Partager

กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา
กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา
Auteur: ปลายพู่กันจันทรา

บทที่ 1 ตอนที่ 1/4

last update Date de publication: 2026-01-23 09:01:26

ท่ามกลางราตรีที่แสงจันทร์กระจ่างอาบย้อมผืนนภา กลิ่นอายแห่งวสันตฤดูโชยชายละลิ่ว พัดพาเอาความหอมหวานของบุปผานานาพรรณเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ทว่ากลับไม่มีที่ใดจะอบอวลไปด้วยความรัญจวนใจเท่ากับ ‘หอชิงโหลว’ หรือที่ผู้คนต่างขนานนามว่าหอระเริงวสันต์อีกแล้ว

ในค่ำคืนนี้ หอชิงโหลวถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานบนดินเพื่อจัดงานเลี้ยงชมบุปผาวสันต์ โคมผ้าไหมสีชาดและสีทองนับร้อยดวงถูกจุดโชติช่วง ขับเน้นตัวอาคารไม้สลักเสลาให้วิจิตรตระการตาราวกับตำหนักในสรวงสวรรค์ เสียงสรวลเสเฮฮาต่อกระซิกของเหล่าขุนนางปะปนไปกับเสียงกังวานของจอกสุราเงินที่กระทบกันไม่ขาดสาย กลิ่นกำยานราคาแพงจากต่างแดนกรุ่นกระจาย ผสมโรงไปกับกลิ่นอาหารอันโอชะและเมรัยเลิศรสที่บ่มเพาะมานานนับสิบปี

ณ โต๊ะไม้พะยูงแกะสลักลายมังกรคาบแก้วซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่ดีที่สุด ‘เซี่ยอวิ๋น’ ขุนนางหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตรจุติลงมาดิน นั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านท่ามกลางวงล้อมของเหล่านางโลมผู้เลอโฉม

เขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีครามเข้ม ปักดิ้นเงินเป็นลายเมฆมงคลตามสาบเสื้อและปลายแขน เส้นผมดำขลับราวน้ำหมึกถูกรวบตึงครอบด้วยปิ่นหยกขาวนวล ใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์คู่นั้นดูเย็นชาทว่าแฝงเร้นด้วยอำนาจคุกคามจนผู้ที่สบตาต้องสั่นสะท้าน มือเรียวยาวถือจอกสุราไว้หลวมๆ คล้ายกับว่าโลกทั้งใบนี้ไม่มีสิ่งใดคู่ควรพอจะดึงดูดใจเขาได้เลย

“ใต้เท้าเซี่ยเจ้าคะ... เหตุใดวันนี้ท่านถึงดูห่างเหินนัก สุราจอกนี้ข้าน้อยตั้งใจรินให้ท่านด้วยตนเองเชียวนะเจ้าคะ”

น้ำเสียงหวานหยดย้อยของ ‘เพ่ยเพ่ย’ นางโลมชั้นสูงผู้มีผิวพรรณผุดผ่องดังรวงผึ้งเอ่ยขึ้น พร้อมกับขยับกายเข้าชิดจนปทุมถันคู่อวบที่ล้นทะลักพ้นขอบเอี๊ยมบดเบียดกับท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างจงใจ มือนุ่มนิ่มซุกซนลูบไล้ไปตามหน้าขาของขุนนางหนุ่มอย่างถือวิสาสะ หวังจะปลุกเร้าอารมณ์บุรุษใต้ชุดขุนนางอันสูงศักดิ์

เซี่ยอวิ๋นเพียงชายตาแลมองครู่เดียว ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเย็นชา ในใจมีเพียงความเบื่อหน่ายที่ถาโถม

‘ช่างไร้รสนิยมสิ้นดี...’ เขาค่อนขอดในใจ

สำหรับเซี่ยอวิ๋น สตรีเหล่านี้ไม่ต่างจากตุ๊กตาเคลือบแป้งที่แต่งแต้มสีสันฉูดฉาดเพื่อปกปิดความว่างเปล่าภายใน พวกนางใช้เรือนร่างและความใคร่ฉาบฉวยเพื่อแลกเศษเงินและอำนาจ ทุกจริตก้านที่แสดงออกมา ทั้งการออดอ้อนออเซาะหรือสัมผัสที่จงใจจนเกินงาม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาเห็นจนชินชาและมองว่ามันไร้ซึ่งชั้นเชิง

“ใต้เท้า... สุราจอกนี้ไม่ถูกปาก หรือว่าท่านอยากเปลี่ยนมาลองลิ้มรสหวานจากริมฝีปากของข้าน้อยแทนเจ้าคะ?”

