ฉันคิดว่ามุมมองเช่นนี้ทำให้ 'ริมฝั่งโขง' ขึ้นมามีความสำคัญในฐานะนิยายที่ไม่หวานและไม่หลบหลู่ความจริงของสังคม อ่านแล้วนึกถึงบางแง่มุมของ 'The Grapes of Wrath' ในแง่การสำรวจผลกระทบของระบบต่อชีวิตมนุษย์
การอ่านครั้งหนึ่งฉันติดต่อกับความคิดเรื่องชะตากรรมส่วนบุคคลและชะตากรรมของชุมชนพร้อมกัน เหมือนภาพซ้อนที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ คล้ายกับวิธีที่ 'A River Runs Through It' ใช้แม่น้ำเป็นแกนกลางของเรื่องเล่า เพียงแต่วิธีเล่าใน 'ริมฝั่งโขง' ให้ความสำคัญกับชุมชนและการอยู่ร่วมกันมากกว่า