Share

บอสของฉันเป็นแวมไพร์
บอสของฉันเป็นแวมไพร์
Author: ต้ตสน

บทที่ 1 - [ ตื่นสาย ]

last update publish date: 2026-02-21 20:38:17

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วคลอไปกับเสียงนฬิกาปลุก ลิลิธ ที่นอนอยู่บนเตียงยังคงนอนกลิ้งไปมาพร้อมทำหน้าตาเหมือนคนที่ยังไม่อยากตื่นนอนซักเท่าไหร่ เธอเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่ข้างหัวเตียง เจ้าตัวหนาวไปหนึ่งฝอดก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่มเริ่มต้นวันใหม่ในฐานะพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่ง

แต่ว่า-

"ห๊าาา สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!? ตายแล้ว ตายแล้ว! ฉันตายแน่ ๆ !"

ลิลิธที่มองเวลาถึงกับหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อนาฬิกาบนหัวเตียงได้ขึ้นโชว์เวลา 7:34 น. เด่นหรา 

เสียงน้ำจากฝักบัวไหลรินลงมาดัง ซ่าา ภายในห้องน้ำของหญิงสาววัยอายุ 26 ปี เธอวิ่งออกมาเช็ดผมให้แห่งอย่างรวดเร็วหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอรีบสวมเสื้อสีขาวและกระโปรงความยาวเสมอเข่า หวีผมให้เรียบตรง ตบด้วยแต่งหน้าอีกสักนิดหน่อย จากนั้นเจ้าตัวก็รีบบึ่งออกจากห้องอย่างด่วนจี๊ 

"พี่วินน!!" ลิลิธโบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซแถว ๆ คอนโดของเธอขณะที่กำลังวิ่งลงมาจากคอนโด

"ไปบริษัทมิดไนท์ค่ะพี่ ด่วนเลย หนูสายแล้ว!" 

"โอเค ๆ ขึ้นดี ๆ ล่ะ!" คนขับรถสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอวิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้า พี่คนขับก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับไปส่งเธอให้ทันเวลาทันที แม้ระหว่างทางทรงผมของลิลิธจะเสียทรงไปบ้างก็ตามที 

เมื่อมาถึงสำนักงานลิลิธก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตอกบัตรอย่างเฉียดฉิว เธอถอนหายใจอกอมาอย่างโล่งอกพร้อมปาดเหงื่อไปหนึ่งที 

"อ้าวลิลิธ ทำไมวันนี้มาสายจังเลยล่ะ?" สาววัยกลางวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะประชาสัมพันธ์เอ่ยทักขึ้น 

"พี่แก้ว!" ลิลิธเอ่ยทักทายตอบ "เมื่อคืนนอนนึกน่ะพี่ วันนี้เลยตื่นสายเลยเนี่ย" 

'แก้ว' เธอคือเพื่อนสาวของลิลิธคนแรกของเธอเมื่อตอนที่เธอเพิ่งเข้าบริษัทใหม่ ๆ ถ้าในช่วงแรกไม่ได้พี่แก้วช่วยแนะนำอะไรให้อีกหลาย ๆ อย่างลิลิธก็คงไม่มีวันนี้ วันที่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่อย่างที่เธอใฝ่ฝัน 

บริษัทมิทไนท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ คือบริษัทสื่อบันเทิงเจ้าใหญ่อีกหนึ่งแห่งของไทยที่ส่งออกซีรี่ส์และภาพยนต์น้ำดีมากมายออกสู่คลาดมาอย่างยาวนานถึงสิบปี ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ลิลิธใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องมาทำงานที่นี่ให้จงได้ และเมื่ออายุได้ 25 ปี ความฝันของเธอก็ได้เป็นจริง ลิลิธได้ทำงานในตำแหน่งเลขา แม้งานของเธอในตำแหน่งนี้จะค่อนข้างวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการประสานงาน จดบันทึกการประชุม แล้วก็งานเอกสารอื่น ๆ อีกมากมาย.. ถึงอย่างนั้นลิลิธก็เต็มใจที่จะทำมัน 

"ตอกบัตรแล้วรีบไปเลยย ป่านนี้สายลูกค้าโทรตามจนสายไหม้แล้วมั้งน่ะ" พี่แก้วเอ่ยแซว 

"ไปแล้วค่ะพี่!" ลิลิธโบกมือให้พี่แก้วแล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟต์อย่างรีบเร่ง 