นางโลมอีกนางนามว่า ‘เยี่ยนเอ๋อร์’ ขยับเข้ามาอีกฝั่ง นางโน้มกายลงจนกลิ่นแป้งร่ำโชยเข้าจมูก ปลายลิ้นชุ่มชื่นตวัดเลียริมฝีปากตนเองอย่างยั่วยวน หวังจะจุดไฟราคะในกายของบัณฑิตหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเคร่งขรึมที่สุดในราชสำนัก

เคร้ง! เซี่ยอวิ๋นกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะจนเหล่านางโลมสะดุ้งสุดตัว

“พวกเจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าความงามอย่างนั้นหรือ? การยัดเยียดเนื้อหนังที่ไร้ซึ่งวิญญาณ... สำหรับข้า มันเป็นเพียงขยะที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเท่านั้น”

คำพูดเชือดเฉือนทำเอาสตรีเหล่านั้นหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกไปด้วยความหวาดเกรงในบารมี

เซี่ยอวิ๋นถอนหายใจยาว สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่นั่นดอกโบตั๋นกำลังเบ่งบานชูช่อใต้แสงจันทร์ พวกมันสวยงามและดูมีค่ากว่าสตรีที่รายล้อมเขาอยู่นี้นับพันเท่า

เขามาที่นี่ตามคำเชิญของเสนาบดีเฒ่าที่หวังประจบประแจง แต่กลับพบเพียงความซ้ำซากจำเจ เขาโหยหาบางสิ่งที่แตกต่าง... บางสิ่งที่สามารถสั่นคลอนหัวใจศิลาคู่นี้ได้ บางสิ่งที่ไม่ได้มีเพียงกามารมณ์หยาบโลน แต่คือ ‘ศิลปะแห่งความรัญจวน’ ที่แท้จริง

เขามองดูขุนนางคนอื่นที่มัวเมาในนารีและเมรัย บ้างซุกหน้าลงกับทรวงอกอิ่ม บ้างส่งเสียงครางต่ำอย่างลืมตัว เขาจิบสุราที่เหลือ ปล่อยให้รสขมปร่าซ่านไปทั่วลิ้น

“จะมีบ้างไหม... บุปผาที่เบ่งบานเพื่อตนเอง มิใช่เพื่อรอให้แมลงชั้นต่ำมารุมตอม” เขาพึมพำกับตนเอง

ทันใดนั้น แสงเทียนในหอชิงโหลวพลันวูบไหว เสียงจอแจรอบกายเริ่มเงียบสงัดลงทีละน้อย ทุกสายตาถูกตรึงไปยังทิศทางเดียวกัน

แรงดึงดูดบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสโสตประสาท เขาหรี่ตาลง จับจ้องไปยังรัศมีที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านม่านหมอกควันกำยาน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาไม่ใช่ใบหน้า หากแต่เป็นท่วงท่าการเยื้องกรายที่นุ่มนวลราวกับเทพธิดาเดินบนปุยเมฆ

‘ฮวาหลิง’ ก้าวออกมาจากความสลัว แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างนางทำให้ความงามนั้นดูราวกับภาพวาดมงคล นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีขาวนวลซ้อนทับด้วยผ้าโปร่งบางสีม่วงคราม ยามขยับกาย ชายผ้าจะเสียดสีกันเกิดเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูเย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก

เอวคอดกิ่วถูกพันธนาการด้วยสายรัดปักดิ้นทอง ขับเน้นทรวงอกอิ่มที่ดันรั้งคอเสื้อออกมาอย่างหมิ่นเหม่ ผิวพรรณที่โผล่พ้นอาภรณ์ออกมานั้นขาวผ่องกระจ่างใส ยามต้องแสงเทียนดูราวกับหยกมันแพะชั้นเลิศที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างวิจิตร

เซี่ยอวิ๋นไล่สายตาขึ้นไปยังดวงหน้าของนาง... และนั่นคือวินาทีที่เขารู้สึกเหมือนลมหายใจถูกช่วงชิงไป

