การเลือกใช้ภาพใกล้ชิดกับร่างกายและซาวด์ที่หนักแน่นชวนให้รู้สึกว่าการเป็นแวมไพร์คือกระจกสะท้อนความเหงาในยุคปัจจุบัน ไม่ต่างจากน้ำเสียงใน 'Let the Right One In' ที่สื่อความเปราะบาง การอธิบายของผู้กำกับทิ้งท้ายไว้แบบคม ๆ ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการหาวิธีอยู่ร่วมกับความโหดร้ายในโลกโดยไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทั้งหมด
การเล่าแบบนี้เตือนให้ฉันเห็นว่าภาพยนตร์บางเรื่องใช้ตัวประหลาดเป็นตัวแทนปัญหาจริง ๆ ในสังคม เช่นเดียวกับธีมใน 'Interview with the Vampire' ที่เคยขุดคุ้ยหัวข้ออำนาจและบาดแผลใจ
ช่วงนี้กระแสแวมไพร์กลับมาแรงจริงๆ นะ โดยเฉพาะกับซีรีส์ 'Interview with the Vampire' ซีซั่น 2 ที่เพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้ ซีรีส์นี้ดัดแปลงจากนิยายคลาสสิกของ Anne Rice แต่ถูกนำมาทำใหม่ด้วยมุมมองที่ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีซีรีส์ 'The Last Voyage of the Demeter' ที่ดัดแปลงจากบทหนึ่งใน 'Dracula' แต่ขยายเป็นเรื่องราวเต็มตัว เล่าเรื่องผ่านการเดินทางของเรือขนส่งแวมไพร์ ซึ่งให้ความรู้สึกลึกลับและน่าหวาดเสียวแบบคลาสสิก
ส่วนอีกเรื่องที่คุยกันมากคือ 'Vampire Academy' ที่ถูกนำกลับมาทำใหม่หลังจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าไม่ค่อยโดนใจแฟนๆ เวอร์ชั่นใหม่นี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวละครและความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามากขึ้น แถมยังมีแนวคิดเกี่ยวกับสังคมและการเมืองของแวมไพร์ที่ซับซ้อนขึ้นด้วย ถ้าใครชอบแนวแวมไพร์แบบมีชั้นเชิงและลึกซึ้ง น่าจะถูกใจซีรีส์นี้เลย