เมื่อพูดในฐานะคนอ่านที่ชอบตัวละครหญิงที่เข้มแข็งและซับซ้อน ผมมองเห็นวลีแบบนี้ถูกใช้บ่อยในรีวิวหรือบทความเพื่อสรุปลักษณะของฮีโร่หญิงที่ทั้งเก่งทั้งมีบาดแผลภายใน ตัวอย่างชัดเจนคือตัวละครอย่าง Katniss จาก 'The Hunger Games' ที่ความเข้มแข็งของเธอไม่ได้มาแค่จากทักษะการต่อสู้ แต่ยังมาจากการตัดสินใจที่โหดและรักลึก ส่วน Lisbeth ใน 'The Girl with the Dragon Tattoo' ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง—เธอเก่งแบบเฉียบขาดและมีภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ที่เกิดจากประวัติศาสตร์ชีวิตที่โหดร้าย
อยากได้ตัวอย่างนิยายที่ถ่ายทอดผู้หญิงเก่งจนสะดุดตา? ขอแนะนำ 'The Priory of the Orange Tree' เล่มนี้เต็มไปด้วยตัวละครหญิงที่มีบทบาททั้งเชิงอำนาจและเชิงอารมณ์ เรื่องไม่ได้ให้ความเก่งเพียงเพื่อโชว์พลัง แต่ผูกไว้กับความรับผิดชอบ ความกลัว และความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้แต่ละคนที่ปรากฏรู้สึกมีน้ำหนักและไม่ใช่ภาพลักษณ์แบบสองมิติ
ประโยคนี้แปลตรงๆ ได้หลายแบบและแต่ละแบบให้ความหมายต่างกันพอสมควร
ในเชิงตรงที่สุดจะพูดว่า 'A woman like me is hard to find.' ประโยคนี้ชัดเจน สั้น และสื่อว่า 'ผู้หญิงอย่างข้าหาได้ยากยิ่ง' ในภาษาอังกฤษแบบที่เข้าใจง่าย แต่ความรู้สึกของคำว่า 'ข้า' ในภาษาไทยมีความเป็นตัวตนแบบมั่นใจหรือถ่อมตนต่างออกไป ข้าใช้รูปประโยคนี้เวลาอยากให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าและไม่ธรรมดา
เมื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการหรือโคลงกลอนมากขึ้น จะลองใช้ 'A woman such as I is seldom found' หรือ 'A woman like me comes but once in a lifetime.' นี่จะให้โทนวรรณกรรม เหมาะกับฉากบรรยายในนิยายหรือบทพูดที่ต้องการความเก๋า ตัวอย่างที่ทำให้ภาพชัดคือฉากหนึ่งใน 'Kaguya-sama' ที่ตัวละครประชดความเป็นตัวเอง ท่อนที่เลือกคำจะแตกต่างกันมากถ้าอยากให้คนหัวเราะหรือยกย่องกันจริงๆ