ใบหน้าของฮวาหลิงเรียวเล็กเป็นรูปไข่ เครื่องหน้าทุกส่วนรับกันอย่างไร้ที่ติ คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศรพาดผ่านดวงตาเนตรหงส์ที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยดูลึกลับ นัยน์ตาของนางดำขลับเป็นประกายวับวาวราวกับอัญมณีใต้ก้นสระน้ำใส ริมฝีปากอิ่มตึงแต้มสีชาดดูฉ่ำหวานหยาดเยิ้ม... ราวกับรอคอยให้ผู้ใดเข้าไปลิ้มลองรสชาติ สองแก้มเนียนลออมีสีระเรื่อจางๆ ดุจดอกท้อแรกแย้ม

บนมวยผมสูงศักดิ์ประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายบุปผา มีระย้าทองคำทิ้งตัวลงมาคลอเคลียข้างใบหู นางโอบอุ้มพิณผีผาไม้กฤษณาไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวสวยดูอ่อนละมุนจนน่าหลงใหล

“นั่นหรือ... ฮวาหลิง...”

เสียงพึมพำชื่นชมจากเหล่าขุนนางดังแว่วมาเพียงแผ่วเบา ทว่าในโสตประสาทของเซี่ยอวิ๋นกลับไร้ซึ่งสำเนียงใดอื่น เขามองดูนางที่เยื้องกรายลงบันไดมาทีละขั้น เท้าเรียวเล็กดุจกลีบบัวในรองเท้าผ้าปักลายมุกวิจิตรโผล่พ้นชายกระโปรงออกมาให้เห็นเพียงรำไร ท่วงท่าของนางมิได้จงใจยั่วยวนดั่งนางโลมชั้นต่ำที่เขาเพิ่งขับไล่ไป ท่วงทำนองการก้าวเดินนั้นทรงพลัง จนทำให้ลำคอของเขาแห้งผากและร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สายตาของนางทอดต่ำ จดจ่ออยู่เพียงเส้นทางเบื้องหน้า ท่าทางที่ดูสูงส่งและห่างเหินเกินจะเอื้อมถึงนั่นเอง กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นอันป่าเถื่อนที่สุดสำหรับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าเช่นเขา

ฮวาหลิงไม่ใช่เพียงสตรีคณิกา... แต่นางคือดอกโบตั๋นล้ำค่าที่เบ่งบานท่ามกลางดงหญ้าป่า เป็นรัศมีจันทร์กระจ่างที่สาดส่องลงมายังโลกที่มืดบอดและน่าเบื่อหน่ายของเขา

ยิ่งนางดูสะอาดสะอ้านและสูงค่าเพียงใด สัญชาตญาณดิบภายในกายเขาก็ยิ่งร่ำร้องโหยหา... อยากจะครอบครอง บดขยี้ และทำลายความสงบนิ่งนั้นให้ย่อยยับลงคาทาง

ฮวาหลิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ในที่สุดดวงตาดั่งเนตรหงส์ก็ประสานเข้ากับดวงตาคมปลาบของเซี่ยอวิ๋น

มันเป็นเพียงช่วงเวลาเสี้ยวอึดใจ ทว่ากลับยาวนานราวชั่วนิรันดร์ในห้วงคำนึงของเขา นางเคลื่อนกายไปประทับบนแท่นไม้ มือเรียวบางประดุจลำเทียนขาวผ่องประคองคอพิณผีผา ปลายนิ้วที่ตัดแต่งเล็บอย่างงดงามจรดลงบนสายไหม

นางเริ่มกรีดนิ้วร่ายมนต์บทเพลง... ท่วงทำนองนั้นมีชื่อว่า ‘วสันต์คะนึงหา’ มันมิใช่เพลงที่พรรณนาถึงความงามของบุปผาในสวนหลวง หากแต่คือเสียงคร่ำครวญของกลีบดอกไม้ที่กำลังสั่นระริก รอคอยการรุกล้ำจู่โจมจากหมู่มวลภมรอย่างกระสันถึงขีดสุด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 3/3

    เรียวขาขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่น นางค่อยๆ กดสะโพกมนลงหามังกรที่แท้จริงที่ยังคงผงาด ความคับแน่นที่สอดประสานจากด้านหลังทำให้ตัวตนของเขาเข้าลึกถึงจุดรัญจวนใจที่สุดจนนางต้องเชิดหน้าแหงนคอขึ้นรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุถึงขีดสุด“อ๊า... ลึกเหลือเกินเจ้าค่ะ...”เซี่ยอวิ๋นประคองเอวบางของนางไว้มั่น เขาออกแรงกระแทกเสยขึ้นไปสอดรับกับจังหวะขย่มของนางอย่างรู้ใจ สองมือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าขยำปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง บดบี้ยอดถันที่แดงระเรื่อซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นให้พญาหงส์ครางระงมด้วยความสุขสมที่ล้นปรี่แม้หยาดน้ำสวาทจะไหลย้อนซึมออกมาตามโคนขาและเปรอะเปื้อนบัลลังก์ทองคำที่เคยถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า เซี่ยอวิ๋นกระชากสะโพกนางเข้าหาอย่างแรงในทุกจังหวะที่นางกดกระแทกลงมาในจังหวะที่อารมณ์รักพุ่งสูงจนถึงจุดยอด ฮวาหลิงเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเขา แววตานางส่องประกายด้วยความรักใคร่“ใต้เท้า... ฟังข้าน้อยให้ดีนะเจ้าค่ะ... ลูกในท้องของข้าน้อยคือลูกของท่าน... มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเท่านั้นที่ข้าน้อยยอมให้หยั่งรากฝากชีวิตในกายนี้”คำสารภาพนั้นประหนึ่งโอสถทิพย์ที่ทำให้

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นประคองเรียวขาขาวผ่องของฮวาหลิงให้แยกออกกว้างยิ่งขึ้น แล้วสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปอย่างแช่มช้า เขาจงใจแทรกซอนเข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ฮวาหลิงซึมซับความหฤหรรษ์"ดูสิ... รังรักของภรรยาข้าช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก แม้เพียงปลายนิ้วยังต้อนรับข้าด้วยความอบอุ่นถึงเพียงนี้"เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาวอีกครั้ง ดูดกลีบเนื้อสีหวานทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้ริมฝีปากรวบเอาความอ่อนนุ่มนั้นไว้แล้วออกแรงดึงทึ้งเบาๆ เพื่อเร่งเร้าให้นางทะยานสู่ขอบสวรรค์บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้มือหนาแหวกกลีบบุปผาที่บวมเป่งออกจนเผยให้เห็นเนื้อนุ่มระเรื่อที่สั่นระริกอวดโฉม เซี่ยอวิ๋นใช้เรียวลิ้นสากปาดเลียซ้ำๆ ลงบนจุดไวสัมผัสที่สุดอย่างถี่รัว ลิ้นร้อนตวัดผ่านเนื้อนุ่มที่เต้นตุบตามชีพจร ทำให้ฮวาหลิงแอ่นสะโพกเข้าหาการรุกรานนั้น นางรั้งศีรษะของเขาไว้มั่น เกรงว่าเขาจะหยุดหย่อนการปรนนิบัติที่แสนรัญจวนนี้“ร่องรักของข้าปลิ้นออกมาสู้ลิ้นท่านถึงเพียงนี้แล้ว... ใต้เท้า... ได้โปรดอย่าหยุดนะเจ้าคะ”ฮวาหลิงมิได้เพียงแต่นอนนิ่งเป็นหงส์ในกรงทอง ทว่านางกลับแอ่นสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นเหนืออาสน์มังกร จงใจจ่อจุดยุทธศาสตร์ที่กำ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 1/3

    ตำหนักเย็น ในเวลานี้ถูกกลบด้วยกลิ่นกำยาน ยาจันทราคลั่ง ยาพิษในคราบโอสถรัญจวนที่ฮวาหลิงปรุงขึ้นจากเกสรดอกไม้ต้องห้าม มีฤทธิ์กัดกร่อนสติสัมปชัญญะกลางห้องบรรทม ร่างของอดีตฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้ที่ไร้ลวดลายมังกร สภาพของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำแผ่นดินบัดนี้ช่างน่าเวทนาจนหาที่เปรียบไม่ได้ฉลองพระองค์สีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันหอม เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นระเบียบสยายยุ่งเหยิง“อึก... หลิงเอ๋อร์... เจ้าอยู่ไหน...”สุรเสียงที่เคยทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงครางพร่าที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะคว้าชายเสื้อของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและชังสุดหัวใจ นางกำนัลสี่ห้าคนที่ขยับกายเข้าหาตามคำสั่งของนางพญาผู้ครองอำนาจใหม่นางกำนัลเหล่านั้นปรนนิบัติพระองค์ด้วยท่วงท่าที่ไร้ชีวิตจิตใจ พวกนางเป็นเพียงเครื่องมือที่ฮวาหลิงทิ้งไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศ เจ้าเสวียนจินถูกกักขังอยู่ในภวังค์ความใคร่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของพระองค์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา พระองค์กระหายสัมผัสอย่างบ้าคลั่งที่มุมมืดหลังม่านฉากกั้น ฮวาหลิงจ้องมอง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 2/2

