J. Robert Oppenheimer ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเชิงวิชาการที่ Los Alamos และมักถูกพูดถึงบ่อยที่สุด แต่ชื่อสำคัญอื่น ๆ ก็มีบทบาทชัดเจน — Enrico Fermi รับผิดชอบด้านปฏิกิริยาลูกโซ่และการสร้าง 'Chicago Pile-1' ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ชุดแรกในยุค, Hans Bethe นำทีมทฤษฎีที่ถกเถียงเรื่องสมการนิวเคลียร์, และ Ernest O. Lawrence ช่วยพัฒนาเครื่องไซโคลตรอนที่สำคัญสำหรับการแยกไอโซโทป
ด้านทฤษฎีและที่ปรึกษาก็มีคนที่ชื่อเสียงไม่แพ้กัน เช่น Niels Bohr ที่มาให้คำปรึกษา John von Neumann ที่ช่วยงานการคำนวณและแบบจำลองทางคณิตศาสตร์, Isidor Rabi มีบทบาทเชื่อมระหว่างนักฟิสิกส์กับนโยบาย และ Edward Teller กับ Leo Szilard ที่ผลักดันความคิดเรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์ในมุมมองต่าง ๆ โดยรวมแล้ว ฉันมองว่าการระดมนักวิทยาศาสตร์ที่มีพื้นเพจากหลายประเทศและหลายสาขาเป็นหัวใจของความสำเร็จ — ทั้งด้านทฤษฎี การทดลอง เคมี และการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซึ่งสุดท้ายก็สะท้อนทั้งความสามารถและภาระทางจริยธรรมของพวกเขา
นี่เป็นเรื่องที่ผมมักเอามาคุยกับเพื่อนเวลาพูดถึงประวัติศาสตร์สงครามแบบลึกๆ เพราะสารคดีบางเรื่องเล่าได้ทั้งบริบทมนุษย์และผลทางวิทยาศาสตร์อย่างลงตัว
'The Day After Trinity' เป็นสารคดีที่โดดเด่นในการเล่าเรื่องโครงการแมนฮัตตันผ่านบทสัมภาษณ์กับคนสำคัญและฟุตเทจเก่าๆ ของการทดลองแรกสุด ปกติจะเจอเวอร์ชันให้เช่าหรือซื้อบนแพลตฟอร์มเช่น Amazon Prime Video ซึ่งเหมาะถ้าต้องการความคมชัดระดับดีและซับไตเติ้ล ในบางครั้งก็มีการอัปโหลดเป็นตอนสั้นหรือคลิปบน YouTube แต่คุณภาพและลิขสิทธิ์อาจไม่สม่ำเสมอ
ทางเลือกที่สะดวกอีกอย่างคือระบบห้องสมุดดิจิทัลอย่าง Kanopy หรือ Hoopla ที่หลายห้องสมุดและมหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ใช้งานอยู่ สารคดีเก่าๆ แบบนี้มักลงในคอลเล็กชันของห้องสมุด ทางกายภาพเช่นดีวีดีตามห้องสมุดท้องถิ่นก็ยังเป็นทางออกดีถ้าชอบดูแบบออฟไลน์ สรุปคือถ้าต้องการภาพสัมภาษณ์ลึกๆ และมุมมองคนที่อยู่ในโครงการจริง 'The Day After Trinity' จาก Amazon หรือห้องสมุดดิจิทัลน่าจะตอบโจทย์ได้ดี และฉันมักกลับไปดูตอนที่มีบทสัมภาษณ์กับโอเพนไฮเมอร์เพราะน้ำเสียงและการเล่าเรื่องทำให้เห็นมิติด้านมนุษย์ของเหตุการณ์ชัดขึ้น