ขณะที่เจ้าตัวกำลังวิ่งไปทางลิฟต์นั้น ประตูเจ้ากรรมก็ดันจะปิดตัวลงต่อหน้าเธอเสีอย่างนั้น 

"ด เดี๋ยวค่ะ รอด้วย!" ลิลิธตะโกนเพื่อบอกให้คนในลิฟต์

"..." แม้คนในลิฟต์จะไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่ก็ยังใจดีกดลิฟต์คาเอาไว้ให้เธอ ทำให้ลิลิธสามารถขึ้นลิฟต์มาได้ทันเวลา 

"ขอบคุณนะคะ..!" ลิลิธกล่าวขอบคุณแล้วปาดเหงื่อของเธอ เจ้าตัวเหลือบมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในลิฟต์ ดูเหมือนว่าเธฮจะไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายสักเท่าไหร่นัก.. อีกฝ่ายนั้นสวมชุดสูทสีดำราคาแพง รองเท้าหนัง ผมสั้นสีดำที่มีปอยผมเประหน้าผากนิด ๆ นอกจากตัวสูงแล้ว ผิวของเขาก็ดู..ขาวมากเลย 

'หวา..หน้าตาดีใช้ได้เลยแหะ อยู่แผนกไหนกันนะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย?' ลิลิธคิดในใจหลังจากเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เธอ 

"..ไหน"

"คะ?" 

"ชั้นไหน?"

ชายหนุ่มร่างสูงข้าง ๆ เธอถามออกมา ทำให้ลิลิธถึงกับหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความเขินอาย ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เธอรีบแท้ ๆ แต่กลับมามองความหล่อของเขาจนเพลินซะได้! เก็บอาการหน่อยสิลิธเอ๋ย

"อ อ้อค่ะ! ชั้น 7 ค่ะ!" ลิลิธให้คำตอบกับชายคนนั้นอย่างตะกุกตะกักหลังจากเผลอทำตัวน่าอายไปเมื่อครู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่เก็บไปเม้ามอยกับเพื่อนร่วมงานนะ..

'เพิ่งทำงานมาได้แค่อาทิตย์เดียวแท้ ๆ ก็ดันทำตัวน่าอายใส่คนอื่นเข้าซะแล้ว..ฮือ' 

ติ๊ง~ 

เสียงลิฟต์ดังขึ้น ตัวเลขบนหน้าจออีเล็กทรอนิคปรากฎเป็นเลข 7 ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางของเธอ

"ขอบคุณนะคะ!" เธอกล่าวขอบคุณชายแปลกหน้าพลางก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากลิฟต์ 

เมื่อประตูปิดลง ชายหนุ่มภายในลิฟต์ก็ยังคงไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่มองแผ่นหลังของลิลิธไปจนประตูลิฟต์ปิดลงเพียงเท่านั้น  หากแต่สายตาของเขาที่จ้องมองไปนั้นแฝงไปด้วยความรู้ที่ยาสึกที่ยากจะอธิบาย.. เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงอย่างสนิท มันก็เคลื่อนตัวไปยังชั้นที่สูงขึ้นอย่างเงียบงัน 

ทางด้านลิลิธที่มาถึงที่นั่งในออฟฟิศของตนก็ถูกต้อนรับด้วยเอกสารและเสียงเรียกจากโทรศัพท์ไม่ขาดสาย 

"เริ่มต้นวันได้ดีจริง ๆ เล๊ย" ลิลิธบ่นอุบ ก่อนจะนั่งลงเพื่อเคลียร์งานบนโต๊ะและรับสายลูกค้าอย่างหัวหมุน 

โดยทั่วไปแล้ว งานของเธอก็คือเลขาธรรมดา รายละเอียดงานต่าง ๆ มักเป็นสิ่งที่เธอมักฝึกซ้อมและเรียนรู้มาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานที่นี่อยู่แล้ว มว่า..มันก็มีงานบางงานที่เธอทำกี่ครั้งก็ยังไม่ชินเสียที 