    “อึก... หลิงเอ๋อร์...” เจ้าเสวียนจินคำรามแผ่วในลำพระศอ เมื่อความร้อนระอุภายในรังรักของนางโอบรัดตัวตนของพระองค์ไว้ประหนึ่งถูกกลืนกินลงสู่มหาสมุทรที่คับแน่นฮวาหลิงมิได้ขยับกายอย่างรวดเร็วเหมือนคราก่อนๆ ทว่านางกลับใช้ความอ่อนตัวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหอคณิกา มารังสรรค์บทกวีแห่งกามารมณ์ที่วิจิตรยิ่งกว่าเดิมนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังโค้งมนประหนึ่งคันศร ปล่อยให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดแนบชิดไปกับพระอุระ ขณะที่ช่วงล่างยังคงบีบรัดเน้นย้ำทุกจังหวะการหายใจพระสนมรูปงามขยับสะโพกเป็นจังหวะที่เชื่องช้า ใช้เข่าทั้งสองข้างยันฟูกหนาไว้มั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกขึ้นสูงจนแก่นกายแกร่งเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางรัก แล้วจึงทิ้งน้ำหนักกระแทกลงไปใหม่รวดเดียว จังหวะที่ต่อเนื่องและสอดประสานกันอย่างมิขาดสายทำให้เจ้าเสวียนจินทรงรู้สึกประหนึ่งถูกมนตราสะกดให้ล่องลอยอยู่ในพายุพระหัตถ์แกร่งที่เคยถือดาบสังหารคน บัดนี้กลับทำได้เพียงยึดสะโพกนางไว้แน่นด้วยความรัญจวนฮวาหลิงพลิกเปลี่ยนท่วงท่าอย่างแนบเนียน นางเอนกายไปด้านหลังจนเส้นผมยาวสลวยกวาดผ่านแข้งของพญามังกร สองมือค้ำยันลงบนฟูกนุ่มข้างกายของเขา ท่าทางที่เปิดเปลือยทุ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 1/2

    สายลมกระโชกแรงพัดผ่านพระตำหนักกลางน้ำ สถานที่ลี้ลับที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสระโบกขรณีอันเงียบสงัด ม่านไหมสีขาวบางเบาปลิวไสวสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งปีกของดวงวิญญาณที่กำลังร่ำไห้อย่างโศกเศร้าฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินประทับนั่งด้วยวรกายที่แผ่กลิ่นอายคุกคาม ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงแห่งความระแวงสงสัย เบื้องหน้าของพระองค์คือฮวาหลิง นางถูกเรียกตัวมายามดึกสงัด ความงามของนางในยามนี้ดูเปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผาที่กำลังจะปลิดปลิวเคร้ง!คมดาบวาววับพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของในชั่วพริบตา“โองการลับนั่นเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่หลิงเอ๋อร์... จงบอกความจริงแก่ข้า ก่อนที่ดาบเล่มนี้จะกระชากวิญญาณของเจ้าออกไปเสีย” เสียงของเจ้าเสวียนจินเปี่ยมไปด้วยโทสะที่กดข่มไว้จนสั่นพร่าฮวาหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีคมดาบที่จ่ออยู่ที่จุดตาย ดวงตาคู่สวยของนางไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อมรณภัยตรงหน้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานอย่างสุดแสน นางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรมังกรคลั่ง หยาดน้ำตาเม็ดใสเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา“ฝ่าบาท... ทรงดำริว่าหม่อมฉันจักกล้าทรยศพระองค์เพื่อสิ่งใดหรือเพคะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 2/2

