สิ่งที่ผมชอบคือเรื่องนี้ไม่พยายามเป็นแบบเดียวกับนิยายโรแมนซ์เบาสบายอย่าง 'Snow White with the Red Hair' แต่เลือกสร้างบรรยากาศที่เข้มกว่าและท้าทายจริยธรรมของผู้อ่าน ทำให้การอ่านรู้สึกสดใหม่และเติมเต็มช่วงเวลาที่อยากอ่านอะไรมีสีสัน สุดท้ายถ้าชอบงานที่กระตุ้นความคิดและไม่กลัวบทบาทตัวละครที่เดินบนเส้นบาง ๆ ของความถูกผิด เรื่องนี้น่าสนใจทีเดียว
ฝั่งที่วิจารณ์มักชี้ว่าบางจังหวะพล็อตค่อนข้างกระโดด และตัวละครรองยังไม่ถูกขยายความพอ เทียบกับงานที่เน้นการเติบโตของตัวละครอย่าง 'Who Made Me a Princess' จะเห็นความต่างที่ชัดขึ้น แต่ถาคนชอบแนวที่มีการวางกับดักทางอารมณ์และหักมุมหลายชั้น เสียงวิจารณ์บอกว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนเวลา สุดท้ายฉันเองอ่านแล้วรู้สึกเพลินและมีอะไรให้คิดตามไปอีกพักใหญ่
มีเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้ฉันยิ้มทุกครั้งเมื่อพูดถึงทีมงานเบื้องหลังงานอนิเมะแนวตัวร้ายแบบหวานขมแบบนี้: สตูดิโอผู้ผลิตของ 'เป็นตัวร้ายก็ต้องตายเท่านั้น' คือ 'Silver Link' ซึ่งฉันรู้สึกว่าเป็นการจับคู่ที่ลงตัวมาก
งานชิ้นนี้มีเอกลักษณ์ของสีสันและจังหวะเล่าเรื่องที่ทำให้ฉากดราม่าไม่หนักจนล้น เหมือนกับผลงานที่ฉันเคยชอบอย่าง 'My Next Life as a Villainess' ที่เคยทำให้ฉันทึ่งกับบาลานซ์ระหว่างคอเมดีกับความจริงจัง ในมุมมองของฉัน Silver Link รู้วิธีเล่นกับโทนเรื่องพวกนี้ ทำให้ฉากที่ควรจะสะเทือนใจกลับมีการวางจังหวะที่ทำให้คนดูรู้สึกผูกพันกับตัวละครมากขึ้น
สรุปแบบไม่เป็นทางการก็คือชื่อสตูดิโอบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด: เมื่อเห็นสไตล์ภาพและการตัดต่อ ฉันเลยรู้สึกว่า Silver Link สามารถยกองค์ประกอบที่ต้องการจากต้นฉบับมาได้ดีและยังเติมสิ่งที่ทำให้เรื่องดูน่าจดจำขึ้นในแบบของตัวเอง