นั่นก็คือการส่งซองเอกสารธุรกิจที่เป็นความลับให้กับบอสของที่นี่ 

ซึ่งมันควรจะเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียว การจะไปส่งเอกสารนั้นนอกจากที่เธอต้องไม่เปิดเอกสารลับเหล่านี้ดูแล้ว เธอต้องไปส่งมันในช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น อย่างเช่นวันนี้.. เอกสารลับนั้นถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยในลิ้นชักของเธออย่างเป็นระเบียบ มันถูกผนึกด้วยเชือกอย่างแน่นหนา และมีกำหนดให้เธอส่งซองเอกสารฉบับนี้ในเวลาห้าทุ่มเป็นต้นไป

มันเหมือนจะดึกและเลยเวลาในการทำงานของเธอไปมาก แต่ผลตอบแทนมันกลับมหาศาล ค่าแรงที่เธอจะได้รับนั้นมันเท่ากับค่าแรงที่คนอื่น ๆ ต้องทำงานเป็นเวลาทั้งหมด 3 เดือนติดกันถึงจะได้มันมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้

หลังเลิกงานเธอสามารถพักผ่อนได้ตามปกติ แค่ต้องไม่ออกจากบริษัทในเวลาที่กำหนดเพียงเท่านั้น ซึ่งเธอก็ยินดี

แหงล่ะ ใครจะไม่อยากได้เงินจำนวนมากเข้ากระเป๋ากันล่ะ ขอแค่เธอทำมันให้เสร็จเรียบร้อยทุกวันมันก็ไม่มีปัญหาแล้ว!

เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบนผนังเลื่อนไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่เธอต้องทำงานชิ้นสำคัญ 

23:00 น. 

ได้เวลาส่งเอกสารแล้ว 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 13 - [ จบงาน ]

    ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นนั้นช่างบีบคั้น มันเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างทุรนทุรายของเรนิตาและเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอใคร ลิลิธจ้องมองกระจกบานเล็กที่ถูกทิ้งอยู่บนพรม มันไม่ได้แตกกระจาย ทว่าเงาสีดำที่วนเวียนอยู่ในนั้นกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามความหวาดกลัวของเจ้าของห้อง เรนิตาซบหน้าลงกับฝ่ามือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจนลิลิธเกรงว่าเธอจะแตกสลายไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง ลิลิธเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังดาราสาว ธีรภัทรยังคงยืนนิ่งสนิท ท่าทางของเขาดูสูงส่งและเย็นชาดุจรูปสลัก ทว่าเมื่อแสงสว่างรำไรจากภายนอกส่องมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา ลิลิธกลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสะใจหรือความโหดเหี้ยม มันเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง ราวกับเขาเคยเห็นฉากโศกนาฏกรรมเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านับพันครั้งจนมันกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเศร้าใจ เขาไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับรอคอยอย่างอดทนเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กที่หลงทาง "เลือกสิครับ เรนิตา" เสียงของธีรภ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 12 - [ สิ่งที่ต้องแลก ]

    โถงห้องนั่งเล่นกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์หรูที่ควรจะดูสง่างาม กลับให้ความรู้สึกเหมือนศาลเจ้าที่ถูกทิ้งร้าง แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่ลอดผ่านผ้าม่านไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น กลิ่นหอมหวานเอียนของดอกลิลลี่ที่วางอยู่ตามมุมห้องกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอับชื้นที่น่าอึดอัด ลิลิธพยายามระงับอาการมือสั่นขณะที่จ้องมองดาราสาวตรงหน้า ผิวพรรณของเรนิตาที่เคยดูเปล่งปลั่งในนิตยสาร บัดนี้กลับดูหยาบกร้านและซีดเทาเหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลาย"ความสุข งั้นเหรอ?" เรนิตาหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงสำลักที่ฟังดูแห้งผากราวกับไม่มีน้ำลายอยู่ในลำคอแม้แต่หยดเดียว "ชื่อเสียง เงินทอง ทุกคนก้มหัวให้ฉัน นั่นไม่ใช่ความสุขหรือไง?"เธอพยายามจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม แต่มือที่สั่นเทากลับทำให้น้ำหกกระเซ็นลงบนชุดเดรสไหมราคาแพง ลิลิธเห็นความอัปยศพาดผ่านดวงตาที่ลึกโหลของดาราสาวเพียงวูบเดียว ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ดูน่าเวทนา"บอกเธอสิลิลิธ" เสียงของธีรภัทรดังขึ้นข้างใบหูของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัวจากจุดที่ยืนอยู่หลังโซฟาของเรนิตา แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับกลุ่มผมของดาราสาว "บอกเธอว่าความสุขที่แลกมาด้วย

