Partager

หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ
หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ
Auteur: ฉินหลานฮุย

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-02-15 21:44:41

เสียงเฮลั่นสนามรอบสังเวียนเต็มไปด้วยเสียงเชียร์พร้อมด้วยธงชาติไทยโบกสะบัด หลังจากที่กรรมบนเวทีชูแขนผู้ชนะในนัดชิงมวยไทยหญิงแชมป์โลก ผู้ที่ได้รับชูแขนในครั้งนี้คือ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ หรือ นางสาวธาราทิพย์ บุญมาลา แชมป์โลกมวยไทยหญิงคนล่าสุด วัย 25 ปี สาวสวยนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทยจังหวัดสกลนคร

เธอคือแชมป์คนล่าสุดและวันนี้ชื่อเธอจะดังสนั่นเวทีมวยดังไกลไปทั่วโลก แต่ก่อนจะมาเป็นแชมป์โลก น้ำผึ้ง เธอคือลูกสาวอีสานขนานแท้ จากผืนแผ่นดินที่ราบสูงจังหวัดสกลนครที่แดดแรงลมแรงและชีวิตไม่เคยปรานีใครง่าย ๆ น้ำผึ้งเป็นผู้หญิงที่สวยแบบไม่ต้องพยายาม ผิวสีน้ำผึ้งสมชื่อ ดวงตาคม คิ้วเข้ม รอยยิ้มสดใสแต่แฝงความดื้อและความมุ่งมั่น

เวลาขึ้นเวทีความสวยนั้นถูกแทนที่ด้วยสายตานักล่า นิ่ง คม และเยือกเย็น หมัดของเธอหนัก ศอกของเธอเฉียบ เข่าของเธอทรงพลัง สไตล์มวยไทยแท้ ดุดัน อึด ไม่ถอย คู่ชกหลายคนเคยพูดตรงกันว่า

“น้ำผึ้งไม่ใช่แค่มวยหญิง…แต่เป็นมวยที่มีหัวใจนักสู้เต็มร้อย”

เบื้องหลังความแข็งแกร่งเธอเป็นคนอ่อนโยนรักครอบครัว พูดอีสานชัด หัวเราะง่าย กินข้าวเหนียวส้มตำเหมือนเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง เธอไม่ลืมรากเหง้า ไม่ลืมค่ายเล็ก ๆ ไม่ลืมวันที่ซ้อมกลางแดดเท้าแตกมือพอง แต่ยังยืนบนสังเวียนด้วยหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้

วันนี้เป็นวันที่เธอคว้าเข็มขัดแชมป์โลกธงชาติไทยโบกสะบัดพร้อมเสียงเรียกชื่อ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ ถูกประกาศก้องบนเวที น้ำตาเธอไหลไม่ใช่เพราะความเจ็บแต่เพราะความภูมิใจ ภูมิใจที่เด็กสาวจากสกลนครพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ผู้หญิงไทยผู้หญิงอีสานคนนี้ ก็สามารถยืนบนจุดสูงสุดของโลกได้น้ำผึ้งไม่ใช่แค่แชมป์แต่คือสัญลักษณ์ของความอดทน ศักดิ์ศรี และหัวใจนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทย

โทรศัพท์ในมือของน้ำผึ้งสั่นเบา ๆ ทั้งที่เวทีเพิ่งเงียบลง เสียงเฮยังดังก้องอยู่ในหัว แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงกว่าตอนยืนรับเข็มขัดแชมป์โลกเสียอีก ปลายนิ้วที่เคยกำหมัด เคยศอก เคยสู้จนเลือดกลบหน้า วันนี้สั่นนิด ๆ ตอนกดชื่อที่คุ้นตาที่สุดในชีวิต แม่ สัญญาณดังเพียงครั้งเดียวก่อนเสียงปลายสายจะดังขึ้น

“ฮัลโหล…ผึ้งเบาะลูก” (ฮัลโหล…ผึ้งเหรอลูก)

“อิแม่…” (คุณแม่...)

