Masuk
เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วคลอไปกับเสียงนฬิกาปลุก ลิลิธ ที่นอนอยู่บนเตียงยังคงนอนกลิ้งไปมาพร้อมทำหน้าตาเหมือนคนที่ยังไม่อยากตื่นนอนซักเท่าไหร่ เธอเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่ข้างหัวเตียง เจ้าตัวหนาวไปหนึ่งฝอดก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่มเริ่มต้นวันใหม่ในฐานะพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
แต่ว่า-
"ห๊าาา สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!? ตายแล้ว ตายแล้ว! ฉันตายแน่ ๆ !"
ลิลิธที่มองเวลาถึงกับหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อนาฬิกาบนหัวเตียงได้ขึ้นโชว์เวลา 7:34 น. เด่นหรา
เสียงน้ำจากฝักบัวไหลรินลงมาดัง ซ่าา ภายในห้องน้ำของหญิงสาววัยอายุ 26 ปี เธอวิ่งออกมาเช็ดผมให้แห่งอย่างรวดเร็วหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอรีบสวมเสื้อสีขาวและกระโปรงความยาวเสมอเข่า หวีผมให้เรียบตรง ตบด้วยแต่งหน้าอีกสักนิดหน่อย จากนั้นเจ้าตัวก็รีบบึ่งออกจากห้องอย่างด่วนจี๊
"พี่วินน!!" ลิลิธโบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซแถว ๆ คอนโดของเธอขณะที่กำลังวิ่งลงมาจากคอนโด
"ไปบริษัทมิดไนท์ค่ะพี่ ด่วนเลย หนูสายแล้ว!"
"โอเค ๆ ขึ้นดี ๆ ล่ะ!" คนขับรถสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอวิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้า พี่คนขับก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับไปส่งเธอให้ทันเวลาทันที แม้ระหว่างทางทรงผมของลิลิธจะเสียทรงไปบ้างก็ตามที
เมื่อมาถึงสำนักงานลิลิธก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตอกบัตรอย่างเฉียดฉิว เธอถอนหายใจอกอมาอย่างโล่งอกพร้อมปาดเหงื่อไปหนึ่งที
"อ้าวลิลิธ ทำไมวันนี้มาสายจังเลยล่ะ?" สาววัยกลางวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะประชาสัมพันธ์เอ่ยทักขึ้น
"พี่แก้ว!" ลิลิธเอ่ยทักทายตอบ "เมื่อคืนนอนนึกน่ะพี่ วันนี้เลยตื่นสายเลยเนี่ย"
'แก้ว' เธอคือเพื่อนสาวของลิลิธคนแรกของเธอเมื่อตอนที่เธอเพิ่งเข้าบริษัทใหม่ ๆ ถ้าในช่วงแรกไม่ได้พี่แก้วช่วยแนะนำอะไรให้อีกหลาย ๆ อย่างลิลิธก็คงไม่มีวันนี้ วันที่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่อย่างที่เธอใฝ่ฝัน
บริษัทมิทไนท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ คือบริษัทสื่อบันเทิงเจ้าใหญ่อีกหนึ่งแห่งของไทยที่ส่งออกซีรี่ส์และภาพยนต์น้ำดีมากมายออกสู่คลาดมาอย่างยาวนานถึงสิบปี ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ลิลิธใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องมาทำงานที่นี่ให้จงได้ และเมื่ออายุได้ 25 ปี ความฝันของเธอก็ได้เป็นจริง ลิลิธได้ทำงานในตำแหน่งเลขา แม้งานของเธอในตำแหน่งนี้จะค่อนข้างวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการประสานงาน จดบันทึกการประชุม แล้วก็งานเอกสารอื่น ๆ อีกมากมาย.. ถึงอย่างนั้นลิลิธก็เต็มใจที่จะทำมัน
"ตอกบัตรแล้วรีบไปเลยย ป่านนี้สายลูกค้าโทรตามจนสายไหม้แล้วมั้งน่ะ" พี่แก้วเอ่ยแซว
"ไปแล้วค่ะพี่!" ลิลิธโบกมือให้พี่แก้วแล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟต์อย่างรีบเร่ง
ขณะที่เจ้าตัวกำลังวิ่งไปทางลิฟต์นั้น ประตูเจ้ากรรมก็ดันจะปิดตัวลงต่อหน้าเธอเสีอย่างนั้น
"ด เดี๋ยวค่ะ รอด้วย!" ลิลิธตะโกนเพื่อบอกให้คนในลิฟต์
"..." แม้คนในลิฟต์จะไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่ก็ยังใจดีกดลิฟต์คาเอาไว้ให้เธอ ทำให้ลิลิธสามารถขึ้นลิฟต์มาได้ทันเวลา
"ขอบคุณนะคะ..!" ลิลิธกล่าวขอบคุณแล้วปาดเหงื่อของเธอ เจ้าตัวเหลือบมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในลิฟต์ ดูเหมือนว่าเธฮจะไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายสักเท่าไหร่นัก.. อีกฝ่ายนั้นสวมชุดสูทสีดำราคาแพง รองเท้าหนัง ผมสั้นสีดำที่มีปอยผมเประหน้าผากนิด ๆ นอกจากตัวสูงแล้ว ผิวของเขาก็ดู..ขาวมากเลย
'หวา..หน้าตาดีใช้ได้เลยแหะ อยู่แผนกไหนกันนะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย?' ลิลิธคิดในใจหลังจากเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เธอ
"..ไหน"
"คะ?"
