซิ่นชิงหยวน เสี่ยวติงเห็นคนก็จดจำได้ในทันที ดังนั้นจึงรีบให้บ่าวชายไปส่งข่าวแก่คุณชายของตน ก่อนจะออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น“แม่นางฟาง วันนี้ท่านมาที่ของเราเพื่อซื้อหรือว่า...”“ข้ามาขายของ”พูดจบก็ส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้อีกฝ่าย เมื่อหลงจู๊หนุ่มเปิดดูก็พบว่าด้านในคือปิ่นทองบุปผาประดับเกสรด้วยทับทิมสีแดงสด พร้อมกับต่างหูทับทิม ทว่าที่ทำให้เขาตกใจจนเกือบทำของในมือตกก็คือ...“ทับทิมโลหิต แม่นางฟางนี่มันของล้ำค่ามาก ท่านมีได้อย่างไร”ทับทิมโลหิต เป็นอัญมณีที่หายากมาก เพียงแค่เม็ดเล็กๆ ประดับหัวแหวนหนึ่งวงก็มีค่าถึง 1 ตำลึงทอง ทว่าปิ่นทองเล่มนี้ของแม่นางฟางเซียนกลับประดับไว้ถึง 1 , 2 , 3 , … 15 เม็ด นับรวมกับที่ต่างหูทั้งสองข้างก็ 17 เม็ด“เชิญท่านหลงจู๊ตีราคาเถิดเจ้าค่ะ”“แม่นางฟางของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าทางร้านของเราจะซื้อไม่ไหว”คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธออุตส่าห์ใช้คะแนนสะสมถึง 10 คะแนนไปกับการแลกซื้อเครื่องประดับ 30 กว่าชิ้น เพื่อนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินใช้จ่าย และเพรา