“เป็นจังใด๋ลูก” (เป็นยังไงลูก)

“ผึ้ง…ได้แชมป์แล้วเด้อแม่” (ผึ้ง…ได้แชมป์แล้วนะแม่)

“จริงบ่ลูก…จริงบ่น้ำผึ้ง” (จริงเหรอลูก…จริงเหรอน้ำผึ้ง)

“จริงแม่”

“เข็มขัดอยู่ในมือผึ้งเลย”

“พ่อ! พ่อ ๆ น้ำผึ้งโทรมา!”

“ว่าจังใด๋ลูกสาวพ่อ” (ว่ายังไงลูกสาวพ่อ)

“ผึ้งเป็นแชมป์โลกแล้วพ่อเด้อ” (ผึ้งเป็นแชมป์โลกแล้วพ่อนะ)

“เก่งหลาย…คนเก่งของพ่อ” (เก่งมาก…คนเก่งของพ่อ)

“ผึ้งทำได้เพราะพ่อกับแม่”

“ถ้าไม่มีพ่อแม่ ผึ้งคงมายืนตรงนี้ไม่ได้”

“กลับบ้านเฮาเด้อแชมป์โลกของแม่” (กลับบ้านเรานะแชมป์โลกของแม่)

น้ำผึ้งยิ้มกว้างน้ำตาไหลไม่หยุดแต่หัวใจเต็มจนล้น

“กลับแน่นอนแม่ กลับไปกราบพ่อกับแม่”

โทรศัพท์ยังแนบอยู่ที่หูแต่ในใจของเธอได้กลับบ้านไปก่อนแล้ว บ้านหลังสวย ๆ ที่มีพ่อมีแม่และมีเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยฝันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด ในวันนี้เธอก็ทำได้แล้วจริง ๆ

สองอาทิตย์ต่อมา

หลังจากได้เงินรางวัลน้ำผึ้งได้ก็ได้ให้ผู้จัดการเป็นธุระโอนให้ไปให้ทางบ้าน พร้อมกับหาช่างสร้างฝีมือดีส่งไปที่จังหวัดสกลนครเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้เธอ ส่วนวันนี้น้ำผึ้งก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พร้อมรอเวลาออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดสกลนครบ้านเกิดของเธอนั้นเอง

“จะได้เจอพ่อกับแม่แล้ว... ตื่นเต้นว่ะ... คอยดูนะถึงบ้านเมื่อไหร่จะเอาเข็มขัดให้พ่อใส่เป็นคนแรกเลย”

น้ำผึ้งก้มเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าพาดเข็มขัดแชมป์ไว้ข้างเตียง พอลุกขึ้นยืนความโคลงก็ถาโถมมาอย่างไม่ทันตั้งตัว แสงในห้องไหววูบหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ เธอเอื้อมมือคว้าขอบโต๊ะแต่แรงหายไปจากขา ร่างบางทรุดฮวบเข่ากระแทกพื้นเบา ๆ หลังพิงผนังเย็นเฉียบลมหายใจขาดช่วง น้ำผึ้งหลับตาพึมพำชื่อพ่อแม่แผ่ว ๆ ก่อนโลกทั้งใบจะเงียบลงในห้องของเธอเอง

เสียงร้องไห้ของฮูหยินหยาง หยางรุ่ยหนิง (แซ่เดิม) และเสียงของสาวใช้ดังไปทั่วห้องนอนของคุณหนูเล็กในจวนของตระกูลหยาง ท่านเจ้าสำนัก หยางฟานไฉ เจ้าสำนักของสำนักสราญรมย์รุ่นปัจจุบัน ยืนหน้าเครียดกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ดวงใจของเขากับฮูหยินกำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงโดยมีหมอกำลังฝังเข็มช่วยชีวิตอยู่ คุณหนูเล็กที่ว่าก็คือลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสำนักนั้นเอง คุณหนูหยางรุ่ยหลิน เดิมทีร่างกายของรุ่ยหลินนั้นอ่อนแออยู่แล้วมาตั้งแต่เกิด

เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดและในวันที่คลอดคุณหนูตัวฮูหยินยังโดนฝ่ามือยมโลก ที่มีพิษร้อนเข้าสู่ร่างกายพิษไม่ทำร้ายมารดา แต่พิษไอร้อนนั้นกลับถูกถ่ายทอดไปสู่ทารกในครรภ์ ซึ่งพิษของวิชาฝ่ามือยมโลกไม่มียาถอน มีเพียงพลังลมปราณจากคัมภีร์จันทราสวรรค์เท่านั้นที่จะสามารถขับพิษไอร้อนออกจากร่างกายได้ แต่ความโชคร้ายคือคัมภีร์จันทราสวรรค์นั้นหายสาบสูญไปเกือบ 60 ปีแล้ว แต่ขับใช้วิธีขับพิษวิธีอื่นก็อันตรายเกิดไปบวกกับร่างกายของคุณหนูหยางที่คลอดก่อนกำหนดจึงไม่มีใครกล้าทำ พอโตขึ้นหน่อยจึงใช้พลังลมปราณช่วยให้บรรเทาเวลาพิษกำเริบเท่านั้น พอมาวันนี้คุณหนูนั้นได้กระโดดลงน้ำไปช่วยเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังจะจมน้ำ ระหว่างที่ช่วยเด็กน้อยขึ้นมาบนบกได้พิษดันกำเริบทำให้คุณหนูจมน้ำแทน

ท่านหมอถอนหายใจยาวปลายนิ้วที่จับชีพจรหยางรุ่ยหลิน ค่อย ๆ คลายออกเขาส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอน

“ข้า…สุดความสามารถแล้วท่านเจ้าสำนัก”

“ชีพจรขาด วิญญาณถอย…คุณหนูสิ้นแล้วขอรับ”

เสียงสะอื้นดังขึ้นทันทีบ่าวไพร่ทรุดลงกับพื้น มารดาร้องเรียกชื่อบุตรสาวราวกับหัวใจแตกสลาย ท่านหมอกำลังจะเอ่ยคำว่ามรณกรรมอย่างเป็นทางการ แต่ทันใดนั้นลมหายใจแผ่วเบาก็ดังขึ้น

“ฮึก...”

ทุกคนชะงักร่างที่นอนแน่นิ่งบนเตียงนิ้วมือขยับเล็กน้อยแต่ชัดเจน จากนั้นหยางรุ่ยหลินก็สูดลมหายใจแรง แผ่นอกกระเพื่อมรุนแรงราวคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่ขึ้นจากห้วงลึก

“คุณหนู!”

เสียงร้องตกใจดังระงมดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อย ๆ เปิดขึ้นแววตานั้นไม่ใช่ของเด็กสาวอ่อนแออีกต่อไป มันคมนิ่งและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแบบคนแปลกถิ่น ในห้วงความมืดก่อนหน้าวิญญาณหนึ่งที่ควรดับสิ้นกลับถูกดึงข้ามกาลเวลา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 68

    ยามเย็นบนเกาะดอกท้อช่างงดงามราวความฝัน แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านแนวต้นท้อ กลีบดอกสีชมพูปลิวล่องไปตามสายลม บรรยากาศสงบงดงามจนผู้คนบนเกาะต่างพากันหลงใหลแต่ในความงดงามนั้นสวีอี้เฉินกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ดวงตาคมนิ่งของเขามองไปยังศาลาริมน้ำไม่ไกล ตรงนั้นรุ่ยหลินกำลังหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้นเป็นระยะ ขณะพูดคุยกับเสียนเฟิง หลานชายของเจ้าเกาะดอกท้อ“คุณหนูรุ่ยหลิน ท่านลองชิมชาดอกท้อนี่ดู ข้าชงเอง”เสียนเฟิงยิ้มอ่อนโยน พลางรินชาให้นางด้วยตัวเอง รุ่ยหลินรับถ้วยชามาอย่างเกรงใจ ก่อนยิ้มบาง ๆ“ขอบคุณท่านมาก”รอยยิ้มของนางอ่อนหวานและงดงามจนแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดนิ่ง แต่ยิ่งเห็นเช่นนั้นสวีอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ โดยเฉพาะสายตาของเสียนเฟิงที่มองรุ่ยหลินอย่างชัดเจนเกินไป เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และนั่นทำให้บางอย่างในใจของเขาค่อย ๆ ปั่นป่วนขึ้นทีละน้อย“ศิษย์พี่”เสียงของรุ่ยหลินดังขึ้นเมื่อหันมาเห็นเขา ใบหน้างดงามของนางพลันมีรอยยิ้มทันที รอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับเสียนเฟิง อ่อนโยนกว่า สดใสกว่า และนั่นกลับทำให้สวีอี้เฉินใจเต้นแรงขึ้นอีก เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 67