"ชั้นไหน?"
ชายหนุ่มร่างสูงข้าง ๆ เธอถามออกมา ทำให้ลิลิธถึงกับหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความเขินอาย ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เธอรีบแท้ ๆ แต่กลับมามองความหล่อของเขาจนเพลินซะได้! เก็บอาการหน่อยสิลิธเอ๋ย
"อ อ้อค่ะ! ชั้น 7 ค่ะ!" ลิลิธให้คำตอบกับชายคนนั้นอย่างตะกุกตะกักหลังจากเผลอทำตัวน่าอายไปเมื่อครู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่เก็บไปเม้ามอยกับเพื่อนร่วมงานนะ..
'เพิ่งทำงานมาได้แค่อาทิตย์เดียวแท้ ๆ ก็ดันทำตัวน่าอายใส่คนอื่นเข้าซะแล้ว..ฮือ'
ติ๊ง~
เสียงลิฟต์ดังขึ้น ตัวเลขบนหน้าจออีเล็กทรอนิคปรากฎเป็นเลข 7 ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางของเธอ
"ขอบคุณนะคะ!" เธอกล่าวขอบคุณชายแปลกหน้าพลางก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากลิฟต์
เมื่อประตูปิดลง ชายหนุ่มภายในลิฟต์ก็ยังคงไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่มองแผ่นหลังของลิลิธไปจนประตูลิฟต์ปิดลงเพียงเท่านั้น หากแต่สายตาของเขาที่จ้องมองไปนั้นแฝงไปด้วยความรู้ที่ยาสึกที่ยากจะอธิบาย.. เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงอย่างสนิท มันก็เคลื่อนตัวไปยังชั้นที่สูงขึ้นอย่างเงียบงัน
ทางด้านลิลิธที่มาถึงที่นั่งในออฟฟิศของตนก็ถูกต้อนรับด้วยเอกสารและเสียงเรียกจากโทรศัพท์ไม่ขาดสาย
"เริ่มต้นวันได้ดีจริง ๆ เล๊ย" ลิลิธบ่นอุบ ก่อนจะนั่งลงเพื่อเคลียร์งานบนโต๊ะและรับสายลูกค้าอย่างหัวหมุน
โดยทั่วไปแล้ว งานของเธอก็คือเลขาธรรมดา รายละเอียดงานต่าง ๆ มักเป็นสิ่งที่เธอมักฝึกซ้อมและเรียนรู้มาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานที่นี่อยู่แล้ว มว่า..มันก็มีงานบางงานที่เธอทำกี่ครั้งก็ยังไม่ชินเสียที
นั่นก็คือการส่งซองเอกสารธุรกิจที่เป็นความลับให้กับบอสของที่นี่
ซึ่งมันควรจะเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว การจะไปส่งเอกสารนั้นนอกจากที่เธอต้องไม่เปิดเอกสารลับเหล่านี้ดูแล้ว เธอต้องไปส่งมันในช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น อย่างเช่นวันนี้.. เอกสารลับนั้นถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยในลิ้นชักของเธออย่างเป็นระเบียบ มันถูกผนึกด้วยเชือกอย่างแน่นหนา และมีกำหนดให้เธอส่งซองเอกสารฉบับนี้ในเวลาห้าทุ่มเป็นต้นไป
มันเหมือนจะดึกและเลยเวลาในการทำงานของเธอไปมาก แต่ผลตอบแทนมันกลับมหาศาล ค่าแรงที่เธอจะได้รับนั้นมันเท่ากับค่าแรงที่คนอื่น ๆ ต้องทำงานเป็นเวลาทั้งหมด 3 เดือนติดกันถึงจะได้มันมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้
หลังเลิกงานเธอสามารถพักผ่อนได้ตามปกติ แค่ต้องไม่ออกจากบริษัทในเวลาที่กำหนดเพียงเท่านั้น ซึ่งเธอก็ยินดี
แหงล่ะ ใครจะไม่อยากได้เงินจำนวนมากเข้ากระเป๋ากันล่ะ ขอแค่เธอทำมันให้เสร็จเรียบร้อยทุกวันมันก็ไม่มีปัญหาแล้ว!
เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบนผนังเลื่อนไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่เธอต้องทำงานชิ้นสำคัญ
23:00 น.
