ตัวอย่างที่ผมชอบคือถ้านึกถึง 'My Next Life as a Villainess' จะเห็นการเล่นเส้นทางเหล่านี้ชัดเจน—มีทั้งจบที่หลีกเลี่ยงหายนะด้วยมิตรภาพ, จบความรักของตัวละครรอง ที่ทำให้โลกในเรื่องอุ่นขึ้น, และจบแบบขำ ๆ ที่เบรกความตึงเครียด ทุกแบบมีเสน่ห์ต่างกันไป แล้วสุดท้ายผมมักเลือกเล่นเส้นทางที่ให้ความอบอุ่นหลังจบ เพราะมันเหมือนรางวัลจากการเลือกแบบใจดีต่อคนร้ายคนนั้น
ชิ้นงานอย่าง 'Steins;Gate' ทำให้ผมเข้าใจความต่างของ bad end กับ true end ดีขึ้น—bad end บางทีก็เจ็บปวดและเป็นบทเรียน แต่ true end ให้ความรู้สึกปลดปล่อยจริง ๆ สำหรับแนวที่มีนางร้ายความเป็นไปได้ของการกลับตัวหรือการแก้ปมก็จะทำให้ true end ยิ่งมีคุณค่า เพราะเรารู้สึกว่าทุกการเลือกในระหว่างทางมีผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ฉากรักสวยงามอย่างเดียว ผมมักประทับใจฉากจบที่ยังคงทิ้งร่องรอยความเปลี่ยนแปลงไว้ในตัวละครแทนที่จะปัดเรื่องให้จบแบบสมบูรณ์เท่านั้น