    เกาะดอกท้อในยามสายงดงามราวภาพวาด กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวตามสายลม บางเบาเหมือนความฝัน เสียงหัวเราะของเหล่าจอมยุทธ์และผู้มาเยือนดังสลับกับเสียงกลองประลองที่ดังก้องจากลานกลางเกาะ รุ่ยหลินเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่…สวยกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”สวีอี้เฉินเดินอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตากลับกวาดมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง“ยิ่งสวย…ก็ยิ่งมีอะไรซ่อนอยู่มาก”“เจ้าพูดเหมือนทุกที่อันตรายหมดเลย” นางหัวเราะ“มันก็เป็นอย่างนั้น”รุ่ยหลินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหยุดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง“คุณหนูผู้นั้น…”เสียงนั้นนุ่มแต่ชัดเจนนางหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาและแฝงรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาจ้องมาที่นางโดยตรง“เรียกข้าหรือ” รุ่ยหลินถามชายหนุ่มก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ“ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณหนู…ไม่เหมือนผู้ใดในที่นี้”คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก“ข้า” นางยกคิ้ว “ข้าก็แค่คนเดินทางธรรมดา”เขายิ้ม “คนธรรมดา…คงไม่มีสายตาเช่นนั้น”สวีอี้เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองชายหนุ่มนิ่ง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 66

    ข่าวลือเรื่อง “งานประลองยุทธประจำปีของเกาะดอกท้อ” แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินอันอย่างรวดเร็วราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในโรงเตี๊ยมที่รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินพักอยู่ เสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธ์ดังไม่ขาดสาย“ปีนี้เกาะดอกท้อจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี!”“ได้ยินว่ามีของรางวัลเป็นอาวุธโบราณ!”“ไม่ใช่แค่นั้น…มีคนลือว่าจะมีจอมยุทธ์ลึกลับปรากฏตัวด้วย!”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูรุ่ยหลินอย่างไม่ตั้งใจ นางวางถ้วยชาลง ดวงตาเป็นประกายทันที“เกาะดอกท้อ…”สวีอี้เฉินนั่งอยู่ตรงข้าม ยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พลาดคำสนทนา“เจ้าสนใจ” เขาถาม“แน่นอน!” นางตอบทันที “งานประลองยุทธนะ! ต้องมีคนเก่ง ๆ มากมาย”“และอันตรายมากมายด้วย” เขาเสริมรุ่ยหลินยิ้ม “เจ้าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”“เพราะมันจริง”นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย“แต่เจ้าก็จะไป…ใช่ไหม”เขามองนาง สายตานั้นนิ่ง…แต่ลึก“เจ้าจะไป”“ไป!” นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะถอนหายใจเบา ๆ“งั้น…เราก็ไป”รอยยิ้มของรุ่ยหลินกว้างขึ้นทันทีสองวันต่อมาทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลินอัน เช้าวันนั้นฟ้ายัง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 65

    หลังจากเหตุการณ์คัมภีร์วัดมังกรฟ้าสงบลง เมืองหลินอันก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนสายหลัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความมีชีวิตชีวานั้นในใจของรุ่ยหลินกลับเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันเช้าวันหนึ่งรุ่ยหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องพัก มองผู้คนด้านล่างที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ แต่สายตาของนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพนั้นจริง ๆ“เหม่ออะไรอยู่”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้ม “ไม่มีอะไร”เขาเดินเข้ามา วางถ้วยชาไว้ข้าง ๆ นาง“เจ้าช่วงนี้เงียบไป”“ข้า” นางยกคิ้ว “ก็เหมือนเดิม”“ไม่เหมือน”คำตอบนั้นสั้นแต่ตรงรุ่ยหลินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าสังเกตเก่งขึ้นนะ”“ข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”นางไม่ตอบเพียงรับถ้วยชาขึ้นมาดื่ม แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลหลังจากนั้นทั้งสองออกไปเดินในเมืองเหมือนเคย ถนนหลินอันยังคงงดงามผู้คนยังคงคึกคัก แต่สำหรับรุ่ยหลินทุกอย่างดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ สวีอี้เฉินยังคงเหมือนเดิมสงบ เย็นชา พูดน้อย แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไร นางย

