มีบางอย่างในน้ำเสียงของทังหยวนที่ทำให้ฉันนึกถึงตรอกเล็กๆ และกลิ่นอาหารตามสตรีทฟู้ดของเมืองเก่า ซึ่งเขาเล่าในบทสัมภาษณ์ว่าเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญ
ฉันจำไม่ได้ว่าฟังบทสัมภาษณ์ครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่ภาพของเด็กคนหนึ่งที่วิ่งเล่นริมถนน ไปรษณีย์เก่า และความทรงจำของครอบครัวชัดเจนมากในถ้อยคำของเขา ทังหยวนพูดถึงการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ — เสียงกุญแจดัง สะพานไม้ที่ผุ — แล้วเอามาร้อยเรียงเป็นบรรยากาศในงานของเขา นี่ไม่ใช่การยกใหญ่แบบฉากโชว์ แต่เป็นการเลือกชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้โลกในเรื่องมีน้ำหนัก
นอกจากความทรงจำส่วนตัว เขายังยกตัวอย่าง
วรรณกรรมและภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบ เช่นอิทธิพลจากผู้กำกับอย่างชื่อดังที่ชอบใช้ภาพของธรรมชาติและเมืองผสมกัน ทำให้ฉันเห็นชัดว่าแรงบันดาลใจของเขาเป็นการผสมผสานระหว่างความทรงจำส่วนตัว ความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น และการชอบสังเกตผู้คน การเขียนของเขาจึงเต็มไปด้วยฉากที่เหมือน
หยุดเวลาไว้ และตัวละครที่พูดน้อยแต่หนักแน่น น่าแปลกตรงที่สิ่งเล็กๆ เหล่านี้กลับทำให้เรื่องใหญ่ขึ้นและทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับไปเดินในตรอกนั้นอีกครั้ง