    นางใช้น้ำมันหอมสูตรพิเศษที่เหลืออยู่บนฝ่ามือลูบไล้ไปตามยอดถันและหน้าพระนาภี (หน้าท้อง) ของพระองค์ สัมผัสที่ลื่นไหลทำเอาฮ่องเต้ทรงครางหอบออกมาอย่างหมดท่า แววตาที่พระองค์มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความบูชา ประหนึ่งนางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ต้องกราบกรานเพื่อขอเศษเสี้ยวแห่งความสุขสม“เจ้ามันนางแม่มด... หลิงเอ๋อร์...”“หากหม่อมฉันเป็นแม่มด... พระองค์ก็คือเชลยที่หม่อมฉันจะกักขังไว้ในมนต์ขลังนี้ตลอดกาลเพคะ”ฮวาหลิงใช้ร่างกายส่วนล่างบดเบียดลงบนจุดกึ่งกลางของพระองค์อย่างจงใจ นางกดสะโพกสวมทับความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนแทรกซอนเข้าสู่กลีบกุหลาบที่แดงระเรื่อ นางจงใจหยุดค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้พระองค์สัมผัสถึงความคับแน่นที่ปากทางเข้าที่แสนเย้ายวน เมื่อนางทิ้งน้ำหนักตัวลงจนสุด ตัวตนของพระองค์ก็เข้าลึกถึงจุดที่รัญจวนใจที่สุดทุกครั้งที่ฮวาหลิงขยับโยกสะโพกขึ้นลง กลีบกุหลาบสีสดจะเผยอออกและโอบหุ้มลำมังกรไว้จนมิดชิด ผิวเนื้อที่เนียนละเอียดและนุ่มลื่นขยับรูดรั้งไปตามความยาวที่เส้นเลือดปูดโปน ประหนึ่งดอกไม้กระหายน้ำที่กำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างอย่างตะกรุมตะกรามภาพของกลีบเนื้อที่ขยายและโอบรัดความแกร่งกร้าวไว้อย

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 1/2

    ภายในตำหนักบรรทมอันวิจิตรส่วนพระองค์ ฮวาหลิงบรรจงเปิดผอบหยกขาวนวลที่บรรจุผง ‘กำยานนิทรานารี’ กลิ่นของมันหอมสดชื่นประหนึ่งดอกเหมยยามต้องเหมันต์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นน้ำผึ้งป่าที่หวานฉุนและรัญจวนใจ ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวอย่างแนบเนียน ฮวาหลิงใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตักผงกำยานวางลงบนถ่านร้อนฟู่...คว

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 11 ตอนที่ 2/2

    จากนั้นเซี่ยอวิ๋นก็อุ้มร่างของฮวาหลิงขึ้นวางบนโต๊ะตำรา แรงสั่นสะเทือนทำให้ม้วนคัมภีร์บางส่วนร่วงหล่นสู่พื้น ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจดจ้องเพียงกันและกัน บนโต๊ะกว้างมีกระดานหมากล้อมหยกคั่นกลาง เม็ดหมากสีดำและขาวกระจายตัวอยู่ เซี่ยอวิ๋นจดจ้องดวงตาของนาง แววตาของเขาหาใช่บัณฑิตผู้ถ่อมตนที่ฮ่องเต้ทรงเห็น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 9 ตอนที่ 2/3

    เขายังไม่ข้ามเส้น... ยังไม่แทรกซอนเข้าสู่ภายใน ทว่าเพียงการบดเบียดภายนอกที่หนักหน่วงก็ทำเอาฮวาหลิงแทบสิ้นสติ นางหอบหายใจรัวเร็ว ปล่อยให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันช่วยกลบเสียงครางเครือในลำคอเซี่ยอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคมคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดล้ำลึกก่อนจะเอ่ยบทกวีที่กลั่นออก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 7 ตอนที่ 2/3

    ความโกรธเกรี้ยวของขุนนางโฉดทำเอาฮวาหลิงใจสั่น ทว่านางมิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่จะพ่ายแพ้ต่อคำขู่ นางสูดลมหายใจรวบรวมจริตที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วง ปล่อยตัวให้อ่อนระทวยซบลงบนตักของเขา แสร้งทำเป็นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดแสน“ใต้เท้า... เหตุใดจึงดุดันกับข้าน้อยเพียงนี้ ข้าน้อยเป็นเพียงคณ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-23
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status