อีกรูปแบบที่ผมแนะนำคือดูตามไทม์ไลน์ของเนื้อเรื่อง เพราะมันทำให้การเล่าเรื่องต่อเนื่องและบางตัวละครดูมีเหตุผลมากขึ้น ถาจัดตามเรื่องราวจริงๆ วิธีนี้จะย้ายตำแหน่งของ 'The Fast and the Furious: Tokyo Drift' ให้อยู่หลังเหตุการณ์บางภาค เพื่อให้การกลับมาเห็นตัวละครอย่างฮานมีความสมเหตุสมผลกว่าเดิม การดูแบบนี้ยังช่วยให้การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครไหลลื่น โดยเฉพาะเมื่อพยายามตามพัฒนาการของตัวละครรองในตอนต้น เรื่องที่ผมชอบเกี่ยวกับวิธีนี้คือมันแก้ความสับสนจากการกระโดดข้ามเวลาและช่วยให้การกระทำของตัวละครในภาคหลังดูมีมูลเหตุชัดเจนขึ้น ฝั่งที่ไม่ชอบวิธีนี้อาจบอกว่ามันทำให้การลุ้นเซอร์ไพรส์จากการเปิดตัวตัวละครในภาคที่ออกฉายก่อนหายไปบ้าง แต่สำหรับคนที่อยากเห็นเส้นเรื่องหลักเรียงๆ และเข้าใจการเชื่อมโยงของเหตุการณ์ วิธีนี้ใช้งานได้ดีทีเดียว
การเริ่มจากหนังภาคแรก 'The Fast and the Furious' แล้วไล่ต่อไปตามที่มันออกฉาย จะได้เห็นการเปลี่ยนโทนจากหนังแข่งรถธรรมดาๆ ไปเป็นหนังแอ็กชั่นสายล้ำและทีมครอบครัว ตั้งแต่จังหวะเล็กๆ ของตัวละครหลักจนถึงสเกลใหญ่ของฉากปล้นใน 'Fast Five' การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครถูกค่อยๆ ปูมา ทำให้ฉากดราม่าบางฉากในภายหลังโดนหนักกว่าเมื่อตอนดูเป็นครั้งแรก