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 11 - [ สัญญา ]

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้ากว้างขึ้นทุกที รถลีมูซีนสีดำสนิทเลี้ยวเข้าสู่ย่านพักอาศัยระดับหรูที่เงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ภายในรถที่ปิดม่านทึบ ลิลิธยังคงนั่งตัวเกร็งพลางกุมซองหนังสีดำไว้ในอุ้งมือที่ชื้นเหงื่อ คำถามมากมายพรั่งพรูอยู่ในหัว แต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของธีรภัทรเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ลมหายใจ"บอสคะ แล้วถ้าเรนิตาเธอยัง 'สภาพดี' บอสจะต่อสัญญาให้เธอใช่ไหมคะ?" ลิลิธตัดสินใจถามทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาหวิวเมื่อนึกถึงดาราสาวที่เคยเห็นในจอโทรทัศน์ ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียงและเสน่ห์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหนึ่งใน 'หมาก' ของแวมไพร์หนุ่มคนนี้ธีรภัทรไม่ลืมตา แต่กลับมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "คำว่า 'สภาพดี' ของผมกับของมนุษย์มันต่างกันนะลิลิธ มนุษย์มองที่รูปลักษณ์ภายนอก ผิวพรรณ หรือความนิยม แต่ผมมองที่ 'ภาชนะ' ว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้บรรจุพลังงานได้อีกแค่ไหน ถ้าดวงวิญญาณของเธอเหี่ยวเฉาจนไม่สามารถรองรับ 'พร' ของผมได้อีก การต่อสัญญาก็คือการทิ้งของเสียดีๆ นี่เอง"รถค่อยๆ ชะลอตัวและหยุดลงที่หน้าเพนท์เ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 10 - [ เริ่มงาน ]

    "บอสคะ แล้วอายุขัยที่ว่านั่น บอสเอาไปทำอะไรเหรอคะ?" ลิลิธถามขึ้นเบาๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงจอดรถชั้นใต้ดินที่ถูกปิดกั้นไว้เป็นส่วนตัวธีรภัทรก้าวเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่เพียงคันเดียว ท่ามกลางความสลัวของไฟนีออนชั้นใต้ดิน ร่างของเขาดูราวกับหลอมรวมไปกับความมืดได้ทุกเมื่อ เขาหยุดฝีเท้าลงหน้าประตูรถที่ถูกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีเทาเข้มคนหนึ่งซึ่งลิลิธไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"ไซมอน นี่ลิลิธ เลขาคนใหม่ของฉัน" ธีรภัทรแนะนำสั้นๆไซมอน พนักงานขับรถวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนหุ่นยนต์ก้มหัวทักทายลิลิธเล็กน้อย "ยินดีที่ได้พบครับ คุณลิลิธ"ธีรภัทรก้าวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะผายมือให้ลิลิธตามเข้าไป เมื่อประตูปิดลง ความเงียบสงัดก็ครอบงำไปทั่วห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ธีรภัทรหยิบกล่องสีดำสี่หลี่ยมเล็กๆ ออกมาจากที่เก็บของภายในรถแล้วเปิดมันออก จากนั้นเขาห็หยิบผลึกสีแดงนั้นขึ้นมาถือไว้ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ แสงไฟสีนวลในรถทำให้มันดูเหมือนดวงตาของอสุรกายที่กำลังจ้องมองกลับมา"มนุษย์มักจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการในเวลาอันสั้นครั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 9 - [ หน้าที่ใหม่ ]