ได้เวลาส่งเอกสารแล้ว
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อกเสียงนาฬิกาบนผนังส่งเสียงออกมาเบา ๆ คลอไปกับเสียงพูดคุยงานอย่างเคย ลิลิธเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากจดันทึกการประชุมเสร็จอย่างเหนื่อยล้า แต่เจ้าตัวก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะของเธอนั้นมีซองเอกสารถูกวางเอาไว้เด่นหรา มันคือซองเอกสารที่เธอจำเป็นต้องนำไปส่งทุกวัน เอกสารลับของบอส "ทำไมมาเอาตอนนี้อ่ะ!?" ภาพของการกลับบ้านเร็วเพื่ออาบน้ำเย็น ๆ แล้วนอนดูทีีซีรี่ส์ของลิลิธพลันสลายหายไปอย่างกับควันเมื่อซองเอกสารเจ้ากรรมดันปรากฏบนโต๊ะของเธอราวกับมันกำลังเรียกร้องให้ตัวของเธอนั้นอยู่ที่บริษัทต่อ"เฮ้อ อดกลับบ้านเร็วตามเคย.." ลิลิธถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย และนี่ก็เป็นอีกวันที่เธอต้องอยู่ที่บริษัทจนดึกดื่น ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบเงินหรอกนะ แค่อยากมีวันที่เธอได้กลับบ้านเร็วบ้างก็เท่านั้นเอง เวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเลิกงาน ลิลิธเก็บข้าวของของเธอเพิ่งรอเวลาไปส่งเอกสารตามปกติ ในระหว่างรอเธอก็เดินไปหาอะไรเพื่อดื่มแก้กระหายสักหน่อยที่ตู้หยอดน้ำอัตโนมัติ ทว่าในระหว่างที่เจ้าตัวก้มเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่จ่ายเงินซื้อไปนั้น ลิลิธก็ได้เผลอทำมันหลุดมือจนมันกลิ้งไปโดนเท้าของชายใ
ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก เสียงนาฬิกาบอกเวลาบนผนังออฟฟิศได้แสดงเวลา 23:00 น. อย่างชัดเจน ลิลิธที่กำลังนั่งมองเวลาบนเก้าอี้นุ่มในล็อบบี้บริษัทก็ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบเอกสารที่เธอถือติดตัวเอาไว้มาตลอดหลังเลิกงานขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์อย่างคุ้นชิน งานที่ต้องทำนั้นช่างง่ายแสนง่าย นั่นคือเมื่อถึงเวลาห้าทุ้ม เธอต้องไปส่งเอกสารให้กับบอสของบริษัทนี้ให้ทันเวลา และห้ามเกินจากห้าทุ่มไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวจะถูกหักเงินเดือนและอาจถูกไล่ออกทันที "ง่วงจังเลย..รีบไปส่งแล้วกลับบ้านดีกว่า" ลิลิธบ่นกับตัวเองขณะอยู่ในลิฟต์ เธอกดปุ่มไปที่ชั้นพิเศษอย่างชั้น N ชั้น N นี้เป็นชั้นพิเศษเฉพาะคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นถึงจะได้สิทธิ์ขึ้น ซึ่งลิลิธเป็นหนึ่งในนั้น ตัวประตูลิฟต์ปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเลื่อนขึ้นไปยังชั้นบนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงลิฟต์ผสมปนเปไปกับเพลงที่เปิดเบา ๆ ด้านใน ดังคลอไปมาเพื่อให้คนภายในไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป ไม่นานนักตัวลิฟต์ก็ได้มาหยุดยังชั้นที่เธอต้องการ เมื่อประตูถูกเปิดออก ทางเดินตรงหน้าของเธอก็ปรากฏทางเดินที่ถอดยาวไปยังประตูบานใหญ่ พื้นพรมบนทางเดินถูกปูด้วยสีแดงสดดูหรูหร
เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วคลอไปกับเสียงนฬิกาปลุก ลิลิธ ที่นอนอยู่บนเตียงยังคงนอนกลิ้งไปมาพร้อมทำหน้าตาเหมือนคนที่ยังไม่อยากตื่นนอนซักเท่าไหร่ เธอเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่ข้างหัวเตียง เจ้าตัวหนาวไปหนึ่งฝอดก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่มเริ่มต้นวันใหม่ในฐานะพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่งแต่ว่า-"ห๊าาา สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!? ตายแล้ว ตายแล้ว! ฉันตายแน่ ๆ !"ลิลิธที่มองเวลาถึงกับหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อนาฬิกาบนหัวเตียงได้ขึ้นโชว์เวลา 7:34 น. เด่นหรา เสียงน้ำจากฝักบัวไหลรินลงมาดัง ซ่าา ภายในห้องน้ำของหญิงสาววัยอายุ 26 ปี เธอวิ่งออกมาเช็ดผมให้แห่งอย่างรวดเร็วหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอรีบสวมเสื้อสีขาวและกระโปรงความยาวเสมอเข่า หวีผมให้เรียบตรง ตบด้วยแต่งหน้าอีกสักนิดหน่อย จากนั้นเจ้าตัวก็รีบบึ่งออกจากห้องอย่างด่วนจี๊ "พี่วินน!!" ลิลิธโบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซแถว ๆ คอนโดของเธอขณะที่กำลังวิ่งลงมาจากคอนโด"ไปบริษัทมิดไนท์ค่ะพี่ ด่วนเลย หนูสายแล้ว!" "โอเค ๆ ขึ้นดี ๆ ล่ะ!" คนขับรถสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอวิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้า พี่คนขับก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับไปส่งเธอให้ทันเวลา







