การเชื่อมโยงระหว่างภาคแรกกับภาคอื่นยังทำงานผ่านการเล่นกับเวลาและการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นเชิงเส้น ซึ่งชัดเจนเมื่อมองไปที่ 'The Fast and the Furious: Tokyo Drift' ในแง่นักดูหนังวัยรุ่น ฉันรู้สึกว่าการย้ายเวลาและสถานที่เป็นวิธีที่แฟรนไชส์ใช้เติมเต็มไทม์ไลน์ของตัวเองโดยไม่ต้องเล่าใหม่ทั้งหมด