ต้นเรื่องของโมเสสตามบันทึกใน 'The Ten Commandments' หรือตามฉบับดั้งเดิมที่อิงจากตำนานโบราณ เล่าแบบกระชับและได้ภาพ: เด็กฮีบรูถูกวางลงในตะกร้าเพื่อรอดชีวิต ถูกเก็บไปเป็นลูกบุญธรรมในราชสำนักอียิปต์ ก่อนจะค้นพบรากเหง้าของตัวเองและต้องหนีไปใช้ชีวิตต่างถิ่น การกลับมาเพื่อนำผู้คนออกจากการเป็นทาสกลายเป็นแก่นกลางของเรื่อง
ในฐานะคนหนุ่มที่มองเรื่องนี้จากมุมความเป็นมนุษย์ ผมให้ความสนใจกับช่วงวัยเด็กที่ถูกพรากและการเติบโตท่ามกลางสองวัฒนธรรม การถูกเลี้ยงในวังแต่มีเชื้อสายจากชาวที่ถูกกดขี่สร้างความขัดแย้งภายใน ซึ่งช่วยอธิบายพฤติกรรมที่ดูทั้งแข็งแกร่งและลังเลของโมเสส ฉากพุ่มไม้ลุกไหม้ในภาพยนตร์คลาสสิก 'The Ten Commandments' ทำให้ภาพความศักดิ์สิทธิ์ชัดขึ้น แต่หัวใจของต้นกำเนิดคือการผสมผสานระหว่างชะตากรรมส่วนบุคคลกับการเรียกร้องเพื่อความยุติธรรม นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรื่องของโมเสสยังคงสะท้อนคนยุคใหม่ได้ดี
ในฐานะแฟนเรื่องเล่าที่ชอบสังเกตตัวละคร ผมเห็นว่าต้นกำเนิดแบบนี้ทำให้โมเสสเป็นตัวละครที่ซับซ้อน: เขาไม่ใช่ฮีโร่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นคนที่ต้องเผชิญกับความกลัว ความไม่แน่ใจ และหน้าที่ในเวลาเดียวกัน การตีความสมัยใหม่ เช่นการ์ตูน 'The Prince of Egypt' ช่วยเน้นอารมณ์และความเป็นมนุษย์ของเขาได้ชัดเจน แต่รากเหง้าอันอยู่ในเรื่องราวดั้งเดิมนั่นแหละที่ให้ความลึกและเหตุผลแก่การเดินทางทั้งชีวิตของโมเสส
เคยสะดุดกับเพลงจากหนังแอนิเมชันเรื่องหนึ่งที่เล่าเรื่องราวของโมเสสจนต้องกลับมาฟังซ้ำ ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
เพลงที่ว่าคือ 'When You Believe' จากภาพยนตร์เรื่อง 'The Prince of Egypt' ซึ่งบทเพลงและเนื้อร้องส่วนใหญ่เขียนโดย Stephen Schwartz ขณะที่คะแนนประกอบภาพยนตร์เป็นผลงานของ Hans Zimmer การร่วมมือกันระหว่างนักแต่งเพลงแนวละครเพลงกับนักประพันธ์ประกอบภาพยนตร์ชั้นครู ทำให้ทั้งเพลงและซาวด์สเคปของหนังมีน้ำหนักทางอารมณ์และความยิ่งใหญ่ที่เข้ากับเรื่องราวการปลดปล่อยของโมเสสได้ดี
ความประทับใจของผมไม่ได้อยู่ที่ท่อนฮุกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจัดวางองค์ประกอบดนตรีที่สลับระหว่างโค러스ใหญ่กับช็อตเงียบ ๆ ที่ให้ความรู้สึกของการลุกขึ้นต่อต้านและความหวัง เพลงเวอร์ชันป็อปที่ทำร่วมกับศิลปินชื่อดังในเวลาต่อมาก็ช่วยเผยแพร่ข้อความของเพลงให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น แต่เวอร์ชันต้นฉบับในหนังยังคงเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุดเพราะมันทำงานควบคู่กับภาพและเรื่องราวอย่างกลมกลืน