    กริ๊ก เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินทางมาถึงหน้าโรงแรมคาร์ดอนเนียในเวลา 06:50 น. ตรงตามที่ตกลงกันไว้ บรรยากาศของโรงแรมหรูระดับห้าดาวในช่วงเช้ามืดดูเงียบเหงาแต่ทว่าเต็มไปด้วยความกดดันแปลกๆ ลิลิธกระชับซองหนังสีดำในมือแน่น ความเย็นของมันยังคงย้ำเตือนถึงสัมผัสของ 'บอส' เมื่อคืนนี้ "เชิญทางนี้ครับ คุณลิลิธ" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิท—ธีรภัทร—ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินโรงแรม ราวกับเขาหลอมรวมอยู่กับเงาของเสาหินอ่อนมาตั้งแต่ต้น ลิลิธสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามคุมสติให้มั่น ผิวของเขาดูขาวซีดยิ่งกว่าเมื่อคืนเมื่อต้องแสงไฟสีนวลของโรงแรม และเขายังคงไม่มีเงาสะท้อนบนพื้นหินอ่อนที่ขัดจนเงาวับ "บอส มาถึงนานแล้วเหรอคะ?" "ผมไม่ต้องนอนเหมือนมนุษย์ครับ" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเดินนำไปทางห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด "จำไว้นะลิลิธ ในที่ประชุมนี้ คุณไม่ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น หน้าที่ของคุณคือถ่ายทอดคำพูดของผมออกไปให้ชัดเจนที่สุด และห้ามเปิดซองหนังนั่นจนกว่าผมจะสั่ง" พรึ่บ! ประตูบานคู่ของห้องรับรองถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรมที่ดูไร้วิญญาณ ภายในห้องนั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขา

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 8 [ ตัดสินใจ ]

    "ห้าเท่า.."ลิลิธพึมพำออกมาเบาๆ จนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เธอจ้องมองหยดไวน์สีแดงเข้มที่เกาะอยู่ข้างแก้วในมือของธีรภัทร มันดูราวกับหยาดเลือดที่สดใหม่ท่ามกลางแสงไฟสลัว.. ดวงตาของเธอสั่นไหวเมื่อมองไปยังนาฬิกาบนผนังที่เข็มนาทีกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เลขหกเข้าไปทุกที ความเงียบในห้องทำงานทำให้เสียง ติ๊ก ต่อก ของนาฬิกาดังชัดเจนราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระชั้นชั่งน้ำหนักระหว่าง 'อิสรภาพที่ว่างเปล่า' กับ 'พันธนาการที่มั่งคั่ง'"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?"เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ไร้เงาในกระจก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงด้วยความเครียดขึง มือที่ประสานกันบนตักบีบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน"ถ้าบริษัทนี้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น บอสจะหาคนที่มี 'ตาทิพย์' หรืออะไรแบบนั้นมาทำงานให้ก็น่าจะไม่ยากนี่คะ ทำไมถึงเลือกเลขาธรรมดาๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่อาทิตย์เดียว แถมยังมาสายตั้งแต่วันแรกแบบฉัน?"ธีรภัทรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง แกร๊ก เบาๆ เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขากำลังชื่นชมในความกล้าที่

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 7 - [ ข้อตกลง ]

    ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานบนชั้น N ในขณะนี้ ไม่ใช่ความเงียบสงัดทั่วไป แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งและบีบคั้นจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่นอกหน้าต่างไหลรินลงมาเป็นทางยาว ลิลิธรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังประท้วงด้วยการเต้นรัวจนเจ็บปวด เธอนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาหนังราคาแพงที่สัมผัสของมั

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 6 - [ ยินดีที่ได้รู้จัก ]

    "ฉ- ฉันไม่เข้าใจค่ะ" ลิลิธเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหม่า "คุณหมายความว่ายังไงว่าคนอื่นมองไม่เห็นคุณ?" ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางออฟฟิศอันเงียบงัน ลิลิธที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับบอสของเธอยังคงกุมมือของตนเอาไว้แน่น บรรยากาศในห้องนี้เริ่มหนาวขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้ง ๆ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 5 - [ ใคร ? ]

    "คุณ เป็นใครกันแน่คะ?" ลิลิธเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว แต่ความสงสัยกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนั้น ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไอเย็นของสายฝน "คำถามนั้น ฉ

  • บอสของฉันเป็นแวมไพร์   บทที่ 4 - [ ทำความรู้จัก ]

    วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง ลิลิธที่เดินทางมายังบริษัทเพื่อทำงานอย่างทุกทีได้เจอจดหมายซองสีดำที่มีตราประทับสีแดงถูกวางเอาไว้บนโต๊ะของเธอ โดยปกติแล้วจดหมายทั่วไปจะใช้ซองสีขาวกัน แต่จดหมายที่เธอได้รับนั้นกลับเป็นสีดำแบบนี้ นั่นก็หมายถึงได้อยู่อย่างเดียว.. ถ้าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ก็เป็นจดห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status