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 64

    รุ่งอรุณของวันที่สามหลังเหตุคัมภีร์หายไป วัดมังกรฟ้ายังคงปกคลุมด้วยความตึงเครียด แม้หมอกเช้าจะลอยบางเบาเหนือยอดสนเหมือนทุกวัน แต่ในใจของผู้คนกลับหนักอึ้งราวมีเงามืดทับอยู่ในลานหินด้านหลังหอคัมภีร์ รุ่ยหลินยืนกอดอกสีหน้าครุ่นคิด ข้างกายนางคือสวีอี้เฉินที่กำลังก้มมองรอยฝุ่นบนพื้นอย่างละเอียด“เขาหนีไปทางนี้” เขาพูดเบา ๆรุ่ยหลินพยักหน้า “รอยเท้าเบาแบบนั้น…ไม่ใช่จะปลอมได้ง่าย”“และผงสีดำที่เขาใช้” สวีอี้เฉินหยิบเศษผงขึ้นมา “น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งของพรรคมารหมื่นพิษ”“แสดงว่า…เขาต้องมีที่พักหรือฐานลับใกล้ ๆ เมือง” รุ่ยหลินกล่าวสวีอี้เฉินลุกขึ้น “และเขาไม่มีทางหนีไปไกลพร้อมคัมภีร์สองเล่ม”ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พวกเขาต่างเข้าใจต้องลงมือทันทีไม่นานทั้งสองก็ออกจากวัดมังกรฟ้า มุ่งหน้าลงสู่เมืองหลินอันถนนยังคงคึกคัก แต่สำหรับพวกเขาทุกอย่างดูช้าลง สายตาของสวีอี้เฉินกวาดมองผู้คนอย่างระมัดระวัง“เจ้าคิดว่าเขาจะซ่อนตัวที่ไหน” รุ่ยหลินถาม“ที่ที่ไม่มีใครสงสัย” เขาตอบ “หรือไม่ก็…ที่ที่คนไม่กล้าเข้าใกล้”รุ่ยหลินคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด “ตลาดสมุนไพร”“เพราะอะไร”“พรรคมารหมื่นพิษใช้พิษเ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 63

    หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหายจากลานหินของวัดมังกรฟ้า เมืองหลินอัน ความตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หลังจากการตรวจค้นตลอดทั้งคืน เบาะแสที่กระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันทีละน้อย ราวกับเงาของความจริงที่ค่อย ๆ เผยตัวจากความมืดภายในหอคัมภีร์พระอาวุโสและผู้ดูแลวัดต่างรวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหนึ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว สวีอี้เฉินยืนข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคม“ตรวจสอบคนในทั้งหมดแล้วหรือยัง” สวีอี้เฉินเอ่ยพระชราที่เป็นผู้ดูแลวัดพยักหน้า “ตรวจแล้ว…แต่ไม่มีใครผิดปกติ”“ไม่มีใครผิดปกติ…นั่นแหละผิดปกติที่สุด” รุ่ยหลินพูดเบา ๆคำพูดนั้นทำให้หลายคนชะงักในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก“พบแล้ว!”ทุกคนหันไปมองมีพระหนุ่มรูปหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ “มีคน…พยายามหนีออกจากวัดเมื่อคืน แต่ถูกขวางไว้ทัน”“ใคร” พระอาวุโสถามทันที“เป็น…ศิษย์ดูแลหอคัมภีร์”บรรยากาศเงียบงันในพริบตาไม่นาน ชายคนหนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาสวมชุดพระเช่นเดียวกับคนอื่น ใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่สายตาเย็นชาอย่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status